การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 66 ความจริง
หลิวหรงตกอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นนอนอยู่บนเตียงด้วยอาการสะลึมสะลือละม้ายไม่ได้สติแม่นมหลี่ที่กำลัง
วุ่นวายชี้นิ้วสั่งบ่าวรับใช้คนหนึ่งให้คนไปหานํ้าร้อนหันมาบอกอีกคนให้หาเสื้อผ้า ช่างเป็นภาพที่ชุลมุนวุ่นวายเสียจริง
ผ่านไปไม่นานหมอฮั่วก็มาถึงเห็นต้วนเจิ้งนั่งอยู่ด้านข้างของนางเขาจึงให้คนเอาผ้าเช็ดหน้ามาวางก่อนค่อยจับ
ชีพจรของผู้ที่นอนไม่ได้สติ
ภายในห้องปราศจากสุ้มเสียงหมอฮั่วย่นคิ้วเข้ากันน้อยๆ มีสีหน้าเคร่งเครียด
หน้าตาและท่าทางของผู้เป็นหมอทำให้ต้วนเจิ้งอดรนทนไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นด้วยความร้อนใจ “หมอฮั่วอาการเป็น
อย่างไรบ้าง?”
เถี่ยเฟิงเป็นคนไปเชิญหมอมาด้วยเรื่องที่รีบร้อนจึงได้เล่าเรื่องราวของหลิวหรงให้ฟังคร่าวๆ ระหว่างทางไปรอบ
หนึ่งทว่าตอนนี้หมอฮั่วมองต้วนเจิ้งด้วยสีหน้าแปลกประหลาดผ่านไปครู่หนึ่งจึงเก็บหมอนที่วางมือออก ส่งสัญญาณให้ต้
วนเจิ้งตามออกมาข้างนอก
ทั้งคู่มาถึงห้องรับแขกหมอฮั่วที่ยังคงขมวดคิ้วอยู่เช่นเดิมเอ่ยปากถามต้วนเจิ้ง “เมื่อครู่ นายท่านต้วน บอกว่าอี๋
เหนียงตกเลือดหรือ?”
เขาพยักหน้าด้วยความกังวลใจ “ใช่ ไม่กี่วันมานี้ข้าเพิ่งจะรู้ว่านางตั้งท้องแต่คาดไม่ถึงว่าวันนี้ไม่ทันระวัง จึงทำให้
นางมีเลือดไหลออกมา!”
เรื่องสาวไส้ให้กากินเขาไม่มีทางบอกคนนอกอย่างหมอฮั่วเป็นแน่แต่เพราะหลิวหรงเห็นสภาพต้วนอวี้หรานที่สูญ
เสียความบริสุทธิ์เมื่อครู่จึงเสียใจอย่างมาก ล้มลงไปกับพื้นจนทำให้แท้งลูก!
เรื่องในจวนของผู้ดีสูงศักดิ์ทั้งหลายต่างมีเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรับรู้หมอฮั่วจึงไม่ซักไซ้ไล่เลียง แต่เมื่อได้ฟังที่ต้วน
เจิ้งพูดเขากลับส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง!”
ต้วนเจิ้งจิตใจหดหู่เมื่อได้ยินอีกฝั่ายพูด ‘ไม่ถูกต้อง’ จึงรีบถามอย่างร้อนใจ “หมอฮั่ว อาการหนักมากหรือ?”
เขามองไปยังต้วนเจิ้งเอ่ยวาจา “นายท่านต้วน เรื่องแรก อี๋เหนียงไม่ได้ตั้งท้อง แค่มีระดูเท่านั้น!เรื่องที่สอง
ร่างกายของนางไม่มีตรงไหนได้รับบาดเจ็บ!”
ได้ยินที่อีกฝั่ายเล่ามาภายในใจของเขาพลันหนาวเย็นจนหน้าซีดเผือด พลั้งปากถามขึ้นอย่างร้อนรน “หมอฮั่ว
ช่วยพูดอีกครั้งจะได้หรือไม่!”
