การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 69 ไปเยี่ยมเชวียหนิงหรานครั้งแรก
ต้วนชิงหมิงคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินนำหน้าหมายจะเข้าไปจุดไฟในห้องหยุดชะงักร้องตกใจ “คุณหนูมีคนบุกรุกห้องเจ้าค่ะ!”
นางได้ยินถึงกับตกใจยกใหญ่หน้าซีดและพูดด้วยความโกรธ “จะพูดเสียงดังทำไมกลัวคนอื่นไม่รู้หรือ ว่าเรือนหนิง
ซูเยี่ยนมีโจรขึ้น?”
อีกฝั่ายได้ยินรีบยกมือขึ้นปิดปากเงียบในทันทีไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาออกมาอีก
ต้วนชิงหมิงเม้มปากแน่นเดินเข้าไปในห้อง มองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดไปหมด!
เมื่อเห็นห้องที่เคยจัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยถูกรื้อกระจัดกระจายไปหมด ทั้งของบนเตียงและในตู้มิหนำซํ้ายัง
ถูกโยนเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด!
เด็กสาวใช้สายตากวาดไปโดยรอบเห็นกล่องเครื่องประดับที่วางไว้บนหัวเตียงถูกรื้อค้นกระจายเกลื่อนกลาด
หน้าต่างถูกเปิดออกกว้าง เห็นได้ชัดว่าถูกโจรขึ้นมาเยี่ยมเยียนที่นี่!
เหตุใดโจรถึงมาที่นี่อยากจะขโมยอะไรกัน?
ถ้าจะมาเอาเงินทองก็มีไม่น้อยแต่เงินที่ใส่ไว้ในกล่องเครื่องประดับก็ไม่หายแม้แต่สตางค์แดงเดียว!ถ้าไม่ได้มาเอา
เงิน แล้วจะเข้ามาทำอะไรกันแน่?
นางกวาดตามองไปโดยรอบไม่มีของหายแม้แต่ชิ้นเดียว เพียงแต่ทั้งห้องถูกรื้อเละเทะแค่นั้น! อย่างนั้นคนที่เข้ามา
ในห้องนาง มาเพื่อรื้อของเอาสนุกอย่างนั้นหรือ? ถ้าบอกว่าเป็นข้อนี้ ต่อให้ตีนางจนตายก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!
แล้วอีกฝั่ายต้องการอะไรกันแน่?
ครั้นนึกถึงเรื่องที่นางเล่นงานต้วนอวี้หรานในคืนนี้ทำให้นางสะดุ้งโหยงขึ้นมา……อีกฝั่ายถือโอกาสที่นางไม่อยู่ที่
ห้อง ต้องการทำอะไร?
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาในหัวแต่ถูกนางสลัดออกไป! โดยปกติ เวลาใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรก็แล้วแต่ มักจะทำตอนที่
ไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวถ้าอีกฝั่ายต่างต้องการทำอะไรจริงๆ คนที่บุกเข้ามาในตอนกลางคืนจะต้องทำโดยไม่ให้รู้ว่ามีคนเคยเข้ามา
และจะไม่เข้ามารื้อค้นอะไรแบบนี้หรือการรื้อค้นครั้งนี้จะเพียงต้องการเบี่ยงเบนความสนใจเช่นนั้นหรือ? แท้จริงแล้ว จุด
ประสงค์ของโจรอยู่ตรงไหนกันแน่?
เรื่องที่ถูกโจรบุกเข้าเรือนจะปิดก็ไม่อยู่เสียแล้วต้วนชิงหมิงจึงให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เรียกเสี่ยวเหอเข้ามาก่อนอื่นกำชับ
นางไม่ให้ไปพูดเรื่องนี้ข้างนอกและให้บ่าวทั้งสองช่วยกันเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อย!
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นนั่งลงบนเก้าอี้ภายใต้แสงไฟสลัว ครุ่นคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อดูพวกบ่าวเก็บกวาดสิ่งของ
จึงอดคิดอย่างไตร่ตรองไม่ได้……โชคดีที่ตอนโจรเข้ามา นางและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยู่ที่เรือนแต่บ่าวที่อยู่ตอนกลางคืนก็แค่
ถูกยาสลบเท่านั้น ตอนนี้ถ้าลองคิดดูว่าหากมีคนอยู่ข้างในและปะหน้ากับโจร นึกไม่ออกเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้น!
ทว่าเรือนหนิงซูเยี่ยน ยังมีเรื่องที่รอทำอีกมากจะให้เกิดเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว!
หรือแท้จริงแล้วเรือนของนางมีของอะไรที่ทำให้คนอื่นมาสนใจ?
ต้วนชิงหมิงคิดไปคิดมาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก! จนสุดท้าย นางจึงถอนหายใจและวางลงไม่สนใจแล้ว!
ถ้าอีกฝั่ายเตรียมการมาเป็นอย่างดีแต่หาในสิ่งที่ต้องการไม่พบล่ะก็อย่างนั้นคงไม่กล้ารับประกันว่าจะมาใหม่อีก
ครั้งเมื่อไร และยังไม่รู้ว่าครั้งหน้านางจะโชคดีไม่เจอโจรขึ้นแบบครั้งนี้ได้อีกหรือไม่?
