การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 42 หลิวหรงถูกกักตัว
“ความหมายของหลิวอี๋เหนียงคือแม่นมหวางไม่มีความผิดหรือ?”
นํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงเอ่ยขึ้น ทำเอานางสะดุ้งด้วยความตกใจ พลันเงยหน้าขึ้นมอง พบสายตาเย็นชาโกรธแค้น
มองกลับมา ละม้ายจะเฉือนนางเป็นชิ้นๆ คาดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวที่อายุยังไม่ถึงสิบปีจะมีสายตาเคียดแค้นได้ถึงเพียงนี้
หลิวหรงตระหนกตกใจจนพูดอะไรไม่ออกขณะที่ต้วนชิงหมิงเบือนหน้ายิ้มเยาะเย้ย
“บ่าวรับใช้ทำผิด นายหญิงกลับปกปั้อง เช่นนั้นกฎในจวนต้วนจะมีไว้ให้ใครเคารพ?”
หลิวหรงยังคงนิ่งงันหาคำพูดไม่เจอดุจเดิม ต้วนชิงหมิงกำลังช่วยนางโดยการลงโทษแม่นมหวางแทนให้ หากยังไม่
รับนํ้าใจนี้ นางจะดูแลจัดการจวนต้วนต่อไปได้อย่างไร?
หลิวหรงทำได้เพียงฝืนยิ้มออกมา ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
“ขอบคุณคุณหนูใหญ่ที่ชี้แนะ”
ต้วนชิงหมิง! เจ้าบังอาจมาลงโทษคนของข้า วันข้างหน้าข้าจะให้เจ้าเจ็บยิ่งกว่านางเป็นร้อยเท่าพันเท่า!
เมื่อถึงตรงนี้ต้วนเจิ้งเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า มองไปยังต้วนอวี้ที่ท่าทีเหมือนอยากจะออกไปจากตรงนี้เต็มที ทว่าสายตา
ต้วนชิงหมิงกลับชะเง้อมองไปข้างหน้าคล้ายกำลังรอการมาของใครบางคน
ผ่านไปครู่เดียวต้วนอวี้หรานก็วิ่งเข้ามาในศาลาหยุดตรงหน้าต้วนชิงหมิง มือเล็กๆ ยกขึ้นชี้หน้านาง
“ต้วนชิงหมิง เจ้าทำเรื่องงามหน้าไว้อีกแล้ว!”
นางขมวดคิ้วเล็กน้อยมองไปทางต้วนอวี้หราน เอ่ยตอบอย่างสนิทสนม
“โอ้……น้องอวี้หราน ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ได้”
ละครฉากใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น และตัวละครหลักก็คือต้วนอวี้หราน!
แม่นมของต้วนอวี้ดันหลังให้เขาเดินขึ้นไปข้างหน้า เด็กน้อยพูดอย่างอึกอัก
“ต้วนอวี้ทำความเคารพพี่รอง!”
ทุกคนต่างรู้ว่าต้วนอวี้หรานกำลังโกรธจัด เมื่อเห็นต้วนอวี้เดินมาใกล้นางจึงใช้แรงผลักเขาออกไป
“หลบไปเจ้าเด็กบ้า!” ต้วนอวี้ถูกนางผลักล้มลงไปกองกับพื้น เด็กน้อยเบะปากใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสี ทว่ายังไม่ได้
ร้องไห้ออกมา ต้วนเจิ้งเมื่อเห็นต้วนอวี้หรานทำเช่นนั้นพลันโกรธเกรี้ยว
“บังอาจ!!!”
ต้วนอวี้หรานได้ยินเช่นนั้นถึงได้สติว่าในศาลามีคนนั่งเต็มไปหมด นางร้องไห้เสียงดังในชั่วพริบตา
“ท่านพ่อต้องให้ความเป็นธรรมกับลูก พี่หญิงแกล้งลูก!”
เขาไม่สนใจบุตรสาวคนรองกลับกวักมือเรียกให้ต้วนอวี้เข้ามาหา ถามไถ่ถึงอาการด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่?”
ถูกผลักตอนที่ไม่ได้ตั้งตัว ทำให้เขาล้มลงไปอย่างแรง เด็กน้อยในยามนี้มือหนึ่งขยี้ตา มือหนึ่งลูบก้น
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่ากล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นผู้เป็นบิดามีแววตาดุดันสีหน้าไม่พอใจ ต้วนชิงหมิงแอบส่งสายตา
ทำให้เขามีความกล้าขึ้นมา เด็กน้อยขยับไปยืนตรงหน้าต้วนเจิ้งด้วยท่าทีอกผายไหล่ผึ่ง พูดเสียงดัง
“ต้วนอวี้ไม่เจ็บ พี่สาวบอกว่าเป็นลูกท่านแม่ทัพใหญ่ต้วนจะต้องไม่อ่อนแอ!”
