การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 750 ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปแล้ว
นํ้าเสียงของชิงตั๋วแสดงถึงความจริงใจ ดูไม่มีการเสแสร้งแกล้งทำ ในฐานะองค์ชายคนหนึ่ง เห็นได้ว่าการที่เขา
อยากช่วยเหลือชีวิตของต้วนชิงหมิงเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ไม่รู้ว่าการมาครั้งนี้มาด้วยความบังเอิญหรือมียางอย่างแอบแฝง
ต้วนเจิ้งมองไปที่ชิงตั๋วด้วยแววตายากคาดเดา ในมือชิงตั๋วถือกล่องที่บรรจุยาเม็ดเล็กไว้ข้างใน พร้อมยื่นส่งไปให้ต้
วนเจิ้ง ราวกับเด็กคนหนึ่งมอบของแด่ผู้ใหญ่ และหวังได้รับคำชื่นชม
ต้วนเจิ้งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจไม่รับสิ่งของจากองค์ชายแคว้นอื่น ด้วยเหตุผลวสองประการ ประการแรก
เนื่องจากฐานะขององค์ชายสูงส่ง ซึ่งมีความอ่อนไหวและเปราะบางต่อต้วนชิงหมิง
ประการที่สอง ชิงตั๋วกับต้วนชิงหมิงไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์สนิทสนมกันขนาดนั้น ต่อให้มีหญิงสาวคนหนึ่งก็ไม่ควรรับ
ของที่ลํ้าค่าจากชายหนุ่ม ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา
ด้วยเหตุนี้ ต้วนเจิ้งจึงปฏิเสธอย่างเกรงใจ “ขอบพระทัยองค์ชายชิงตั๋ว เพียงแต่ชิงหมิงมีท่านหมอมารักษาแล้ว
เกรงว่ายานี้อาจไม่ได้ใช้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ชิงตั๋วยืนจับกล่องยาด้วยมือที่สั่นเครือ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นผิดหวัง ในที่สุด เขาก็พึมพำออกมา “ดูท่าใน
ใจของใต้เท้าต้วน คงเห็นชีวิตของคุณหนูต้วนไม่ได้สลักสำคัญสิน่ะ!”
ความหมายที่ชิงตั๋วต้องการสื่อคือ ต้วนเจิ้งไม่ให้ความสำคัญกับชีวิตของชิงหมิงผู้เป็นบุตรสาว
ต้วนเจิ้งได้ฟังแล้วถึงกับหน้าไม่รับแขกทันที
บุตรชายบุตรสาวล้วนเป็นแก้วตาดวงใจของผู้เป็นบิดามารดา มีหรือที่จะยอมให้บุตรชายบุตรสาวเกิดเรื่องขึ้น ถ้า
ไม่ใช่เช่นนั้นสิ่งที่ชิงตั๋วต้องการสื่อคืออะไรกัน?
ต้วนเจิ้งทำท่าทางสงบสุข “องค์ชายชิงตั๋วหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
ชิงตั๋วตอบด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “หากใต้เท้าต้วนให้ความสำคัญกับชีวิตของชิงหมิงจริง ย่อมไม่มีทางยึกยัก
ปฏิเสธความปรารถนาดีนี้”
สิ่งที่ชิงตั๋วต้องการสื่อ นั่นก็คือหากต้วนเจิ้งไม่รับยาจากมือของเขาไป ก็เท่ากับไม่ให้ความสำคัญในชีวิตของต้วนชิง
หมิง?
