การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 721 ความจริงเผยออกมา (2)
ใครจะไปรู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋แค่ปรายตามองต้วนชิงหมิงแวบเดียว จากนั้นพูดไปเรื่อยเปือยขึ้นว่า “องค์หญิงอวี้
หลัวไม่ใช่ของข้า แต่เป็นของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต่างหาก คนที่นางอยากแต่งด้วยคือองค์ชายใหญ่แห่งต้าเซี่ย มิใช่องค์ชาย
สามอย่างเขา… ยิ่งไปกว่านั้น ข้าให้คนไปปล่อยข่าวลือว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเตรียมกำลังคัดเลือกชายา สตรีงามจากใต้หล้า
จึงเตรียมตัวมาให้เขาเลือก”
ที่แท้องค์หญิงอวี้หลัวกลับชอบพอ001
ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ประเดี๋ยวก่อนร้องอ๋ออย่างเข้าใจ
ตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ร่วงตกลงมาจากหน้าผาในเวลานั้น ต้วนชิงหมิงถูกองค์หญิงอวี้หลัววางยาพิษใส่เสื้อผ้า นาง
แอบเห็นองค์หญิงอวี้หลัวสนทนาไม่กี่ประโยคกับชายชุดดำ โดยมีสายตาที่แปลกประหลาดแสดงออกมา ในตอนนั้น ต้วน
ชิงหมิงรู้สึกเอะใจขึ้นมา เหมือนมีลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างเกิดขึ้น แต่ด้วยความรีบร้อนหนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่า จึง
ไม่ได้สังเกตให้ละเอียดชัดเจน
จนกระทั่ง ต้วนชิงหมิงกับเหยียนหลิ่งอวี๋หนีเอาชีวิตรอดมาได้ องค์หญิงอวี้หลัวก็กลับมาอย่างปลอดภัย นับแต่นั้น
เป็นต้นมา องค์หญิงอวี้หลัวก็ไปมาหาสู่กับต้วนชิงหมิงน้อยลงไปถนัดตา ไม่ค่อยเอ่ยถามถึงเหยียนหลิ่งอวี๋เหมือนเมื่อก่อน
ตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้ว ใจขององค์หญิงอวี้หลัวคงตกไปอยู่กับ001และไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง
ต่อมาต้วนชิงหมิงก็นึกถึงการหายตัวไปพร้อมกันขององค์หญิงอวี้หลัวกับชิงตั๋วขึ้นมาได้ พอเอาเหตุการณ์มาร้อย
เรียงเข้าหากัน พลันเข้าใจได้ทันทีว่าองค์หญิงอวี้หลัวกับ001ร่วมมือกันทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋
เหยียนหลิ่งอวี๋เรียกชื่อต้วนชิงหมิงอยู่สองสามครั้ง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ก็แล้ว แต่นางกลับไปไม่ได้ตอบกลับ หรือมี
ท่าทางตกใจแต่อย่างใด เพียงแต่ตอบเสียงแผ่วเบาออกมา “เหยียนหลิ่งอวี๋มีหลายเรื่องเลยที่ข้าเข้าใจแล้ว……”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปากให้ต้วนชิงหมิง “เจ้าเข้าใจเรื่องอะไรบ้าง ไหนลองเล่าให้ข้าฟังหน่อย?”
ต้วนชิงหมิงจึงเล่าว่า “ชิงตั๋วกับองค์หญิงอวี้หลัวต้องได้ยินเรื่องธนูชวนเย่ว์กงเป็นแน่ ถึงได้ถ่อมาถึงต้าเซี่ย โดยไม่
ได้เหตุผลถึงการมา ในที่สุดจึงต้องอ้างเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ขึ้นมาก่อน รอให้พวกเขาสืบรู้ว่าธนูชวนเย่ว์กงอยู่
ที่ไหน ค่อยลงมือเล่นงานเจ้านะสิ ต่อมาถ่าถูได้เรียกสองคนนั้นกลับไป จากนั้นวางแผนสร้างเรื่องศรชวนเย่ว์เจี้ยนขึ้นมา
จนสุดท้ายเฉิงซู๋ได้มันได้ ถ่าถูถึงได้พาองค์หญิงอวี้หลัวกับชิงตั๋วกลับมา โดยอ้างเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ดังเดิม ซึ่งแท้ที่
จริงแล้ว การกลับมาในครานี้เพื่อศรชวนเย่ว์เจี้ยนต่างหาก……”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าพูด “เหยียนหลิ่งอวี๋ ไหนเจ้าลองว่ามาสิ ข้าพูดถูกต้องหรือไม่?”
