การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 43 ไม่ยอม
บรรยากาศภายในศาลาเล็กอึมครึมลงทันที ทำให้คนที่นั่งอยู่รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นต้วนเจิ้งโกรธ
ไปั๋หย่วนฮ่าวเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดีว่าสาเหตุมาจากต้วนอวี้หรานหาใช่ธุระของเขาไม่ ขยับลุกขึ้นยืนพลาง
หันไปมองยังต้วนชิงหมิงปราดหนึ่งก่อนขอตัวลาออกไป
ส่วนหลิวยวนก็ตามต้วนอวี้ออกไปสักพักแล้ว ในศาลาจึงเหลือเพียงต้วนเจิ้ง ต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หราน และหลิวห
รง
บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่นอกศาลาได้แต่ยืนนิ่งเงียบปราศจากสุ้มเสียง ไม่กล้าแม้แต่หายใจเสียงดัง ทว่าเมื่อมองเข้าไปใน
ศาลาเห็นต้วนอวี้หรานก้มหน้าคุกเข่าลงอยู่เป็นนาน ครั้นจะขยับกายก็ถูกต้วนเจิ้งจ้องเขม็งจนไม่กล้าขยับเขยื้อน กระทั่ง
หายใจก็หายใจไม่ออก
สีหน้าและแววตาของต้วนเจิ้งที่กำลังเดือดดาลระคนรู้สึกผิดหวัง เห็นเขาสูดอากาศเข้าออกลึกจนหน้าอกขยับขึ้น
ลงตามแรงหายใจ ละม้ายกำลังข่มความโกรธเอาไว้
แววตาเหี้ยมเกรียมผุดวาบขึ้นในดวงตาของหลิวหรงขณะจ้องมองไปยังต้วนชิงหมิงด้วยความชิงชัง เห็นเพียงนาง
ที่นั่งนิ่งมองกลับมา ทว่าสายตาที่มองตอบมานั้นละม้ายเย้ยหยันและท้าทายในคราวเดียวกัน
แต่ไรมาต้วนชิงหมิงมีนิสัยขี้กลัว เหตุใดช่วงนี้ถึงมีท่าทีที่แปลกไป นางสงบนิ่งขึ้น หลิวหรงคิดไม่ตก ไหนจะเรื่อง
ของต้วนอวี้อีกเล่า นางไม่เพียงแต่สอนเขาได้ดี ยังทำให้ทุกคนต่างมองนางเปลี่ยนไป!
หลิวหรงอดคิดไม่ได้ว่า ต้วนชิงหมิงที่ฉลาดเฉลียวและเยือกเย็นคนนี้ จะยังขลาดกลัวยามเมื่อมองหน้าของนางอยู่
หรือไม่?
ครั้นมองไปยังบุตรสาวที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น สีหน้าแห่งความสิ้นหวังพลันฉายวาบขึ้นมา
ปกติต้วนอวี้หรานมีนางคอยดูแลและอบรมสั่งสอน แม้บุตรสาวเพียงคนเดียวของนางจะมีนิสัยเอาแต่ใจไปบ้าง
แต่ก็ไม่เคยสร้างเรื่องเดือดร้อนใหญ่โต ทั้งในจวนต้วนยังเป็นคนของนางทั้งสิ้น จะเป็นไปได้เช่นไร!
คาดไม่ถึงว่าเล่ห์เหลี่ยมที่ต้วนชิงหมิงใช้ในวันนี้จะทำให้นางพลาดพลั้ง แสดงความโกรธเกลียดออกมา เพียงแค่
เอ่ยถึงจางอี๋เหนียงเท่านั้น อีกทั้งนางยังสามารถกล่าววาจาขอใช้อำนาจจากต้วนเจิ้งลงโทษแม่นมหวาง จนได้รับคำ
ชมเชยจากเขาได้อย่างสบาย
ถ้าต้วนชิงหมิงหยุดแค่นี้หลิวหรงอาจจะพลิกสถานการณ์ได้ น่าเสียดายที่อีกฝั่ายไม่เปิดโอกาสให้นางได้พักหายใจ
หายคอ ยังจัดการให้บุตรสาวคนเดียวของนาง ขายหน้าต่อคนอื่นอีกครั้ง!
ทว่าไม่มีคำกล่าววาจาต่อว่าสักประโยคหลุดออกจากปากของต้วนชิงหมิง ยิ่งไปกว่านั้นนางยังช่วยแก้ปัญหาอย่าง
กระตือรือร้น และนั่งดูด้วยท่าทางนิ่งสงบไม่มีท่าทีกระวนกระวายใดๆ!
