การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 722 ความจริงที่ถูกปิดบัง
ชายสูงวัยส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ควรทำตัวอย่างไรดี
ชายสูงวัยอยากพูดมากมายแต่ในที่สุดก็เลือกไม่พูดมัน เขาตบไปที่ไหล่ของเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างเบามือ และนี่เป็น
ครั้งแรกที่เขาจะพูดอย่างจริงจังกับเหยียนหลิ่งอวี๋ “เหยียนหลิ่งอวี๋ รู้ใช่ไหมว่ากระดาษมิอาจคลุมไฟได้ บางเรื่องที่ไม่บอก
ออกมา ไม่ได้แปลว่าสาวน้อยที่เฉลียวฉลาดจะไม่รู้… คนผ่านโลกมามากคนนี้มองออกว่านางสนใจใส่ใจเจ้ามากเพียงใด
หากเจ้าทำเพื่อนางจริง ควรบอกทุกอย่างให้นางรับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อจะได้รับมือไปด้วยกัน”
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหน้าเผยรอยยิ้มแต่ไม่หัวเราะ สายตาของชายหนุ่มเผยให้เห็นการยืนหยัดบางอย่างไม่ยอม
เปลี่ยนแปลง… เขาไม่มีทางปล่อยเรื่องพวกนี้ไปกระทบจิตใจของต้วนชิงหมิงเด็ดขาด
ชายสูงวัยรู้ว่ามิอาจโน้มน้าวเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ ดังนั้นจึงเลิกล้มความตั้งใจดีนั้นลง อีกอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไม่ใช่
ศิษย์ของเขา จึงไม่มีทางจับเหยียนหลิ่งอวี๋มัดแล้วพาไปสารภาพความจริงตรงหน้าต้วนชิงหมิง… หึ พอนึกถึงศิษย์รักที่ถูก
ค้างคาวกัดจนพิษแพร่ไปทั้งตัว เขาก็ใตร้อนรนดั่งไฟแผดเผา เรื่องของสองคนนี้ทำให้เขาหลงลืมศิษย์รักไปชั่วขณะ จึงหัน
มาพูดออกหงุดหงิดใจ “เห้อ ช่างเถอะ ตาแก่อย่างข้าไม่อยากรู้เรื่องพวกเจ้า… ไม่ว่าพวกเจ้าจะพูดคุยสัพเพเรหะอะไรก็
แล้วแต่ ตอนนี้ข้าจะพาตัวศิษย์รักข้าไป ส่วนเรื่องที่เหลือและเรื่องพี่สาวศิษย์รักข้ามอบให้เจ้าดูแลจัดการทั้งหมด เข้าใจ
ไหม?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ฟังแล้วชะงักไปชั่วขณะ “ท่านจะพาต้วนอวี้ไปที่ไหนเอ่ย?”
พิษในร่างกายของต้วนอวี้ถอนหมดแล้วมิใช่หรือ?
ถ้าต้วนอวี้ไม่กลับจวนต้วนกับต้วนชิงหมิง แล้วจะไปที่ไหนกับชายสูงวัย?
เหยียนหลิ่งอวี๋ทราบดีในใจ ช่วงนี้ต้วนอวี้ขยันขันแข็งเป็นพิเศษ ต้วนชิงหมิงก็เข้มงวดกับเขาอย่างมาก เพื่อจะได้
ให้เขาสอบจอหงวนในปีนี้ผ่าน ในเวลานี้ ถ้าชายสูงวัยอยากจะพาต้วนอวี้ไปด้วย คงต้องตกลงกับต้วนชิงหมิงเพียงผู้เดียว
ชายสูงวัยหยักไหล่ผายมือออก พูดอย่างไม่สนใจแยแส “ก็ไปถอนพิษไงล่ะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ถามอย่างแปลกใจ “หรือว่าท่านมิอาจขับพิษในตัวของต้วนอวี้ออกมาได้?”
