การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 720 ความจริงเผยออกมา (1)
หลิวยวนเดินจากไปด้วยความรู้สึกที่เศร้าสร้อย ภายในถํ้าเป็นคนที่เขาห่วงใยที่สุด ระลึกถึงทุกเช้าคํ่า… เมื่อก่อน
ตอนที่เขายังใส่เสื้อผ้าซอมซ่อ เคยสัญญากับตัวเขาเองจะยอมทำทุกอย่างให้ชีวิตของสาวน้อยคนนี้มีความสุข
แต่ตอนนี้ชิงหมิงไม่ควรคู่กับเขาแล้ว เป็นเพราะเขาที่ใช้มือผลักไสนางออกไปทีละเล็กทีละน้อย จนห่างออกไปเกิน
คว้าไว้ได้
ชิงหมิง… นางจะรู้หรือไม่
แม้คนคนนั้นจะไม่ใช่หลิวยวน แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นฟั้าดินต้องสรรหาคนที่รักนางมาแทน ต่อให้มิอาจครองคู่กัน เขา
ก็จะคอยปกปั้องนางอยู่ห่างๆ
ตอนนี้หลิวยวนกำลังต้องไปเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่เขาทำผิดพลาดเอาไว้… เพราะว่าต้วนชิงหมิงไม่เคยรังเกียจหลิว
ยวนเลย ฉะนั้นเขาไม่มีทางปล่อยนางให้เดียวดายแน่นอน
ต้วนชิงหมิง…ต่อให้วันหน้าความตายมาพรากเราจาก ต่อให้เขาต้องตกในนรกก็จะยังคอยมองนางอยู่เงียบๆ
ตลอดไป
หลิวยวนเดินจากไปแล้ว
เขาหลับตาลงช้าๆ เดินนํ้าตารินไหลผ่านสายลมที่โหมพัดมาจากทุกสารทิศ โดยไม่หันหลังกลับมา
เหยียนหลิ่งอวี๋คลายหมัดที่กำไว้แน่นออก มองดูหลิวยวนเดินจากไปในที่สุด
หลิวยวนผู้นี้ทำร้ายต้วนชิงหมิงและทำร้ายคนของเขาได้เดินจากไปแล้ว ทว่าบาดแผลที่เขาทำร้ายพี่น้องคู่นี้ยังคง
ฝังลึกอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดให้ต้วนชิงหมิง ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่เขาทิ้งไว้ให้ต้วนอวี้ สิ่งเหล่านี้มิ
อาจทำให้แผลที่มีในใจสมานกลับมาได้เดิมอีกต่อไป
ต้วนอวี้ได้ฟังที่ท่านอาจารย์เล่า ต่อให้พิษในร่างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋ถอนออกหมดแล้ว วรยุทธ์ฟืนฟูกลับมาได้
มาก แต่พิษได้อยู่ในร่างกายจนเกินไป ทำให้มิอาจฟืนฟูได้เต็มที่ ฉะนั้น ชีวิตที่เหลืออยู่ของเหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่เกินสิบปี
ในตอนนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋แสนโกรธแค้นหลิวยวนเข้ากระดูกดำ เพราะหลิวยวนทำเพียงเพื่อรั้งต้วนชิงหมิงกลับไป
อยู่ข้างกายเขาก็ตาม
แต่สุดท้าย เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ยอมวางความแค้นปล่อยหลิวยวนไป
เหมือนที่ต้วนชิงหมิงเคยพูดไว้ คนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นย่อมมีแต่ความทุกข์ใจ ส่วนคนที่หลุดพ้นจากความ
โกรธแค้นย่อมมีแต่ความสุขใจ
เหยียนหลิ่งอวี๋ในตอนนี้ช่างมีความสุขใจที่สุด เพราะในที่สุดเขาได้กลับมาเจอหน้าต้วนชิงหมิงผู้ที่เขาถวิลหามา
ตลอดครึ่งปี
เนื่องจากเขามีความสุขกับการพบหน้านาง จึงปล่อยหลิวยวนกลับไป
ร่างกายต้วนชิงหมิงยังคงอ่อนแอเป็นอย่างมาก ทว่าสายตาคู่นั้นของนาง ยังคงจับจ้องไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ ราวกับ
กลัวว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะแอบหายตัวไปอีก
เหยียนหลิ่งอวี๋หันไปยิ้มให้นาง “เจ้าจ้องข้าตาไม่กะพริบทำไมกัน? ข้าไม่ได้จะหนีไปไหนสักหน่อย!”
ต้วนชิงหมิงกัดฟันพูดขึ้นว่า “ถ่าถูเป็นยังไงบ้าง?”
