การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 727 แสงรำไรกับคนแปลกหน้า
ต้วนชิงหมิงตื่นขึ้นจากนิทราด้วยเสียงที่เรียกนางอย่างอ่อนโยน ปรากฏเป็นชายสวมเสื้อผ้าสีดำยืนรออยู่ด้านหน้า
รถม้า
เขามีใบหน้าดูดีคล้ายกับบุรุษในความฝัน แต่พอสติสัมปชัญญะตื่นขึ้น นางถึงกับผงะถอยหลัง “เจ้าเป็นใครกัน?”
ชายสวมเสื้อผ้าสีดำเห็นท่าทางที่หวาดระแวงของต้วนชิงหมิง จึงตอบอย่างยิ้มๆ “คุณหนู กระผมคืออั้นเยวี่ย”
อั้นเยวี่ย
เป็นชื่อคนอย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงรู้สึกฉงนใจ ด้วยไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
นางมองไปรอบๆ บนรถม้าไม่เห็นแม้แต่เงาของเหยียนหลิ่งอวี๋… สรุปแล้วชายสวมเสื้อผ้าสีดำที่ชื่ออั้นเยวี่ยเป็น
ใครกัน เหตุใดนางถึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
“กระผมเดินผ่านมาตรงนี้พอดี เห็นคุณหนูนอนอยู่ในรถม้าเพียงคนเดียวโดยไม่เห็นใครอยู่ด้วย จึงเรียกปลุกคุณ
หนูขึ้นมาขอรับ” อั้นเยวี่ยยิ้มตอบ
อยู่ตัวคนเดียวบนรถม้า โดยไม่มีใครอยู่ด้วย?
ต้วนชิงหมิงตะลึงไปแวบหนึ่ง ก่อนย้อนถามว่า “ความหมายของคุณชายคือ ข้างกายข้าไม่มีใครอยู่ดูแลแม้แต่คน
เดียวใช่ไหม?”
เหยียนหลิ่งอวี๋หายหัวหายหางไปไหนแล้ว จะไปทั้งทีไม่มีบอกกล่าวกันสักคำ
ต้วนชิงหมิงถามต่อไปว่า “เช่นนั้น แถวนี้มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือว่า……”
ทันใดนั้นนางกลับหยุดถามลง เอาแต่มองอั้นเยวี่ยพร้อมกับคิดหาคำตอบให้ได้
อั้นเยวี่ยมองไปที่ต้วนชิงหมิงเผยรอยยิ้มยากคาดเดา “ความหมายของคุณหนูที่อยากถามกระผมคือ แถวนี้มีการ
ต่อสู้ หรือไม่ก็มีคนตายอยู่ที่นี่บ้าง ใช่หรือไม่?”
คำพูดที่ดูคล่องปากของเขาทำให้ต้วนชิงหมิงต้องเปลี่ยนท่าทีโดยด่วน นางเลือกกุมชายเสื้อเอาไว้แน่น ด้วยกลัว
หากไม่ระวังอาจได้ฟังข่าวคราวร้ายที่นางสังหรณ์ไว้ในใจ
ร่างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ข้างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋มีเพียงลั่วสุ่ยคุ้มกันเพียงผู้เดียว
ตอนนี้วรยุทธ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋สูญสิ้นจึงไม่ได้แปลกแตกต่างจากคนธรรมดาอีกแล้ว
เมื่อครู่นี้เหยียนหลิ่งอวี๋เพิ่งบอกกับนางว่ายอมทรยศทั้งใต้หล้า มิยอมผิดต่อใจจากนาง!
ความคิดทั้งหลายพรั่งพรูขึ้นมาในหัวของต้วนชิงหมิง นางปิดๆ เปิดๆ ปากอยู่อย่างนั้น ด้วยกลัวจะรับทราบข่าว
ร้ายจนยากจะทำใจได้
ความร้อนรนใจราวกับไฟแผดเผาของต้วนชิงหมิง กลับแลกมาได้เพียงรอยยิ้มที่ไม่กังวลใจของอั้นเยวี่ย เขาส่าย
หน้าให้กับต้วนชิงหมิง “คุณหนูมีจินตนาการสูงส่งเหลือเกิน… ที่นี่ใกล้กับประตูเมืองหลวงแล้ว ขอถามหน่อยว่าจะมีใคร
หน้าไหนกล้าฆ่าคนอื่นอย่างเปิดเผยบ้าง?”
ตรงนี้ใกล้กับเมืองหลวงแล้ว?
