การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 47 จุดจบของการทรยศ
แม่นมหลี่ลุกขึ้นพร้อมด้วยแววตาที่เป็นประกาย ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญหลิวหรงคงไม่มั่นใจใช้แม่นมผู้นี้ไปทำ ทั้งแม่
นมหลี่และแม่นมหวางต่างเข้าจวนมาพร้อมกับหลิวหรง แต่ปกติหลิวหรงจะเชื่อใจและเรียกหาแม่นมหวางเป็นประจำ
ด้วยเพราะนางเป็นแม่นมของนาง
ทว่าตอนนี้แม่นมหวางบาดเจ็บนอนอยู่บนเตียง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่นางจะทำให้หลิวหรงเชื่อใจ ต่อจากนี้ไป
ตำแหน่งของแม่นมหวางก็จะถูกนางแทนที่
ส่วนเรื่องที่หลิวหรงโดนกักบริเวณถูกห้ามพูดถึง
เพราะนางดูแลจัดการจวนต้วนมาหลายปี คงไม่ยอมเสียอำนาจนี้ไปโดยง่าย ดังนั้นเรื่องการถูกกักบริเวณเป็นเรื่อง
เล็กขี้ปะติ๋ว ประหนึ่งถ้านางได้ออกไป ต้วนชิงหมิงจะต้องโดนดีเป็นแน่
แม่นมหวางรีบเดินอย่างดีใจออกไป ภายในเรือนจึงเหลือเพียงหลิวหรงที่เงยหน้ามองฟั้าต่อดุจเดิม
มิใช่ครั้งเดียว! ที่เสียงร้องทรมานของแม่นมหวางดังขึ้น สร้างความรำคาญใจแก่หลิวหรงเมื่อได้ยิน หมุนตัวสะบัด
ผ้าเช็ดหน้าอย่างแรง เดินเข้าห้องไป
ต้วนชิงหมิง… เจ้าทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ ต่อจากนี้ไปอย่าได้คิดจะอยู่อย่างสงบสุขอีกเลย!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นำเรื่องของซ่านไล่จือมาบอกต้วนชิงหมิง นางเพียงพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าไม่ปรากฏความแปลกใจ
หลับตาด้วยความเหนื่อยล้า คะนึงเรื่องในกาลเก่า ทว่านางยังจำเรื่องการทรยศได้อย่างฝังใจไม่ลืมเลือน ดังนั้นในชาตินี้
นางจะไม่ยอมให้คนข้างกายมีคนแบบนี้อยู่ แม้เพียงคิดก็ไม่ได้!
ท่าทางกระสับกระส่ายยามเมื่อหลับตาของต้วนชิงหมิง ทำให้แม่นมหนิงเข้ามาพูดด้วยความห่วงใย
“คุณหนูเหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงยังคงนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ ไม่เปล่งเสียงตอบสงสัยจะหลับแล้ว
แม่นมหนิงกลัวนางจะไม่สบาย เดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้เบาๆ นางลืมตาขึ้นฉับพลันเห็นเป็นแม่นมหนิง ใช้มือ
ขยี้ดวงตากลมทำท่าขยับนั่งตัวตรง
แม่นมหนิงจึงโน้มตัวลงก้มหน้ากระซิบ
“คุณหนูวางใจได้ เรื่องในคืนนี้สำเร็จแน่นอนเจ้าค่ะ!”
พี่ชายของต้าชุ่ยเป็นผีการพนัน กินดื่มเที่ยวเล่นไปวันๆ ทำแต่เรื่องเลวร้าย! แม้ต้าชุ่ยจะหาเงินได้เยอะเท่าไรก็ไม่
พอให้พี่ชายใช้ รวมทั้งยังมีแม่แก่ๆ กับหลานที่ผอมโซอยู่ที่บ้าน ดังนั้นต้าชุ่ยจึงมักจะกังวลเรื่องเงิน! หลิวหรงฉลาดที่ใช้จุด
นี้ในการควบคุมให้นางกลายเป็นคนเช่นทุกวันนี้!
พื้นหลังครอบครัวนางนับว่าน่าสงสาร แม้จะน่าสงสารทว่ากลับมีจุดที่น่าเกลียดชัง และจุดนั้นคือ ต้าชุ่ยยอมเอา
ความดีผูกติดกับเงิน สุดท้ายจึงถูกเงินครอบงำ!