ครั้งนี้หลิวหรงยอมรับว่าต้วนชิงหมิงวางแผนได้เป็นอย่างดี
แต่เล่ห์เหลี่ยมเพียงเท่านี้ มีหรือจะโค่นนางได้? ดูถูกนางเกินไปแล้ว
ต้วนชิงหมิง! เจ้าจงจำเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้หมดทุกสิ่ง อย่าให้ตกหล่นแม้สักเรื่องเดียว เจ้าต้องชำระคืนเป็นสอง
เท่า ก่อนที่ข้าจะส่งเจ้าลงสู่ปรโลกชั่วกัปชั่วกัลป หลิวหรงสาบานในใจ
เวลาเดียวกัน ขณะที่หลิวหรงกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ต้วนชิงหมิงกลับมีท่าทีสบายๆ สงสารเพียงต้วนอวี้หรา
นคุกเข่าอยู่ที่พื้น แต่นางกลับทำอะไรไม่ได้
ผ่านไปชั่วครู่ มีบ่าวรับใช้มารายงานว่าการลงโทษเสร็จสิ้นแล้ว!
เมื่อมองออกไปด้านนอกศาลา เห็นแม่นมหวางเลือดเต็มตัวกำลังถูกประคองขึ้นมา “โอ๊ยๆๆๆ” เพียงขยับก็ร้อง
ออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ร่างกายแม่นมหวางโชกด้วยเลือด ในใจหลิวหรงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นจนแทบ
ทะลักออกมา
นางหยุดเว้นจังหวะแล้วเดินไปข้างหน้าหมายจะช่วยประคอง แต่แม่นมหวางส่งสายตาให้หยุดพลางพยุงร่างกายที่
แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงมาคุกเขาที่หน้าศาลา
“บ่าวขอบคุณนายท่าน ขอบคุณคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ”
ทว่าคำ ‘ขอบคุณ’ กลับเต็มไปด้วยเลือดและความเคียดแค้นชิงชัง
ต้วนชิงหมิงมองสบตาแม่นมหวาง มุมปากของนางโค้งขึ้นน้อยๆ เอ่ยอย่างเชื่องช้า “เหตุการณ์ในวันนี้หวังว่าแม่
นมหวางจะถือเป็นบทเรียน ต่อไปจะได้ไม่ทำเรื่องที่ข้ามหน้าข้ามตาท่านพ่ออีก”
วาจาเมื่อครู่ของต้วนชิงหมิงทำให้แม่นมหวางเคียดแค้นเป็นที่สุด ทำได้เพียงกัดฟันกล่าวตอบ
“บ่าวขอบคุณคุณหนูใหญ่……ที่สั่งสอน……” พูดยังไม่ทันจบก็ร้อง “โอ๊ยๆๆๆ” ออกมาด้วยความเจ็บปวด
ต้วนชิงหมิงมองด้วยสายตาเย็นชาพลางยกยิ้มเย้ยหยัน……ยังร้องออกมาได้ แสดงว่าไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างนั้น
หรือ?
สิ่งที่นางทำในวันนี้เพื่อต้องการให้หลิวหรงรู้ว่า ไม่ว่าใครที่มาขวางทาง นางพร้อมจะส่งคนเหล่านั้นไปยังปรโลก!
แม่นมหวางที่ถูกโบยไปสามสิบทีเจ็บปวดปานจะขาดใจ สติสัมปชัญญะค่อยๆ ดับวูบลง ครู่เดียวก็สะดุ้งเฮือกตื่น
ขึ้นอีกคราเมื่อโดนนํ้าเย็นสาด บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเข้ามาประคองแม่นมหวางให้มากล่าวขอบคุณ ทั้งร่างโชก
เลือดที่แม้เพียงขยับก็เห็นเลือดไหลหยดลงมาบนพื้นไม่หยุด!
ต้วนอวี้หรานที่คุกเข่าอยู่ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพแม่นม
“แม่นมหวาง เจ้าเป็นอะไรไป……ใครทำอะไรเจ้า”
ตั้งแต่นางรู้ความมา แม่นมหวางถือเป็นคนสนิทของหลิวหรง คอยดูแลปฏิบัติรับใช้นางเป็นอย่างดี อีกทั้งมีหลิวห
รงคอยให้ท้ายนางจึงทำอะไรได้ตามอำเภอใจ จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร?
ร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดและเปียกปอนด้วยนํ้า ทำให้แม่นมหวางหมดความหยิ่งยโสเช่นเคย ดูท่าแล้วนางคง
ต้องเจอเรื่องใหญ่มา
จวนต้วนแห่งนี้นอกจากหลิวหรงก็เป็นต้วนเจิ้งที่มีอำนาจมากที่สุด ถ้าไม่ใช่ต้วนเจิ้งสั่ง เป็นใครกันที่กล้าจัดการแม่
นมหวาง?
