การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 57 น้องชายต้วนชิงหมิง แต่ไม่ใช่น้องชายต้วนอวี้หราน
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 57 น้องชายต้วนชิงหมิง แต่ไม่ใช่น้องชายต้วนอวี้หราน
ครั้งนี้หลิวหรงจะต้องไปเก็บค่าเช่าอีกเป็นแน่ดังนั้นจะมีวิธีใดบ้างที่พอจะขัดขวางนางได้……เห็นท่าตอนนี้จะมี
เพียงวิธีเดียวแล้วเท่านั้น
นางจะต้องหาวิธีให้หลิวหรงคิดว่าตัวนางท้องแล้วค่อยหาวิธีเปิดโปงนางถึงต่อให้ครั้งหน้านางจะตั้งท้องขึ้นมา
จริงๆ คงไม่กล้าปั่าวประกาศออกไป และต้วนชิงหมิงก็มีวิธีที่ให้เด็กคนนี้ไม่ได้เกิด
เพียงคิดว่าลูกอนุจะมาแย่งตำแหน่งและความเอ็นดูไปจากน้องชายของนางภายในใจพลันรู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อคิด
ว่าต้วนอวี้จะต้องเสียเปรียบ
ลูกชายอนุในชาติที่แล้วของหลิวหรงไม่ได้โง่เขลาเฉกเช่นต้วนอวี้หรานแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย
พูดได้ว่าเมื่อพบต้วนเจิ้งจะชอบเอาอกเอาใจอย่างมากพบหลิวหรงและต้วนอวี้หรานมักประจบประแจง ทว่าเมื่อพบต้วน
อวี้กลับเห็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่เมื่อไรก็สุดรู้
อีกทั้งต้วนชิงหมิงยังจำได้ชัดว่าลูกชายอนุผู้นี้โหดเหี้ยมเลือดเย็นเป็นที่สุดบ่าวรับใช้ในจวนต้วนเมื่อเห็นก็รีบอ้อม
เดินไปอีกทางกันหมด ครั้นพบเจอต้วนชิงหมิงในทุกครั้งไม่เคยเรียกว่าพี่สาวกลับใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามมองแทน
เด็กสาวหลับตาลงช้าๆพลางจมลงสู่ภวังค์ทีละน้อยๆ ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาต่อคิดในใจชาตินี้หลิวหรงจะไม่มีวันได้ให้
กำเนิดลูกชายอีก!
แม่นมหนิงได้ฟังคำพูดต้วนชิงหมิงทั้งหมดก็ไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย
“เรียนคุณหนู บ่าวจะเขียนจดหมายไปให้พี่สาวบ่าวเชิญให้มาพบเจ้าค่ะ!”
…
ต่อจากนั้นสามวันภายในเรือนของหลิวหรงก็มีข่าวดีว่าหลิวหรงตั้งท้องแล้ว
ต้วนเจิ้งได้ยินข่าวนี้ทำท่าดีใจออกหน้าออกตาในทันทีรีบยกเลิกคำสั่งกักบริเวณและให้บ่าวรับใช้ไปตามต้วนอวี้
หรานมาพบหลิวหรง
ต้วนชิงหมิงยื่นอยู่ด้านหลังมองเห็นความดีใจของต้วนเจิ้งทั้งหมดหลิวหรงพุ่งตัวเข้าไปซบอกออดอ้อนในอ้อมกอด
ผู้เป็นบิดาและในอ้อมกอดของนางก็กอดต้วนอวี้หรานที่ยิ้มอย่างดีใจ
ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่ดูมีความสุขล้น ประหนึ่งว่าความสุขนั้นคนอื่นไม่สามารถแทรกเข้ามาได้ช่างบาดหูบาดตา
นัก!
เด็กสาวยืนมองทั้งสามคนอย่างนิ่งเงียบประดุจจดจำภาพตรงหน้าให้ชัดเจนเพราะมีเพียงการจำภาพได้ชัดเจนนาง
ถึงรู้ว่าวันเวลาในชาติที่แล้วความอเนจอนาถได้รับมาอย่างไรและถูกแม่ลูกคู่นี้วางแผนใส่ร้ายแต่ละเรื่อง มาอย่างไร
นางยืนยิ้มอยู่ด้านหน้าประตูอย่างสำราญใจ……หลิวหรง! เจ้าคงมีความสุขมากใช่หรือไม่?
อย่างนั้นต่อไปข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติการตกจากสวรรค์แล้วดำดิ่งสู่ห้วงอเวจีว่ามีรสชาติเป็นอย่างไร!