ต้วนชิงหมิงไม่มีทางสงสารคนเช่นนี้เป็นอันขาด! พลางกล่าววาจาออกมาด้วยอารมณ์เดือดดาลทว่าชัดเจนทุก
ถ้อยคำ
“แม่นมหนิง เรื่องนี้ต้องจัดการให้ดี เพราะยังมีบางอย่างที่เราจะต้องเก็บไว้ต่อกรกับอี๋เหนียง”
จุดจบเช่นนี้ หากหลิวหรงยังลอยหน้าลอยตาอยู่ ขณะที่ต้าชุ่ยยากลำบาก คิดว่านางจะปล่อยหลิวหรงไปได้ยังไง?
แม่นมหนิงพยักหน้าเห็นด้วย
“คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ คนข้างนอกจะต้องคิดว่าต้าชุ่ยถูกแย่งไปเป็นเชี่ย จากนั้นจะถูกขายให้หอนางโลม… ส่วน
พี่ชายนางจะรู้เรื่องนี้ ‘โดยบังเอิญ’ ถึงตอนนั้นถ้าเรื่องถึงเรือนหลิวก็จะไม่เกี่ยวอะไรกับจวนต้วนแม้แต่น้อย”
แม่นมหนิงรู้ว่าไม่ว่าหลิวหรงจะชั่วร้ายแค่ไหน ใจของต้วนชิงหมิงยังคงระลึกถึงชื่อเสียงจวนต้วนเสมอ ดังนั้นถ้า
คนเสเพลอย่างซานไล่จือมาสร้างเรื่องถึงจวนต้วนจะต้องทำให้ชื่อเสียงของจวนต้วนเสียหายไม่มากก็น้อย
ดังนั้นเรื่องนี้รอให้หลิวหรงคอยปวดหัวแล้วกัน ส่วนสะใภ้ทั้งสองที่ไม่ชอบนาง เพราะนางชอบใช้เงินซื้อใจคน รอบ
ตัวจึงมีแต่คนหน้าไหว้หลังหลอก หากเกิดเรื่องฉาวโฉ่เช่นนี้ในใจคงต้องมีความเกลียดชังหลิวหรงเป็นธรรมดา
ทว่าเมื่อไหร่ที่พวกนางจะกัดกันนั้น จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องในจวนต้วน!
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ หลับตาลงและพูดขึ้นมาว่า
“แม่นมหนิง สองวันนี้ได้เห็นพี่หลิวบ้างหรือไม่”
แม่นมหนิงรู้ว่า ‘พี่หลิว’ หมายถึง หลิวยวน จึงรีบตอบกลับไปว่า
“พูดถึงคุณชายหลิว บ่าวรู้สึกแปลกๆ เพราะสองวันนี้เหมือนมีเรื่องให้ครุ่นคิดในใจ เมื่อถามก็ไม่ยอมพูดเอาแต่
พยักหน้า บ่าวเห็นท่าทางคุณชายหลิวละม้ายคนที่กำลังคิดไม่ตกเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะเบาๆ ขึ้นมา นับดูแล้ววันที่จะได้พบท่านพ่อเขาใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าเรื่องในชาติที่แล้วไม่
เปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นวันสองวันนี้ ถ้าเขารู้ว่าท่านพ่อเขาเป็นใครตั้งแต่แรก หลิวยวนจะต้องดีใจเป็นแน่!
ที่จริงเรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก
อันดับแรกหลิวยวนมาตามหาท่านพ่อด้วยความกตัญู ครั้งนี้เขาต้องตามหาท่านพ่อให้เจอ เพื่อจะได้ให้ท่านพ่อ
ท่านแม่ได้กลับมาพบและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกัน! แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือท่านพ่อเป็นถึงขุนนางระดับสูงชื่อเสียงกว้าง
ไกลและแต่งงานมีภรรยาใหม่ไปแล้ว ทำให้ข้างกายท่านพ่อไม่มีที่ให้กับท่านแม่ แล้วอย่างนี้เมื่อหลิวยวนกลับไปจะบอก
กับท่านแม่อย่างไรดี?