ต้วนอวี้หรานย่นหัวคิ้วเข้าหากันภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธ ทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อช่วยระบายความแค้นให้อีก
ฝั่าย
เมื่อเห็นว่านางทำท่าจะลุกขึ้น “คุณหนู บ่าว……โอ๊ย……บ่าวไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” แม่นมหวางก้มหน้าพูดกับต้วนอวี้
หรานเสียงเบา ด้วยกลัวว่านางจะสร้างปัญหาขึ้นอีก พลันเหลือบมองไปที่ใบหน้าดุดันของตวนเจิ้ง ก็พอจะเดาได้ว่าคุณ
หนูของนางต้องทำให้ต้วนเจิ้งโกรธเป็นแน่
แต่ไหนแต่ไรมา แม่นมหวางนางชอบลงโทษผู้อื่นเป็นนิจ ไฉนจะรับรู้รสชาติการถูกลงโทษ?
ถ้าให้บ่าวรับใช้ในจวนเป็นผู้ลงโทษโบยสามสิบที เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าออกแรงเต็มกำลัง กลับเป็นคนของเถี่ยเฟิง
ทำให้แต่ละครั้งที่โบยนั้นเต็มแรงไม่ยั้งมือ แม่นมหวางที่อายุมากแล้วจะทนได้อย่างไร ดังนั้นสามสิบทีที่โดนราวกับจะเอา
ชีวิตของนางไปด้วยเสียอย่างนั้น!
สภาพอเนจอนาถของแม่นมหวาง ทำให้ใบหน้าของหลิวหรงที่ยืนอยู่ด้านหลังของต้วนเจิ้งซีดขาวราวกับกระดาษ
ทว่าในศาลาแห่งนี้กลับมีเพียงต้วนชิงหมิงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อน
ต้วนอวี้หรานบังเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง ต่อให้โง่เขลาเบาปัญญาปานใดก็รู้ได้ว่าท่านแม่ของนางกับต้วนชิงหมิงไม่
ลงรอยกัน สายตาที่เย็นชาแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมของต้วนชิงหมิงยามมองไปเบื้องหน้า จึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนการ
ของนาง เป็นต้วนชิงหมิงที่เป็นคนสร้างเรื่อง
ต้วนอวี้หรานใช้สองมือค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นจากพื้นเดินรี่ไปทางต้วนชิงหมิง หยุดยืนตรงหน้าพลางยกมือขึ้นตบ
ไปที่หน้าอีกฝั่ายเต็มแรงดังเพียะ!
“ต้วนชิงหมิง……นางคนชั่ว กล้าดียังไงมาเล่นงานท่านแม่ของข้า!”
นางออกแรงตบสุดกำลังด้วยความเจ็บใจ……ทว่าต้วนชิงหมิงจงใจไม่หลบฝั่ามือนั้น ครั้นต้วนอวี้หรานดึงมือกลับ
พลันเห็นใบหน้าของอีกฝั่ายเป็นรอยมือแดงห้านิ้วขึ้นมาอย่างชัดเจน
ดูคล้ายต้วนชิงหมิงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ร้องเจ็บและไม่มีนํ้าตา ได้แต่มองไปยังต้วนอวี้หราน พูดอึกอักเสียง
เครือ
“พี่สาวดูแลเจ้าอย่างดี……ทำไมเจ้า……ตบพี่?”
สายลมกระแสหนึ่งพัดผ่านพาให้ผมที่เกล้าไว้คลายลงเห็นถึงใบหน้าแดงกํ่าดูท้อแท้และสิ้นหวังของต้วนชิงหมิงส่ง
ผ่านไปถึงต้วนเจิ้ง
“บังอาจ!!!” ต้วนเจิ้งยิ่งโกรธมากขึ้น ยกมือตบลงไปที่โต๊ะหินแข็งเต็มแรงราวกับอยากให้แตกออกจากกันเสียให้ได้
ครั้งนี้หลิวหรงตระหนกตกใจไม่น้อย ลนลานรีบวิ่งไปคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นสามี
“นายท่านใจเย็นๆ เจ้าค่ะ อวี้หรานอายุยังน้อย……”
หลิวหรงร้องไห้และใช้สายตาที่น่าสงสารมองไปยังต้วนเจิ้ง ทว่าตอนนี้เขาบันดาลโทสะอยู่ไฉนจะมีอารมณ์มา
สนใจ มองหลิวหรงปราดหนึ่งด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าเป็นคนสั่งสอนนาง……คงไม่ต้องพูดถึงชิงหมิง ถ้าเอามาเปรียบกับต้วนอวี้นั้น อวี้หรานยังอายุมากกว่า!”
คำพูดนี้ของต้วนเจิ้งทำให้หลิวหรงหน้าชาในทันที
แม้ว่าหลิวหรงอยากจะมองค้อนไปที่ต้วนชิงหมิง แต่นางรู้ว่าต้วนเจิ้งยังอยู่! เมื่อครู่ยามที่ต้วนอวี้หรานสร้างเรื่อง
นางไม่ได้เข้าไปช่วยเพราะคิดว่าเรื่องในวันนี้วุ่นวายไปหมดแล้ว ถ้านางยังกล้าขอร้องอาจถูกต้วนชิงหมิงใช้โอกาสนั้นยุยง
ไม่แน่ว่าต้วนเจิ้งจะลงโทษหนักกว่านี้