การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 702 ธนูชวนเย่ว์กงกับศรชวนเยว่เจี้ยน
หรือว่า “ความลับ” ของธนูชวนเย่ว์กงจะมีค่าสูงลิบลิ่วที่ทุกคนต่างอยากได้ไว้ครอบครอง โดยไม่สนว่าต้องแลก
ชีวิตเลือดเนื้อของใครมาบ้าง
ถ้าเช่นนั้นการได้ธนูชวนเย่ว์กงด้วยวิธีดังกล่าว จะมีค่ามีราคามากกว่าชีวิตและความไว้เนื้อเชื่อใจของคนเราหรือ
คำถามนี้ ต้วนชิงหมิงยังรู้จะตอบอย่างไร
เกี่ยวกับปัญหานี้ ต้วนอวี่ไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร เขาได้แต่หันกลับไปมองบนยอดภูเขา ที่นั่นมีคนจับตามมอง
ราวกับต้องการปลิดชีพพวกเขา เพียงแต่ว่าชิงตั๋วกับองค์หญิงอวี้หลัวยังมาไม่ถึง
การที่สองคนนั้นยังมาไม่ถึง หมายถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ถูกล้อมไว้แล้ว จนมาช่วยเหลือมิได้อย่างนั้นหรือ
ต้วนอวี้คิดดังนั้นใจจึงร้อนรน แต่ไม่ได้แสดงออกมา เขาเอ่ยเสียงเรียบเพียงว่า “พวกนั้นต้องการธนูชวนเย่ว์กงจึง
ต้องทำลายเหยียนหลิ่งอวี๋ก่อน… ท่านพี่ก็รู้นี่หน่า ในใต้หล้าแห่งนี้ ไม่ว่าธนูชวนเย่ว์กงจะอยู่ในมือใครนั้น ย่อมแย่งชิงมา
ได้ง่ายกว่าอยู่ในมือเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นร้อยเท่าพันเท่า”
ด้วยสิ่งของที่ชิงตั๋วกับองค์หญิงอวี้หลัวต้องการอยู่ในมือของคนที่เอามาได้ยากมากที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สนว่า
ต้องใช้เล่ห์กลใดให้ได้มา แม้กระทั่งต้องหักหลังความเชื่อใจที่ต้วนชิงหมิงมีให้
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเรื่องที่ต้วนอวี้เล่ามานั้นเป็นความจริง หากของสิ่งนี้อยู่ในมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาคงเก็บไว้ที่
ปลอดภัยและลับสุดยอดที่สุด น่าเสียดายที่เหยียนหลิ่งอวี๋ปกปั้องธนูชวนเย่ว์กงไว้ได้ กลับมิอาจรักษาชีวิต ทั้งหมดเป็น
เพราะธนูชวนเย่ว์กงและต้วนชิงหมิงที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ต้วนชิงหมิงรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งยวด นางเอ่ยถามเสียงตํ่าว่า “พวกนั้นทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋เพื่อธนูชวนเย่ว์กง?”
หากยังมีเหตุผลอื่นนอกจากนี้ ต้วนชิงหมิงคงไม่รู้สึกเสียใจมากเพียงนี้
ต้วนอวี้ได้แต่กะพริบตาแทนการตอบ “ใช่แล้ว เป็นเพราะธนูชวนเย่ว์กง”
หากมีใครที่คิดให้ร้ายคนอื่น ย่อมไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้เหตุผล
ต้วนชิงหมิงหัวเราะอย่างเย็นชาออกมา ใบหน้านิ่งเรียบ ดวงตาไร้ความอ่อนโยน… ก็ได้ เป็นองค์หญิงอวี้หลัวใช่
ไหม? คนอย่างต้วนชิงหมิงจำขึ้นนี้ขึ้นใจแล้ว ต้องมีสักวันต้องเอาความทุกข์ทรมานของเหยียนหลิ่งอวี๋ ย้อนกลับคืนนาง
ทั้งหมด……
แสงตะวันที่อยู่กลางศีรษะสาดแสงส่อง กระทบใบหน้าต้วนชิงหมิงจนเห็นแต่ความเยือกเย็นที่แผ่ซ่าน นางผินหน้า
มองไปที่ภูเขา เห็นถ่าถูกำลังนั่งจิบชาอย่างใจเย็น โดยมีคนกางร่มบังให้ ทหารชุดดำของเขาต้องกระจายล้อมรอบภูเขา
ลูกนี้ ในเวลานี้ ดวงตาดุจเหยี่ยวที่แหลมคมกำลังจับจ้องมาที่นางโดยไม่ละสายตา
ต้วนชิงหมิงจ้องมองถ่าถูกลับไปโดยไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย พร้อมกับออกแรงกัดริมฝีปากด้วยความโกรธแค้น
ทางด้านต้วนอวี้กำลังจับตามองสถานการณ์อยู่ตลอด พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดจุดอับ ไม่มีทางรอดอื่นอีก ไม่น่าจะมี
โอกาสหนีการจับกุมได้ ตอนนี้ ถ่าถูมาถึงที่แห่งนี้แล้ว พี่น้องสองคนนี้จะหาวิธีไหนถึงจะหนีเอาตัวรอดไปได้
ถ้าต้องหนีการจับตัว อย่างน้อยที่สุดควรรอให้ตะวันตกดินลาลับไป!
