การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 56 ต้วนชิงหมิงไปเยี่ยมไข้
ผู้เป็นบิดาครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก่อนเอ่ยวาจาออกมา “ชิงหมิง……อย่างไรเสียนางก็เป็นอี๋เหนียงของเจ้า ไปดูนาง
แทนพ่อหน่อยได้หรือไม่”
นางพยักหน้าตอบรับทันที “ลูกจะไปดูนางสอบถามอาการแล้วจะกลับมารายงานท่านพ่อเจ้าค่ะ!” แม้ในใจเต็มไป
ด้วยความฝืนใจแต่ที่มากกว่าคือหวังเพียงว่าอาการนางจะไม่หนักขึ้นก็พอแล้ว
ชั่วครู่ถัดมาเมื่อต้วนชิงหมิงมาถึงเรือนของหลิวหรงพลันได้ยินเสียงโหวกเหวกของนางคล้ายกำลังเกรี้ยวโกรธและ
เสียงของตกแตกดังลั่นออกมาจากด้านใน
“ไสหัวออกไปให้หมด แค่คนคนเดียวยังพามาไม่ได้ จะมีพวกเจ้าไว้ทำอะไร!” หลิวหรงแผดเสียงเต็มกำลัง บ่าวรับ
ใช้ในห้องต่างพากันหลบออกมา
นางเดินย่องเข้าไปในเรือนของหลิวหรงอย่างรวดเร็วทำมือห้ามไม่ให้บ่าวรับใช้ส่งเสียงดัง
“อี๋เหนียงดีขึ้นบ้างหรือยังเจ้าคะ?” นางผลักประตูเข้าไปพลางเอ่ยปากถามหางตาเห็นถ้วยนํ้าชาปลิวเฉียดหน้า
ผ่านไปโชคดีที่ห่างออกไปเล็กน้อยไม่เช่นนั้นคงลอยโดนหน้าของนาง
หลิวหรงที่นอนอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมองไปยังที่มาของเสียงเมื่อเห็นสีหน้าเปือนยิ้มของอีกฝั่ายก็ทำให้ดวงตา
ของนางแทบจะลุกเป็นไฟเบิกโพลงขยายขึ้นมาทันที
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่? หรือมาเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ?” ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยๆ กล่าวตอบ “ข้ามาดูอี๋เหนียงแทน
ท่านพ่อ!”
นางได้ฟังพูดด้วยนํ้าเสียงโกรธเคือง “ทำไมนายท่านไม่มาเอง?”
เด็กสาวยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะอย่างเปิดเผยละม้ายเยาะเย้ย “เป็นเพียงลูกอนุกล้าดีมาตบหน้าคุณหนูใหญ่เช่น
นี้มีอย่างที่ไหนเป็นเพราะอี๋เหนียงไม่ได้สั่งสอนให้ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังดูแลจัดการจวนไม่ได้เรื่อง ถึงตอนนี้ท่านพ่อมีความคิด
อยากจะปล่อยเจ้ายังต้องถามความเห็นของข้า!”
นางมองไปยังอีกฝั่ายด้วยสายตาเคียดแค้นเกลียดชัง “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนวางแผนทั้งหมด……ถ้าเจ้าไม่ทำให้อวี้หรา
นโกรธมีหรือที่นางจะตบเจ้า?”
เด็กสาวมองอีกฝั่ายนิ่งพลันเปลี่ยนสีหน้าขรึมขึ้นทันที “อี๋เหนียงกำลังจะบอกข้าว่า……ที่อวี้หรานมาตบหน้าข้า
มันสมเหตุสมผลเช่นนั้นหรือ?”
นางอ้าปากจะโต้กลับทว่าเมื่อมองไปที่ใบหน้าพลันเห็นแววตาเย็นชาของอีกฝั่ายที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังแผ่
ออกมานั้นทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวไม่น้อย เหนืออื่นใดนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้วนชิงหมิงจึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลัง
มือทั้งที่เมื่อก่อนยอมนางทุกอย่าง ทว่ากลับแสดงออกว่าเกลียดได้มากเช่นนี้
ต้วนชิงหมิงพูดด้วยนํ้าเสียงเย็นชาพลางสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือ “ดูท่าแล้ว……อี๋เหนียงคงจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่
ควร ฐานะลูกอนุตํ่ากว่าฐานะลูกภรรยาเอก หรือว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้?”
นางกัดฟันกรอดๆชี้นิ้วมือไปที่ประตู ตวาดลั่นด้วยนํ้าเสียงเกลียดชังอย่างสุดแสน
“ไสหัวออกไป!!!”
