การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 701 เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่คิดเสียใจ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ต้วนอวี้ก็คว้ามือต้วนชิงหมิงมาพูดว่า “ท่านพี่ สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้อย่าได้พูดขัดขึ้นมา แต่หลังจาก
ได้ยินต้องทำเป็นเหมือนไม่เคยรับรู้มาก่อน และต้องไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจและอารมณ์ส่วนตัว… เรื่องนี้ท่านพี่ทำได้
ไหม?”
ต้วนอวี้จ้องไปที่ดวงตาคู่นั้นของต้วนชิงหมิง ราวกับสื่อความว่า หากท่านพี่ทำไม่ได้ เขาก็จะไม่มีทางบอก
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเป็นการบอกว่าสามารถทำได้ ทันใดนั้น นางนึกขึ้นมาได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดคงต้องเชื่อมโยง
กับนาง ไม่แน่ว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อนาง
แต่สาเหตุนั้นมันคืออะไร
เป็นไปได้ว่าสิ่งนางคิดอยู่นั้น เป็นสิ่งที่ต้วนอวี้กำลังจะพูดให้ฟัง
ต้วนชิงหมิงรู้สึกใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เหงื่อไหลชุ่มมือทั้งสอง นางขบฟันแน่น ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์ บอกพี่ออก
ทุกเรื่อง อย่าได้ปิดบัง… ไม่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะบอกอะไรมา พี่มีสิทธิ์รู้ความจริงทั้งหมด อวี้เอ๋อร์เข้าใจไหม?”
ต้วนอวี้พยักหน้าเป็นการเข้าใจ แต่กลับถอนหายใจแผ่วเบาออกมา
เรื่องบางเรื่องเหยียนหลิ่งอวี๋กำชับนักกำชับหนาเป็นตายอย่างไร ห้ามบอกต้วนชิงหมิงเป็นอันขาด แต่ถ้าไม่บอก
นางให้รู้ความจริง กลัวว่าถ้านางมารู้ความทีหลังคงมิให้อภัยเขาอย่างแน่นอน
ระหว่างที่รอฟังอย่างใจจดใจจ่อนั้น ต้วนชิงหมิงแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
มีเรื่องราวมากมายผุดขึ้นมาในมโนทวารของนาง ทว่าไม่รู้จะจับเรื่องราวเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ต้วน
ชิงหมิงหางตากระตุกอยู่หลายครั้ง นางพบว่ามีหลายๆ เรื่องที่นางพลาดการรับรู้ไป
แต่เรื่องราวเหล่านั้น มันคือเรื่องอะไรกันแน่?
ต้วนชิงหมิงเกิดรุ้สึกหวาดหวั่นในใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ต้วนอวี้จึงพูดขึ้นว่า “ท่านพี่ยังจำได้หรือไม่ว่ารู้จักองค์หญิงอวี้หลัวได้อย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงคิดทบทวนและเล่าว่า “ครั้งก่อนตอนที่เข้าวังหลวง ท่านพี่ถูกองค์หญิงจิ่นซิ่วใส่ร้าย องค์หญิงอวี้หลัว
กลับช่วยได้ทัน ดังนั้นท่านพี่จึงรู้จักกัน……”
จากนั้นต้วนอวี้จึงเล่าต่อไปว่า “อวี้หลัวคอยปกปั้องท่านพี่ทุกอย่าง โดยให้เหตุผลว่าประทับใจท่านพี่มานานแล้ว
อีกอย่างนางยังเข้ากันได้ดีกับท่านพี่ในทุกๆ เรื่อง ทำให้ท่านพี่เริ่มสนิทสนมจนกลายเป็นสหายที่ดีต่อกัน ใช่ไหมเอ่ย?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ พร้อมกับใจที่เริ่มเต้นแรงมากขึ้น
จากนั้น ต้วนอวี้จึงเล่าเสียงอ่อยว่า “ท่านพี่ หากอวี้เอ๋อร์บอกว่าองค์หญิงอวี้หลัวเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับท่านพี่
ด้วยมีจุดประสงค์แอบแฝง ท่านพี่จะเชื่อหรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
ที่แท้องค์หญิงอวี้หลัวคิดหลอกใช้ต้วนชิงหมิงโดยหวังผลประโยชน์ เสียแรงที่ต้วนชิงหมิงจริงใจกับนาง แต่เมื่อมา
ถึงจุดนี้แล้ว ต้วนชิงหมิงจึงเริ่มย้อนเรื่องราวที่ผ่านมา ถึงสิ่งที่องค์หญิงอวี้หลัวต้องการจากตัวนางนั้นคืออะไร? หรือว่าจะ
เป็นเหยียนหลิ่งอวี๋……?