ชายสูงวัยตอบเพียงว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ตาแก่อย่างข้าขอพูดตามตรงเลยแล้วกัน ค้างคาวชนิด
นี้อาศัยอยู่ในถํ้าหินมืดมิด ชอบหากินกับมีพิษในถํ้าเป็นเวลานาน ทำให้ตัวมันสามารถผลิตพิษขึ้นมาได้ ดังนั้นในร่าง
ค้างคาวจึงพบพิษหลากหลายชนิดผสมผสานเข้าด้วยกัน… ส่วนยาถอนพิษ ตาแก่อย่างข้ายังหาวิธีรักษาไม่ได้ ตอนนี้เหลือ
เพียงพาลูกศิษย์ไปจับค้างคาวพวกนั้นมาสกัดพิษ และสังเกตอย่างตั้งใจย่อมหาทางถอนพิษได้เป็นแน่
ชายสูงวัยผงะไปประเดี๋ยวก่อน ก่อนพูดเสียงเบามาก “เหยียนหลิ่งอวี๋วางใจได้ เรื่องนี้รอไม่นานหรอก… รอให้ตา
แก่อย่างข้าถอนพิษในตัวต้วนอวี้ได้แล้ว จะต้องรีบกลับมาช่วยต้วนชิงหมิงถอนพิษทันที”
สาวน้อยคนนั้นที่ชายสูงวัยพูดถึงคือพี่สาวของศิษย์รักนี่เอง พูดก็พูดเถอะศิษย์ของเขาเป็นคนไม่กลัวใครหน้าไหน
ทั้งสิ้น แม้แต่อาจารย์อย่างเขา ในสายตาของศิษย์ก็ยังกล้ากลั่นแกล้ง
ทว่าสิ่งเดียวที่เป็นจุดอ่อนของเขาคือเกรงกลัวต้วนชิงหมิงเพียงผู้เดียว เชื่อได้ว่าหากต้วนอวี้ได้สติขึ้นมา ต้องรีบวิ่ง
มาถามเขาทันทีว่าพิษในร่างกายท่านพี่ถอนสำเร็จหรือยัง
เพราะว่าต้วนอวี้ไม่มีทางยอมให้นางเป็นอะไร และต้องรับความทรมานจากผงยา
พูดตามตรง ต้วนชิงหมิงอยู่ในสภาพดีกว่าต้วนอวี้เป็นไหนๆ
เนื่องจากพิษที่ต้วนชิงหมิงถูกค้างคาวกัดแพร่เข้าสู่ร่างกายไม่มาก ประกอบกับต้วนอวี้ออกแรงช่วยนาง ทำให้พิษ
กระจายไปไม่เร็วและควบคุมได้โดยง่าย
คุณสมบัติของพิษค้างคาวนั้นจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว ทว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้แทบขยับตัวเลย ทำให้
พิษกระจายช้าและไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต
ส่วนต้วนอวี้ พิษกลับแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดนานเป็นเวลานานกว่า ย่อมทำให้อาการหนักกว่าต้วนชิงหมิง
เป็นอย่างยิ่ง นี่จึงเป็นเหตุผลเดียวที่ต้วนอวี้ยังไม่ฟืนคืนได้สติ หากไม่รักษาให้ทันท่วงที ชีวิตน้อยๆ ของต้วนอวี้คงจบลงที่
นี่
อันที่จริง การถอนพิษออกจากร่างกายของต้วนอวี้มิได้ยากเกินไป แต่ทุกครั้งที่ถอนพิษออก ร่างกายจะเกร็งสั่น
เป็นเวลานานยากจะควบคุมได้
เดิมทีอาการต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้หนักไม่แพ้กัน เพราะต่างต้องทนกับพิษของค้างคาวที่กำเริบขึ้นมาเป็นระยะ