“มันเข้าไปพบฝั่าบาทแล้ว” เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบ
“อะไรนะ ไปพบฝั่าบาทอย่างนั้นหรือ?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างตกใจ
ถ่าถูไปพบฝั่าบาทอาจคิดวางแผนไม่ซื่อ…
ไม่รู้ว่าเมืองหลวงได้มีการปั้องกันไว้หรือไม่?
จะเกิดความโกลาหลขึ้นในเมืองหลวงหรือเปล่า?
ต้วนชิงหมิงคิดไปต่างๆ นานา ก่อนลืมตามองเหยียนหลิ่งอวี๋ เห็นท่าทางของเขาไม่มีความกังวลปรากฏขึ้นมา
แม้แต่น้อย นางฝืนยิ้มขึ้นมา ด้วยรู้ว่าหากเหยียนหลิ่งอวี๋นั่งอยู่ตรงนี้เหมือนอย่างสบาย ในเมืองหลวงย่อมไม่มีเรื่องใดเกิด
ขึ้นแน่นอน
เพียงแต่ว่ามีบางเรื่องที่ต้วนชิงหมิงต้องรู้ให้ได้ นางจึงเอ่ยปากถามเหยียนหลิ่งอวี๋ “ถ่าถูมาเมืองหลวงครั้งนี้เพื่อทำ
อะไร?”
“มาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับต้าเซี่ย!” เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบ
ต้วนชิงหมิงได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เป็นคำที่นางคุ้นหูที่สุด
นางจำได้ว่าชิงตั๋วอยากแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับต้าเซี่ย โดยปรารถนาองค์หญิงจากต้าเซี่ยเป็นคู่ครอง
ตอนนี้ไม่รู้ว่าชิงตั๋วต้องการแต่งกับองค์หญิงองค์ใดองค์หนึ่ง หรือว่าเปลี่ยนเปั้าหมายเป็นคนอื่นแทน?
คิดมาถึงจุดนี้ ต้วนชิงหมิงก็ถามขึ้นอีก “จะแต่งเชื่อมสัมพันธ์กับใครในต้าเซี่ย?”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันมองไปที่อื่น ก่อนตอบเสียงนิ่ง “องค์หญิงอวี้หลัวกับข้าเอง”
“ทำไมเป็นเจ้าไปได้?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างคาดไม่ถึง
เป็นที่รู้ว่าองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอายุสิบแปดพอดี เหมาะสมอภิเษกสมรส ทว่ายังไม่ได้เฟั้นหาชายาเสียที
ส่วนองค์ชายรองเหยียนหลิ่งรุ่ยเพิ่งจะสิบหกหมาดๆ ถึงเวลาที่จะหมั้นหมายแล้ว มีเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เพิ่งอายุสิบห้า
ขาดอีกหนึ่งปีถึงจะเหมาะสมกับการหมั้นหมาย แต่ว่าการแต่งงานเชื่อสัมพันธ์ในตอนนี้ กลับไม่ใช่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ไม่ใช่
เหยียนหลิ่งรุ่ย กลับเจาะจงเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋?
พอเหยียนหลิ่งอวี๋เห็นท่าทางของต้วนชิงหมิงจึงรีบร้อนพูดขึ้นมา “เจ้าวางใจได้ ข้าปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว”
ยามปกติเหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องสัพยอกต้วนชิงหมิงเสียหน่อย แต่พอเห็นเสื้อหน้าที่ยับยู่ยี่ของนาง และคำพูดของ
ชายสูงวัย เหยียนหลิ่งอวี๋ก็เลือกตอบเสียงเรียบ “ถ่าถูบอกว่าองค์หญิงอวี้หลัวเลือกข้า โดยให้เหตุผลว่าอายุไล่เรี่ยกัน แต่
ข้าได้ให้เสด็จพ่อปฏิเสธไปแล้ว ด้วยเหตุผลว่า สุขภาพร่างกายไม่อำนวยและยังไม่อยากหมั้นหมายกับผู้ใด”
ไม่ใช่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่อยากหมั้นหมาย แต่คนที่ต้องหมั้นหมายด้วยไม่ใช่ต้วนชิงหมิงต่างหาก เขาจึงมิอาจ
ยอมรับได้ แต่ตอนนี้องค์หญิงจากแคว้นอื่นที่ทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัส กลับให้เขารับปากหมั้นหมายกับนาง
