การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 783 ถูกเคลือบแคลงสงสัย
ตอนนี้พอมีคนเกิดสงสัยขึ้นมาเพียงแค่คนเดียว คนก็พากันเริ่มนินทาแพร่ข่าวลือปากต่อปากไป จนสุดท้ายข่าวลือ
ได้กลบเรื่องที่องค์ชายชิงตั๋วมาที่จวนต้วนเมื่อก่อนหน้านี้
อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำความเข้าใจได้ยาก แม้ว่าข่าวลือจะแพร่สะพัดไปทั่ว แต่ความจริงก็ยังเป็นความจริง
อยู่ดี เรื่องที่ต้วนชิงหมิงถูกยาพิษจนต้องนอนสลบอย่างไร้สติในช่วงที่ผ่านมา เป็นที่เห็นพ้องต้องกันของบรรดาคนในจวน
ต้วน เพียงแต่เรื่องที่องค์ชายชิงตั๋วเข้ามาที่เรือนต้วนชิงหมิง ไม่มีใครเห็นกับตาเลยสักคนเดียว
ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงได้มีข่าวลือว่าองค์ชายชิงตั๋วได้มาหาต้วนชิงหมิง
จุดนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการทำลายชื่อเสียง
ของคุณหนูใหญ่จนต้วนให้ปั่นปีไม่เหลือชิ้นดี
หากทุกอย่างเป็นเช่นนั้น ทุกคนก็จะโกรธเคืองคนที่คิดไม่หวังดีกับต้วนชิงหมิง
เวลาผ่านไปไม่นานเพียงสามวันเท่านั้น ข่าวลือพวกนี้ได้แพร่ไปทั้งจวนต้วนจนรู้กันทุกคน
ในวันนี้ ต้วนชิงหมิงกำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้อง ต้วนอวี้มาหาโดยไม่ได้เรียกให้มา เมื่อเขาเข้ามาแล้วก็นั่งเก้าอี้ตรง
ข้ามกับนาง กะพริบตาจ้องมาที่ต้วนชิงหมิงไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
ต้วนชิงหมิงใช้มือขึ้นลูบหน้า เอ่ยอย่างฉงนใจ “อวี้เอ๋อร์มองพี่มีอะไรหรือเปล่า?”
ตามที่ต้วนชิงหมิงคิดไว้ หากต้วนอวี้มองเช่นนี้ อาจมีบางอย่างติดหน้าอยู่ทำให้ขัดหูขัดตาต้วนอวี้ หรือไม่ก็มีเรื่องที่
เกินความคาดหมายเกิดขึ้น จนต้วนอวี้ต้องมาสืบถามที่มาที่ไปจากนาง
แต่กระนั้นต้วนอวี้ก็ยังคงจ้องมองหน้าของนาง จนต้วนชิงหมิงเกือบเรียกให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปหยิบกระจกทอง
เหลืองมาส่องดูความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของนาง
ต้วนอวี้กลับส่ายหน้าไปมา “ไม่มีอะไรหรอกท่านพี่ วันนี้ท่านพี่แต่งตัวได้สวยมากเลยต่างหาก!”
ระหว่างที่เขาพูดอยู่นั้น สายตากลับจับจ้องและเล่นหยกประจำตัวที่ผูกไว้ที่เอว พลางถามต่อไปว่า “ท่านพี่ ใน
จวนต้วนมีข่าวลือแพร่ไปจนทั่วใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงยกถ้วยนํ้าชาขึ้นมาจิบ เม้มปากเบาๆ “ข่าวลือก็เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้นแหละ เจ้าจะกังวลใจไปทำไม
เล่า?”
ต้วนอวี้เงยหน้าปรายตามองต้วนชิงหมิง พูดอย่างขัดข้อง “ไม่รู้ว่าใครไม่มีการงานทำ เอาเรื่องบ้าๆ บอๆ พวกนี้
มาทำเป็นข่าวลือไปได้!”
ต้วนชิงหมิงแย้มยิ้ม “ใครเป็นปันเรื่องเล่าพวกนี้ไม่สำคัญนักหรอก มันสำคัญที่ว่าข่าวลือยังทำอะไรเราไม่ได้ไม่ใช่
หรือ?”