แววตาที่ดุดันของต้วนเจิ้งพลันมีรอยยิ้มขึ้นมา ทว่าสีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไป พลางหันไปกำลังจะเอ่ยปากบอก
ให้แม่นมของต้วนอวี้พาเขากลับไปพัก แต่คาดไม่ถึงว่าสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของบุตรชายจะเปลี่ยนไปได้อย่าง
รวดเร็ว
ต้วนเจิ้งยกมือขึ้นปัดไปที่กางเกงของต้วนอวี้ พบว่าก้นบวมขึ้นเพราะล้มไปกระแทกเข้ากับก้อนหิน เขาจึงสั่งให้แม่
นมพาต้วนอวี้ไปใส่ยา พลางหันไปตบโต๊ะพูดเสียงดัง
“ต้วนอวี้หราน เจ้าไม่มีสมองหรือไร ต้วนอวี้เป็นน้องชายเจ้า ทำไมถึงทำแบบนี้กับน้อง?”
ถ้าต้วนอวี้เป็นเด็กบ้าแล้วเจ้าเป็นอะไร นอกจากเด็กบ้าเหมือนกัน?
สิ่งที่ต้วนเจิ้งรับไม่ได้ที่สุดก็คือ ต้วนอวี้หรานที่ดูฉลาดเฉลียวกลับทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ต้วนอวี้เดินมาแสดงความ
เคารพ แต่นางกลับไม่ หรือมองไม่เห็นเขาที่เป็นบิดาอย่างนั้นหรือ?
เมื่อถูกผู้เป็นบิดาดุด่า นางแทบจะถอยหลังกลับแทบไม่ทัน ใบหน้างามขาวซีดราวกับกระดาษ เมื่อเห็นหลิวหรงที่
อยู่หลังต้วนเจิ้งส่งสายตาให้ นางจึงรีบเดินไปขอโทษ
“ท่านพ่อ อวี้หรานผิดไปแล้ว อวี้หรานไม่รู้ว่าท่านพ่ออยู่ที่นี่จึงเพิกเฉยไป!”
ใครจะไม่รู้! คำขอโทษของต้วนอวี้หรานไม่มีความจริงใจแม้แต่น้อย ส่วนสิ่งที่ทำให้ต้วนเจิ้งโกรธขึ้นไปอีกคือต้วนอ
วี้หรานมองข้ามหัวเขา ยังกล้าชี้หน้าด่าต้วนชิงหมิงและผลักต้วนอวี้ เรื่องน้องสาวกดขี่พี่สาวคงเกิดขึ้นเป็นประจำตอนที่
เขาไม่ได้อยู่ในจวนใช่หรือไม่?
ต้วนอวี้หรานมองไปทางต้วนชิงหมิงด้วยความเกลียดชัง ชี้หน้านาง “เพราะเจ้านั่นแหละ!”
ยิ่งเห็นยิ่งโกรธเป็นทวีคูณ เขาตวาดลั่น
“เถียเฟิง ใช้กฎจวนลงโทษนาง!”
ทว่าเมื่อผู้เป็นมารดาได้ยินว่าจะใช้กฎในจวนลงโทษ นางไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว รีบวิ่งไปคุกเข่า
ขอร้องอ้อนวอนด้วยความตกใจ
“นายท่าน……”
ยิ่งเห็นหลิวหรงขอร้องให้อวี้หราน เขายิ่งรู้สึกทนไม่ได้
“เจ้าดูลูกสาวที่เจ้าเลี้ยงมาสิ แล้วดูชิงหมิง!”
แววตาของหลิวหรงมีประกายความเคียดแค้นเผยออกมาอย่างปิดไม่มิด นางคิดไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะทนได้
ขนาดนี้ เล่ห์เหลี่ยมของนางทำไมมากมายเช่นนี้ ช่างไม่เหมือนกับเด็กน้อยคนหนึ่งเลย
เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะต้วนชิงหมิง ดีมาก นางทำได้ดีมาก!
พลางปรายตามองไปยังต้วนชิงหมิงด้วยสายตาเคียดแค้นระคนสงสัยในคราเดียวกัน เด็กสาวตรงหน้ากล้าลงมือ
และจัดการทุกเรื่องได้อย่างรอบคอบ นางรู้สึกคล้ายว่าอีกฝั่ายเปลี่ยนไปไม่เหมือนดังกาลก่อนที่ไร้ประโยชน์ หวาดกลัวไป
เสียทุกเรื่องและกลัวตายเป็นที่สุด
พูดได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มากเกินไป!
