การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 387 ต้วนอวี้ยอมรับผิด
เรื่องที่จางอี๋เหนียงล้มกระแทกพื้นหิมะสร้างความตื่นตกใจให้คนในจวนต้วนไม่น้อยแค่พริบตาเดียวต้วนเจิ้งที่เพิ่ง
กลับจวนมาก็รู้ข่าวรีบรุดหน้าเข้าไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับจางอี๋เหนียง
อันที่จริงจางอี๋เหนียงไม่ได้สำคัญต่อต้วนเจิ้งมากขนาดนั้นสิ่งที่เขาเป็นห่วงมาตลอดคือเรื่องทายาทที่มีน้อยเกินไป
ต่างหาก ยิ่งหลายปีมานี้ในที่สุดก็มีข่าวดีเรื่องการท้องของจางอี๋เหนียงย่อมทำให้ต้วนเจิ้งให้ความสำคัญเป็นอย่างมากครั้น
กลับถึงจวนก็รีบตรงไปหาไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้า
แต่กว่าต้วนเจิ้งจะเดินถึงเรือนจางอี๋เหนียงท่านหมอก็ได้วินิจฉัยอาการเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาไล่ถามอาการของ
นางจนทราบว่านางสะดุดล้มลงแม้จะไม่ได้รุนแรงแต่ด้วยความตกใจจึงอาจกระทบกระเทือนต่อลูกในท้องอยู่บ้างให้เวลา
พักผ่อนเพื่อรักษากายใจก็ไม่มีปัญหาแล้ว
ขณะที่ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ยังเดินไปไม่ถึงเรือนจางอี๋เหนียงก็ได้ยินเสียงของต้วนเจิ้งดังออกมาจากด้านในเรือน
เขากำลังสอบถามที่มาที่ไปของเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกัน
จางอี๋เหนียงหน้าซีดตัวสั่นไม่รู้ว่าจะตอบต้วนเจิ้งอย่างไรดี
สองพี่น้องชะงักเท้าอยู่เพียงครู่เดียวต้วนชิงหมิงก็กระชับมือต้วนอวี้เดินเข้าไปทำความเคารพต่อหน้าทั้งสองคนต้
วนเจิ้งพยักหน้ารับทราบ ต้วนชิงหมิงจึงพาผู้เป็นน้องชายเดินไปนั่งที่เก้าอี้
ทว่าก่อนที่นางจะเดินไปนั่งเก้าอี้นั้นนางได้ถามไถ่จางอี๋เหนียงขึ้นสองสามประโยค แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างกายต้วน
เจิ้งอย่างสงบ
จางอี๋เหนียงเห็นต้วนชิงหมิงมาถึงแล้วก็รู้สึกวางใจไม่น้อยเริ่มทำตามแผนการที่เด็กสาวกำชับเอาไว้ทันทีนางบอกต้
วนเจิ้งว่านางไม่ระวังจึงหกล้มลงบนพื้นตอนนั้นคุณหนูรองที่เดินผ่านมาพอดีจึงช่วยประคองให้ลุกยืนขึ้นตามเดิมได้
ต้วนชิงหมิงทำท่าอุทานอย่างตกใจ “จางอี๋เหนียง หิมะโปรยปรายลงมาบนพื้นจะลื่นเป็นพิเศษต่อไปถ้าจะออก
จากเรือนต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่าให้หกล้มลงอีก”
“ปีเซี่ยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เดิมทีปีเซี่ยแค่ออกไปเดินเล่นเท่านั้นนึกไม่ถึงว่าจะมีแมวดำตัวหนึ่งกระโดดออกมาจน
ทำให้ปีเซี่ยตกใจจนล้มลงกับพื้นดีที่คุณหนูรองผ่านมาพอดีจึงได้ช่วยประคองปีเซี่ยขึ้นมาและไล่แมวดำตัวนั้นไป”
ต้วนเจิ้งได้ยินชื่อต้วนอวี้หรานช่วยไล่แมวดำให้จางอี๋เหนียงก็พยักหน้ารับรู้ส่วนต้วนชิงหมิงได้ยินก็ไม่ได้สนใจได้แต่
บอกให้จางอี๋เหนียงต้องระมัดระวังเรื่องการเดินอย่าให้หมาหรือแมวมาทำให้ลูกในท้องได้รับการกระทบกระเทือนเป็นอัน
ขาด
ต้วนชิงมองจางอี๋เหนียงด้วยสายตาห่วงใยส่วนจางอี๋เหนียงก็มองด้วยสายตาที่ขอบคุณ มาถึงตรงนี้ละครฉากแรก
ได้ผ่านไปแล้ว
หลังจากนั้นต้วนเจิ้งก็ลุกขึ้นเดินกลับเรือนก่อนที่จะเดินออกไปได้เรียกต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ให้ตามไปที่เรือนของ
เขาต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงจึงอำลาและพูดปลอบขวัญจางอี๋เหนียงอยู่สองสามประโยคก่อนจะเดินจากไป
ต้วนเจิ้งพาต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงไปที่ห้องอ่านหนังสือแล้วถามต้วนอวี้เสียงเรียบขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์มีอะไรจะพูดกับ
พ่อบ้างหรือไม่?”
