การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 717 เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาแล้ว?
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ หลิวยวนแอบถอนหายใจ ยกมือขยี้จมูกไปมา และปิดปากเงียบลงทันที
ศิษย์อาจารย์คู่นี้ไม่ได้แยแสการมีอยู่ของหลิวยวนแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นชายสูงวัยได้ก้าวเข้าไปจับชีพจรต้วนชิงหมิง ส่ายหน้าไปมา “ศิษย์ตัวดี พี่สาวของเจ้าเกิดเรื่อง
แล้ว……”
ต้วนอวี้กับหลิวยวนต่างตกใจกันยกใหญ่ และถามพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย “เกิดอะไรขึ้นกับนาง?”
ชายสูงวัยดึงมือกลับมา หันไปพูดกับหลิวยวน “เจ้าถามสอดขึ้นมาทำไม ข้ากำลังคุยกับศิษย์ของข้าอยู่”
หลิวยวนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว เขาแค่ร้อนใจอยากรู้อาการของต้วนชิงหมิง จึงไม่โต้เถียงต่อความยาวสาว
ความยืด ได้แต่ยืนฟังชายสูงวัยบอกเล่าอาการ
“ท่านอาจารย์บอกมาเร็วๆ เถอะ ท่านพี่เป็นยังไงบ้าง?” ต้วนอวี้ร้อนใจไปหมด
ชายสูงวัยตอบเพียงว่า “พี่สาวของเจ้าไม่เพียงถูกผงยาของเจ้า ยังถูกค้างคาวกัดเข้าอีก รวมกับร่างกายที่อ่อนแอ
เป็นทุนเดิมของนาง พิษแทรกซึมเข้าสู่ปอด หากไม่รักษาอย่างทันเวลา คงเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน”
พอต้วนอวี้ได้ฟังถึงกับพูดเสียงหลง “อย่างนั้น อาจารย์ก็ช่วยรักษานางเร็วเข้าเถิด!”
“ศิษย์เอ๋ย เจ้าก็รู้นี่หน่า อาจารย์ของเจ้าไม่พกยาถอนพิษติดตัว ทุกครั้งจะทำแล้วใช้ทันที… แต่ไม่ต้องกังวลไป
หากพานางกลับไปรักษาตอนนี้ อาจช่วยชีวิตของนางได้ทัน”
ต้วนอวี้มองชายสูงวัยไม่มีอะไรติดตัวมาสักอย่าง จึงบอกไปว่า “จากนี้ขึ้นไปด้านบนสูงขนาดนั้น ขึ้นไปย่อมไม่ใช่
เรื่องง่าย!”
ชายชราชี้ไปตรงกำแพงหิน “อาจารย์อย่างข้าเอาเถาวัลย์ลงมาด้วย แต่อาจยาวไม่เพียงพอ… หากต้องแบกคนขึ้น
อีกคนหนึ่งด้วย อาจลำบากขึ้นมาหน่อย”
ต้วนอวี้คิดๆ ดูแล้วก็รีบหยิบเสื้อที่พันกับเถาวัลย์เมื่อครู่ออกมา “ท่านอาจารย์ พวกเราสามารถใช้เสื้อผูกติดไว้ ให้
ท่านอาจารย์แบกท่านพี่ขึ้นไปก่อน”
ระหว่างที่ต้วนอวี้พูดอยู่นั้น จู่ๆ ได้ถามขึ้นว่า “ใช่แล้ว ท่านอาจารย์มากับใครเหรอ?”
