การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 749 ตู้ชิงหรวนสับสนไปหมด
ตู้ชิงหรวนลุกยืนขึ้นมา มองไปในห้องของต้วนชิงหมิง เมื่อนางขยับตัวต้วนเจิ้งก็รีบคว้าเอาไว้ “ชิงหรวน เจ้าจะไป
ไหน?”
“ข้าไปจะอยู่เป็นเพื่อนชิงหมิง” นางตอบอย่างจริงจัง
สีหน้าตู้ชิงหรวนซีดเผือดไร้เลือดฝาด ไม่พบหน้าเพียงไม่กี่เดือน รูปร่างหน้าตาที่สะสวยของคุณหนูใหญ่ตู้ กลับ
กลายเป็นซูบผอมอ่อนแอลงไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น ต้วนเจิ้งรู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาเป็นระลอก เขาฝืนยิ้มขึ้นมา “ชุนถาวอยู่ข้างในห้อง เจ้าเข้าไปอีกคน
นางคงแบ่งสมาธิไม่ถูก”
ตู้ชิงหรวนชะงักไปชั่วขณะ
นางรู้ตัวดีเสมอว่าสุขภาพร่างกายปั่วยกระเสาะกระแสะ เนื่องจากโรคที่เป็นมานานหลายปียังไม่ได้รักษาให้
หายขาด รวมกับคราวนี้ที่เสียเลือดไปไม่น้อย ร่างกายจึงอ่อนแอขึ้นเป็นอย่างมาก ยังที่ดีช่วงนี้ชุนถาวได้ช่วยรักษานาง
แม้สีหน้าแววตาจะดีขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ควรคิดเรื่องหนักๆ ให้รบกวนจิตใจ
เพราะฉะนั้นตู้ชิงหรวนจึงยอมดื่มยาจำนวนมากแต่โดยดี ตามที่ชุนถาววางแผนไว้ แม้กระทั่งต้วนชิงหมิงที่เข้าไป
เยี่ยม ก็ถูกชุนถาวไล่ให้กลับไปโดยเร็ว เหตุผลก็คือ… ขวางทางทำนู้นทำนี่!
เดิมที ตู้ชิงหรวนนึกว่าความสามารถของชุนถาวอาจช่วยรักษาต้วนชิงหมิงให้หายดีได้ กลับนึกไม่ถึงว่านี่เป็นครั้ง
แรกที่นางจนปัญญากับพิษเช่นนี้ ส่วนหมอที่มาดูอาการต้วนชิงหมิงแต่ละคน ต่างส่ายหน้ากันถ้วนทั่ว เหตุการณ์เช่นนี้
ทำให้ตู้ชิงหรวนยิ่งห่วงใยต้วนชิงหมิงเพิ่มขึ้น้เป็นทวีคูณ มีหรือที่ไม่อยากเข้าไปช่วยด้วยตัวนางเอง
ต้วนเจิ้งหันหน้าพูดกับตู้ชิงหรวนที่อยู่ด้านข้างอย่างอ่อนโยน “ร่างกายของเจ้ายังไม่หายสมบูรณ์ดี กลับไปพักผ่อน
ก่อนเถอะ ทางนี้มีพี่คอยจับดูให้เอง!”
ตู้ชิงหรวนตอบปฏิเสธ “ไม่ได้ ข้ากลับไปไม่ได้ หากชิงหมิงยังไม่ดีขึ้น กลับไปย่อมต้องเป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอัน
นอนอยู่ดี ไม่สู้ให้ข้าเฝั้าอยู่ที่นี่ด้วยกัน!”
ต้วนเจิ้งกำลังจะอ้าปาก นางกลับพูดตัดหน้าขึ้นมา “เจ้าก็รู้ดีนี่หน่า ในใจพี่นั้นชิงหมิงสำคัญมากเพียงใด!”