ต้วนชิงหมิงตกใจจนรีบเปิดม่านมองออกไปข้างนอก เห็นรถม้าไปมาเข้าออกมิขาดสาย เสียงดังจอแจไปหมด
เนื่องจากต้วนชิงหมิงเกิดเป็นห่วงเหยียนหลิ่งอวี๋ออกนอกหน้า จนลืมระมัดระวังคำพูดและการกระทำไปเสียสนิท
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าเผยยิ้มให้อั้นเยวี่ยแทน “ข้าหลงทาง ส่วนบ่าวใช้ไม่รู้ไปไหนกันหมด… ตอนนี้รบกวนคุณชาย
ช่วยพาข้ากลับเมืองหลวงด้วยเถอะ!”
อั้นเยวี่ยรีบหุบยิ้มลงทันใด สายตาของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง… สตรีผู้นี้ช่างแปลกพิลึกคนถูกทิ้งไว้ตรงนี้ยังไม่โกรธไม่
เสียใจ กลับทำตัวเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มิหนำซํ้ายังให้เขาพานางเข้าเมืองหลวงอีก?
อั้นเยวี่ยเชื่อว่านางมีความสงสัยมากมายผุดขึ้นในใจ… เช่น เหยียนหลิ่งอวี๋ไปไหนแล้ว? เหตุใดนางถึงถูกทิ้งไว้ที่นี่?
เหตุใดนางต้องลำบากคนแปกหน้าให้ส่งกลับเมืองหลวงด้วย?
คำถามมากมายในใจของนาง กลับเก็บซ่อนเอาไว้โโยไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมา
อั้นเยวี่ยแอบถอดใจ… สตรีผู้นี้มีความสามารถมิน้อยที่ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋สนใจในตัวนางได้
ในเวลานี้เขายังมิอาจบอกความจริงให้นางรับรู้ได้ ได้แต่แสดงบทบาทที่ได้รับมาอย่างเต็มที่เสียก่อน
มิให้ทำสิ่งใดเกินเลยกับนาง ไม่ได้หมายความว่าห้ามถามเรื่องราวของนาง อย่างน้อยที่สุดอั้นเยวี่ยก็ต้องทราบ
ความคิดความอ่านของนางบ้างก็ยังดี
อั้นเยวี่ยโบกมือให้บ่าวใช้ของเขามาบังคับรถม้า ส่วนเขาได้เอ่ยถามต้วนชิงหมิงขึ้นมา “มิทราบว่ากระผมจะมี
เกียรติได้นั่งรถม้าร่วมกับคุณหนูได้หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงกะพริบตา “มินับว่าเป็นเกียรติหรอก… หากคิดว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณย่อมสามารถเดินทางไป
ด้วยกันได้ แต่หากจะให้ขึ้นมานั่งชายหญิงเพียงสองต่อสองเกรงว่าจะไม่งาม คุณชายควรกลับไปนั่งรถม้าของตัวเองจะดี
เสียกว่า!”
คิดไม่ถึงว่าอั้นเยวี่ยจะฝืนยิ้มออกมา “กระผมแค่อยากเป็นสหายของคุณหนูเท่านั้น มิได้คิดเป็นอื่น… คุณหนู
กระผมจะไปส่งคุณหนูเข้าเมืองหลวงประเดี่ยวนี้เลย”
ต้วนชิงหมิงหรี่ตาลงมาเพียงเล็กน้อย พูดเสียงตํ่า “ขอบคุณคุณชายมาก!”
เมื่ออันเยวี่ยหันหน้ากลับแวบมองต้วนชิงหมิง พบว่าดวงตาคู่นั้นที่งดงามของนางไม่อาจมีสิ่งใดขวางทางในสิ่งที่
นางต้องการได้
ด้วยเหตุนี้ อั้นเยวี่ยรู้อยู่แก่ใจ ในใจต้วนชิงหมิงปิดซ่อนเรื่องราวมากมายไว้ภายในจิตใจ
อั้นเยวี่ยมิได้กลับไปนั่งรถม้า เขาเลือกกระโดดขึ้นหลังม้าและถามต้วนชิงหมิงอยู่นอกหน้าต่าง “กระผมมีคำถาม
บางอย่าง มิทราบว่าคุณหนูจะยอมช่วยชี้ทางสว่างได้ไหม?”