เขาจึงเล่าให้ฟังทีละคำทีละประโยคอีกรอบ “หมอขอใช้ชื่อเสียงในการรักษาสี่สิบปีมารับประกันว่าอี๋เหนียงของ
ท่านไม่ได้ตั้งท้อง เป็นเพราะถึงรอบระดูและร่างกายอ่อนแอเท่านั้นจึงทำให้เป็นลมได้ง่าย!”
เขาหน้าซีดขาวผงะถอยไปด้านหลังสองก้าว มือจับที่เก้าอี้ไม้พะยูงขาอ่อนแรงราวกับจะลุกขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป! ต้
วนชิงหมิงเห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินขึ้นไปด้านหน้า พูดเสียงแผ่วเบา “ท่านพ่อระวังจะล้มลงไปเจ้าค่ะ!”
ผู้เป็นบิดาได้สติกลับมาพลางโบกมือ “พ่อไม่เป็นไร!” แล้วยกมือประสานขอบคุณหมอฮั่ว “กลางคํ่ากลางคืนต้อง
รบกวนหมอฮั่ว ต้องขออภัยด้วย……เถี่ยเฟิงหยิบเงินค่ารักษามากเป็นสองเท่ามอบให้หมอฮั่ว!” ผ่านไปชั่วครู่เถี่ยเฟิงจึงได้
พาหมอฮั่วไปส่ง
ถึงตอนนี้ใบหน้าของต้วนเจิ้งละม้ายแก่ขึ้นเป็นสิบปี เขาเอื้อมมือไปจับเก้าอี้ไม้ด้วยร่างกายสั่นเทิ้มบนมือเห็นเส้น
เอ็นที่ปูดขึ้น ถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นถึงสายตาที่โหดเหี้ยมและสิ้นหวังเป็นที่สุด!
ต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ด้านหลังมองผู้เป็นบิดาจากเคยมีกำลังวังชามาตลอด กลับซูบผอมลงอย่างผิดหูผิดตาครั้นแสง
ไฟที่อยู่บนโต๊ะกระทบตกลงมายังร่างกายพลันเห็นเส้นผมเริ่มมีสีขาว!
ท่านพ่อแก่แล้ว!
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาทำให้ต้วนชิงหมิงไม่สบายใจ
เมื่อต้วนเจิ้งหันหลังมานางจึงรีบก้มหน้าลง พูดเสียงแผ่วเบา “ในเมื่อท่านพ่อไม่เป็นอะไรแล้วชิงหมิงขอตัวก่อน!”
ได้เห็นร่างที่บอบบางของบุตรสาวคนโตเดินออกจากประตูไปอย่างเชื่องช้าเจ้าอายุน้อยเพียงนี้กลับต้องแบกภาระ
ที่หนักเกินตัวภายในใจของต้วนเจิ้งรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวทรมาน!จึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อนเอ่ยรั้งบุตรสาว “ชิงหมิง”
นางหันหน้ากลับไปมองต้วนเจิ้งถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ท่านพ่อ มีเรื่องอะไรหรือ?”
เขามองนางนิ่งคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่างทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปาก จึงยกมือขึ้นโบกมือให้ต้วนชิงหมิงไปได้
เรื่องบางเรื่องต้วนเจิ้งเข้าใจแล้วแต่มีบางเรื่องถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดไม่ออก! แต่คิดไม่ออกก็เป็นสิ่งดีเพราะตอนนี้
ความจริงปรากฏให้เห็นตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว!
การเผชิญกับสีหน้าเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยท่าทางห่างเหินของลูกสาวกับผู้หญิงที่กำลังนอนอยู่ในห้องตอนนี้ ทำให้
เขาบังเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งละม้ายอยากจะเข้าไปถาม‘ทำไม’ ทว่าความกล้า กลับอันตรธานไปหมด!
