การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 718 เหยียนหลิ่งอวี๋ปะทะหลิวยวน
เหยียนหลิ่งอวี๋มองด้วยสายตาที่สงสารจับใจ แค่เขาไม่อยู่ข้างกายนางไม่นาน ถึงกับบาดเจ็บหนักหนาถึงเพียงนี้
เมื่อหันมองที่มือของต้วนอวี้เต็มไปด้วยบาดแผล เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ถอนหายใจ… พี่น้องคู่นี้ที่หัวแข็ง ไม่ว่าเจอ
เรื่องอะไรก็ตาม ขอเพียงคนที่ต้องการปกปั้องยังอยู่สุขสบาย พวกเขายอมแลกได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิต
แต่ชิงหมิงยังมีต้วนอวี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ ทำไมยังต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงด้วย
เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งลงข้างกายต้วนชิงหมิง เขายื่นมือเข้าไปลูบผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เรียบตรง จากนั้นใช้ผ้าชุบนํ้าเช็ด
นิ้วมือต้วนชิงหมิงที่หยิกเกร็งทีละนิ้ว ก่อนทายาให้อย่างเบามือ หลังจากที่ทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ยกมือ
ขึ้นซับเหงื่อที่ไหลเยิ้ม และนั่งกุมมือต้วนชิงหมิงไม่ไปไหนทั้งนั้น
ทางด้านชายสูงวัยกำลังยุ่งอยู่กับการถอนพิษให้สองคนนี้ ที่เหลือก็ต้องดูการตอบสนองของทั้งสองคนเอาเอง
พิษในร่างกายของสองพี่น้องถูกถอนจนหมดแล้ว ปัญหาที่สำคัญในเวลานี้ คือร่างกายของทั้งสองคนอ่อนเปลี้ย
เพลียแรงจากพิษที่กระจายสู่ปอด จึงไม่อาจตื่นได้สติขึ้นมาในตอนนี้ได้
ชายสูงวัยยกกานํ้าชาทำจากหยกชูขึ้นอย่างพินิจ ค่อยมองเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ทายาให้ต้วนชิงหมิงอย่างเบามือ ทันใด
นั้นเขาได้เอ่ยเสียงเบา “เห้อ… เหยียนหลิ่งอวี๋เรื่องนั้น……”
เหมือนรู้ว่าชายสูงวัยจะเอ่ยสิ่งใด เหยียนหลิ่งอวี๋รีบยิ้มกลบเกลื่อนขึ้นมา
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ยื่นหน้าเข้ากระซิบข้างหูชายสูงวัย “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร น่าเสียดาย ข้าเองก็ไม่กล้าหา
เรื่องต้วนอวี้ เพราะว่า……”
พอพูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็เผลอยิ้มมุมปากออกมา “เพราะว่า เจ้าต้วนอวี้กลัวเข็มเป็นที่สุด ถึงกับเคย
บอกว่าหากใครกล้าเจาะเข็มเขา เขาจะทำให้ข้าแต่งงานกับสตรีที่รัก……”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันไปมองต้วนชิงหมิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นเขาพูดเนิบนาบว่า “แต่ปัญหาคือ ข้าให้ความ
สำคัญกับสตรีผู้นี้มาก จึงมิกล้าขัดคำพูดของต้วนอวี้!”