อีกสองวัน อีกเพียงสองวันเท่านั้นก็จะถึงงานมงคลของทั้งสองคน แต่ดันมาเกิดเรื่องกับต้วนชิงหมิงขึ้น จนยังไม่
สติสัมปชัญญะจนถึงเวลานี้ หากบอกไม่กังวลคงดูเป็นคำโกหก แต่ร่างกายของตู้ชิงหรวนมิอาจรับเรื่องหนักหน่วงได้อีก
แล้ว ดังนั้นในใจต้วนเจิ้งจึงร้อนรนดั่งไฟสุมทรวง
เมื่อตู้ชิงหรวนเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลของเขา จึงยิ้มน้อยๆ ออกมา “ท่านพี่ต้วน เลื่อนงานแต่งของเรา
ออกไปก่อนเถอะ!”
“ทำไมล่ะ?” เขาถามอย่างกังขา
“อวี้เอ๋อร์ยังไม่กลับมา ชิงหมิงก็ยังไม่ฟืน… พี่ก็รู้นี่หน่า ข้าคงไม่สบายใจและคิดถึงเรื่องตัวเองก่อน!” นางตอบ
ความไม่สบายของตู้ชิงหรวนคงไม่เพียงหมายถึงพิษในร่างกายต้วนชิงหมิง ยังหมายถึงต้วนอวี้ที่ยังไม่ได้กลับจวน
ตู้ชิงหรวนได้แต่โทษและตำหนิตัวนางเอง ที่ไม่ยอมมาดูดำดูดีต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ตั้งนานแล้ว นี่คงเป็นฟั้าดิน
ที่ตั้งใจเตือนนางให้รู้ ว่านางได้เคยทำพลาดที่นิ่งเฉยมานานนับสิบปี
ต้วนเจิ้งส่ายหน้ามองไปที่ตู้ชิงหรวน “ไม่ต้องเลื่อนหรอก ทุกอย่างเอาตามที่กำหนดไว้… อย่าเลื่อนออกไปเพราะ
เรื่องหมิงเอ๋อร์เลย”
ทั้งชีวิตของต้วนเจิ้งเคยผิดต่อสตรีผู้นี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง จากนั้นผิดต่อติงโหรว พูดได้ว่าตู้ชิงหรวนกับติงโหรวทำให้ต้
วนเจิ้งรู้สึกติดค้างพวกนางไปทั้งชีวิตแล้ว ในเวลานี้ ต้วนเจิ้งมิอาจเดินทางผิดพลาดเช่นในอดีตได้อีกแล้ว เขามิอาจให้สตรี
ที่เขารักต้องเสียใจสุดซึ้งต้องสิ้นหวังเป็นครั้งที่สอง
สายตาของตู้ชิงหรวนดูคิดบางอย่างไม่ตก ในขณะที่ต้วนเจิ้งกลับโบกมือไปมา “ชุนถาวส่งนายหญิงของเจ้ากลับ
เรือน!”
ชุนถาวที่คอยนั่งเฝั้าอาการของต้วนชิงหมิงอยู่ด้านใน พอได้ยินต้วนเจิ้งออกคำสั่งก็รีบเดินออกมา
พอเห็นสีหน้าของต้วนเจิ้งไม่ค่อยสบอารมณ์ขึ้นมา และสีหน้าเศร้าสร้อยของตู้ชิงหรวน ชุนถาวถึงได้เข้าใจในทันที
ตู้ชิงหรวนต้องทำให้ต้วนเจิ้งไม่พอใจเป็นแน่ จากนั้นนางจึงหยิบผ้ามาเช็ดไม้เช็ดมือ หันไปยิ้มให้ตู้ชิงหรวน “เอาล่ะคุณหนู
จู่ๆ บ่าวคิดขึ้นมาได้ มีเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ได้สะสางเลย… บ่าวไปส่งคุณหนูกลับเรือนและสั่งงานที่คั่งค้างให้คนอื่นเสีย
ก่อน จากนั้นค่อยกลับมาดูแลชิงหมิง เอาอย่างนี้ดีไหมเจ้าคะ?”
