การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 40 เรื่องที่ไม่อยากทำ
“ชิวเอ๋อร์คารวะนายท่าน คุณหนูใหญ่ คุณชายใหญ่อี๋เหนียง”
หลิวหรงเป็นคนดูแลจวนต้วนมาโดยตลอดบ่าวรับใช้คนนี้กล้าดียังไงเรียกนางเป็นคนสุดท้าย หลิวหรงเก็บความ
แค้นไว้ในใจ คิดอยู่ว่าบ่าวรับใช้นี่เป็นของใครจึงถามเสียงแหลม
“เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่?” นายท่านกำลังนั่งพักผ่อนในศาลาบ่าวรับใช้อย่างเจ้ากลับมารบกวน ไม่รู้ว่าเป็น
บ่าวรับใช้ที่ไร้มารยาทจากที่ไหน
ทุกคนหันไปมองเห็นบ่าวรับใช้ร่างกายซูบผอมยืนอยู่นอกศาลาในมือถือกล่องอาหารดูสะอาดสะอ้าน ท่าทาง
เหมือนจะมาส่งขนม
ต้วนเจิ้งขมวดคิ้วมองเขาไม่รู้สึกคุ้นหน้าชิวเอ๋อร์แม้แต่น้อย
“มีเรื่องอะไร?”
ชิวเอ๋อร์แม้จะกลัวเป็นอย่างมากแต่เพื่ออนาคตของเจ้านายของตน นางจึงรวบรวมความกล้าตอบอย่างหวาดกลัว
“เรียนนายท่าน บ่าวชื่อชิวเอ๋อร์ เป็นคนรับใช้จางอี๋เหนียงได้รับคำสั่งให้มาส่งขนมให้คุณชายใหญ่เจ้าค่ะ!”
จางอี๋เหนียงที่ขังตัวเองไว้ในเรือนไม่ยอมออกไปไหนเกือบสิบปีนั่นน่ะหรือ? ต้วนเจิ้งเหมือนจะนึกใบหน้าเล็กๆ ที่
งดงามได้เลือนราง
“นับว่ามีความตั้งใจดี!” จางอี๋เหนียงคนนี้เป็นบ่าวรับใช้ที่มาพร้อมกับติงโหรวเมื่อก่อนเคยได้รับความโปรดปราน
และเชื่อฟังฮูหยินเป็นอย่างดีแต่ว่าหลังจากที่แท้งลูกไปครั้งหนึ่ง นางก็สติไม่สมประกอบจึงค่อยๆถูกต้วนเจิ้งทอดทิ้ง
ชิวเอ๋อร์ทำความเคารพต้วนเจิ้งอีกครั้งเดินไปข้างหน้าช้าๆ คำพูดแต่ละคำเอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง
“อี๋เหนียงเคยเป็นคนรับใช้ข้างกายของฮูหยิน จึงใส่ใจคุณชายใหญ่เป็นธรรมดาอีกทั้งมักจะให้บ่าวนำขนมที่อี๋
เหนียงทำเองมาส่งให้เจ้าค่ะ!”
หน้าของหลิวหรงไม่พอใจขึ้นมาเป็นติงโหรวอีกแล้ว! วันนี้เกิดอะไรขึ้น ไปที่ไหนก็ได้ยินแต่ชื่อนางคนชั่วนั่น
เมื่อเห็นชิวเอ๋อร์สายตาต้วนอวี้เต็มไปด้วยความสุขเดิมทีเขาอยากจะเดินออกไปแต่เมื่อดูต้วนเจิ้งแล้วจึงนั่งลงไป
ตามเดิม
“ชิวเอ๋อร์ จางอี๋เหนียงให้เจ้ามาส่งขนมอะไรหรือ?”
ชิวเอ๋อร์หันไปทำความเคารพต้วนอวี้พูดยิ้มๆว่า
“อี๋เหนียงนึกถึงคุณชายใหญ่ตลอดรู้ว่าคุณชายใหญ่มักจะทานอาหารเช้าแต่น้อยจึงกลัวว่าคุณชายใหญ่จะหิวจึงให้
บ่าวนำขนมกุ้ยฮวามาส่งเจ้าค่ะ!”
สายตาของหลิวหรงแหลมคมราวกับคมมีดจับจ้องไปยังชิวเอ๋อร์เหมือนต้องการแล่เนื้อของบ่าวรับใช้ผู้นี้ออกมาที
ละนิด!กระทั่งต้วนอวี้ทานอาหารเช้าได้น้อยจางอี๋เหนียงก็รู้ด้วยหรือ? ดูท่าแล้วใช้ความคิดวางแผนมาไม่น้อย!
ทว่านางยังอยู่ในจวนต้วนเกรงว่าความคิดของจางอี๋เหนียงจะสูญเปล่าแล้ว!