เมื่อคิดถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา ใจของต้วนชิงหมิงเต้นระรัวขึ้นมา เพราะมีเรื่องหนึ่งผุดขึ้นวนเวียนในหัวมานาน
แล้ว จนนางรู้สึกเสียใจที่ต้องพูดว่า “องค์หญิงอวี้หลัวหลอกใช้พี่เข้าใกล้ชิดเหยียนหลิ่งอวี๋ ใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้พยักหน้าเป็นการตอบ
มีคนประเภทหนึ่งที่มีความฉลาดและไหวพริบสูง ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรก็ตาม เขาก็สามารถพูดไปได้เรื่อยๆ เพื่อ
ต้องการคำตอบที่ต้องการ
ในที่สุด ต้วนชิงหมิงก็สามารถหาคำตอบของเรื่องที่ผุดขึ้นในหัวได้แล้ว
นางหันไปยิ้มอย่างอ่อนแรงให้ต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์ พี่เข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว… ตั้งแต่ต้นจนจบ องค์หญิงอวี้หลัวแค่
ต้องการหลอกใช้พี่เท่านั้นเองใช่ไหม?”
สีหน้าต้วนอวี้กลืยไม่เข้าคายไม่ออก เขาได้แต่พยักหน้ารับและตอบเสียงอ่อย “เพราะว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เฉลียด
แลาดยิ่งนัก เขามักปั้องกันตัวจากทุกคน รวมถึงอวี้เอ๋อร์ด้วย ยกเว้นท่านพี่เพียงคนเดียวที่เขาไม่ทำแบบนั้น……”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างอนาถ “พิษในร่างของเหยียนหลิ่งอวี๋ ก็เป็นพี่อีกที่ทำให้เขาต้องทรมาน มิใช่หรือ?”
ต้วนอวี้เกิดลังเลใจขึ้นมาชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเป็นการบอกว่าถูกต้องแล้ว
ต้วนชิงหมิงผงะถอยหลังไปสองก้าว ยกมือขึ้นทั้งสองข้างปิดใบหน้าที่ขาวเนียน
ถึงตอนนี้ นางเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดจนกระจ่างแจ้งแล้ว
นางรู้จักอวี้หลัว อวี้หลัวต้องหารใช้นางเป็นสะพานให้เหยียนหลิ่งอวี๋ถูกยาพิษ สรุปแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นอย่าง
ทุกวันนี้ ล้วนมาจากนํ้ามือของต้วนชิงหมิงทั้งสิ้น……
มิน่าเล่า เหยียนหลิ่งอวี๋มิเคยพูดถึงเรื่องการสืบหาตัวคนวางยาพิษ จนสุดท้ายก็ปล่อยให้เรื่องจบๆ ไป โดยที่ต้วนอ
วี้ไม่กล้าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเช่นกัน!
มิน่าเล่า การไปของเหยียนหลิ่งอวี๋ในครั้งนี้ ไร้ซึ่งข่าวคราวที่นางจะรับรู้ หรือนี่แสดงให้เห็นว่า เขาเกลียดนางแล้ว
รำคาญนางแล้ว?