ต้วนอวี้รู้ดีว่าต้วนเจิ้งกำลังให้เขาเล่าเรื่องที่ไม่ได้กลับจวนเมื่อคืนที่ผ่านมาเพราะการที่ไม่กลับมาจวนถือเป็นเรื่อง
ใหญ่มากในจวนต้วน ต่อให้ต้วนชิงหมิงไม่ได้บอกแต่เรื่องนี้ก็ปิดต้วนเจิ้งไม่มิดอยู่ดียิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ต้วนอวี้ไม่ได้จะปิด
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดกับต้วนเจิ้งตั้งแต่ตรงไหนดี
บัดนี้ต้วนอวี้กลับมาถึงจวนต้วนแล้วแน่นอนว่าจะต้องรายงานต้วนเจิ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา
เด็กชายไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวออกปากแทนรีบลุกขึ้นแล้วคุกเข่าทั้งสองลงไปกับพื้น เงยหน้าขึ้นมองต้วนเจิ้งตา
ละห้อย “ลูกขอให้ท่านพ่ออภัยให้ด้วยที่เมื่อคืนลูกไม่ได้กลับจวนทำให้ท่านพ่อกับพี่สาวเป็นห่วง”
สายตาของต้วนเจิ้งนิ่งจนคาดเดาใจความรู้สึกไม่ถูกเขาเห็นสายตาของต้วนชิงหมิงจึงเดาได้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้บุตร
สาวคนโตของเขาต้องรู้มาก่อน แค่ไม่ได้มาบอกเขาเท่านั้นเองคิดได้ดังนั้นสายตาก็กลายเป็นดุดันขึ้นมา หัวหน้าครอบครัว
คือต้วนเจิ้งเหตุใดต้วนอวี้หายไปทั้งคน ต้วนชิงหมิงถึงเลือกปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดหากเกิดอะไรขึ้นมาใครจะรับผิด
ชอบ?
เด็กสาวรีบคุกเข่าลงไปกับพื้นข้างๆต้วนอวี้ พูดเสียงอ้อมแอ้ม “หมิงเอ๋อร์ขอให้ท่านพ่ออภัยให้ด้วยอภัยที่หมิงเอ๋
อร์ปิดบังเรื่องการหายตัวไปของน้องชายโดยที่ไม่ได้บอกท่านพ่อ…”
ต้วนเจิ้งมองยิ้มๆไปที่ต้วนชิงหมิง เขายกถ้วยนํ้าชาขึ้นมาแกว่งอย่างเบามือ กล่าวเสียงเรียบนิ่ง “ไม่รู้ว่าหมิงเอ๋อร์
ไปทำความผิดอะไรมา ถึงต้องให้พ่อยกโทษให้อย่างนั้นหรือ?”