ความหมายที่ต้วนอวี้ต้องการสื่อคือ กลัวว่าท่านอาจารย์เมื่อเห็นสัญญาณจะบุกมาที่นี่เพียงลำพัง หากเป็นเช่นนั้น
การปล่อยต้วนชิงหมิงไว้ข้างบนเพียงลำพังอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ชายสูงวัยชี้ขึ้นไปด้านบน เอ่ยขึ้น “เจ้าลั่วสุ่ยก็มาด้วย ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋กำลังใกล้มาถึงแล้ว”
ต้วนอวี้จึงพูดอย่างวางใจ “อย่างนั้น ท่านอาจารย์พาท่านพี่ขึ้นไปก่อน ศิษย์จะรออยู่ที่นี่”
เมื่อกล่าวจบ ต้วนอวี้รีบช่วยผูกต้วนชิงหมิงไว้บนหลังท่านอาจารย์ เพื่อให้พานางขึ้นไปด้านบนเป็นคนแรก
เมื่อชายสูงวัยขยับตัวกลับมีเสียงหินดังขึ้นมา จนต้วนอวี้ใจหายตกไปอยู่ตะตุ่ม
ชายสูงวัยหันกลับมามองต้วนชิงหมิงที่สลบไสลอยู่ จึงรีบจับเถาวัลย์ปีนขึ้นไปด้านบน
หลิวยวนค่อยๆ ประคองต้วนอวี้ลงมานั่งอย่างช้าๆ
นี่ตรงนั้นเหลือเพียงหลิวยวนกับต้วนอวี้สองคน จนรู้สึกมีที่ว่างมากขึ้น สายลมยามคํ่าคืนยังคงพัดผ่านเข้ามาด้าน
ใน ทำให้จิตใจหลิวยวนสั่นไหวราวกับเกลียวคลื่นท้องทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง
หลิวยวนจู่ๆ นึกถึงเรื่องในอดีตที่เขาเกือบลืมไปแล้วขึ้นมาได้ ตอนนั้นเขาใช้ชีวิตอยู่ในจวนต้วน ต้วนชิงหมิฃมัก
แวะมาเยี่ยมเยียนเขาอยู่บ่อยครั้ง ส่วนต้วนอวี้พูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุขในทุกวัน และแอบเอาขนมกุ้ยฮวาที่แอบ
ซ่อนไว้ให้หลิวยวนได้กิน
ในทุกครั้งที่หลิวยวนอ่านหนังสือตำราอย่างหนัก ต้วนอวี้จะคอยนั่งอยู่เงียบๆ เป็นเพื่อน โดยไม่ดื้อไม่ซน แต่ใน
ครั้งนี้ พอต้วนชิงหมิงเดินเข้าประตูมา เรียก “อวี้เอ๋อร์” เสียงเบา ต้วนอวี้มักจะยิ้มให้เห็นฟันขาวเนียนออกมา ทำให้นาง
อดหัวเราะมิได้
เวลาในช่วงนั้น ชีวิตของหลิวยวนสุขสบายอย่างมาก เขาได้เห็นต้วนชิงหมิงเอ็นดูต้วนอวี้ก็รู้สึกได้ถึงความหวังใน
ชีวิต
เขารู้ว่าต้องมีสักวันที่ต้องจากจวนต้วน ไปมีชีวิตของตัวเขาเอง แต่หลังจากออกจากจวนต้วน ทุกอย่างดูเหมือนจะ
เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด
เมื่อต้วนอวี้ใกล้หมดสติลง หลิวยวนจึงยกมือเข้าไปเช็ดฝุั่นที่เลอะหน้าให้ พลางพูดเสียงเบา “พี่บอกแล้วจะไม่มี
ทางทำร้ายต้วนชิงหมิง ทำไมต้วนอวี้ถึงไม่เชื่อด้วยเล่า?”
อันที่จริง ไม่ใช่ว่าต้วนอวี้และต้วนชิงหมิงไม่เชื่อ แต่ตัวของหลิวยวนเองต่างหากที่ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน
ชายสูงวัยขึ้นไปด้านบนอย่างว่องไวและวางต้วนชิงหมิงลงอย่างปลอดภัย จากนั้นค่อยโรยตัวลงมาแบกต้วนอวี้ขึ้น
ไป เมื่อเห็นต้วนอวี้ซบหลังชายสูงวัยขึ้นไปแล้ว หลิวยวนก็มานั่งคิดว่า หากชายสูงวัยไม่กลับมาด้วยตนคงต้องอยู่ที่นี่อย่าง
โดดเดี่ยวรอคอยความตายเป็นแน่
ยังไม่ทันคิดจนจบ ด้านหลังของเขาก็มือคนโรยตัวลงมาด้านล่าง ไม่ใช่ชายสูงวัย แต่เป็นลั่วสุ่ยต่างหาก