เขาถือโอกาสที่บ่าวรับใช้ต่างวุ่นวายกันอยู่แอบเดินหนีจากเรือนหลิวหรง ไม่นานหลังจากนั้นจึงให้เถี่ยเฟิง
ถ่ายทอดคำสั่งถ้าหลิวอี๋เหนียงหายดีแล้ว ก็ไม่ต้องออกจากประตูเรือนอีก
นี่เป็นการกักบริเวณหลิวหรงอีกครั้งเพราะถ้านางตื่นขึ้นมาจะต้องโวยวาย ร้องห่มร้องไห้ ต้องเจอต้วนเจิ้งให้ได้
เพียงแต่เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ยอมมองนางแม้แต่หางตาอีกต่อไป!
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ท่าทางของต้วนเจิ้งก็เปลี่ยนเป็นเงียบลงจนผิดสังเกตยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่ยอมไปเรือนอี๋
เหนียงคนไหนอีก เอาแต่นอนไม่ก็อยู่ที่ห้องหนังสือยามว่างก็จะสอนต้วนชิงหมิงจัดการเรื่องในจวนและอ่านหนังสือ
เท่านั้น!
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะพูดต่อทีหลัง
…
ต้วนชิงหมิงเดินออกจากเรือนหลิวหรงโดยมีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มายืนรอรับนานแล้ว!
ครั้นเห็นผู้เป็นนายเดินออกมาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงหยิบเสื้อคลุมในมือส่งให้พลางช่วยแต่งตัวให้ต้วนชิงหมิงจนเสร็จ
เรียบร้อย จึงเอ่ยถามเสียงเบา “คุณหนูยังสบายดีไหมเจ้าคะ!”
เด็กสาวพยักหน้าตอบรับเบาๆจากนั้นเดินกลับไปที่เรือนของนาง
ครั้งนี้หลิวหรงจะต้องเหงาเปล่าเปลี่ยวไปอีกระยะหนึ่งอย่างน้อยที่สุดก่อนต้วนเจิ้งออกศึกนางไม่มีทางได้พบ! ดัง
นั้นสิ่งที่หลิวหรงวาดฝัน ว่าจะถือโอกาสที่ต้วนเจิ้งไม่อยู่ควบคุมจวนต้วนก็พลันมลายหายวับไป!
เรื่องราวในอดีตแจ่มชัดละม้ายเพิ่งเคยเกิดขึ้นสองแม่ลูกที่ทำร้ายและทำลายชื่อเสียงของนางได้ฝังความโกรธแค้น
และชิงชังไว้ที่นางตลอดมา!ทว่าวันนี้เรื่องที่นางวางแผนก็เป็นดั่งที่นางวาดหวังไว้แล้วทั้งทำให้หลิวหรงไม่เป็นที่
โปรดปราน ใส่ร้ายต้วนอวี้หรานจนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและต้วนเจิ้งที่ทุกข์ระทมเสียใจ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้กลับทำให้ต้วนชิง
หมิงดีใจไม่ออกแม้แต่น้อย
เรื่องในคืนนี้ทั้งหมดมาจากนํ้ามือของนางทั้งสิ้น!
วันนั้นต้วนชิงหมิงที่อยู่ท่ามกลางหมู่มวลพฤกษา หันไปเจอบ่าวรับใช้ข้างกายต้วนอวี้หรานที่นางส่งไปแฝงตัวโดย
บังเอิญวางแผนให้บ่าวคนนั้นส่งข้อความให้กับไปั๋หย่วนฮ่าว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตามหาบ่าวรับใช้คนนั้นและปะปนเข้าไปพูดคุยด้วยจนเริ่มคุ้นเคย จึงไหว้วานให้บ่าวคนใหม่ไป
ถ่ายทอดคำพูดว่า ‘คุณหนูเกิดเรื่องแล้ว’ เพื่อที่จะทำให้ไปั๋หย่วนฮ่าวคิดว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยากพบเขา จึงส่งบ่าวคนใหม่
ให้มาแจ้งเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือ!