“เรื่องราวก็ประมาณที่เจ้าเล่ามานี่แหละ” เขาพยักหน้า
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะมีข่าวคราวพบธนูชวนเย่ว์กงขึ้น ทุกอย่างดูเหมือนอยู่ในความสงบสุข แต่
เมื่อถ่าถูได้ยินได้ฟังการพบธนูชวนเย่ว์กงอีกครั้งจึงกล้าหาญชาญชัย เดินทางมาตามหาถึงต้าเซี่ยแห่งนี้
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ดีว่าต้วนชิงหมิงเป็นคนหัวไว จนหลายครั้งเขามีอาจสู้ความหักแหลมและเฉลียวฉลาดของนางได้
ที่สำคัญเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจจะบอกต้วนชิงหมิงอยู่แล้ว จึงพูดรับนางต่อ “ที่จริงแล้ว ธนูชวนเย่ว์กงเป็นของถ่าถู เขาส่งไป
ตามหาทั่วใต้หล้า โดยที่ตั้งใจจะยกองค์หญิงซือหลัวและธนูชวนเย่ว์ให้กับเสด็จพ่อพร้อมกัน แต่นึกไม่ถึงว่าตลอดทางที่
แก่งแย่งช่วงชิงกันไปมา ธนูชวนเย่ว์กงกลับตกมาอยู่ในมือข้า ก่อนที่จะพลัดหายไประหว่างทาง จนในที่สุดมาอยู่ในมือชิง
หมิงนี่เอง!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ต้วนชิงหมิง พร้อมกับผุดเรื่องราวของธนูชวนเย่ว์กงมากมายขึ้นมาในหัว โชคที่เหลือเกินที่
ต้วนชิงหมิงมิใช่คนโลภโมโทสัน ธนูชวนเย่ว์หงจึงกลับมาอยู่ในมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ดังเดิม
ต้วนชิงหมิงฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ มิกล้าขัดเหยียนหลิ่งอวี๋พูด “การหายไปของธนูชวนเย่ว์กงทำให้ถ่าถูโกรธจัดเป็น
อย่างมาก จึงส่งองค์ชายและองค์หญิงมาตามหาที่ต้าเซี่ย ซึ่งก็คือชิงตั๋วกับองค์หญิงอวี้หลัวนั่นเอง หลังจากที่พวกเขามา
ถึงแล้ว องค์หญิงอวี้หลัวได้ยินข่าวเกี่ยวกับการสิ้นชีพขององค์หญิงซือหลัว จึงโกรธแค้นต้าเซี่ยอย่างหนัก ผนวกกับการ
ยุแยงของ001 พวกนั้นจึงเริ่มจ้องเล่นงานแก้แค้นมาที่องค์ชายสามอย่างข้านี่แหละ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ฝืนยิ้มออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งของพวกนี้ คงไม่เกิดเรื่องราวเช่นตอนนี้
ต้วนชิงหมิงถามเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา “แล้วเรื่องหลังจากนั้นละ?”
“เรื่องหลังจากนั้น ข้าก็ไม่ค่อยแน่ชัดเท่าไหร่… รู้เพียงว่าองค์หญิงอวี้หลัวรักใคร่001 จนถูกเขาปันหูให้มาทำร้าย
ข้าจนอยู่ในสภาพนี้นี่แหละ” เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบ
เรื่องราวบางอย่างที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยังเล่าออกมาไม่หมดนั้น ต้วนชิงหมิงกลับร้อยเรียงปะติดปะต่อได้เอง ถ่าถู
ได้ยินเรื่องที่เกิดชึ้นกับองค์หญิงอวี้หลัวกับชิงตั๋วก็พลอยโมโหหนักไปด้วย เรียกเขาทั้งสองคนกลับทันที จนปีนี้ค่อยส่ง
กลับมาที่ต้าเซี่ย
ต้วนชิงหมิงเอ่ยถามขึ้น “อย่างนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ องค์ชายสามจะอธิบายยังไง?”