ตู้ชิงหรวนยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ
ทว่าชุนถาวกลับจับแขนและคะยั้นคะยอตู้ชิงหรวน เดินกลับไปที่เรือนจนสำเร็จ
ตู้ชิงหรวนดูเหมือนไม่เต็มใจเป็นอย่างมาก แต่มิอาจทัดทานแรงของชุนถาวได้
ชุนถาวเห็นท่าทางที่เสียใจของตู้ชิงหรวน กลับหัวเราะคิกคักขึ้นมา นับวันคุณหนูของนางยิ่งดูเหมือนเด็กลงไป
ทุกที ยิ่งใกล้วันแต่งงานเข้าไปทุกที ท่าทางวางมาดชั้นสูงก็ดูค่อยๆ เลือนหายไปทุกที ดูท่าแล้วไม่ต่างอะไรกับสตรีที่
เตรียมตัวแต่งงานเลย
เมื่อชุนถาวพาตู้ชิงหรวนเดินออกมาไกลแล้ว จึงกระซิบถามว่า “คุณหนูไปพูดอะไรให้ นายท่านไม่พอใจหรือเจ้า
คะ?”
ตู้ชิงหรวนตอบอย่างอิดออด “อันที่จริงก็ไม่มีอะไร ข้าแค่พูดเพียงว่าชิงหมิงยังไม่หายดี อยากเลื่อนงานแต่งออก
ไปก่อนเท่านั้นเอง!”
ชุนถาวได้ยินถึงกับถอนหายใจยาว ทว่าตู้ชิงหรวนยังพูดต่อไปว่า “พอท่านพี่ได้ยินก็โมโหข้าขึ้นทันที จึงสั่งให้เจ้า
มาพาข้ากลับเรือนยังไงล่ะ”
ตู้ชิงหรวนมองหน้าชุนถาวจนอยากถาม ว่ารู้เรื่องที่เกิดเมื่อครู่ได้อย่างไร
“หากเป็นบ่าวคงต้องพูดเช่นเดียวกัน… เพราะคุณหนูพูดเรื่องนี้ไม่ถูกเวลายังไงล่ะเจ้าค่ะ” ชุนถาวสัพยอก
ตู้ชิงหรวนถึงกับเบิกตากว้างโตเมื่อได้ยิน
“คุณหนูของคิดดูนะเจ้าค่ะ งานแต่งเหลือเวลาอีกสามวันเอง อีกอย่างได้แจ้งให้ทุกคนรับทราบกันถ้วนหน้า คุณ
หนูกลับบอกว่าอยากเปลี่ยนวัน นายท่านจะเอาหน้าที่ไหนไปบอกแขกเหรื่อละเจ้าค่ะ ที่สำคัญงานแต่งนับเป็นเรื่องใหญ่
ไปทั้งชีวิต ที่มิใช่อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ตามอำเภอใจ สรุปแล้ว เรื่องนี้คนที่ผิดคือคุณหนูของบ่าวนี่แหละเจ้าค่ะ!” ชุนถา
วสาธยายยืดยาว
ตู้ชิงหรวนถอนหายใจยาวออกมา ก่อนเอ่ยขึ้น “แต่ว่าชิงหมิงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เจ้าจะให้ข้าไม่ร้อนรนใจได้เช่น
ไร?”
