การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 739 องค์หญิงจิ่นซิ่วเตรียมตัวหมั้นหมาย
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 739 องค์หญิงจิ่นซิ่วเตรียมตัวหมั้นหมาย
การช่วยเหลือทางอ้อมนี้มาจากความหวังดีที่ตู้ชิงหรวนมีให้กับต้วนชิงหมิง ที่ต้องการช่วยให้นางมีกำลังและคน
ช่วยเหลือในวันข้างหน้า
ในฐานะของต้วนชิงหมิง วันข้างหน้าต้องตบแต่งเข้าไปเป็นภรรยาเอก ซึ่งจะมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลจวน และ
ต้องการบ่าวใช้ที่เก่งและจงรักภักดีติดตามไป เพื่อจะได้ช่วยเหลือในยามที่ต้องการ
การช่วยเหลือของตู้ชิงหรวนที่ส่งชุนถาวมาบอกเป็นการบอกต้วนชิงหมิงทางอ้อมให้วางใจ ขอเพียงนางได้แต่งเข้า
จวนต้วน ไม่ว่าต้วนอวี้หรือต้วนชิงหมิง ตู้ชิงหรวนย่อมดูแลอย่างดีมิให้ขาดตกบกพร่อง
เมื่อคิดได้ถึงจุดนี้ ต้วนชิงหมิงก็แอบยิ้มออกมา หากพูดว่าหลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว สิ่งที่น่าดีใจที่สุดคงมี
อยู่สองอย่าง คือต้วนอวี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ กับตู้ชิงหรวนแต่งงานเข้าจวนต้วน
ดูท่าแล้ว วันข้างหน้าในจวนต้วนนับว่าต้องดีขึ้นเป็นแน่แท้!
เหอะๆๆ ๆ ที่แท้ความสุขในชาติพบนี้แสนง่ายดายเหลือเกิน นั่นก็คือได้เห็นที่เรารักมีความสุข เราเองก็พลอยมี
ความสุขไปด้วย!
ในระหว่างที่ต้วนชิงหมิงกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นั้น ทันใดนั้น มิทราบนางคิดสิ่งใดอยู่ เพราะใบหน้ามีสีซีดขาว
ปรากฏตามด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย
ใช่แล้วๆๆ จวนติง! จวนติงนี่เอง!
จวนติงนั้นอยู๋ไกลจากเมืองหลวงค่อนข้างมาก เหตุใดทางนู้นถึงได้รู้เรื่องการแต่งงานของต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวน
สิ่งเดียวที่พออธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างก็คือ ต้วนเจิ้งใช้ให้คนไปส่งบัตรเชิญคนในจวนติง แต่ไม่ว่าเหตุใดก็ตาม จู่ๆ
คนจวนติงก็มาถึงและต้องการคนไปต้อนรับ
ตามหลักแล้ว คนจวนติงแค่เขียนจดหมายอวยพรตอบกลับสักฉบับ และให้คนมาส่งของขวัญเท่านั้นก็เพียง
พอแล้ว
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ต้วนชิงหมิงจะเย็นชาออกมา เนื่องจากนางรู้อยู่เต็มอก ในชาติที่แล้วตอนที่นางแต่งออกเรือน
ไปเป็นภรรยาเอก ตอนนั้นต้วนเจิ้งเคยไปส่งบัตรเชิญถึงจวนติง เพื่อเป็นการบอกกล่าว น่าเสียดายที่จวนติงไม่มีออกมาดู
เพียงแต่เขียนใบแสดงความยินดีมาเท่านั้น
แต่ในชาตินี้ เหตุใดคนจวนติงถึงได้หอบสังขารรอนแรมมาถึงจวนต้วนอย่างนั้นเลยเหรอ?
ต้วนชิงหมิงอยู่ๆ พรวดหัวเราะขึ้นมา… ดูท่าแล้ว ต้องมีใครเอาเรื่องนี้ไปแจ้งกล่าวล่วงหน้า!
มาตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเสียเวลาไปบอกกล่าว
ไม่เคยเห็นหน้าคาตามาสิบกว่าปี คราวนี้ต้วนชิงหมิงมีโอกาสได้พบหน้าญาติฝั่ายท่านแม่แล้ว ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะ
ยํ่าแย่เลวร้ายเหมือนในชาติที่แล้วหรือไม่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ต้วนชิงหมิงค่อยๆ กำมือทั้งสองข้างแนบแน่น… หวังว่าการมาของคนจวนติงคงเห็นแก่หน้าท่าน
แม่ติงโหรวไม่สร้างเรื่องขึ้นที่จวนต้วน ส่วนนางจะยอมเห็นแก่ท่านแม่ติงโหรวลงไปร่วมงานดื่มกินเป็นเพื่อน
ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากมาทำลายงานแต่งของต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวน หรือใช้แผนการเล่นงานให้งานล่ม ต้วนชิงหมิง
ย่อมทำได้ทุกวิถีทางเพื่อให้คนพวกนั้นศพไม่สวย!
หวังว่าคนที่คิดร้ายอยู่นั้น จงล้มเลิกความคิดเสีย มิอย่างนั้นอย่าหาว่านางไม่เตือนล่วงหน้า!
ต้วนชิงหมิงได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวไปช่วยงาน จู่ๆ นางนึกขึ้นมาได้ฉับพลัน ว่าลืมนึกถึงหลิวหรงไปเสียเนิ่นนาน
ไม่รู้ว่าหลิวหรงที่ถูกเมินเฉยจะยังมีความสุขอยู่หรือเปล่า ต้วนชิงหมิงมิอยากจะคิดเลย หากหลิวหรงรู้เรื่องว่าคน
จวนติงกำลังมาใกล้ถึงจวนต้วน นางจะมีสีหน้าท่าทางเป็นเช่นไร
เหอะๆๆ ๆ หลิวหรงเอ๋ย ถ้าเจ้าเป็นคนแอบเรียกคนจวนติงมาลับหลัง ข้าจะเป็นคนแรกที่ผลักเจ้าลงสู่นรกเป็นคน
แรก
เมื่อนึกถึงหลิวหรง ต้วนชิงหมิงกลับมีแรงฮึกเหิมขึ้นมา… ตอนนี้นางตัดสินใจไปหาหลิวหรงให้เห็นกับตา!
จากนั้นต้วนชิงหมิงก็ตะโกนเรียกบ่าวใช้ที่ยืนอยู่ข้างนอก “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับคำรีบผลักประตูเข้ามาด้านใน นางยืนมือประสานด้านหน้า ก้มหน้าถามต้วนชิงหมิงมีสิ่งใดอยาก
สั่งให้ไปทำ
นางยิ้มจางๆ ออกมา แววตาแฝงความเย็นชามองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ พูดเสียงนํ้าเสียงแปลกพิลึก “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไป
กันเถอะ ไปหาหลิวอี๋เหนียงเป็นเพื่อนข้าหน่อย!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกตกใจเล็กน้อย ก่อนตอบไปว่า “ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ หากคุณหนูไม่ไปดูหลิวอี๋เหนียง นางคงเบื่อ
เซ็งชีวิตอย่างแน่นอน!”
ต้วนชิงหมิงใช้มือลูบชายกระโปรงที่ยับ หัวเราะเสียงเบา “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้าคงเป็นคนที่ผิดต่อนางเหลือ
เกิน”
แต่เรื่องที่ทำผิดต่อคนอื่น ต้วนชิงหมิงไม่มีทางทำก่อนเป็นอันขาด เว้นเสียแต่อีกฝั่ายลงมือก่อน
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนชุดตัวใหม่ จากนั้นนางพาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินไปที่เรือนของหลิวหรง ที่ถูกต้
วนเจิ้งสั่งกักบริเวณ อีกทั้งกำชับให้ชิวหนิงเฝั้าประตูข้างนอกให้ดี
ในเมื่อหลิวหรงอยากให้คนจวนติงมาที่จวนต้วน หากต้วนชิงหมิงมิยอมให้นางสมปรารถนา ก็เท่ากับผิดต่อความ
ตั้งใจของนาง
ในเมื่อนางเป็นคนชอบเพ้อฝัน เช่นนั้น ครั้งนี้ให้นางเห็นความฝันที่พังทลายต่อหน้าต่อตาเลยแล้วกัน!