ไม่ว่าเป็นใครบุกเข้ามาในเรือนหนิงซูเยี่ยนต่อไปคงจะต้องระวังให้มากขึ้น!
…
แสงแรกของอรุณรุ่งโผล่พ้นขอบฟั้าต้วนชิงหมิงพาต้วนอวี้ ขึ้นรถม้าเทียมอาชามุ่งตรงไปที่จวนเชวียหนิงหราน
ท่านแม่ของเชวียหนิงหรานเชิญนางไปถ้าคาดการณ์ไม่ผิดคงมีด้วยกันสองเรื่อง เรื่องแรกเนื่องจากไม่วางใจเพื่อนที่
ลูกสาวคบหาเพราะเชวียหนิงหรานคงต้องเล่าเรื่องดีงามของนาง จึงอยากเจอหน้าคร่าตาสักครั้งเรื่องที่สองในจวนต้วน
ไม่มีภรรยาเอกแล้วท่านแม่เชวียหนิงหรานจึงไม่อยากลดตัวลงไปสมาคมกับอนุภรรยาอย่างหลิวหรง!
ต้วนชิงหมิงที่เป็นคนรอบคอบก็คอยระมัดระวังฮูหยินเชวียอยู่ไม่น้อย!ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นในจวนต้วนไม่เว้นแต่ละ
วันจึงไม่เหมาะในการต้อนรับผู้ใหญ่ของเพื่อนสนิทอีกอย่างที่นางเต็มใจพาต้วนอวี้มาด้วยเพื่อต้องการปูทางในภายภาค
หน้าให้กับต้วนอวี้!
บรรพบุรุษสามรุ่นของจวนเชวียนับได้ว่าเป็นตระกูลที่ซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ต้าเซี่ย และคุณปูั่ของเชวียหนิงหรานที่
ตอนนี้เป็นถึงเสนาบดี ทั้งยังเป็นกำลังหลักที่สำคัญ!ถ้าต้วนอวี้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคุณชายทั้งสองของจวนเชวียจะมี
ประโยชน์อย่างมากในการปูทางเป็นขุนนางในวันข้างหน้า
ทว่าฮูหยินเชวียจะมีท่าทีต่อนางอย่างไรก็สุดรู้!จึงยังไม่อาจสรุปได้ แต่ในเมื่อนางมีความคิดเช่นนี้แล้วจะต้องหาทุก
วิถีทางเพื่อเชื่อมสัมพันธ์เพื่อน้องชายให้ได้!
ปกติแล้วต้วนอวี้ไม่ค่อยออกจากจวนระหว่างทางจึงเปิดม่านดู ถามนู้นถามนี่อยู่บ่อยครั้งและต้วนชิงหมิงก็เต็มใจ
ตอบด้วยความอดทน จนสุดท้ายก็กำชับกำชาขึ้นว่า “ต้วนอวี้ ที่พี่สาวสอน เจ้าจำได้ทั้งหมดหรือไม่?”
เด็กน้อยมองไปยังต้วนชิงหมิงพูดอย่างอ่อนโยนว่า “พี่สาวสอนว่าข้าเป็นคุณชายใหญ่จวนต้วน เมื่อออกจากจวน
มาก็ถือเป็นหน้าเป็นตาของจวนต้วนดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรจะต้องรักษามารยาทเอาไว้!”
นางได้ฟังจึงกอดต้วนอวี้ไว้แนบแน่นพูดอย่างดีใจว่า “ต้วนอวี้นับวันจะรู้เรื่องมากขึ้นแล้วพี่สาวดีใจเหลือเกิน!”
เนื่องจากท่านแม่จากไปเร็วเรื่องการอบรมสอนสั่งต้วนอวี้จึงตกเป็นหน้าที่ของนางดูท่าแล้วจะต้องใส่ใจในการบ่มเพาะต้
วนอวี้!
เขาจึงหัวเราะออกมา “พี่สาวคนโตเปรียบเหมือนแม่ พี่สาวถือเป็นแม่ครึ่งหนึ่งของต้วนอวี้ขอเพียงพี่สาวมีความ
สุข จะให้ต้วนอวี้ทำอะไรก็ได้!”
ได้ยินเช่นนั้นนางจึงรีบพูดดุขึ้นมา “แต่จะลำบากตัวเองไม่ได้!”
เด็กน้อยรีบพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว “พี่หลิวเคยพูดว่า พี่สาวหวังดีกับต้วนอวี้ ถ้ามีเรื่องอะไรที่คิดไม่ตกไม่ควร
เก็บไว้ในใจ ให้ไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาว!”
อยู่ๆพูดถึงหลิวยวนขึ้นมา ต้วนชิงหมิงจึงวางใจลง พูดยิ้มๆ ว่า “พี่หลิวเป็นคนที่มีความสามารถมาก ต่อไปเจ้า
ต้องตั้งใจเรียนกับเขา!”