โชตยังดีที่ท่านอาจารย์ได้นำยาถอนพิษให้ต้วนชิงหมิงได้ทันเวลาจึงควบคุมได้ ไม่กำเริบบ่อยครั้งจนเกินไป แต่ตอนนี้ต้วน
อวี้กลับอาการหนักอย่างเห็นได้ชัด ท่านอาจารย์จำต้องรีบไปหาค้างคาวพวกนั้นมาดูว่าพิษของพวกมันมาจากไหนและ
ทำไมถึงได้รุนแรงนัก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ชายสูงวัยนำต้วนอวี้ขึ้นหลังแล้วไปอย่างว่องไว หันไปบอกเหยียนหลิ่งอวี๋ว่า “เอาล่ะ เจ้ารีบไป
จัดการเรื่องของเจ้าเถอะ ไม่ต้องตามไปส่งหรอก รอช่วงนี้ผ่านไปก่อน ข้าจะไปดูอาการสาวน้อยให้ที่เมืองหลวง”
เหยียนหลิ่งอวี๋เคยรู้จักมักคุ้นกับชายสูงวัยช่วงระยะหนึ่งจึงเข้าใจนิสัยใจคอของเขา เมื่อเห็นชายสูงวัยจากไปอย่าง
ใจร้อน ก็รู็ได้ทันทีว่าเขาห่วงต้วนอวี้ที่สุด เหยียนหลิ่งอวี๋จึงตอบเสียงเรียบ “ท่านก็ดูแลตัวเองด้วย ทางนี้จะดูแลชิงหมิง
เป็นอย่างดี ต้วนอวี้วางใจได้!”
ชายสูงวัยเป็นห่วงแต่ศิษย์รักของเขาคนนี้จนรีบจากไป โดยไม่มีกระจิตกระใจฟังเหยียนหลิ่งอวี๋พูด
พอเขาเดินไปได้ครึ่งก้าวก็หยุดลง ก่อนหันไปโบกมือให้เหยียนหลิ่งอวี๋ “เห้ย เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าลืมบอกเจ้าไป สาว
น้อยมีของที่ห้ามกินอยู่ เจ้าจงจำไว้ให้ดี!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ถามอย่างงงงวย “ห้ามกินของอะไรบ้าง?”
ชายสูงวัยครุ่นคิดก่อนตอบอย่างจริงจัง “ห้ามของที่มีฤทธิ์เย็น ห้ามได้รับบาดเจ็บเพิ่มไม่ว่าแค่ขีดข่วน เพราะจะ
ยากต่อการสมานแผล ห้ามอาหารที่ทำจากเลือดสัตว์ ห้ามเนื้อปลาทุกชนิด เจ้าจำได้แล้วนะ!”
ห้ามของฤทธิ์เย็น… เห็นทีนางอาจทานตัวไหมไป
ห้ามมีบาดแผล… นางไม่มีเรี่ยวแรงไปทำอะไรได้ ต้องให้บ่าวใช้คอยดูแล
ห้ามกินของทำจากเลือดสัตว์… นางไม่แตะต้องทานของพวกนั้นอยู่แล้ว ต่อให้เป็นเนื้อปลาก็แทบไม่ทาน
สิ่งของเหล่านี้บ่าวใช้ของต้วนชิงหมิงต่างไม่ให้นางทาน แต่เมื่อชายสูงวัยกำชับมาขนาดนี้ ย่อมต้องไม่ดีต่อสุขภาพ
ของนางเป็นแน่ ดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋จึงจำฝังใจ
แม้กระนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องห้ามละเลยคำเตือนของชายสูงวัย เพราะหากนางเผลอทานเข้าไปย่อมเกิดเรื่องขึ้น
แน่
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าตอบรับ “ข้าจำได้แล้ว ขอบคุณท่านมาก”
ชายสูงวัยไม่ได้สนใจคำขอบคุณเหยียนหลิ่งอวี๋ เขารีบเข้าไปลาต้วนชิงหมิงด้านในถํ้าก่อนจากไป