นับจากนี้ต่อไปจวนต้วนจะไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับหลิวหรงแม้แต่น้อย ถึงเวลาที่ต้องย้ายหลิวหรงไปที่อื่น เพื่อ
จะได้ไม่ต้องสร้างเรื่องสร้างราวขึ้นอีก
รอให้งานมงคลในจวนผ่านไปก่อนค่อยช่วยดีดหลิวหรงให้กระเด็นออกจากจวนต้วนไป
**
ในเช้าวันถัดมา ต้วนชิงหมิงได้พาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นั่งรถม้ามุ่งหน้าตรงไปทางประตูวังหลวง
สิ่งที่ทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกแปลกใจคือ ต้วนอวี้หรานมีท่าทางที่ผิดแปลกเป็นอย่างยิ่ง นางไม่แสดงความอยากรู้ใคร่
ถามและดูเหมือนไม่มีความสนใจต่อสิ่งรอบข้างเลย
กระนั้นต้วนชิงหมิงไม่มีกระจิตกระใจไปสนใจดูดำดูดีน้องสาวที่มักคอยเล่นงานนาง ดังนั้นนางจึงเตรียมตัวและ
เดินทางเข้าวังหลวงตั้งแต่เช้าตรู่
สถานที่รับแขกขององค์หญิงจิ่นซิ่วยังคงเป็นตำหนักของนาง เมื่อต้วนชิงหมิงเดินทางไปถึง บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์
ต่างไปถึงกันมิน้อยแล้ว ในเวลานี้ บรรดาคนที่ห้อมล้อมองค์หญิงจิ่นซิ่วต่างชมนางกันมิขาดปาก ดูเหมือนพวกนางกำลัง
แสดงความยินดี!
เรื่องนี้ต้วนชิงหมิงยังคงกังขาและไม่รู้แน่ชัดถึงเหตุผลที่มาที่ไป ว่ามีเรื่องใดเกิดขึ้นกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว นางคิดแต่จะ
เข้าไปทักทายเพื่อจะได้รีบถอยไปที่อื่น
วันนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นางมองหน้าต้วนชิงหมิงด้วยสีหน้าไม่มีอารมณ์โกรธเกลียด ได้แต่ยิ้ม
เจื่อนๆ ออกมา “โอ้โห ชิงหมิงมาแล้วเหรอเนี่ย รีบนั่ง รีบนั่ง!”
ต้วนชิงหมิงแปลกใจกับท่าทางขององค์หญิงจิ่นซิ่ว ในใจของนางคอยระแวดระวังเพิ่มมากขึ้น นางเห็นนางกำนัลมี
ท่าทีอยากเข้ามาประคององค์หญิง จึงหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงมองหาที่นั่งที่ห่างไปไกลนั่งลงอย่างเชื่องช้า
ต้วนชิงหมิงใช้โอกาสจิบชามองสำรวจจนทั่ว บรรดาสตรีเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคุณหนูที่สูงศักดิ์ในเมืองหลวง และ
เป็นบุตรสาวลูกภรรยาเอก ไร้เงาของบุตรสาวลูกอนุ ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงคาดเดาขึ้นมา วันนี้องค์หญิงจิ่นซิ่วคงไปเจอ
เรื่องดีมาแน่นอน ถึงอยากโอ้อวดให้พวกนางดูถึงเพียงนี้
บรรดาคุณหนูทั้งหลายเอาแต่จับจ้องไปที่องค์หญิงจิ่นซิ่วหัวไม่วางหางไม่เว้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่ต้วนชิงหมิงเดิน
ไปทำความเคารพ และหาที่นั่งลง คุณหนูที่อยู่ใกล้ๆ ต่างหันหน้ามาพยักให้นาง ก่อนจะหันกลับไปสนทนากับองค์หญิง
ตามเดิม
ความสัมพันธ์ของหยางซือฉีกับองค์หญิงจิ่นซิ่วมีความแนบแน่นกันเป็นพิเศษ ที่นั่งของนางจึงต้องอยู่ด้านข้างโดย
ไม่ต้องสงสัย ทว่าในวันนี้ ต้วนชิงหมิงกลับสังเกตเห็นแววตาที่เหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของนาง
เมื่อหยางซือฉีรู้ตัวว่าต้วนชิงหมิงจับจ้องไปที่นางก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ประหนึ่งมิอยากสานสัมพันธ์กับต้วนชิงห
มิง
ในตอนนี้เอง เสียงที่เปล่งอย่างเบิกบานใจได้ลอยเข้ามาในโสตประสาทของต้วนชิงหมิง “โอ้โห! องค์หญิงจะหมั้น
หมายนับเป็นเรื่องมงคลยิ่งนัก! พวกเจ้าว่าคุณชายหลิวมีโชควาสนาขนาดไหน ถึงได้เป็นบุรุษที่องค์หญิงผู้สมบูรณ์เพียบ
พร้อมถูกใจเล่า?”