การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 737 สตรีที่มาจากจวนติงใครเป็นคนทำ?
ในชาติที่แล้ว คนที่สมควรได้รับผลกรรมต้องเป็นฮูหยินไปั๋และหลิวอี๋เหนียงที่วางแผนชั่วร้าย แต่ทุกอย่างกลับ
กลายเป็นต้วนชิงหมิง ต้องแบกรับความผิดและคำสาปแช่งด่าทอ
ถ้าความผิดที่ได้กระทำไว้ในชาติที่แล้ว เป็นสิ่งที่ไปั๋หย่วนฮ่าวและต้วนอวี้หรานสมคบคิดกันให้ต้วนชิงหมิงทำ เช่น
นั้นในชาตินี้นางจะทำอย่างไรดี?
ตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงกลับชาติมาเกิดนั้น นางมาพร้อมกับความเคียดแค้นชิงชัง และเพื่อปกปั้องต้วนอวี้และคนที่
นางใส่ใจ นางยอมที่จะทำผิดต่อปณิธานในใจเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ
ยิ่งไปกว่านั้น นางกลับมาเพื่อเล่นงานเอาคืนแม่ลูกอย่างหลิวหรงและต้วนอวี้หราน ไม่ว่าจะใช้สารพัดวิธีการใดใน
ล้างแค้น นางยอมทำได้ทุกอย่าง ส่วนคำว่า “คนดี” หรือ “สตรีที่ดี” นางไม่เคยได้สนใจมันเลย
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าชาติที่แล้วหรือช่ตินี้ ต้วนชิงหมิงไม่คิดว่านางเป็น “สตรีที่ดี” หรือรู้สึกว่าเป็น “คนดี” อะไรทั้งนั้น
นางครุ่นคิดเพียงแต่ปกปั้องคนที่นางห่วงใยให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง
มาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงกลับยิ้มเย็นชาที่แฝงความหงอยเหงา… หากท่านแม่ยังอยู่ นางคงเป็นคุณหนูใหญ่ที่ไม่ต้อง
มีเรื่องกังวลใจใดๆ คงเป็นคุณหนูที่จิตใจขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทว่าฟั้าดินกลับเล่นตลก ผลักนางให้ต้องเผชิญกับความชั่ว
ร้ายจนชีวิตแปดเปือนไปหมด
ชุนถาวไม่ได้ทันสังเกตสีหน้าของต้วนชิงหมิง นางก้มหน้าลงเล็กน้อยพูดต่อไปว่า “วางเรื่องส่วนตัวไว้ก่อนเถอะ
อย่างไรเสีย จวนติงก็มีศักดิ์เป็นน้าและนับเป็นสายเลือดเดียวกับท่านแม่ของชิงหมิง ดังนั้นคุณหนูตู้ให้พี่มาบอกชิงหมิงว่า
ไม่ต้องเห็นแก่หน้าคุณหนูตู้ทั้งนั้น มีเรื่องใดที่ต้องสะสาง ชิงหมิงกับนายท่านสามารถตัดสินใจได้เต็มที่เลย!”