ได้ยินคำพูดของชิวเอ๋อร์ ต้วนอวี้จึงตอบรับอย่างรีบร้อน
“จางอี๋เหนียงเป็นห่วงข้ามาก เรื่องนี้ข้าทราบดี ชิวเอ๋อร์……กลับไปฝากขอบใจจางอี๋เหนียงแทนข้าด้วย!”
อีกฝั่ายเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
“เมื่อตอนที่ฮูหยินยังมีชีวิตอยู่คอยดูแลบ่าวรับใช้ด้วยความเมตตาจางอี๋เหนียงเป็นห่วงคุณชายใหญ่จึงเป็นเรื่องที่
สมควรแล้วเจ้าค่ะ!” คำพูดที่เรียบง่ายเช่นนี้ของชิวเอ๋อร์คล้ายจะแฝงความนัยอยู่ไม่น้อยติงโหรวเมตตาบ่าวรับใช้ ต้วนอวี้
จึงได้รับการดูแล ส่วนหลิวหรงนั้นเทียบกับติงโหรวไม่ได้เลยสักนิด!
ติงโหรวๆๆๆ! หลิวหรงนึกถึงนิสัยที่อ่อนโยนมากไปด้วยแผนการของติงโหรวแววตาสีเข้มสาดประกายความ
อำมหิตต้องมีสักวันที่นางจะกำจัดสายเลือดที่ติงโหรวเหลือไว้ให้สิ้นซาก!
ชิวเอ๋อร์แม้จะร่างเล็กผอมแห้งแต่มือไม้เร็วมาก ระหว่างที่พูดไปก็ใช้มือเช็ดทำความสะอาดโต๊ะจากนั้นนำกล่องขน
มกุ้ยฮวาจัดเรียงออกมาทีละอย่าง
ต้วนอวี้ดีใจเป็นที่สุดหลังจากให้แม่นมเช็ดมือให้จึงค่อยๆ ใช้ตะเกียบหนีบขนมขึ้นมาสองชิ้นอย่างระมัดระวังวางไว้
ที่จานใบเล็กแล้วยกไปให้ต้วนเจิ้ง พูดอย่างไร้เดียงสาว่า
“ท่านพ่อลองชิมดูขอรับ ขนมที่จางอี๋เหนียงทำอร่อยมากเลย!”
ต้วนเจิ้งมองไปยังขนมในจานที่ต้วนอวี้เอามาให้เขาไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของลูกชายจึงคีบตะเกียบชิมไป
หนึ่งคำหยุดครู่หนึ่งแล้วค่อยชิมอีกหนึ่งคำจากนั้นสายตาของต้วนเจิ้งก็มีแววตาที่คาดไม่ถึงปรากฏออกมา
“รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว!”
หลิวหรงที่อยู่ด้านหลังโกรธจัดจางอี๋เหนียงกล้าดียังไงให้บ่าวเอาขนมมาส่งให้ตอนที่ต้วนเจิ้งอยู่ที่นี่สงสัยนางจะใช้
ชีวิตสงบเกินไปแล้ว!
แต่ไม่ว่าข้างในจะรู้สึกโกรธแค่ไหนต่อหน้าหลิวหรงได้แต่ทำเหมือนไม่มีอะไร นางเดินขึ้นไปข้างหน้าฝืนใจพูดว่า
“นายท่านบอกว่าอร่อยแสดงว่าต้องอร่อยจริงๆ ขอให้ปีเซี่ยได้ชิมด้วยเถอะ!”
แม้คำพูดจะดูไพเราะแต่ทั้งหมดเป็นการกัดฟันพูดออกมาในที่สุดหลิงหรงเข้าใจแล้วว่าทำไมต้วนชิงหมิงถึงต้องพูด
ถึงติงโหรวก็เพราะต้องการปูทางให้จางอี๋เหนียง! ทว่านางยังอยู่ที่นี่ ดิ้นรนอย่างไรจางอี๋เหนียงก็ไม่มีวันได้เกิด!
ต้วนชิงหมิงมองขนมที่หลิวหรงคิดว่าเป็นตัวแทนจางอี๋เหนียงจึงกัดไปด้วยความสะใจหลิวหรงเอ๋ย……ไม่ว่าขนมนี้
รสชาติจะอร่อยเพียงใด แต่อยู่ในปากเจ้าคงขมปีน่าดู?
ต้วนเจิ้งทานไปหนึ่งชิ้นจากนั้นเช็ดมือพลางหันมาถามต้วนอวี้
“วันนี้ตอนเช้าเจ้าไม่ได้ทานอาหารหรือ?” ต้วนอวี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มรีบคุกเข่าลง
“ท่านพ่อ เมื่อคืนต้วนอวี้ปวดท้องทั้งคืน วันนี้จึงไม่ค่อยอยากอาหารขอรับ!”