ทันทีที่ชายสูงวัยได้ฟังแล้ว สีหน้าของเขาพลันพรั่งพรูไปด้วยความเศร้าสร้อย
เดิมที ชายสูงวัยคิดว่าจะใช้โอกาสนี้เอาคืนศิษย์คนนี้เสียหน่อย ไม่นึกว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะรู้ความลับนี้ และห้าม
ปรามเขาไว้แทน
ชายสูงวัยถือกานํ้าชาแกว่งไปแกว่งมา จากนั้นมองไปที่ต้วนอวี้ที่นอนหน้านิ่วคิ้วขมวด ในที่สุดเขาก็วางกานํ้าชาลง
แลพูดออกโกรธๆ “เอาล่ะ เอ่าล่ะ ข้าไม่เจาะเข็มก็ได้……”
ชั่วพริบตาเดียว ชายสูงวัยก็วางกานํ้าชาลง บ่นพึมพำว่า “ถ้าได้เจาะเข็มเจ้าศิษย์นี่สักทีก็จะดีขึ้นถนัดตา แต่เมื่อไม่
ได้รับอนุญาต… ก็ช่างมันเถอะ”
คำพูดที่ว่า “ก็ช่างมันเถอะ” แฝงด้วยความรู้สึกไม่ยอมจำนนและเสียใจคละเคล้าด้วยกัน ชายสูงวัยเดินมายืนด้าน
ข้างต้วนอวี้ เปรยอย่างโมโห “ข้าไม่เชื่อหรอกว่า ศิษย์น้อยอย่างเจ้าจะเล่นงานข้าได้”
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มไร้คำพูด… เหอะๆๆ ไม่ใช่ชายสูงวัยไม่เชื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้วนอวี้มั่นใจว่าเขา
ฉลาดมาก กระทั่งชายสูงวัยจนปัญญาหาทางเล่นงาน
ใครก็รู้ว่าชายสูงวัยเอ็นดู รักใคร่และให้ความสำคัญกับศิษย์คนนี้เพียงใด
หน้าประตูนอกถํ้า มีเสียงเท้าเดินเข้ามาทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋หยุดพูดลง พอหันไปมองก็พบลั่วสุ่ยเดินเข้ามา
รายงานว่า “องค์ชายขอรับ กระหม่อมได้พาตัวหลิวยวนขึ้นมาตามที่รับสั่งแล้วขอรับ”
ชายสูงวัยกำลังลังเลใจว่าจะเจาะเข็มต้วนอวี้ดีหรือไม่ พอได้ยินที่ลั่วสุ่ยรายงานเหยียนหลิ่งอวี๋ ก็ถลึงตาโตขึ้น “ข้า
กำลังลังเลใจจะเจาะเข็มให้ศิษย์ดีไหม..ถ้าเจ้าไม่มีธุระอื่นแล้ว รีบออกไปได้ อย่ามาเกะกะขวางทาง!”
แต่ด้วยเวลาที่ลั่วสุ่ยอยู่กับชายสูงวัยมานานทำให้ไม่ได้หวาดกลัว เขาได้แต่พูดยิ้มๆ “เห้อ… ถ้ารับกระผมไว้เป็น
ศิษย์ตั้งแต่แรก มือสองข้างท่านอยากเจาะกี่ครั้งย่อมได้ แต่ท่านกลับไปไม่ยอม คิดแต่จะรังแกต้วนอวี้……”
……
ชายสูงวัยเลิกตาโตใส่ “เชอะ! เจ้าเด็กเมื่อวานซืนคิดเอาตัวมาเทียบกับศิษย์รักข้างั้นหรือ… ตาแก่อย่างข้าเคย
สาบานบั่นวาจาเอาไว้ ชาตินี้จะรับศิษย์เพียงคนเดียว… เจ้ามาช้าเกินไปแล้ว”
ลั่วสุ่ยได้ยินรีบพึมพำออกมา “หึ ไม่รับเป็นศิษย์ก็ไม่รับ กระผมก็ไม่ได้ใส่ใจมากขนาดนั้น… ท่านยังชอบแต่งเรื่อง
โกหกคนอื่นอยู่เหมือนเดิม”
ผู้คนภายในถํ้าคุยไปยิ้มไปอย่างมีความสุข ส่วนนอกถํ้ามีเพียงหลิวยวนที่ยืนเดียวดายจนปวดใจ
จากนอกถํ้าถึงในถํ้าห่างกันเพียงสิบก้าว ทว่าเหมือนห่างไกลดั่งภูผาสูงกางกั้น คนในถํ้าพูดคุยเบิกบานใจ คนนอก
ถํ้ากลับยืนเดียวดายไม่กล้าสู้หน้าเข้าไป… ต่อให้เข้าไปพูดคุยเกรงว่าไม่มีผู้ใดสนใจการมีอยู่ของเขา
ที่สำคัญนํ้าเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ เป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ตัวจริง
ไม่ผิดแน่ หลิวยวนจดจำนํ้าเสียงของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฝังใจ
นั่นแสดงว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาแล้ว!