ในครั้งนี้ ถ่าถูได้ใช้กำลังล้อมภูเขาทั้งลูกไว้ เพื่อจับตัวเฉิงซู่ให้ได้ เรื่องนี้มันเกิดได้อย่างไร
“เรื่องนี้เกิดจากฝีมือของเฉิงซู๋… เขาไม่เพียงไปขโมยศรชวนเยวี่ยเจี้ยน หนำซํ้ายังไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับองค์หญิง
อีก การมาของถ่าถูในครั้งนี้เพื่อจับตัวเฉิงซูกลับไปแต่งงานกับบุตรสาวของเขา” เหยียนหลิ่งอวี๋เล่า
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “อ๋อ”
เรื่องราวที่ดำเนินมาถึงตอนนี้เป็นที่เข้าใจได้แล้ว ทว่ามีบางจุดที่ต้วนชิงหมิงยังไม่กระจ่าง แต่นั่นเกี่ยวโยงไปถึง
ราชวงศ์ นางจึงไม่อยากก้าวล่วงคิดให้ปวดหัว ที่แท้ทุกอย่างก็เพื่อจับตัวคนและหาของเท่านั้นเอง
จนถึงเวลานี้ ต้วนอวี้ยังคงสลบไสลไม่ได้สติฟืนคืนมา
ต้วนชิงหมิงหันไปถามชายสูงวัย “ท่านอาจารย์ อวี้เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง?”
เนื่องจากชายสูงวัยเป็นอาจารย์ของต้วนอวี้ ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงเรียกอาจารย์ตามผู้เป็นน้อง ชายสูงวัยก็ไม่ได้ว่า
อะไร ตอบเพียงว่า “ร่างกายของเขาอ่อนแอ พิษแพร่เข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานาน แต่วางใจได้ เขาต้องใช้เวลานานหน่อย
กว่าจะกลับมาได้สติ”
ต้วนชิงหมิงเข้าใจ จากนั้นขยับตัวลงมาจากเตียง ด้วยความรู้สึกว่าเสื้อผ้าของนางหลวมไปทั้งตัว เมื่อมองดูกลับ
เป็นเสื้อผ้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ ไม่ใช่ของนาง ต้วนชิงหมิงจึงหันมองเขาด้วยความรู้สึกโกรธเคือง
ด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปากหน้านิ่งเฉย โดยไม่อธิบายและแก้ต่างแต่อย่างใด
ส่วนชายสูงวัยยิ้มจางๆ ให้นาง “ใช่แล้ว เสื้อผ้าของเจ้าถูกผงยาเต็มตัวไปหมด ศิษย์รักของข้าจึงช่วยถอนชุดเก่า
ออกและเอาชุดใหม่ของเหยียนหลิ่งอวี๋เปลี่ยนให้แทน”
ต้วนชิงหมิงหน้าแดงฉับพลันมองไปทางเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความโกรธ… เจ้าเหยียนหลิ่งอวี๋ทำไมไม่พูดไม่จา จน
นางเกือบเข้าใจผิด!
เหยียนหลิ่งอวี๋กระหยิ่มยิ้มย่อง ราวกับอยากให้นางเข้าใจผิดสิดี
น่าแปลกตรงที่ต้วนชิงหมิงอ่านสายตาของเขาออกทะลุปรุโปร่ง จนนางหน้าแดงพูดมิออกบอกไม่ถูก
นางมองเจาด้วยสายตาออกโกรธ ก่อนหันขวับไปดูต้วนอวี้แทน
ในช่วงที่ต้วนชิงหมิงก้มหันขวับลงดูต้วนอวี้ ชายสูงวัยกับเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างสบตากัน จากนั้นยืนขึ้นและเดินออก
ไปหน้าถํ้าโดยมิได้นัดหมาย
ทั้งสองคนเดินออกไปข้างนอกแล้ว ชายสูงวัยจึงถามอย่างตรงไปตรงมา “ไหนบอกข้ามาสิเหยียนหลิ่งอวี๋ ทำไม
ต้องโกหกพี่สาวของศิษย์รักข้าด้วย???”
เมื่อครู่นี้ เหยียนหลิ่งอวี๋สนทนากับต้วนชิงหมิงมีความจริงครึ่งความเท็จครึ่ง ที่สำคัญความเท็จจะดูมากกว่าความ
จริงไปหน่อย โชคยังดีที่ชายสูงวัยไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น และเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ส่งสายตาให้ชายสูงวัยเงียบเอาไว้
เขาจึงไม่มีโอกาสเปิดโปงเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชายสูงวัยจะทนไหวกับความคิดและวิธีการของเหยียน
หลิ่งอวี๋ทุกอย่าง ทั้งสองคนจึงเดินออกมาคุยข้างนอก
เหยียนหลิ่งอวี๋หันกลับมองเข้าไปในถํ้าเห็นแววตาที่งดงามและอ่อนโยนของนาง จึงหันไปตอบชายสูงวัยนิ่งๆ “มี
บางเรื่องที่นางรู้เข้าแล้วต้องเป็นกังวล ซํ้าไม่เป็นผลดีกับนางแม้สักนิด สู้ไม่บอกกล่าวจะดีเสียกว่า”