แต่เรื่องทั้งหมดนางเป็นสร้างขึ้นมาเอง เป็นนางที่ทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋ ถึงตอนนี้จะโทษใครได้เล่า
ในใจของต้วนชิงหมิงเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน จนนางลงมานั่งกับพื้นเพื่อขอร้องต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์ เล่าทุก
อย่างให้พี่ฟังเถอะ……”
ต้วนชิงหมิงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่การเข้าใจก็เป็นเพียงเรื่องหนึ่ง ส่วนความจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้อง
แยกกันให้ชัดเจน
ในเวลานี้ ต้วนชิงหมิงคิดเพียงแต่ว่า คนพวกนี้ใช้นางเป็นสะพานเพื่อไปทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋ได้อย่างไร และใช้
นางไปวางยาพิษเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ด้วยวิธีใด
เพราะคนที่โดนยาพิษมีเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋เพียงผู้เดียว ส่วนนางกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
พอนึกถึงว่านางเป็นคนทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนชิงหมิงก็หายใจแทบไม่ออก นางทรมานจนกุมมือทั้งสองข้างไว้
แน่น ปล่อยให้เล็บจิกเข้าเนื้อโดยไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย
ไม่ใช่ว่านางไม่เจ็บปวด แต่เพราะเวลานี้ไม่มีสิ่งใด ทุกข์ทรมานยิ่งไปกว่าใจของต้วนชิงหมิงอีกแล้ว
ต้วนอวี้เห็นถ่าถูกำลังแบ่งกำลังคน เพื่อเริ่มค้นหาบนภูเขาลูกนี้ ในเวลานี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว แต่ดูท่าทางของต้
วนชิงหมิง นี่หรือที่นางบอกว่าจะไม่มีผลใดๆ ต่อจิตใจและอารมณ์
ต้วนอวี้รู้สึกเสียใจเหลือเกินที่รีบร้อนเล่าเรื่องให้ต้วนชิงหมิงฟัง ท่าทางทุกข์ทรมานเจียนขาดใจของนางในตอนนี้
ต้วนอวี้แทบอยากจะตีให้นางสลบและแบกนางหนีเอาตัวรอดไปด้วยกัน
แต่ว่าต้วนชิงหมิงไม่มีทีท่าขยับเขยื้อนตัว ต้วนอวี้รู้ดีว่านางกำลังรอคำอธิบายจากเขา ต้วนอวี้คิดแล้วคิดอีก จึงพูด
จริงจังขึงขัง “ท่านพี่… เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้เกลียดพี่หรอก… เขาไม่ติดต่อมา เพราะไม่อยากให้พี่เป็นกังวลยังไงเล่า”
ต้วนชิงหมิงยิ้มปราศกจากเสียงหัวเราะ
จะไม่ให้เป็นกังวลได้ยังไง? จะไม่ให้เป็นห่วงใยได้เช่นไร?
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงรู้แล้วว่าปัญหาเกิดขึ้นจากตัวนาง จนนางแทบอยากไปขอโทษขอโพยต่อหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋
เดี๋ยวนี้เลย
แต่ปัญหาคือ เหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ที่ใดหนอ?