ใบหน้าของหลิวหรงที่เปียมไปด้วยความสุขในอ้อมกอดของต้วนเจิ้งเมื่อเหลือบลืมตาขึ้นเห็นเด็กสาวเบื้องหน้าจึง
คิดเรื่องเมื่อวานก่อนขึ้นมาได้ว่าดูถูกนางไว้เช่นไร จึงขมวดคิ้วและหัวเราะไปที่ต้วนชิงหมิง
“คุณหนูใหญ่……ข้ามีลูกกับนายท่านแล้วอีกหน่อยคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองจะมีน้องชายเพิ่มอีกคนในจวนต้วน
เราจะต้องคึกคักแน่นอน!”
แม้ในใจต้วนชิงหมิงจะเจ็บแต่สีหน้ากลับไม่แสดงอาการใด เพียงยกยิ้มบางๆ “ถ้าเป็นน้องชายก็ดีกลัวว่าจะเป็น
น้องสาว!”
หลิวหรงได้ยินประโยคนี้สีหน้าเปลี่ยนสีไปทันทีนางยังคงยกยิ้มดุจเก่าเอ่ยต่อ “ต่อให้เป็นน้องสาวยังไงท่านพ่อก็
ดีใจเหมือนเดิมใช่หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ!”
ต้วนเจิ้งถึงกับผงะไปชั่วครู่จากนั้นเปลี่ยนเป็นหัวเราะ “เหอะๆ กล่าวว่า” ใช่แล้ว ในจวนต้วนไม่มีเรื่องมงคลมา
นานแล้วไม่ว่าอี๋เหนียงจะมีลูกชายหรือลูกสาว ข้าดีใจทั้งนั้น!”
นางยังคงไม่ยอมหยุดกล่าววาจาโดยง่ายครั้งนี้จึงจงใจพูดเป็นนัย
“ใช่เจ้าค่ะ เมื่อก่อนตอนที่จางอี๋เหนียงท้องโชคไม่เข้าข้างจึงรักษาไว้ไม่ได้ ทั้งยังมีชิวอี๋เหนียงที่ท้องแล้วก็กลายเป็น
คนเสียสติ……ดูท่าแล้วหลิวอี๋เหนียงเป็นคนมีโชคดังนั้นท้องนี้……”
เด็กสาวตั้งใจหยุดเว้นจังหวะพูดเพื่อให้ต้วนอวี้หรานคิดว่าคำที่จะพูดต่อจากนี้บาดหูแต่นางกลับพูดว่า
“……จะต้องราบรื่นแน่นอนเจ้าค่ะ!”
เพราะว่าบทเรียนในครั้งที่แล้วที่จัดการกับต้วนอวี้หรานดังนั้นหลิวหรงจึงอดกลั้นกับต้วนชิงหมิงคาดไม่ถึงว่านาง
กล้าพูดประโยคที่ทำให้บุตรสาวของนางโกรธขึ้นมาอีก
ต้วนอวี้หรานจึงพุ่งตัวกระโดดไปยืนต่อหน้าต้วนชิงหมิงพูดเสียงดังลั่น “เป็นน้องชายๆๆๆและน้องชายข้าจะต้อง
เก่งกว่าน้องชายเจ้า!”
เห็นได้ชัดว่าน้องสาวต่างมารดาของนางไร้มารยาทแต่หลิวหรงกลับไม่เอื้อนเอ่ยวาจาว่ากล่าวหรือพูดอีกอย่างได้
ว่าสิ่งที่นางอยากจะพูดมานาน กลับถือโอกาสให้บุตรสาวพูดแทนนั่นก็คือการยกให้นางเป็นภรรยาเอก!
หลิวหรงเข้าใจต้วนเจิ้งที่สุดและรู้ว่าหากพูดเรื่องนี้เวลานี้เหมาะสมที่สุด
นางจึงเอียงซบไปที่อกของผู้เป็นสามีพลางมองเขาด้วยสายตาวิงวอนระคนน่าสงสารเห็นใจ แม้นํ้าตาจะไหลลง
อาบสองแก้ม ก็ไม่เช็ดออก พูดคล้ายไม่ได้รับความเป็นธรรมว่า
“อวี้หรานจะพูดเช่นนี้กับคุณหนูใหญ่ไม่ได้เจ้าต้องรู้ว่าคุณหนูใหญ่เป็นลูกสาวภรรยาเอก คุณชายใหญ่ก็เช่นกัน
ส่วนเจ้าเป็นแค่ลูกสาวอนุ จะพูดล่วงเกินกับคุณหนูใหญ่ได้อย่างไร?”
‘ลูกอนุ’ กับ ‘ลูกภรรยาเอก’สองคำนี้หลิวหรงพูดกัดฟันสาวตาของนางจ้องมองไปที่ผู้เป็นสามีตรงหน้าละม้าย
คาดคั้นให้เขาสัญญาอะไรบางอย่างกับนาง!