ในเมื่อไม่ไว้หน้ากันแล้วจะสนใจความรู้สึกของนางไปทำไม หลิวหรงพูดด้วยความโมโหเพื่อต้องการให้ต้วนชิงหมิง
รีบออกไปแต่นางกลับเดินเข้ามาหยิบเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องลากมานั่งมองหน้าหลิวหรงพูดอย่างเนิบช้า
“ข้าได้รับคำสั่งจากท่านพ่อให้มาดูหากท่านไล่ข้าเช่นนี้ก็เท่ากับไล่ท่านพ่อออกไปด้วยเช่นกัน” หลิวหรงถูกนางยั่ว
ยุทำให้โกรธจนพูดอะไรไม่ออก
กลิ่นกำยานตลบอบอวลทั่วทั้งห้องละม้ายใช้เพื่อกลบกลิ่นอะไรบางอย่างและเหมือนเป็นกลิ่นที่ต้วนชิงหมิงรู้สึก
คุ้นเคย……ที่แท้เป็นกลิ่นโรคของผู้หญิงที่กระจายออกมาดูท่าแล้วคงเป็นค่อนข้างหนักจนอาการกำเริบขึ้นมา
บังเกิดความนึกคิดอย่างหนึ่งนางจะหายเป็นปกติทุกครั้งเมื่อไปเก็บค่าเช่ากลับมาบางทีอาจมีเบื้องหลังซุกซ่อนอยู่
“ข้าเพียงแค่อยากจะบอกให้อี๋เหนียงทำตัวดีๆ กับข้าหน่อยก็เท่านั้น ถ้าท่านยอมและอ่อนข้อให้ไม่แน่ว่าข้าอาจจะ
ใจอ่อนข้อร้องให้ท่านพ่อปล่อยท่านออกมา!”
หลิวหรงเม้มปากแน่นผินหน้าไปทางอื่นพลางทำเสียง “หึ” นางหยุดเว้นจังหวะแล้วเอ่ยต่อ “เจ้ามีจิตใจดีขนาด
นั้นเลยหรือ?”
นางไม่มีทางเชื่ออยู่แล้วว่าต้วนชิงหมิงจะมาดีต่อให้วันนี้นางมาดูก็เกรงว่าจะแฝงเจตนาไม่ดีมาด้วย เด็กสาวยกยิ้ม
ขึ้นเล็กน้อยพูดด้วยนํ้าเสียงเยาะเย้ย
“จวนต้วนที่ไม่มีหลิวอี๋เหนียง แต่ละวันช่างน่าเบื่อท่านถูกกักบริเวณมาแล้วหลายวัน จึงทำให้ข้ารู้สึกคิดถึงท่านอยู่
บ้าง” คำพูดต้วนชิงหมิงทำให้นางเกือบเบะปากใส่ เจ้ายอมรับแล้วสินะว่าเป็นคนชั่ว?
นางเลิกคิ้วขึ้นมองไปยังอีกฝั่ายกล่าววาจาเสียงเรียบ “อี๋เหนียงอย่าเพิ่งเข้าใจข้าผิดข้าไม่ได้หมายความว่าท่านเป็น
ตัวตลกเพื่อสร้างความบันเทิงแต่อย่างใด!”
เมื่อเห็นหลิวหรงไม่ยอมแพ้ต้วนชิงหมิงได้แต่หัวเราะ “เหอะๆ” เอ่ยต่อ “นั่นเป็นเพราะว่าในใจของข้า……อี๋เหนียง
ยังเทียบไม่ได้กับการแข่งขันเพื่อความบันเทิงเสียด้วยซํ้า”
หลิวหรงได้ฟังคำพูดต้วนชิงหมิงถึงกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“เจ้ามันคนชั่ว!”
อีกฝั่ายมุ่นคิ้วน้อยๆตอบกลับโดยไม่สนใจ “คนชั่วที่ท่านพูดถึงคือลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนหรือไม่เล่า ถ้าข้าเป็น
คนชั่ว……เช่นนั้นลูกสาวที่เจ้าให้กำเนิดมาคงเทียบไม่ได้กับคำว่าคนชั่ว”
นางกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ “อี๋เหนียงอย่าถือสาและโกรธเคืองคนเช่นข้าเลย ถ้าเจ้าโกรธโรคที่เป็นอยู่ทุกปีคงจะ
รักษาไม่หาย!”
พูดทิ้งท้ายอีกประโยคและเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีกฝั่ายที่ยังนอนอยู่บนเตียงไม่ลืมหันไปเอื้อน
เอ่ยกับบ่าวรับใช้อย่างอารมณ์ดี “อี๋เหนียงไม่สบายพวกเจ้าต้องดูแลอย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นระวังอี๋เหนียงจะตีขาพวก
เจ้าให้หัก!”