เรื่องที่เกิดต่อมาก็เป็นเช่นนั้น!
ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นญาติห่างๆของแม่นมหนิงผู้นั้นเกลียดหลิวหรงเข้ากระดูกดำนางแบกต้วนอวี้หรานเข้าไปในห้อง
มืดนั่น จุดกำยานปลุกอารมณ์หลังจากที่ไปั๋หย่วนฮ่าวมาถึงได้ไม่นานเซียงเย่เอ๋อร์ที่คลั่งไคล้หลิวยวนก็เดินเข้ามา ในความ
มืดนั้นเขาไล่นางออกไปพลันรู้สึกได้ว่าเรื่องมันแปลกพิกล ทว่าไม่ทันแล้วเพราะว่าเหตุการณ์ทั้งหมดต้วนชิงหมิงวางแผน
รัดกุมไว้เป็นอย่างดี!
ทันทีที่เจอตัวไปั๋หย่วนฮ่าวก็พบต้วนอวี้หรานอยู่ที่นั่นเช่นกันส่วนหลิงหรงที่ทานยาอยู่หลายวันก็สลบไสลยังไม่ตื่น!
ต้วนเจิ้งเป็นห่วงนางมากจึงออกคำสั่งให้เถี่ยเฟิงไปเชิญหมอมาตรวจดูอาการความเป็นห่วงเป็นใยนั้นทำให้เขาดูแลนางที่
ยังไม่ได้สติด้วยตัวเอง
ภายหลังจากที่ตรวจเสร็จหมอเล่าความจริงให้ต้วนเจิ้งฟัง โดยไม่บอกหลิวหรง!
สาเหตุที่หลิวหรงมีเลือดไหลออกมาได้เป็นเรื่องง่ายมาก! วันนั้นภายในห้องจุดกำยานซึ่งจะส่งผลให้ประสาทรับรู้
ผิดปกติและวิงเวียนศีรษะ!อีกทั้งต้วนชิงหมิงยังส่งคนไปใส่ยาปริมาณน้อยนิดในนํ้าชาที่หลิวหรงดื่มทุกวันเมื่อถูกกลิ่น
กำยานกระตุ้น จึงทำให้ระดูมาในทันที!
ทว่าเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใส่ในช่วงฤดูหนาวค่อนข้างหนาต่อให้มีระดูก็คงไม่ได้ซึมเลอะออกมาชัดเจนขนาดนี้เด็กสาว
จึงวางแผนให้คนเตรียมเลือดไก่ไปทาไว้ที่ชุดหลิวหรง และสาดไว้ที่พื้น!ให้คนที่อยู่ด้านหลังร้องตะโกนขึ้นมา! พูดว่าอี๋
เหนียงเลือดไหลแล้วเรื่องทั้งหมดเป็นอันสำเร็จ!
นางชนะแล้ว! นางเล่นงานหลิวหรงได้สำเร็จ ทว่าเหตุใดนางถึงไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อยที่ไม่ดีใจเพราะเห็นต้วนเจิ้งดี
กับหลิวหรงหรือเห็นต้วนเจิ้งทุกข์ระทมตรอมใจ?จนนางละม้ายเสียใจตามไปด้วยกันแน่!
มันคืออะไรกันแน่ที่ทำให้นางเสียใจเช่นนี้!
ต้วนชิงหมิงเดินเนิบนาบอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวโชยแผ่วพลางจมลงสู่ภวังค์ทีละน้อยๆ แววตาคล้ายหวนระลึก
คิดอะไรอยู่ก็สุดรู้พระพายยามราตรีพัดผ่านมาวูบหนึ่ง พัดกรูมาปะทะใบหน้า ช่างหนาวเหน็บนางหัวเราะเบาๆ……แก้
แค้นหรือ? เป็นเหมือนดาบสองคมเสียจริงหาใช่อีกฝั่ายสูญเสียไปอย่างเดียวแม้กระทั่งตัวเองก็สูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง
ไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นกัน