ส่วนข้อที่สอง บ้านหลิวยวนยากจน แต่ท่านพ่อกลับเป็นคนรํ่ารวย หลายปีมานี้ท่านพ่อก็ไม่ได้ตามหาท่านแม่ เมื่อ
เห็นท่านพ่อที่สูงส่งเช่นนี้ ความรู้สึกของหลิวยวนคงไม่ไม่สบายใจเป็นแน่!
ดังนั้น ตอนนี้การช่วยชี้ทางให้เขาจึงสำคัญมาก!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ต้วนชิงหมิงจึงพูดว่า
“แม่นมหนิงช่วยไปเตรียมขนม พวกเราจะไปหาต้วนอวี้!”
จะได้ถือโอกาสชี้แนะหลิวยวนไปด้วย
แม่นมหนิงแม้ไม่รู้ว่าทำไมต้วนชิงหมิงถึงสนใจหลิวยวนมากเช่นนี้ อีกทั้งยังคาดเดาได้ว่าเขาจะต้องมีเรื่อง แต่คำ
พูดของของคุณหนูย่อมเป็นที่หนึ่ง แม่นมหนิงจึงทำตามแต่โดยดี
ว่าแล้วก็หมุนกายออกไปเตรียมขนม พลางเรียกบ่าวรับใช้คนหนึ่งให้เดินไปเรือนของต้วนอวี้เป็นเพื่อนต้วนชิงหมิง
เมื่อต้วนชิงหมิงเดินเข้าถึงประตูก็ได้ยินเสียงจางอี๋เหนียงออกมาจากเรือน
“นี่เป็นขนมที่อี๋เหนียงทำเองกับมือ… คุณชายลองชิมสิว่ารสชาติถูกปากหรือไม่”
ในห้องได้ยินเสียงพูดไม่ชัดของต้วนอวี้ดังออกมา
“อี๋เหนียงเป็นคนดี ขนมก็อร่อย… ต้วนอวี้ขอบคุณอี๋เหนียง”
จางอี๋เหนียงตอบรับด้วยเสียงอ่อนโยน
“มิได้ๆ ขอเพียงคุณชายใหญ่ชอบ อี๋เหนียงทำมาให้ทานทุกวันก็ยังได้”
สายตาของต้วนชิงหมิงชะงักอยู่ครู่หนึ่ง
แม่นมหนิงรู้ว่าต้วนชิงหมิงไม่สบอารมณ์ รีบส่งสายตาให้กับบ่าวอีกคนที่แม่นมหนิงได้อบรมสั่งสอนมากับมือ จึงมี
ไหวพริบดี รีบเดินเข้าไปก่อนและพูดเสียงดังว่า
“คุณชายใหญ่ คุณหนูใหญ่มาหาแล้วเจ้าค่ะ …”
ในเวลานี้เองได้ยินเสียงแม่นมหนิงต่อว่ายกใหญ่
“บ่าวบ้าจะพูดเสียงดังทำไม! ไม่กลัวคุณชายใหญ่ตกใจหรือ”
บ่าวรับใช้ที่ชื่อ ซิ่วเอ๋อร์ ได้ยินที่แม่นมหนิงต่อว่าจึงรีบกุลีกุจอขอโทษ
“ทั้งหมดเป็นความผิดของบ่าวเจ้าค่ะ เพราะบ่าวไม่รู้จักมารยาท… คุณหนูใหญ่ลงโทษบ่าวเถอะเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงมองใบหน้าซิ่วเอ๋อร์ด้วยแววตานิ่งสงบ กล่าววาจา “กฎระเบียบจะต้องจำให้แม่นยำเสมอ ถ้ามีครั้ง
หน้าอีกจะลงโทษเจ้าให้หนัก”
นางได้ยินเช่นนั้น รีบโค้งตัวกล่าวขอบคุณพลางขยับตัวลุกขึ้น ยืนด้านข้างปราศจากสุ้มเสียง
ต้วนอวี้ที่อยู่ในห้องเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมาก็ดีใจเป็นที่สุด เขารีบกระโดดออกมาจากห้อง มือหนึ่งถือขนมและใน
ปากก็มีขนม ใบหน้ายิ้มแย้มกระโดดโลดเต้นข้างหน้านาง จากนั้นยื่นมือที่เลอะขนมทั้งสองข้างไปจับเสื้อต้วนชิงหมิงไว้