ต้วนชิงหมิงพอจะคาดเดาได้ การปรากฏตัวของคนจวนติงเพื่อต้องการอวดอำนาจข่มเหงให้กลัวเกรง หรือไม่ก็พูด
ถึงทรัพย์สมบัติในส่วนตัวของติงโหรว ซึ่งความน่าจะเป็นทั้งสองอย่างนี้ ตู้ชิงหรวนพอมองออกจึงให้ชุนถาวมาแจ้งต้วนชิง
หมิงไว้ก่อน
ทรัพย์สมบัติในส่วนตัวของติงโหรว ต้วนอวี้ได้หยิบเอากลับมาหมดแล้ว บัดนี้ล้วนอยู่ในมือของต้วนชิงหมิง… ตู้ชิง
หรวนไม่ได้สนใจในทรัพย์สมบัติพวกนี้แม้แต่น้อย เพียงแต่ฝากบอกมา หากต้วนชิงหมิงมิสามารถเอาชีวิตรอดจาก
เหตุการณ์อันตรายต่างๆ นานา ต่อให้ทรัพย์สมบัติกองใหญ่โตดั่งภูผาก็ไร้ประโยชน์
ต้วนชิงหมิงหลับตาลงอย่างเชื่องช้า จากนั้นเอ่ยปากขึ้นว่า “พี่ชุนถาวฝากกลับไปบอกท่านปั้าตู้หน่อยแล้วกัน ต้
วนชิงหมิงมิใช่คนที่เห็นผิดเป็นชอบ แยกแยะเรื่องถูกผิดไม่ออก หากคนจวนติงมาอย่างเคารพซึ่งกันและกัน ย่อมง่ายต่อ
การเจรจา หากต้องการมาเพื่อใช้โอกาสนี้สร้างเรื่องวุ่นวายให้จวนต้วนลุกเป็นไฟ ขอให้ล้มเลิกความคิดนั้นเสีย!”
ชุนถาวจับมือต้วนชิงหมิงแนบแน่น กล่าวอย่างซาบซึ้ง “หากคุณหนูตู้ได้ยินประโยคนี้ เกรงว่าคงนํ้าตาพรั่งพรูไม่
เหลือแล้ว!”
หลังจากนั้น ต้วนชิงหมิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น “ชิงหมิงรู้ดี พี่ชุนถาวคงไม่เข้าใจ เหตุใดชิงหมิงถึงเหินห่างกับคนจวนติง
มากเพียงนี้ ชิงหมิงอยากบอกให้พี่ชุนถาวทราบเอาไว้ ก่อนที่ท่านปั้าตู้จะปรากฏตัวขึ้น ชิงหมิงกับน้องชายถูกหลิวหรง
เล่นงาน ข่มเหงและทำร้ายสารพัดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ตอนนั้นตนจวนติงไปไหนกันหมด? หากคิดถึงคนสายเลือด
เดียวกันย่อมห่วงหาอาทร ช่วยเหลือเกื้อกูล มิใช่ฟังเพียงข่าวลือและตัดสินตามปากคนอื่น!”
จวนติงนั้นอยู่ห่างไกลถึงเมืองหนิงโจว ย่อมไม่มีทางรู้ข่าวคราวในจวนต้วนได้รวดเร็ว แต่ตอนนี้ พวกเขากลับมา
โดยไม่ทันได้ตั้งตัว และยังมีหน้าบอกจะมาทวงความยุติธรรมให้ สงสัยต้องมีใครบางคนไปเสี้ยมสอนและเปั่าหูเป็นแน่
ญาติฝั่ายท่านแม่ติงโหรวหากมาโดยไม่สร้างเรื่องก็มิใช่ปัญหา แต่ถ้ามาเพื่อสร้างเรื่องปั่วนที่จวนต้วน ต้วนชิงหมิง
จะไม่มีทางไว้หน้าหัวดำขาวหัวดำทั้งสิ้น!