แม้จะให้ความสำคัญกับต้วนชิงหมิง ก็ไม่จำเป็นต้องรับยาจากชิงตั๋วเหมือนกัน
ต้วนเจิ้งยิ้มแฝงด้วยความขุ่นเคือง “ชิงหมิงเป็นบุตรสาวของกระหม่อม ทำไมจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แต่เรื่องนี้ดูไม่
เห็นเกี่ยวข้องกับองค์ชายแคว้นอื่นนะพ่ะย่ะค่ะ หากบอกว่าเป็นธรรมเนียม กระหม่อมอยากถามองค์ชายชิงตั๋ว โบราณ
กล่าวไว้ชายหญิงแตกต่างกัน แต่องค์ชายกลับมาเยี่ยมด้วยของเม็ดยาลํ้าค่าเพียงนี้ มิทราบว่าองค์ชายมาที่นี่ด้วยจุด
ประสงค์ใดพ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อชิงตั๋วได้ฟังคำพูดต้วนเจิ้งแล้ว สีหน้าของเขาก็บูดเบี้ยว ด้วยรู้ว่าเมื่อครู่รีบร้อนพูดไปหน่อย จึงอาจพลาดพลั้ง
ประชดประชันเข้าไป เกรงว่าใต้เท้าต้วนคงมิสบอารมณ์ขึ้นมาแล้ว
อันที่จริง ชิงตั๋วเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่ด้วยเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของต้วนชิงหมิง เขาจึงยอมก้มหัวให้ต้วนเจิ้ง
“ใต้เท้าต้วน ชิงตั๋วไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
ต้วนเจิ้งแสยะยิ้มออกมา “คุณชายหมายความว่าอย่างไร กระหม่อมมิอาจทราบได้ แต่บุตรสาวทั้งคนของกระผม
นอนปั่วยอยู่บนเตียง คนเป็นพ่อย่อมร้อนใจดั่งไฟแผดเผาอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาพูดกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
กับเรื่องนี้… หากองค์ชายไม่มีธุระอื่น เชิญกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ชิงตั๋วเกิดเสียหน้าจนไปต่อไม่ถูก ความหมายของเขามิได้ตั้งใจยั่วให้ต้วนเจิ้งโกรธเคืองแต่อย่างใด ทว่าบัดนี้ต้วน
เจิ้งโกรธเกลียดเขาขึ้นมาแล้ว ชิงตั๋วจำยอมได้แต่กัดฟันกรอดๆ ไม่ควรพลั้งพลาดพูดออกมา จะถอนคำคืนในเวลานี้ก็สาย
ไปแล้ว เขาจึงหันไปพูดเสียงตํ่ากับต้วนเจิ้ง “ใต้เท้าต้วน……”
ในระหว่างนั้น ได้มีเสียงเรียกที่กังวานใสดังขึ้น “ท่านลุง……”
ต้วนเจิ้งหันกลับไปมองเห็นหลิวยวนกำลังลงจากหลังม้า เดินมาทางประตูใหญ่ของจวนต้วน
พอต้วนเจิ้งเห็นเผยรอยยิ้ม “ทำไมหลานมีเวลามาที่นี่ด้วย?”
หลิวยวนยกมือประสานทำความเคารพไปด้วย กล่าวถามไปด้วย “ได้ยินว่าชิงหมิงถูกพิษ หลานจึงตั้งใจนำยามา
เพื่อช่วยถอนพิษนางขอรับ”
จากนั้นกล่องใส่ยาก็ถูกยื่นส่งมาให้
ต้วนเจิ้งมองดูด้วยรอยยิ้ม “หากชิงหมิงรู้ว่าหลานมีนํ้าใจขนาดนี้ ต้องซาบซึ้งอยู่มิน้อย”
หลิวยวนตอบยิ้มๆ “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชิงหมิงกลับมาดีเหมือนเดิมขอรับ”
ต้วนเจิ้งได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างละเหี่ยใจ โดยไม่เอ่ยว่าคำใด
ต้วนเจิ้งรับกล่องยาและพาหลิวยวนเดินเข้าไปในจวนด้านใน ทั้งสองคนเดินไปพลางพูดคุยไปพลาง ดูท่าแล้ว
เหมือนลืมไปว่าชิงตั๋วก็อยู่ที่นั่นด้วย`
เมื่อชิงตั๋วได้เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้า จึงพูดอย่างอดกลั้นเสียมิได้ “ใต้เท้าต้วนทำไมเลือกปฏิบัติชัดเจนถึงเพียง
นี้?”
ต้วนเจิ้งหันกลับมาตอบเพียง “องค์ชายยังไม่ได้เดินทางกลับหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ชิงตั๋วจึงก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง มองไปที่กล่องยาของต้วนเจิ้ง พูดอย่างไม่พอใจ “ใต้เท้าต้วนไม่รับยาของกระผม
ก็ไม่เป็นไร แต่กลับตั้งใจไปรับยาของคุณชายหลิว… หรือว่าใต้เท้าต้วนคิดว่ากระผมมีจุดประสงค์ร้ายต่อคุณหนูต้วนอย่าง
นั้นหรือ?”
ต้วนเจิ้งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก้าวไปยืนด้านหน้าของเขา “เมื่อครู่องค์ชายเรียกกระหม่อมว่าอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ?”
“ก็เรียกว่าใต้เท้าต้วนยังไงล่ะ!” ชิงตั๋วตอบ
ต้วนเจิ้งถามต่อไปว่า “อย่างนั้น เมื่อครู่หลานหลิวยวนเรียกกระหม่อมว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”
“ท่านลุงยังไง” ชิงตั๋วตอบ
เขาจึงใช้โอกาสนี้พูดอย่างขัดเคือง “แต่ว่าน้องสาวของกระผมสนิทสนมกับชิงหมิง! อีกอย่างกระหม่อมกับต้วนชิง
หมิงก็รู้จักกันมา นํ้าใจเล็กน้อยนี้ ใต้เท้าต้วนต้องรับไว้ ห้ามปฏิเสธ!”