หลิวหรงได้ยินคำพูดของอีกฝั่ายในห้องรู้สึกโกรธจนลมแทบออกหู ต้วนชิงหมิงไม่ได้มาดูนางด้วยความเป็นห่วงแต่
มาเพื่อหัวเราะเยาะนางอย่างไรเล่า แม่นมหวางที่ฟังอยู่นานเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงออกไปแล้วจึงหยิบไม้พยุงตัวเดินไปหาผู้
เป็นนายทีละก้าวๆ โน้มตัวก้มลงพูดเบาๆ กับหลิวหรง
“นายหญิง อย่าลืมว่าคนชั่วนั่น! ต้องรู้เป็นแน่ว่าอีกไม่กี่วันท่านต้องออกไปเอายา ถ้าท่านไม่คิดหาวิธีออกไปเอา
ยา……” หลิวหรงนอนลงบนเตียงหยุดเว้นจังหวะพลางพูดอย่างโกรธเคือง
“ต้วนชิงหมิง นางคนชั่วนั่นทำให้ข้าโกรธเสียจริง……”
ผ่านไปชั่วครู่สายตาแม่นมหวางละม้ายมีความเจ้าเล่ห์
“อี๋เหนียง ท่านควรจะเกลียดแต่ไม่ควรโกรธเช่นนี้ ลองคิดดูว่าถ้าท่านนอนอยู่บนเตียงไม่ออกจากเรือนท่านกับคุณ
หนูรองจะเสียเปรียบ……บ่าวขอให้ท่านรีบหายเมื่อดีขึ้นจะได้ล้างแค้นให้กับบ่าว”
หลิวหรงหยุดคล้ายลังเลใจชั่วครู่ก่อนพยักหน้าพลางสูดอากาศเข้าไปลึกๆเฮือกหนึ่ง เห็นสายตาเปล่งประกาย พูด
ขึ้น “แม่นมพูดได้ถูกว่าข้าต้องรีบออกไป! ต้วนอวี้หรานนางจิตใจดีอาจจะไม่ได้ระวังคนชั่วอย่างต้วนชิงหมิง!”
เมื่อเห็นหลิวหรงคิดได้แม่นมหวางจึงพยักหน้า “ใช่แล้วเจ้าค่ะอี๋เหนียงรีบออกไปเอายาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
…
ต้วนชิงหมิงเดินออกมาจากเรือนหลิวหรงด้วยสีหน้านิ่งขรึมเมื่อเดินผ่านสวนดอกไม้ที่มีต้นกุ้ยฮวา จึงยื่นมือเด็ด
ดอกกุ้ยฮวาลงมาพลางเอ่ยถามแม่นมหนิงที่เดินตามอยู่ด้านหลังด้วยเสียงเรียบนิ่งดุจใบหน้า
“แม่นม ข้ารู้มาว่าพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าทำงานในวังใช่หรือไม่?”
ใบหน้าแม่นมหนิงแสดงความตระหนกตกใจขึ้นมาพยักหน้าตอบรับ “เรียนคุณหนูพี่สาวของบ่าวทำงานในวังมา
หลายปีถือว่ารู้จักคนกว้างขวางเจ้าค่ะ”
เด็กสาวพูดนิ่งเรียบดุจเก่าคล้ายจมอยู่ในภวังค์ความคิด “ข้าเคยได้ยินมาว่าในวังมียาชนิดหนึ่งที่แพร่หลายว่ากัน
ว่าเมื่อทานเข้าไปสามารถตั้งครรภ์ได้ในไม่กี่สัปดาห์ ใช่หรือไม่?”
อีกฝั่ายผงะตกใจเล็กน้อยพลันก้มหน้าลง “เรียนคุณหนู ใช่เจ้าค่ะ!” นางเป็นคนมากประสบการณ์ถ้าตอนนี้ยังไม่
เข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงต้องการสื่อก็เบาปัญญาเกินไปแล้ว
หยุดเว้นจังหวะเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “ความหมายของคุณหนูคือ……”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้า
“ครั้งนี้ข้าจะให้หลิวหรงสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่!” มีเพียงการทำให้หลิวหรงไม่ได้รับความโปรดปรานความโกรธแค้น
ในใจจึงจะเบาบางลง ส่วนวิธีจัดการกับต้วนอวี้หรานที่โง่เขลานั้นเป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย
หลิวหรงกับต้วนอวี้หรานจะต้องได้รับผลในสิ่งที่เคยทำกับนางเป็นเท่าตัว!
เมื่อนับดูเวลานี้ในชาติที่แล้ว
ในเดือนหน้านี้หลิวหรงจะตั้งท้องหลังจากที่รักษาตัวหายแล้ว ดูท่าแล้วการออกไปเก็บค่าเช่าครั้งนี้จะทำให้นาง
รักษาโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่หายและยังตั้งท้องลูกชาย