ต้วนอวี้จึงพยักหน้าตอบรับ!นางกำมือเขาไว้แน่น จนมาถึงหน้าจวนเสนาบดี
จวนเสนาบดีเชวียเป็นจวนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ประตูสีนํ้าตาลแก่คงเพิ่งทาใหม่ในปีนี้สีสันสวยงาม แต่
ท่าทางจะบานใหญ่หนาและหนักกว่าจวนอื่นๆโคมไฟสีแดงสดอันใหญ่ถูกแขวนระย้าไว้หน้าประตูทั้งสองบาน ดูแล้วเป็น
มงคลและทางการ!
หน้าประตูยังมีสิงห์ขนาดใหญ่สองตัวลืมตาทั้งสองข้างจ้องมองคนเดินผ่านไปผ่านมาด้วยความน่าเกรงขาม
ส่วนประตูใหญ่มีแผ่นปั้ายเขียนอย่างวิจิตรงดงาม ‘จวนเชวีย’ เปียมด้วยพลังอำนาจและความสูงส่ง
เมื่อรถม้ามาหยุดเทียบที่หน้าจวนเชวียเชวียหนิงหรานที่ออกมารอรับอยู่ที่ด้านนอกก่อนหน้าเห็นต้วนชิงหมิง จึง
ร้องเรียกขึ้นมา “ชิงหมิง ต้วนอวี้ รีบลงมา!”
วันนี้เชวียหนิงหรานสวมเสื้อชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนไม่มีลวดลายลากยาวจนถึงพื้นแขนเสื้อใช้ด้ายสีแดงปัก
ลวดลายดอกโบตั๋นกำลังจะผลิบานหลายดอกประณีตงดงามผ้าขาวสีนํ้านมคาดไว้ที่เอว ยังมีถุงบุหงาใบน้อยและหยก
ประจำตัวห้อยไว้ดูแล้วงดงามสง่าสดใสไม่เหมือนใคร
เส้นผมของนางถูกรวบเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่ายผมหน้าม้าด้านหน้าแยกออกจากกันอย่างธรรมชาติด้านบนประดับ
ด้วยเส้นไข่มุกขาวห้อยระย้าลงมาระหว่างคิ้วยิ่งเพิ่มให้ดวงตาดูสวยงามและอ่อนหวานไม่น้อย
เชวียหนิงหรานยืนพิงสตรีนางหนึ่งสตรีนางนั้นละม้ายหญิงผู้สูงศักดิ์ระคนมีอำนาจรอที่ประตูทางเข้าทั้งสอง
กระซิบกระซาบหยอกล้อพูดอะไรก็สุดรู้ ทว่าสายตาเป็นประกายคู่นั้นของนางสว่างไสวราวกับหมู่ดาวฉายออกมาด้วย
ความดีใจไม่รู้ว่านางพูดอะไรถึงทำให้หญิงสูงศักดิ์ผู้นั้นหัวเราะอย่างมีความสุขจนตาปิดมองดูละม้ายพระจันทร์เสี้ยวเช่น
นั้น ระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยหัวเราะกันพลันทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นต้องตกตะลึงกับความสง่างามและความสดใสเบื้องหน้า
จนยากจะละสายตา
ต้วนชิงหมิงลงจากรถม้าถึงกับผงะในทันที “พี่สาวออกมาทำอะไรกันข้าเดินเข้าไปหาในจวนเองได้ ไม่เห็นจะต้อง
ลำบากฮูหยินเชวียออกมาต้อนรับเลยนะเจ้าคะ?”
เป็นที่ทราบกันว่าโดยปกติเพื่อนลูกสาวมาถึง จะเดินผ่านเข้าประตูฉุยฮวาเหมิน[1]เจ้าบ้านเพียงรออยู่ตรงด้าน
หน้าก็เพียงพอไม่จำเป็นต้องออกมารับถึงหน้าจวนเช่นนี้ เชวียหนิงหรานครั้งนี้ทำเกินไปแล้ว!
เชวียหนิงหรานปล่อยมือจากฮูหยินเชวียก้าวเดินมาหาสองพี่น้องตระกูลต้วน หัวเราะเสียงเบา “คุณชายใหญ่จวน
ต้วนมาทั้งทีจะให้เพิกเฉยได้อย่างไร ข้าจึงออกมารอรับพวกเจ้า……”
นางหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม “มา ชิงหมิง ไปหาท่านแม่ข้ากัน!”
นางพูดไปพลางจับมือต้วนอวี้ไปพลางหันไปทางหญิงสูงศักดิ์ “ท่านแม่ นี่คือต้วนชิงหมิงนี่คือต้วนอวี้เจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงรีบก้มหน้าหันไปทางฮูหยินเชวียที่ยืนอยู่ด้านหลังเชวียหนิงหราน พร้อมแสดงความเคารพ “ข้าน้อยให้
ฮูหยินออกมาต้อนรับ รู้สึกผิดในใจเป็นอย่างมากเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของชิงหมิงเองเจ้าค่ะ!”
…
[1]ประตูฉุยฮวาเหมิน เป็นประตูที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกที่สำคัญ