ต้วนเจิ้งได้ฟังถึงกับพูดอย่างเย็นชา “ถ้าสนิทสนมกันจริง กระหม่อมขอถามองค์ชายชิงตั๋วเสียหน่อย… ครั้งก่อนที่
ชิงหมิงได้รับบาดเจ็บ ครั้งนี้ที่ถูกพิษ… เรื่องเหล่านี้กระหม่อมไม่พูดออกมาตรงๆ ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้เรื่อง แผนการ
ทำร้ายคนอื่น กระหม่อมไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไร และหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้… ถ้าบอกว่าสนิทสนมกันจริง กระหม่อมอยาก
ถามองค์ชาย ว่าอยากมาเชื่อมสัมพันธ์ให้สนิทสนมมากขึ้นในตอนนี้ มันไม่สายไปหน่อยเหรอพ่ะย่ะค่ะ?”
คำสาธยายยืดยาวทำเอาชิงตั๋วอึ้งบ้าใบ้จนพูดไม่ถูก
เขาตอบด้วยสีหน้าซีดเผือด “เรื่องเมื่อก่อนกระผมต้องขออภัย แต่ตอนนี้กระหม่อมมาด้วยความจริงใจ หวังว่าใต้
เท้าต้วนอย่าได้ปฏิเสธนํ้าใจเลย”
“องค์ชายคิดผิดไปแล้ว กระหม่อมมิได้ปฏิเสธนํ้าใจ คิดๆ ดู หากชิงหมิงไม่ได้ถูกยาพิษ ไม่ได้สลบไสล นางคงไม่
อยากเห็นหน้าคนที่ทำร้ายนางหรอกกระมัง… สิ่งที่องค์ชายต้องทำเร่งด่วนในตอนนี้ คือเดินทางกลับ มิใช่มาถกเถียงกัน
ไปมาเช่นนี้” ต้วนเจิ้งสวนกลับ
ชิงตั๋วหน้าเสียหนักขึ้นไปกว่าเดิม จากนั้นเขาต้องยอมเดินกลับอย่างจำใจ
ต้วนเจิ้งมองดูเเผ่นหลังของชิงตั๋วที่เดินจากไป โดยไม่รู้ว่ากำลังคิดเรื่องใด
“เอาล่ะ หลาน พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ” ต้วนเจิ้งเอ่ย
“ท่านลุง ชิงหมิงเกลียดชังองค์ชายชิงตั๋วอย่างนั้นหรือขอรับ?” หลิวยวนถามเสียงแผ่วเบา
“ชิงหมิงเกลียดหรือไม่เกลียดลุงไม่ทราบ แต่เรื่องที่ลุงรู้มา ทำให้มิอาจปล่อยคนที่เคยทำร้ายชิงหมิงเข้าไปเสแสร้ง
ทำดี!” ต้วนเจิ้งอธิบาย
จู่ๆ สีหน้าของหลิวยวนก็นิ่งเฉยอย่างบอกไม่ถูก
คนที่เคยทำร้ายชิงหมิงมาก่อน… อย่างนั้นรวมหลิวยวนเข้าไปในนั้นด้วยหรือเปล่า?
ถ้าพูดตามความเป็นจริง เขาเคยทำร้ายต้วนชิงหมิงมาเหมือนกัน จากนั้นถูกต้วนอวี้เอาคืนไปเสียยกใหญ่!
มาถึงตรงนี้ หลิวยวนอดถามมิได้ว่า “ท่านลุง อวี้เอ๋อร์กลับมาหรือยังขอรับ?”
วันนั้นหลังจากต้วนชิงหมิงกลับมาคนเดียว ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของต้วนอวี้อีกเลย จนถึงตอนนี้ หลิวยวนก็ยังไม่รู้
ข่าวคราวเหมือนเดิม
ต้วนเจิ้งส่ายหัวไปมา “ยังไม่มีข่าวคราวเลย… ตามที่ชิงหมิงบอก อวี้เอ๋อร์ไปตามหาท่านอาจารย์แล้ว ไม่รู้เหมือน
กันว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”
มิทราบว่าหลิวยวนเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรคนเดียว โดยไม่ได้พูดจา
พอต้วนเจิ้งกับหลิวยวนเดินมาถึงห้องโถง ชุนถาวก็รีบวิ่งออกมาทำความเคารพต้วนเจิ้ง “นายท่านรีบไปดูคุณหนู
ใหญ่ตู้เถอะ ปล่อยนางไว้คนเดียว บ่าวเกรงว่านางอาจคิดวุ่นวายไปหมด”