ต้วนชิงหมิงกำลังขบคิดปัญหาในเรื่องอื่นอยู่ ข้อแรก องค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยถูกวางตัวสืบทอดราชบัลลังก์
ต่อ ชายาของเขาต้องเป็นบุตรสาวขุนนางคนสำคัญ ไม่มีทางเป็นองค์หญิงจากแคว้นอื่น มิหนำซํ้ายังเป็นองค์หญิงที่
เปลี่ยนใจไปๆ มาๆ อย่างง่ายดาย
ส่วนองค์ชายรองเหยียนหลิ่งรุ่ยก็ไม่สนใจองค์หญิงอวี้หลัวแม้แต่น้อย ต่อให้เกิดสนใจขึ้นมา เขาก็ไม่มีทางออกปาก
อยากหมั้นหมายจนกว่าเสด็จพ่อจะสั่ง
เนื่องจากบรรดาองค์หญิงองค์ชายในราชวงศ์ ต่างไม่มีสิทธิ์เลือกงานหมั้นหมายแต่งงานได้ด้วยตนเอง ถ้าไม่ถูก
เลือกให้แต่งงานรักษาอำนาจ ก็จะถูกเลือกให้เป็นหมากตัวหนึ่งโดยใช้การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ดังนั้นวันข้างหน้า ไม่ว่า
งานแต่งงานของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย เหยียนหลิ่งรุ่ยและเหยียนหลิ่งอวี๋ ล้วนมีเปั้าหมายเพื่อรักษาการปกครองทั้งสิ้น โดยที่
พวกเขามิอาจคัดค้านปฏิเสธได้เลย
เหยียนหลิ่งอวี๋ยังไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงกำลังครุ่นคิดเรื่องใดอยู่ เขาเห็นเพียงต้วนชิงหมิงก้มหน้าก้มตา จึงถามนางขึ้น
ว่า “เจ้าคิดอะไรอยู่เหรอ?”
ไม่เจอกันเพียงครึ่งปี ต้วนชิงหมิงกลับกลายเป็นคนเงียบขรึมไป สีหน้าของนางในเวลานี้ดูซีดขาว ไร้เรี่ยวแรงที่จะ
พยุงตัวนั่งให้ตรง ที่จริงแล้วนางไม่ได้รู้สึกอะไร ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เห็นแล้วกลับร้อนรนใจ
เพราะว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงเป็นคนประเภทเดียวกัน ที่ชอบเก็บทุกเรื่องไว้ในใจ ดังนั้นเมื่อเห็นต้วนชิงห
มิงสีหน้านิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน เหยียนหลิ่งอวี๋ย่อมรู้ว่าในใจของนางต้องมีเรื่องอยู่ในใจ
ต้วนชิงหมิงเงยตอบอย่างจริงจัง “ข้ากำลังคิดอยู่ว่า ถึงแม้เจ้าจะปฏิเสธไปแล้ว แต่ถ่าถูคงไม่ยอมเลิกลาง่ายดาย
ต้องหาวิธีบีบให้เจ้าตอบรับให้จงได้”
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้ามองนาง พูดเสียงเรียบว่า “หากทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าคิดไว้ ถ่าถูไม่ยอมเลิกลา แต่องค์
หญิงอวี้หลัวย่อมไม่กล้าแต่งงานกับข้าเด็ดขาด……”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังพลันชะงักไปชั่วขณะ องค์หญิงอวี้หลัวบอกกับนางว่าชอบพอเหยียนหลิ่งอวี๋ จากใจจริง ทำให้ต้
วนชิงหมิงหลงเชื่อ และใช้จุดนี้กลับไปทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋เสีย
ในที่สุด ต้วนชิงหมิงก็เข้าใจกระจ่างแจ่มแจ้งทุกอย่าง “ถ้าองค์หญิงอวี้หลัวแต่งกับเจ้า นางคงกลัวโดนเจ้าเล่นงาน
คืนใช่ไหม?”
เป็นที่รู้กันโดยทั่ว นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของเหยียนหลิ่งอวี๋เลื่องลือไปไกลนัก องค์หญิงอวี้หลัวถ้าอยากแต่งกับเขา
คงต้องพบกับความยากลำบากในชีวิต ด้วยเหตุนี้ชนักที่ติดหลังของนางอยู่นั้น คงทำให้นางมิกล้าเรียกร้องแต่งกับเหยียน
หลิ่งอวี๋เป็นแน่
พอเขาได้ยินที่ต้วนชิงหมิงสาธยายออกมา สีหน้าของเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง… เรื่องแบบนี้คงมีเพียงต้วนชิงหมิงคน
เดียวที่คิดแบบนี้ มีที่ไหนกันองค์ชายอย่างเขาจะไปเล่นงานเอาคืน… เขาชอบเอาคืนในวันเดียวกับที่เกิดเรื่อง เพื่อจะได้
จบเป็นเรื่องๆ ไป