ลั่วสุ่ยมองหลิวยวนด้วยสายตาหยามเหยียด “องค์ชายสั่งให้ปล่อยเจ้ารอคอยความตายไปเอง แต่คุณหนูต้วน
จิตใจดีงามมีเมตตา หากรู้ว่าเจ้าหิวโหยจนตาย ต้องเสียใจเป็นแน่ ข้าเห็นแก่คุณหนูต้วนจะยอมช่วยเจ้าสักครั้ง ส่วนบัญชี
แค้นกับพวกเจ้า องค์ชายจะค่อยคิดบัญชีให้ทีละคน”
หลิวยวนก้มหน้าอย่างละอายใจ “เจ้ากลับไปบอกองค์ชายของเจ้าว่าข้าทราบแล้ว”
ลั่วสุ่ยโยนเถาวัลย์ให้หลิวยวน “เจ้าผูกเองให้ดี เดี๋ยวข้าขึ้นไปแล้วจะดึงเจ้าตามขึ้นไป”
ลั่วสุ่ยพูดจบลงก็ดันหินที่ยื่นออกมา กระโดดขึ้นไปด้านบนอย่างว่องไว จากนั้นลั่วสุ่ยค่อยๆ ดึงหลิวยวนขึ้นไปด้าน
บนอย่างปลอดภัย
บนด้านบนถํ้าหินไม่มีผู้ใดเหลือแม้แต่คนเดียว ลั่วสุ่ยรีบช่วยแก้มัดเถาวัลย์ จากนั้นแบกติดตัวเดินจากไป
“ต้วนอวี้กับชิงหมิงละ?” หลิวยวนถามขึ้น
“มัวพูดมากอยู่นั่นแหละ รีบเดินตามข้ามาเร็วเข้า” ลั่วสุ่ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
หลิวยวนเดินข้ามภูเขาตามลั่วสุ่ยไป จนกระทั่งไปถึงถํ้าอีกแห่งที่มืดสนิท ดูเหมือนจะมีเสียงของชายสูงวัยดังขึ้น
อย่างร้อนใจ “ข้าเอง ข้าเอง… ข้าจะให้นํ้าเกลือศิษย์น้อยเอง!”
เป็นที่รู้ว่าต้วนอวี้เป็นคนคิดค้นวิธีให้นํ้าเกลือ ทำให้ชายสูงวัยดีใจอยู่นานสองนานกับวิธีรักษาแบบใหม่ ในที่สุด
ตอนนี้ เขาสามารถใช้ช่วยชีวิตต้วนอวี้ มีหรือจะไม่ดีใจ?
หลิวยวนพอนึกภาพที่ชายสูงวัยตื่นเต้นออก และภายในถํ้าดูเหมือนไม่มีใครพูดคุยกัน
จนเวลาล่วงเลยไปครู่หนึ่ง กลับมีเสียงราวเรียบและเเผ่วเบาดังขึ้น “ข้าขอให้ต้วนอวี้ได้สติขึ้นก่อนแล้วค่อยเจาะ
เข็มให้นํ้าเกลือ หากเขารู้ว่าอาจารย์อาศัยจังหวะที่เขาไม่ได้สติเจาะเข็มให้นํ้าเกลือ ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
ชายสูงวัยตอบ “อืม” และวางเข็มแท่งยาวลง เขารู้ดีว่าศิษย์คนนี้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่มีใครเกิน หากแอบไป
เจาะเข็มให้นํ้าเกลือ มีหวังต้วนอวี้ตื่นขึ้นมาเห็นอาจเอาเข็มทั้งหมดที่มีเจาะร่างชายสูงวัยจนพรุน แค่คิดก็สั่นสะเทิ้มไปทั้ง
ตัวแล้ว
ชายสูงวัยรู้ดีไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น ยกเว้นสิ่งเดียวนั่นก็คือเข็ม ซึ่งเขากับศิษย์รักต้วนอวี้ต่างกลัวเข็มเหมือนกัน
หากทำอะไรกับศิษย์รักไปมีหวังต้องโดนเอาคืนอย่างหนีไม่พ้น
ภายในถํ้าที่ค่อนข้างเล็ก ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ถูกวางนอนขนานกัน สีหน้าต้วนอวี้เขียวปี ท่าทางอิดโรย แต่เขา
กลับยังมีจิตใจที่เข็มแข็งแผ่ซ่านออกมา
ด้านข้างของต้วนอวี้คือร่างของต้วนชิงหมิง
นางนอนหลับตาปี นิ้วมือที่เรียบเนียนงดงามหยิกเกร็งไปหมด เพราะต้องกรีดเอาเลือดที่เป็นพิษออกจากบริเวณที่
โดนค้างคาวกัด
ตอนนี้ท่าทางของนางดูทรมาน เสียจนเหยียนหลิ่งอวี๋สงสารจับใจ