เด็กสาวมองต้วนเจิ้งด้วยสายตาเย็นชาในเวลานี้เขากำลังอยู่ในภวังค์แห่งความสุข กลัวว่าจะไม่รับรู้ว่าต้วนอวี้หรา
นกำลังกลั่นแกล้งนางหรือพูดได้ว่าต่อให้รู้สึกได้แต่กลับปล่อยเลยตามเลย
ในตอนนั้นต้วนชิงหมิงจู่ๆก็แสดงความดีอกดีใจออกมา โชคดีที่นางเตรียมแผนรับมือไว้ ถ้าไม่ได้เตรียมไว้กลัวว่า
หลิวหรงจะได้นั่งในตำแหน่งภรรยาเอก
ชาติที่แล้วตอนที่หลิวหรงตั้งท้องนางให้คนส่งข่าวดีไปให้ต้วนเจิ้งที่อยู่ชายแดนเป็นเวลาประจวบเหมาะที่ผู้เป็น
บิดานางได้รับชัยชนะจากศึกจึงคิดว่าลูกคนนี้เป็นของขวัญที่ฟั้าประทานดังนั้นจึงให้คนส่งข่าวกลับมาว่าขอเพียงคลอด
ลูกชายจะตั้งให้หลิวหรงเป็นผิงชี[1]
แม้ว่าจะเป็นผิงชีแต่ฐานะก็สูงเทียบเทียมฮูหยินผนวกกับฮูหยินติงโหรวที่จากไปอย่างไม่หวนกลับแล้วในจวนต้วน
จึงมีฮูหยินเพียงคนเดียว ทว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับนางอย่างมากนี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดว่าทำไมจึงยอมให้หลิวห
รงคลอดลูกชายไม่ได้
“ว้า” ต้วนอวี้หรานร้องขึ้นมาก่อนเอ่ยอีกประโยคอย่างน้อยใจ “ทำไมน้องชายต้วนชิงหมิงเป็นลูกภรรยาเอก ส่วน
น้องชายข้าเป็นแค่ลูกอนุ ท่านพ่อนี่มันไม่ยุติธรรม……”
นางร้องไห้ไปดึงชายเสื้อต้วนเจิ้งไปละม้ายว่านางไม่ได้รับความเป็นธรรมในตอนนี้หลิวหรงก็ร้องไห้ขึ้นมาด้วยและ
กอดต้วนอวี้หรานเอาไว้ พูดทั้งนํ้าตาว่า
“ลูกอย่าร้องเลย นี่เป็นโชคชะตาของแม่ ของเจ้าและน้องชายเจ้า……เพราะแม่เป็นแค่อนุจึงต้องลำบากลูกชาย
ลูกสาวทั้งสองด้วย!”
เมื่อเห็นทั้งสองคนกำลังแสดงละครต้วนชิงหมิงทำได้เพียงแต่นิ่งเงียบ ส่วนต้วนเจิ้งที่ได้ยินเสียงร้องไห้หลิวหรงจึง
พูดขึ้นด้วยความเจ็บปวดใจว่า “ไม่ต้องร้องแล้วๆในท้องเจ้ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า อีกอย่างร้องไห้มากจะไม่ดีต่อ
สุขภาพ! ครั้งนี้ขอเพียงให้เจ้าคลอด……”
เดิมทีต้วนชิงหมิงไม่อยากพูดแทรกผู้เป็นบิดานางอยากให้ต้วนเจิ้งพูดเรื่องก่อนคลอดลูกกับหลิวหรงจากนั้นค่อยดู
พวกเขาตกจากสวรรค์ลงสู่นรก ยิ่งไปกว่านั้นอยากดูว่าท่านพ่อที่ภายนอกดูมีเมตตาเป็นที่สุดเมื่อรู้ว่าโดนหลอกจะผิดหวัง
และโกรธเคืองมากเท่าใด!
แต่เมื่อดูพวกนางกำลังแสดงละครต้วนชิงหมิงรู้สึกอึดอัดและมองไปยังหลิวหรงที่ท่าทางอ่อนหวานนุ่มนวลยังมีต้
วนอวี้หรานที่ร้องไห้เสียงดังจนน่าสงสาร นางพลันรู้สึกโกรธกัดฟันกรอดๆคิดในใจว่าแม่ลูกคู่นี้กล้าแสดงละครต่อหน้า
นาง หรือว่าในความคิดของพวกนั้นคิดว่านางตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
คนอย่างข้าถ้าให้พวกเจ้าทั้งสองเป็นดั่งหวังก็ไม่ต้องมาเรียกข้าว่า ต้วนชิงหมิง!
ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ต้วนชิงหมิงขัดคำพูดต้วนเจิ้งอย่างไม่มีมารยาททั้งมือ ปากและร่างกายต่างสั่นไปหมด!
นางสั่นจนต้องยกหัวขึ้นเผยให้เห็นแววตาที่ไม่ยอมแพ้มองจ้องไปที่ต้วนเจิ้ง สายตาแบบนั้นได้ฟังเรื่องที่ยากจะ
อธิบาย
…
[1] ผิงชี เป็นตำแหน่งและฐานะเทียบเท่าภรรยาเอกหรือฮูหยิน