เมื่อกล่าวถึงต้วนชิงหมิง สีหน้าของชุนถาวพลันถอดสีโดยทันใด ลองคิดดู ต้วนชิงหมิงผู้นี้มีดวงความซวยมากมาย
เสียเหลือเกิน งานมงคลใกล้จัดขึ้นที่จวนอยู่รอมร่อแล้ว กลับเกิดเรื่องขึ้นกับนางอีก
อย่างไรเสีย ชุนถาวรู้ดีว่าต้วนชิงหมิงต้องเป็นประเด็นที่ตู้ชิงหรวนต้องหยิบยกขึ้นมา นางจึงพูดหลังใคร่ครวญ
ดีแล้ว “เรื่องชิงหมิงต้องหาทางรักษา ส่วนเรื่องมงคลที่ใกล้จัดขึ้นในจวนต้วนก็ต้องยึดตามกำหนดเดิม… คุณหนูลองนึกดู
หากชิงหมิงได้ยินว่าคุณหนูกลายเป็นฮูหยินจวนต้วนละก็ นางจะดีใจมากแค่ไหน ตอนนี้ หากนางรับรู้ว่าคุณหนูเลื่อนงาน
แต่ง เพราะนางโดนยาพิษจะรู้สึกเช่นไร… หากชิงหมิงที่ฉลาดเป็นกรดรู้ที่มาที่ไป คงต้องเสียใจอย่างสุดซึ้งเป็นแน่!”
ตู้ชิงหรวนชำเลืองมองชุนถาว “ควาหมายของเจ้าคือ จัดงานแต่งตามกำหนดเดิม แต่ถ้าขาดคำอวยพรยินดีของชิง
หมิง ข้าคงไม่สบายใจ!”
ติงโหรวจากไปแล้ว ในเวลานี้เหลือเพียงต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ หากต้วนชิงหมิงไม่ฟืนมาอวยพรยินดี ตู้ชิงหรวน
คงไม่สบายใจ
ชุนถาวอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า โบราณว่าความรักทำให้คนเบาปัญญาขึ้น ดูท่าคำพูดนี้จะเป็นเรื่องจริง
ชุนถาวจึงพูดอย่างอดทนและใจเย็นเป็นที่สุด “คุณหนูก็รู้ว่าสองเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกัน ตอนนี้ตู้ชิงหมิงที่ถูกยา
พิษยังนอนแน่นิ่งอยู่ หากคุณหนูไม่ฮึกเหิมขึ้นมา หลิวหรงคงเตรียมตัวหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสาแก่ใจ”
พอกล่าวถึงหลิวหรงขึ้นมา ตู้ชิงหรวนก็ยังรักษาอาการและพูดหนักแน่น “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าต้องเห็นต้วนชิงห
มิงดีขึ้นมาก่อน”
ขอเพียงต้วนชิงหมิงดีขึ้นแล้ว ตู้ชิงหรวนถึงจะมีความสุขขึ้นมา
ชุนถาวรู้อยู่แก่ใจ ไม่ว่าจะโน้มน้าวเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ จึงได้แต่ถอดใจและพาตู้ชิงหรวนกลับไปส่งที่เรือนเสีย
ก่อน
ระหว่างที่ตู้ชิงหรวนเพิ่งออกไปได้ไม่นาน นอกจวนต้วนมีคนมาหาต้วนชิงหมิงถึงสองคน คนแรกคือ องค์ชายชิง
ตั๋ว ที่นำยาวิเศษถอนพิษได้สารพัดมาให้ต้วนชิงหมิง
ส่วนคนที่สองคือ ถานซิ่วซิ่ว ภรรยารองจวนติงนั่นเอง
ชิงตั๋วยืนอยู่บันไดหน้าประตูจวนต้วน ด้วยความร้อนรนใจ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
แต่ด้วยฐานะที่สูงศักดิ์เหนือคนธรรมดาทั่วไปของชิงตั๋ว ต้วนเจิ้งจึงต้องออกมารับด้วยตัวเขาเอง
คำพูดคำจาของชิงตั๋วสุภาพเรียบร้อยและเข้าใจจิตใจของคนในจวนต้วนดี “วันนี้ในงานเลี้ยงเห็นคุณหนูต้วนถูกยา
พิษ กระผมเคยรู้จักคุณหนูต้วนมาก่อนบ้าง รู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วงขึ้นมา จึงนำยาวิเศษถอนพิษได้สารพัดมาให้ หวัง
ว่าคงช่วยให้คุณหนูต้วนผ่านเคราะห์ในครานี้ไปได้”