ทันใดนั้น ชุนถาวนึกถึงเรื่องที่ต้วนชิงหมิงต้องพบเจออันตรายขึ้นมาได้ ก่อนที่นางกับคุณหนูตู้จะเข้ามาอยู่ในจวน
ต้วนแห่งนี้ ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ต้องตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบากแค่ไหน ชุนถาวพอจะนึกออกแล้ว… ลองคิดดูเล่นๆ
สาวน้อยที่อายุไม่ถึงสิบปีกลับไม่ได้รับความรักและการปกปั้องที่ควรจะเป็นกับท่านพ่อท่านแม่ หนำซํ้ายังต้องดูแลน้อง
ชายมิให้ตกอยู่ในอันตราย เพียงแค่นี้ชุนถาวก็รู้สึกเศร้าสร้อยจุกอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก
“ชิงหมิง จริงๆ แล้วคุณหนูตู้ก็รู้สึกผิดอยู่ในใจตลอดมา” ชุนถาวกล่าว
“พี่ชุนถาวไม่ต้องรู้สึกเศร้าไปหรอก เรื่องพวกนี้ผ่านไปเนิ่นนานแล้ว! จนชิงหมิงเกือบลืมจนสิ้นแล้ว ชิงหมิงคิด
เพียงว่าหลังจากที่ท่านปั้าตู้แต่งเข้าจวนต้วนมา พวกเราก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าให้ดีท่านปั้าตู้มีน้องชายให้
ชิงหมิงอีกคนก็คงดีไปเลย” ต้วนชิงหมิงยิ้มมุมปาก
พอชุนถาวฟังแล้วหน้าแดงระเรื่อขึ้นฉับพลัน “เป็นเด็กเป็นเล็กจะพูดเรื่องให้มีน้องชายอีกคนได้อย่างไรกัน!”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะคิกคักออกมา “ชิงหมิงแค่อยากมีน้องชายหลายๆ คนก็ผิดด้วยหรือ?”
ชุนถาวทำเคร่งขรึมจริงจัง “ดูท่าโรคทางใจคงต้องใช้ยาใจรักษากระมัง! โรคที่คุณหนูตู้เป็นนั้น พี่รักษามาแล้วเป็น
สิบปีก็ไม่เห็นดีขึ้นได้แต่ทรงตัว อีกอย่างคุณหนูตู้ยังบ่ายเบี่ยงการรักษาอีก ทำให้อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายสะสมหนักขึ้นจน
เกือบรักษาด้วยยาใดไม่ได้ผลแล้ว แต่เมื่อนายท่านขอคุณหนูตู้แต่งงานเข้าจวน โรคที่เป็นดูหายไปถึงเจ็ดส่วน!”
ต้วนชิงหมิงกระหยิ่มยิ้มย่อง “ท่านปั้าตู้อยู่โดดเดี่ยวมานานเกือบทั้งชีวิต ยังไงก็ต้องการคนที่รักทะนุถนอมนาง
พูดตามตรงนะพี่ชุนถาว ชิงหมิงเองรู้สึกดีใจแทนด้วยจริงๆ”
ชุนถาวเห็นว่าใช้เวลาที่เรือนนี้นานเกินแล้ว จนงานที่ยังไม่ได้ทำกองพะเนินอีกมาก ในเมื่อข้อความส่งมาถึงต้วนชิง
หมิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางก็ควรขอตัวกลับเช่นกัน
ระหว่างที่ชุนถาวกำลังจะก้าวออกจากประตูไป จู่ๆ ได้หันมาเอ่ยขึ้นว่า “ใช่แล้วชิงหมิง บ่าวใช้ที่ชื่อเยวี่ยเจีย พี่
ขอยืมตัวไปช่วยงานก่อน อีกสองสามวันค่อยคืนนางกลับมานะ!”
“พี่ชุนถาวให้เยวี่ยเจียอยู่กับพี่ไปก่อนได้เลย… ช่วงนี้ชิงหมิงกำลังไตร่ตรองชั่งใจอยู่ นางได้รับบทเรียนจากการกระ
ทำที่ใช้มีดชี้คอต้วนอวี้หรานเป็นตัวประกันนานพอสมควรแล้ว จึงอยากใช้โอกาสงานมงคลของท่านพ่อโยกย้ายนางกลับ
มาที่เรือน คิดไม่ถึงว่าพี่กลับเร็วกว่าชิงหมิงไปก้าวหนึ่งแล้ว!” ต้วนชิงหมิงกล่าว
ชุนถาวรีบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “พี่รู้ว่าชิงหมิงไม่สะดวกออกหน้ายื่นมือเข้าไปช่วย วันนั้นพี่เดินผ่านเรือนแม่นมหรง
เห็นเยวี่ยเจียกำลังล้างหน้าแปรงฟัน จึงใช้ข้ออ้างว่าบ่าวใช้ที่เรือนขาดโยกย้ายนางมาช่วยงานได้!”