เด็กสาวเดินไปตรงหน้าต้วนเจิ้งด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
“ท่านพ่อให้น้องอวี้หรานอธิบายให้ชัดเจนเสียก่อน บางทีอาจจะเป็นความผิดของลูกก็ได้ แต่ลูกไม่รู้ว่าผิดตรงที่
ใด!”
นางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้านิ่งเฉย ผิดกับต้วนอวี้หรานที่ใบหน้าบูดเบี้ยวจากความโกรธ
“ไม่เคารพผู้ใหญ่เป็นความผิดของนาง ยังจะต้องพูดอะไรอีก?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเล็กน้อย
“ท่านพ่อเคยสอนลูกว่าต้องจัดการทีละเรื่อง อย่าเอาเรื่องต่างๆ มาตัดสินร่วมกัน ครั้งนี้อวี้หรานมาหาลูก ท่านพ่อ
ควรให้นางอธิบายให้ชัดเจน ส่วนเรื่องไม่เคารพผู้ใหญ่ ท่านพ่อค่อยสืบสาวราวเรื่องได้ไหมเจ้าคะ?”
คำพูดของนางชัดเจนทั้งยังตรงประเด็น นางกำลังช่วยพูดขอร้องให้ต้วนอวี้หราน ทว่ายังไม่ลืมเตือนให้ต้วนเจิ้งอ
ย่าลืมจัดการต้วนอวี้หรานที่ไม่เคารพผู้ใหญ่
ทางด้านหลิวหรงฟังแล้วได้แต่กัดฟันกรอด ไม่สามารถตอบโต้กลับไปได้!
ต้วนชิงหมิงก้าวเดินไปและหยุดตรงหน้าผู้เป็นน้องสาวต่างมารดา
“อวี้หราน พี่สาวอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรที่พี่สาวคนนี้ทำไม่ถูก ทำให้เจ้าเข้ามาต่อว่าเช่นนี้?”
ต้วนชิงหมิงก้มหน้าลงพูดกระซิบเสียงเบาได้ยินเพียงสองคน
“น้องสาว ถ้าท่านแม่ไม่อยู่แล้ว ใครกันที่จะคอยดูแลเจ้า?” ได้ยินคำพูดต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หรานที่ก้มหน้าอยู่
โกรธเดือดดาลขึ้นมาทันที
“ต้วนชิงหมิง เจ้านี่มัน……”
นางหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นต้วนเจิ้งที่จ้องเขม็งอยู่ รีบเปลี่ยนคำพูด
“ต้วนชิงหมิง ทำไมเจ้าให้คนพูดไปทั่วว่าข้าแย่งของเจ้ามา? ที่จริงของเหล่านั้นเป็นของที่เจ้าไม่ต้องการแล้วถึงให้
ข้า……ทำไมต้องทำเช่นนี้?”
วันนี้ตอนที่ต้วนอวี้หรานออกจากเรือน ได้ยินบ่าวรับใช้สองคนพูดว่าคุณหนูรองใช้อำนาจบาตรใหญ่จากอี๋เหนียง
ไปแย่งของคุณหนูใหญ่ ดูท่าคุณหนูใหญ่ไม่มีทางได้คืนมาเป็นแน่!
ต้วนอวี้หรานได้ฟังพลันเดือดดาลขึ้นทันที รับไม่ได้กับคำกล่าวว่าเช่นนี้ จึงลงโทษบ่าวทั้งสองอย่างรุนแรง เมื่อรู้ว่า
ต้วนชิงหมิงอยู่ที่ศาลาจึงวิ่งตามมาทันที
แม้รู้ว่าในศาลามีคนอยู่ แต่เมื่อนางมองมาตำแหน่งที่ต้วนชิงหมิงนั่งบังต้วนเจิ้งมิดพอดี อีกทั้งนางใช้ผ้าเช็ดหน้า
ปิดปากมอง ประจวบเหมาะกับที่ไปั๋หย่วนฮ่าวยิ้มเยาะเย้ยจึงคิดว่าต้วนชิงหมิงกำลังสมรู้ร่วมคิดกับเขา นางโกรธจนลม
ออกหู ลืมดูไปว่ามีใครอยู่บ้าง
ดังนั้นจึงถูกต้วนเจิ้งเห็นเรื่องทั้งหมดพอดี