สิ่งที่น่าแปลกใจคือ พิษที่เขาโดนล้วนเป็นพิษร้ายแรงถึงชีวิตทั้งสิ้น เหตุใดเขาถึงเอาชีวิตรอดจากยมโลกมาได้
ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาแข็งแรงดังเดิมแล้วหรือ?
จากนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของเหยียนหลิ่งอวี๋ ต่อไปจุดจบของหลิวยวนจะเป็นรูปแบบใดกัน
เรื่องราวในอดีตได้พรั่งพรูเข้ามาในมโนทวาร เหงื่อของเขาแตกพลั่ก แม้ใจอยากก้าวเท้าหนีไป แต่มันกลับแข็งทื่อ
ขยับไม่ออก ได้แต่ยืนฟังอยู่หน้าถํ้าอย่างนั้น
ถ้ารู้ก่อนหน้าว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ เขาไม่ควรรับปากองค์หญิงอวี้หลัวและบอกทุกอย่างเกี่ยวกับต้วนชิงหมิง
ไป
มีเพียงคนที่สนิทสนมกับต้วนชิงหมิงเท่านั้น ถึงรู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ให้ความสำคัญต้วนชิงหมิงเพียงใด ดังนั้นหาก
ต้องการเล่นงานเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้องลงมือเล่นงานต้วนชิงหมิงก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยปั้องกันตัว
จากนางมาก่อนเลย
เปั้าหมายของหลิวยวนคือต้วนชิงหมิง ส่วนเปั้าหมายขององค์หญิงอวี้หลัวคือธนูชวนเย่ว์กง เปั้าหมายของทั้งสอง
คนไม่ขัดแย้งกัน และสามารถร่วมมือเพื่อให้ได้มาร่วมกัน ด้วยเหตุนี้การร่วมมือวางแผนจึงเกิดขึ้น
หลังจากที่หลิวยวนขึ้นเรือไปหาองค์หญิงอวี้หลัวกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว เรื่องราวก็ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ จากนั้นหลิว
ยวนจำต้องยอมดูต้วนอวี้ได้รับบาดเจ็บ และเป็นคนเล่าแผนการทุกสิ่งทุกอย่างที่หลิวยวนทำทั้งหมดจากปาก
หลิวยวนดูเหมือนไม่ได้เสียอะไร แต่เขากลับสูญเสียความเชื่อใจจากต้วนอวี้ สูญเสียรอยยิ้มที่จริงใจจากต้วนชิงห
มิง นับจากนี้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไร้ความเชื่อใจจากพี่น้องตระกูลต้วน
หลิวยวนยังคงมองภายในด้วยสายตาที่แน่นิ่ง ลั่วสุ่ยกลับเบือนปากใส่เขา… ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมาจากนํ้ามือ
ของเขาทั้งสิ้น การตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มาจากการทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย การรู้ตัวสำนึกผิดในเวลานี้ช่วยอะไรไม่ได้อีก
แล้ว หลิวยวนจึงได้แต่ยืนมองทุกอย่างมลายหายวับไปอย่างไม่มีวันกลับมา
ลั่วสุ่ยปล่อยหลิวยวนยืนอยู่ข้างนอกลำพัง ส่วนเขาเดินเข้าไปในถํ้าคนเดียว
หลิวยวนได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้ลมอันหนาวเหน็บพัดปะทะร่างกาย
พอลั่วสุ่ยเดินเข้าไปด้านใน เสียงเอะอะพูดคุยกลับเงียบลงในพริบตา จากนั้นมีเสียงคนไอขึ้นและพูดออกมา
ประโยคหนึ่ง
ไม่นานนัก ลั่วสุ่ยวิ่งออกมาข้างนอก ในมือถือชุดเสื้อแขนยาวออกมาตัวหนึ่งโยนให้หลิวยวน “องค์ชายยังเมตตา
เจ้าให้ข้าเอาชุดมาให้ ถ้าเป็นข้าคงเอาเจ้าไปโยนเป็นอาหารหมาปั่าไปแล้ว… ไม่รู้จริงๆ องค์ชายคิดอะไรกันแน่”