ระหว่างที่ต้วนอวี้กำลังดูอย่างระแวดระวัง ต้วนชิงหมิงที่อยู่ด้านข้างกลับถามขึ้นว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ชื่อ
เฉิงซู่?”
ต้วนอวี้เคยเล่าว่าเฉิงซู่ไปขโมยของลํ้าค่าของถ่าถู ซึ่งของลํ้าค่านั้นมีความสัมพันธ์กับธนูชวนเย่ว์กง
ความสนใจทั้งหมดของต้วนอวี้ยังอยู่ที่การจับจ้อง เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยถามขึ้น เขาจึงตอบเสียงเรียบ “เฉิงซู่
ไปขโมยของคนอื่น… ของนั้นน่าจะเป็นของเก็บที่ถ่าถูสะสมอย่างลูกธนูชวนเย่ว์เจี้ยนน่ะสิ!”
“อะไรนะ?”
พอต้วนชิงหมิงฟังแล้ว เหมือนแมวถูกเหยียบหางร้องเสียงดังขึ้นมาด้วยความตกใจ “ในใต้หล้าแห่งนี้ยังมีของที่
เรียกว่าศรชวนเย่ว์เจี้ยนอีกหรือ?”
ต้วนอวี้หรี่ตาลงมองไปที่ถ่าถู ในแววตาแน่นิ่งของเขาไม่เหมือนกับเด็กน้อยเลย จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงได้
ก้มหน้าและตอบกลับว่า “ใช่แล้ว… ตามที่เหยียนหลิ่งอวี๋บอกมานั้น ธนูชวนเย่ว์กงกับศรชวนเย่ว์เจี้ยน เป็นของชุด
เดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าเหตุผลมันถึงแยกกันได้ ธนูชวนเย่ว์กงกลับตกมาอยู่ต้าเซี่ย ส่วนศรชวนเย่ว์กงกลับอยู่ในมือถ่าถู… ไม่รู้
ว่าเฉิงซู่ไปเอามันมาจากกระโจมของถ่าถูโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้อย่างไร เพื่อนำมาถวายให้กับฝั่าบาทต้าเซี่ย”
สิ่งที่ต้วนอวี้คาดเดามานั้นเพราะเฉิงซู่ได้รับความโปรดปรานจากฝั่าบาทเป็นที่สุด ด้วยธนูชวนเย่ว์กงมาอยู่ที่ต้า
เซี่ยนานแล้ว และศรชวนเย่ว์เจี้ยนได้ส่งถวายถึงพระหัตถ์ของฝั่าบาท พระองค์พอพระทัยเป็นล้นพ้น แต่ปัญหาในเวลานี้
คือศรชวนเย่ว์เจี้ยนไม่อยู่กับเฉิงซู่แล้ว เขาจึงกลายเป็นเหยื่อของศรชวนเย่ว์เจี้ยนไปโดยปริยาย
ต้วนอวี้ส่ายหน้าให้ต้วนชิงหมิงโดยไม่รู้สึกว่าคำพูดเขามีตรงไหนที่ไม่เหมาะสม จากนั้นเขาคิดบางอย่างขึ้นได้ จึง
พูดเสริมขึ้นมา “ตอนนี้สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋เคยบอกนั้นถูกต้องทั้งหมด… ถ่าถูเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องศรชวนเย่ว์เจี้ยนอ
อกมา จากนั้นปล่อยให้เฉิงซู่ไปขโมย โดยที่เปั้าหมายของถ่าถูคือต้องการธนูชวนเย่ว์ที่อยู่ในต้าเซี่ย”
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงคาดไม่ถึงคือแค่ธนูชวนเย่ว์กงเพียงชิ้นเดียว สามารถสร้างเรื่องได้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ในชาติที่แล้วนั้น ต้วนชิงหมิงได้ธนูชวนเย่ว์กงมาโดยบังเอิญ จนทำให้นางเสียชีวิตไปก่อนเวลาอันควร ต้วนชิงหมิง
จึงสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธนูชวนเย่ว์กงอีกต่อไป
เมื่อได้กลับชาติมาเกิดและมีโอกาสได้ธนูชวนเย่ว์กงกลับมาครอบครองอีกครั้ง ต้วนชิงหมิงไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะ
มอบให้เหยียนหลิ่งอวี๋ นางคิดว่าเมื่อให้มันกับเหยียนหลิ่งอวี๋ไปแล้ว จะไม่มีเรื่องข้องเกี่ยวและมีภัยมาถึงตัวอีก
แต่ลิขิตฟั้ายากหยั่งรู้ นางพยายามหลีกหนีธนูชวนเย่ว์กงโดยให้เหยียนหลิ่งอวี๋ไป สุดท้ายมันกลับให้ทำลายชีวิต
ของเหยียนหลิ่งอวี๋!
ทุกครั้งที่ต้วนชิงหมิงนึกถึงธนูชวนเย่ว์กงจิตใจของนางพลันเอ่อล้นด้วยความเกลียดชัง
สิ่งของที่ทุกคนต่างเทิดทูนอยากได้เหนือหัวกันนั้น กลับเป็นดาบสองคมที่นำพาแต่ความซวยมาให้ ไม่ว่ามันตกไป
อยู่ในมือของใครย่อมนำภยันตรายไปมาสู่ชีวิตทั้งสิ้น
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจอย่างท้อแท้ หากนางไม่เอาธนูชวนเย่ว์กงให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งแต่แรก เขาคงไม่
ต้องเจอเรื่องอันตรายแบบนี้
ต้วนอวี้กวาดสายตามองไปโดยรอบอยู่พักใหญ่ๆ ในที่สุดเขาก็ก้มหัวลงมาพึมพำกับต้วนชิงหมิง “ท่านพี่ อวี้เอ๋อร์
เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้ว… ถ้าเจอหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ห้ามบอกว่าอวี้เอ๋อร์เล่าให้ฟังล่ะ……”
ต้วนอวี้ยกมือขยี้จมูกอย่างเบามือ และพูดขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์กลัวเหยียนหลิ่งอวี๋มาถลกหนังน่ะสิ”
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่อยากให้ต้วนชิงหมิงรู้เรื่องนี้ ต้วนอวี้จึงต้องรีบพูดกันเอาไว้ก่อน มิอย่างนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋อาจมา
เค้นโทษและเอาเรื่องเชวียหนิงหรานมาเป็นข้ออ้าง
เหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนอวี้คนหนึ่งโตคนหนึ่งเด็ก พวกเขายอมที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือโดนลงโทษ แต่กลับ
มิยอมให้สตรีในดวงใจได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายเล็บ ดังนั้นต้วนอวี้รู้ดีว่าหากเหยียนหลิ่งอวี๋ล่วงรู้เรื่องนี้เข้าต้องเล่นงาน
เขาเป็นแน่
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าก่อนเอ่ยว่า “เล่นงานไม่ได้ เรื่องเหล่านี้พี่ต้องการเป็นคนรู้เองนี่หน่า”
เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะนางอยากรู้เอง ก็ควรจะจบลงที่นาง หากต้วนอวี้ปิดบังนางไม่ยอมเล่าต่างหาก จะทำให้ต้
วนชิงหมิงเสียใจมากกว่า
ต้วนอวี้ฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “แต่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กำชับนักกำชับหนา ห้ามบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อ เขากลัวว่า
ท่านพี่จะเสียใจ… ที่สำคัญเหยียนหลิ่งอวี๋เคยบอก เขาไม่เคยเสียใจภายหลังเลย”
พอพูดเสียงตํ่ามาถึงจุดนี้แล้ว ต้วนอวี้ก็ก้มหน้าก้มตาด้วยความเก้อเขิน