ต้วนเจิ้งสีหน้าเคร่งเครียด
“ทำไมไม่ไปเชิญหมอมารักษา?” น่าขันสิ้นดีเป็นถึงคุณชายใหญ่กลับไม่กล้าไปเชิญหมอ ทั้งยังทนปวดทั้งคืน?
แล้วจะมีบ่าวรับใช้ไว้ทำไมกัน?
ต้วนเจิ้งเบนสายตามายังแม่นมนางจึงรีบคุกเข่าทันที
“เรียนนายท่าน คุณชายใหญ่ปวดท้องทั้งคืนบ่าวรีบไปเชิญหมอ แต่แม่นมจวนหลิวอี๋เหนียงกลับพูดว่า……”
แม่นมอึกอักอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา!
หลิวหรงได้ยินเช่นนั้นใจเต้นตุบๆเมื่อคืนต้วนเจิ้งมาพักที่เรือนของนาง มีบ่าวมารายงานว่าต้วนอวี้ไม่ค่อยสบายแต่
นางกำลังปรนนิบัติต้วนเจิ้งอยู่จึงไม่ได้สนใจเลยให้แม่นมหวางไล่กลับไป!
ตอนนี้เมื่อได้ยินแม่นมของต้วนอวี้พูดถึงนางหลิวหรงพลันใจร้อนขึ้นมา รีบส่งสายตาไปให้แม่นมหวาง
แม่นมหวางจึงรีบเดินไปข้างหน้าพูดเสียงดุดัน
“เมื่อคืนนี้บ่าวอยู่ในเรือนกับหลิวอี๋เหนียงตลอดทำไมไม่เห็นได้ยินว่ามีคนปั่วย จะต้องเป็นแม่นมของคุณชายใหญ่
แอบขี้เกียจจึงโยนปัญหานี้มาให้หลิวอี๋เหนียงเจ้าค่ะ!”
แม่นมหวางพูดไปก็ก้มหน้ามองแม่นมของต้วนอวี้ พูดทีละคำอย่างชัดเจน
“เป็นถึงแม่นมคุณชายใหญ่แต่กลับละเลยหน้าที่ ถ้าไม่ลงโทษเจ้าอี๋เหนียงจะรายงานนายท่านได้อย่างไร? ใครก็ได้
เอาแม่นมผู้นี้ไปโบยสามสิบที!”
แม่นมหวางถือดีว่าเป็นคนของหลิวหรงจึงใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเคยตัวเมื่อเห็นว่าแม่นมผู้นี้ใส่ร้ายหลิวหรงจึงคิด
จะลงโทษให้หนัก!
เมื่อเห็นแม่นมถูกทำโทษต้วนอวี้ก็รีบร้อนจะลุกขึ้นไปช่วยทว่าโดนต้วนชิงหมิงใช้สายตาห้ามไว้จึงกลับไปนั่งที่เดิม
ด้วยความตกใจ
แม่นมหวางปกติพูดคำไหนคำนั้นโบกมือเพียงครั้งหนึ่ง บ่าวรับใช้จึงรีบไปลากแม่นมของต้วนอวี้ออกไป
ถึงตอนนี้กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“เป็นแค่แม่นมของอี๋เหนียง กล้าดียังไงมาลงโทษแม่นมของคุณชายใหญ่อำนาจของหลิวอี๋เหนียงมากเสียเหลือ
เกิน!”
เมื่อหันไปมองจึงพบไปั๋หย่วนฮ่าวที่กำลังลุกขึ้นเขาทำความเคารพต้วนเจิ้งก่อนจะเอ่ยต่อนิ่งๆ
“แม่นมที่ดูแลจัดการจวนทั้งยังมีอำนาจเหนือใคร หย่วนฮ่าวพึ่งเห็นเป็นครั้งแรก!” ไปั๋หย่วนฮ่าวไม่ชอบที่ต้วนชิงห
มิงไม่สนใจเขานับเป็นเรื่องหนึ่งแต่การถูกต้วนอวี้หรานตามติดไม่เลิกเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดเขาเห็นถึงการกระทำทั้งหมด
ของต้วนชิงหมิงและรู้ว่านางจะไม่นิ่งดูดายดังนั้นจึงกล้าที่จะล่วงเกินหลิวหรงเพื่อที่จะช่วยนางสักครั้ง!
คำพูดของไปั๋หย่วนฮ่าวทำให้แม่นมหวางหน้าซีดไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
การทำเกินหน้าที่ถือว่าเป็นข้อห้ามของบ่าวรับใช้ปกติไม่มีใครกล้าพูดอะไรแต่แม่นมหวางที่คิดจะปกปั้องเจ้านายก
ลับข้ามเส้นข้อห้ามที่มี!
…
[1]ขนมกุ้ยฮวา ทำมาจากแปั้งหมี่ขาวและนํ้าตาล ทรงสี่เหลี่ยมหรือกลมลักษณะสีขาวคล้ายขนมโก๋