ต้วนอวี้รีบพูดต่อไปว่า “เรื่องวางยาพิษเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก องค์หญิงอวี้หลัวมิอยากทำตุกติกต่อหน้าเหยียน
หลิ่งอวี๋ ได้แต่ทำลับหลังเขาต่างหาก… วันนั้นที่ท่านพี่ออกไปเที่ยวเล่นนอกเมืองกัน ล้วนเป็นแผนการขององค์หญิงอวี้
หลัวที่วางไว้ ลำดับแรกบีบบังคับให้เหยียนหลิ่งอวี๋ลงจากหน้าผา จากนั้นเสแสร้งทำเป็นเข้ามาช่วยเหลือ จังหวะนั้นเอง
องค์หญิงอวี้หลัวได้วางยาพิษที่ตัวของท่านพี่… จากนั้นท่านพี่กับเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ตัวติดกันตลอด เขาจึงโดนยาพิษไปโดย
ปริยาย……”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังแล้วถึกับลืมหายใจไปช่วยขณะ
นางจำได้ว่าวันนั้นได้ปีนขึ้นมาบนหน้าผา แต่ชายชุดดำกำลังซุ่มรอนางอยู่ ระหว่างที่นางเตรียมกระโดดลงหน้าผา
องค์หญิงอวี้หลัวกลับปรากฏตัวขึ้นต่อสู้กับชายชุดดำพวกนั้น องค์หญิงอวี้หลัวจึงฉวยโอกาสนั้นวางยาพิษใส่ต้วนชิงหมิง
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังจับต้วนชิงหมิงเอาไว้โดยไม่ปล่อยมือ นับจากนั้นทั้งสองคนก็ใกล้ชิดไม่ห่างกัน
จนกระทั่งต้วนอวี้วางแผนเข้าไปช่วยพวกเขาได้สำเร็จ ช่วงเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ถํ้าตรงหน้าผา เหยียนหลิ่งอวี๋ที่ร่างกาย
เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าก็สัมผัสยาพิษเข้า ทำให้เขาหมดสติไปโดยไม่รู้ตัว
หลังจากที่เหยียนหลิ่งอวี๋พ้นขีดอันตรายแล้ว องค์หญิงอวี้หลัวกระตือรือร้นหาทางอยากไปเยี่ยมไข้เหยียนหลิ่งอวี๋
ให้ได้ ในตอนนั้น ต้วนชิงหมิงนึกว่าองค์หญิงอวี้หลัวชอบพอเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่มาคิดๆ ดูในตอนนี้แล้ว องค์หญิงอวี้หลัว
แค่อยากไปดูเหยียนหลิ่งอวี๋ว่าถูกยาพิษจริงไหม ได้รับบาดเจ็บจริงไหมต่างหาก
ต้วนชิงหมิงหลับตาลงอย่างเชื่องช้า จากนั้นถามเสียงเรียบขึ้น “ทำไมคนพวกนั้นต้องเล่นงานเหยียนหลิ่งอวี๋
ด้วย?”
องค์หญิงอวี้หลัวและชิงตั๋วน่าจะไปเล่นงานเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่มีโอกาสขึ้นเป็นฝั่าบาทองค์ต่อไป หรือไม่ก็เล่นงาน
เหยียนหลิ่งรุ่ยที่กุมกำลังทหารในเมืองหลวงไว้ทั้งหมด แต่ทำไมนางกลับมาเล่นงานเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ไม่มีทั้งอำนาจและยศ
ศักดิ์ด้วย
ต้วนอวี้เห็นสีหน้าของต้วนชิงหมิงซีดขาวไร้เลือดฝาด เขาจึงบอกว่า “ทุกอย่างเป็นเพราะธนูชวนเย่ว์กง”
เหอะๆๆๆ ธนูชวนเย่ว์กงอีกแล้วหรือ… ต้วนชิงหมิงนึกว่าธนูชวนเย่ว์กง จะหายไปจากชีวิตของนางไปตลอดกาล
แล้วเสียอีก
เพราะต้วนชิงหมิงเอาธนูชวนเย่ว์กงให้เหยียนหลิ่งอวี๋ จึงนำภัยมาสู่เหยียนหลิ่งอวี๋?
ต้วนชิงหมิงหัวเราะเยาะชีวิตที่น่าสมเพชออกมา… ธนูชวนเย่ว์กงชิ้นนี้เป็นของแห่งความซวยโดยแท้ ชาติที่แล้ว
ชีวิตของนางถูกทำลายโดยสิ้นจากมัน มาในชาตินี้ธนูชวนเย่ว์กงกลับพรากสุขภาพแข็งแรงของเหยียนหลิ่งอวี๋ไป… ธนู
ชวนเย่ว์กงชิ้นนี้มันมีความลับอะไรกันแน่?