ต้วนชิงหมิงรู้อยู่แก่ใจว่าการที่ชุนถาวยื่นมือเข้าไปช่วยเยวี่ยเจียนั้น คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญง่ายดายอย่างที่ชุนถาวพูด
ออกมา แต่ในเมื่อนางไม่อยากพูดให้ชัดเจนก็ไม่ควรเค้นถามให้มากความ อย่างไรก็ตาม การที่ต้วนชิงหมิงตัดสินใจเด็ด
ขาด ส่งเยวี่ยเจียไปลงโทษที่เรือนแม่นมหรงนั้น เวลาก็ล่วงเลยสมกับเหตุที่ทำแล้ว
จากนั้นชุนถาวจึงพูดต่อไปว่า “ที่จริง พี่ก็แค่อยากให้นางมาช่วยงานเล็กน้อยๆ นึกไม่ถึงนางกลับทำให้พี่อึ้งไปเลย
ชิงหมิงคงไม่รู้ งานที่มอบให้เยวี่ยเจียทำ ไม่เพียงทำได้เรียบร้อยยังทำได้ว่องไวเหลือเกิน……”
ต้วนชิงหมิงยิ้มออกมา “นี่แหละที่เรียกว่าโตขึ้นแล้ว บ่าวใช้คนนี้ทำงานได้ทุกอย่าง เพียงแต่นิสัยหุนหันพลันแล่น
คุมตัวเองไม่อยู่ การได้รับการลงโทษครั้งนี้คงทำให้นางรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาขึ้นมาบ้าง”
ชุนถาวส่ายหน้าปฏิเสธ “เอาเข้าจริง หากนางไม่ใช่บาวใช้ของชิงหมิง พี่คงเก็บนางไว้ที่เรือนไม่ให้ไปไหน! หากบ่าว
ใช้ที่ทำงานได้สารพัดเช่นนี้อยู่ในเรือน คงช่วยให้สบายใจได้มิน้อยเลย!”
“ถ้าพี่ชุนถาวไม่รังเกียจที่นางหัวดื้อรั้นละก็ สามารถให้นางอยู่ที่นั่นต่อไปได้ หากวันใดนางสร้างเรื่องขึ้นมาอีก พี่
ต้องลงโทษนางสถานหนักเพียงอย่างเดียวถึงจะเอาอยู่” ต้วนชิงหมิงกล่าว
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ ถึงแม้นางจะทำผิดมา แต่อย่างน้อยก็เป็นบ่าวใช้ของคุณหนูใหญ่ วันข้างหน้านางจะเป็นมือซ้าย
มือขวาให้ชิงหมิง พี่จะรั้งนางอยู่ข้างตัวได้อย่างไร” ชุนถาวพูดเชิงปฏิเสธ
ระหว่างที่ชุนถาวพูดไปด้วยก็เดินออกไปอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้ว นางหันกลับมาโบกมืออำลา “เอาล่ะชิงหมิง พี่
ต้องไปทำงานก่อนแล้ว ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็ส่งบ่าวใช้ไปแจ้งพี่ก็แล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าช่วงนี้ชุนถาวมีงานยุ่งร้อยรัดตัวจึงไม่เอ่ยปากรั้งไว้ นางให้ชิวหนิงออกไปส่งชุนถาว
ส่วนนางก็เดินกลับเข้ามาด้านใน เห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หัวเราะคิกคักด้วยความเบิกบานใจ และเอ่ยถามขึ้น “คุณหนู
ความหมายของพี่ชุนถาวก็คือเยวี่ยเจียใกล้จะได้กลับมาที่เรือนแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”