เหตุที่ต้วนชิงหมิงไม่ได้บอกกล่าวเรื่องการตัวไปของต้วนอวี้เพราะว่านางกลัวต้วนเจิ้งเป็นห่วง แต่ว่าเขาไม่พบบุตร
ชายตั้งแต่เมื่อวานในฐานะที่เป็นท่านพ่อถือว่าเป็นการขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่งดังนั้นแม้ต้วนเจิ้งจะโกรธอย่างมากแต่
เขาก็ต้องเก็บความโกรธเอาไว้ก่อนด้วยอยากฟังคำอธิบายทั้งหมดจากบุตรสาวคนโตที่ทำอะไรรอบคอบอยู่เสมอ
ต้วนชิงหมิงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นบิดาด้วยความรู้สึกผิด “เมื่อคืนวานนี้น้องชายไม่ได้กลับจวนหมิงเอ๋อร์ก็
ร้อนรนใจเป็นอย่างยิ่งจนทำอะไรไม่ถูกจึงลืมไปว่าควรนำเรื่องนี้ไปบอกท่านพ่อก่อนเป็นอันดับแรกเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงอธิบายได้อย่างยอดเยี่ยมมีวาทศิลปข้อแรกนางเลือกสารภาพไปโดยตรงว่าต้วนอวี้ไม่ได้กลับมาเมื่อคืน
และนางร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูกข้อสองนางเลือกพูดว่าลืมแจ้งต้วนเจิ้งทันทีที่ทราบเรื่อง
คำอธิบายทั้งสองข้อสำหรับต้วนชิงหมิงนั้นมีทั้งจุดที่ถูกและจุดที่ไม่ถูก
ข้อแรกนางเป็นห่วงจนทำอะไรไม่ถูกข้อสองต้วนเจิ้งไม่อยู่ที่จวนจึงไม่รู้จะไปแจ้งเรื่องนี้ได้ที่ไหน
ต้วนเจิ้งฟังแล้วนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาเขามองไปยังบุตรีที่ยืดตัวขึ้นตรงเบื้องหน้า ไม่รู้ว่าจะเริ่มต่อว่านางจากตรงไหน
ดี
ฮูหยินติงโหรวเหลือบุตรชายบุตรสาวให้กับเขาเพียงคู่เดียวอีกอย่างความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ก็ยังแนบแน่นเป็น
อย่างยิ่ง ถ้าต้วนอวี้หายไปนางจะต้องร้อนรนใจเป็นอย่างมากหากสังเกตที่ดวงตาของต้วนชิงหมิงให้ดีจะเห็นเส้นเลือด
แดงกระจายอยู่ในตาขาวนั่นแสดงว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นางไม่ได้หลับไม่ได้นอนอย่างแน่นอน
สายตาคมของต้วนเจิ้งไล่มองไปยังต้วนอวี้ที่รูปร่างผอมกว่าต้วนชิงหมิงแม้เขาจะตัวเล็กแต่ยังคุกเข่ายืดหลังตรง
ยอมรับผิดเห็นทีช่วงที่ผ่านมาต้วนชิงหมิงต้องอบรมสั่งสอนต้วนอวี้มามิน้อยถึงได้มีท่าทางที่เข้มแข็งเช่นนี้
ต้วนเจิ้งในเวลานี้ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาเขาเลือกเดินเข้าไปจับลูกทั้งสองคนให้ยืนขึ้น และลูบหัวของต้วนอวี้
“อวี้เอ๋อร์ทำไมไม่รู้จักระวังหน่อย ดูสิไม่กลับจวนมาทั้งคืนพี่สาวเป็นห่วงมากขนาดไหน!”
การกลับมาของต้วนอวี้ในวันนี้ทุกคนในจวนต้วนต่างเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มาส่ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ได้ใช้ให้คนไปบอกกล่าวต้วนเจิ้งจนหมดสิ้นแล้วดังนั้นเขาจึงเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด… ทว่าเมื่อเห็นต้วนอวี้
ความโกรธในใจพลันพลุ่งพล่านขึ้นมา ไม่ว่าอีกฝั่ายเป็นใครก็แล้วแต่เขาไม่มีทางปล่อยให้มาทำร้ายลูกของเขาอย่าง
แน่นอน
ต้วนอวี้เลือกที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับต้วนเจิ้งได้รับรู้ยกเว้นเรื่องที่ชิวหนิงบีบบังคับ เขาไม่ได้เล่าออกไป
เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงต้วนอวี้หราน หากยังมีหลักฐานไม่เพียงพอยึดคำพูดจากชิวหนิงเพียงฝั่ายเดียวย่อมไม่อาจ
ทำลายต้วนอวี้หรานได้เขาจึงตัดสินใจเลือกที่จะอดทนรอต่อไป
ต้วนอวี้เล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างไม่รีบร้อนสถานที่ใดเขาเล่าได้ก็จะเล่าอย่างละเอียด สถานที่ใดไม่สะดวกเล่าก็เล่า
แบบข้ามๆไม่ลงรายละเอียด
พูดก็พูดเถอะที่ต้วนอวี้เล่าถ่วงเวลาแบบนี้ก็เพื่อรอให้ต้วนอวี้หรานมาถึง
กินปูนร้อนท้องนั้นเป็นสิ่งที่คนทำผิดมักหวาดกลัวบัดนี้ต้วนอวี้หรานได้ยินว่าต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงไปอยู่ที่ห้อง
อ่านหนังสือของต้วนเจิ้งนางจึงรีบตามมาทันที