ต้วนชิงหมิงที่นั่งอยู่ในรถม้าตอบเสียงคลุมเครือและแผ่วเบากว่าปกติ ทว่านางกลับเปลี่ยนอารมณ์ให้กลับมาเป็น
คนเดิมได้อย่างรวดเร็ว “คุณชายถามมาได้เลย หากไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวแล้วละก็จะตอบตามความเป็นจริงทั้งหมด”
อั้นเยวี่ยพรวดหัวเราะออกมาโดยบังคับตัวเองไม่ได้… การระมัดระวังตัวในทุกย่างก้าว มิให้อีกฝั่ายได้มีโอกาส
เลย… ฮ่าๆๆ พูดได้ว่าคุณหนูที่อายุยังน้อย คงเป็นคู่ปรับของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้สมนํ้าสมเนื้อกระมัง
“กระผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย คุณหนูถูกทิ้งไว้กลางทางกลับไม่โกรธเคือง หนำซํ้ายังให้คนแปลกหน้าไปส่งอีก…
ขอถามหน่อยเถิด คุณหนูกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?” อั้นเยวี่ยถามยิ้มๆ
“อย่างนั้นขอถามคุณชายเสียหน่อย หากถูกทิ้งไว้ตรงนี้ คุณชายจะโกรธเคืองหรือต่อว่า คนพวกนั้นจะกลับมาไหม
เอ่ย?” ต้วนชิงหมิงย้อนถาม
อั้นเยวี่ยส่ายหน้าเล็กน้อยและตอบเพียงประโยคเดียว “คงไม่น่าจะโกรธเคืองและต่อว่า”
ต้วนชิงหมิงจึงถามต่อว่า “ในเมื่อไม่โกรธเคืองและต่อว่า คุณชายจะเสียอารมณ์ไปทำไมด้วยเล่า ด้วยเหตุนี้การรีบ
กลับไปที่จวนย่อมสำคัญกว่าเป็นไหนๆ มิใช่หรอกหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่” เขาตอบอย่างรวดเร็ว
ต้วนชิงหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง
อั้นเยวี่ยจึงถือโอกาสสอบถาม “อย่างนั้น เหตุใดคุณหนูถึงกล้าให้กระผมไปส่งด้วย? หรือว่าคุณหนูมิกลัวกระผม
คิดไม่ซื่อหรอกหรือ?”
“เรื่องนั้นคงไม่ต้องเป็นห่วงไปกระมัง” ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเรียบ
“เหตุใดไม่กังวลเลยเล่า?” อั้นเยวี่ยฉงนใจ
“เมื่อครู่คุณชายบอกแล้วมิใช่หรือ ที่ตรงนี้ห่างจากประตูเมืองหลวงเพียงเอื้อมมือ ใครหน้าไหนกล้าฆ่าคนอื่นอย่าง
เปิดเผย…อีกอย่างหากคุณชายจิตใจสกปรกคงอาศัยจังหวะที่หลับกระทำยํ่ายีไปแล้ว แต่คุณชายกลับไม่ทำ เลือก
สอบถามและอาสากลับไปส่งอีก ดังนั้นคุณชายจึงมาดีอย่างแน่นอน”
ต้วนชิงหมิงแอบคิดในใจอีกประโยค อย่างน้อยที่สุดคุณชายคงไม่ทำเรื่องร้ายเลวร้าย
อั้นเยวี่ยฟังแล้วนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเผลอยิ้มออกมา… หากต้องต่อปากต่อคำด้วยแล้ว เขาไม่เคยเอาชนะเหยียน
หลิ่งอวี๋ได้เลย ตอนนี้ดูเหมือนจะมีคนฝีปากกล้าเพิ่มมาอีกคนแล้ว แต่ดูเหมือนเหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่ให้เวลาอั้นเยวี่ยพูดคุ
ยกับต้วนชิงหมิงนานหรอก เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้อั้นเยวี่ยเสร็จแล้วคงหาวิธีสลัดเขาออกจากชีวิตต้วนชิงหมิง
มาถึงจุดนี้ดูเหมือนไม่มีเรื่องอื่นพูดคุยกันอีก ต้วนชิงหมิงนิ่งเงียบเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง กระทั่งรถม้าเคลื่อน
ผ่านประตูเมืองหลวงเข้ามาแล้ว อั้นเยวี่ยถึงได้เอ่ยถามทาง เพื่อจะกลับไปส่งต้วนชิงหมิงให้ถึงจวนต้วนอย่างปลอดภัย
เมื่อต้วนชิงหมิงกลับถึงจวนต้วน ชุนถาวกำลังยืนรอคอยต้วนชิงหมิงอย่างร้อนรนใจ เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมีสีหน้า
ซีดเซียวเดินลงมาจากรถม้า ชุนถาวจึงถามอย่างตกใจสุดขีด “ชิงหมิงเป็นอะไรไปเนี่ย? ไม่เจอเพียงวันเดียว ทำไมถึงดู
อ่อนแอปวกเปียกได้ถึงเพียงนี้?”