ต้วนอวี้กลับหัวเราะขึ้น “ท่านพี่ เหตุใดชะล่าใจคิดว่าจะรับมือได้อย่างนั้นล่ะ ถ้าวันหนึ่งข่าวลือที่มาหนักหนา
สาหัสเกินรับไหว ท่านพี่จะทำอย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้ด้วยสายตาแน่นิ่ง จากนั้นยกนํ้าชาขึ้นจิบ “อย่างนั้นอวี้เอ๋อร์จะให้พี่ทำยังไง?”
ในใต้หล้าแห่งนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่มิยอมให้ใครได้ดีกว่าตน หรือมีความสุขเกินหน้าเกินตาตน แต่หากไม่มีคน
แบบนี้อยู่ชีวิตคงขาดสีสันไป
ต้วนอวี้มองท่านพี่ด้วยแววตาที่จริงจังขึงขัง “อวี้เอ๋อร์จะเป็นคนหาต้นตอของเรื่องและกำจัดมันทิ้งซะ!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มหัวเราะขึ้นมา นางมองไปที่น้องชาย “กำจัด? จะกำจัดอย่างไร? อวี้เอ๋อร์รู้หรือไม่ ไม่มีใครที่
สามารถอยู่โดยลำพังได้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน หากวันนี้มีข่าวลือเกิดขึ้น เจ้ากลับไปจัดการคน
ที่ปล่อยมัน แล้ววันพรุ่งนี้ วันข้างหน้า เจ้าจะรับประกันได้หรือว่าจะไม่มีข่าวลือใหม่ๆ ปรากฏขึ้นอีก?”
คำพูดให้ข้อคิดนี้ทำเอาต้วนอวี้ชะงักไปชั่วขณะ
ในใต้หล้าแห่งนี้ คนที่ไม่ชอบต้วนชิงหมิงไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ไม่ว่าองค์หญิงอวี้หลัว องค์ชายชิงตั๋ว องค์หญิงจิ่นซิ่ว
แล้ว ยังมีศัตรูที่จ้องมองความพินาศย่อยยับต้วนชิงหมิงอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อดูว่าต้วนชิงหมิงจะซวยถึงไหนกัน
ข่าวลือในครั้งนี้ ต้วนอวี้รู้ว่าเกิดจากองค์ชายชิงตั๋ว เขารู้ไปอีกว่าเรื่องนี้ไม่พ้นหลิวยวนกับองค์หญิงอวี้หลัวที่มีเอี่ยว
ด้วย ดังนั้นเขาต้องลงมืออย่างโหดเหี้ยมให้คนพวกนั้นตายทั้งเป็น แต่คำพูดของต้วนชิงหมิงทำให้ต้วนอวี้เข้าใจขึ้นมาข้อ
หนึ่ง ต่อให้เขากำจัดต้นตอของข่าวลือไปได้ ก็ยังมีองค์หญิงอวี้หลัว องค์หญิงจิ่นซิ่ว หลิวยวน กระทั่งชิงตั๋วที่คอยรอซํ้า
เติมสร้างเรื่องใหม่ขึ้นอีก
ขอเพียงที่ใดมีคนที่นั่นย่อมมีการแก่งแย่งอิจฉาริษยา หากต้องกำจัดคนทำไม่ดีให้สิ้นซาก ใต้หล้าแห่งนี้คงไม่มีใคร
เหลือชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว
หากต้องอยู่คนเดียวเช่นนั้น การมีชีวิตอยู๋จะไปมีความหมายอะไรเล่า?
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า “อวี้เอ๋อร์เข้าใจสิ่งที่ท่านพี่พูดมาทั้งหมดแล้ว”
ต้วนชิงหมิงมิได้ซักไซร้ไล่ความถามว่าต้วนอวี้เข้าใจจริงหรือแกล้งตอบไปที นางได้แต่พยักหน้ารับ “ไม่ว่าต้องพบ
เจอเรื่องใดอีก อวี้เอ๋อร์อย่าได้สับสนร้อนรนจนทุกอย่างพังไม่เป็นท่าล่ะ เข้าใจไหม?”
ต้วนอวี้หรี่ตาลงถามขึ้น “ท่านพี่ ข่าวลือที่แพร่ในจวนต้วน เป็นฝีมือของท่านพี่ใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเรียบ “อวี้เอ๋อร์พูดอะไรของเจ้านะ?”
“ท่านพี่ไม่กล้าตอบอวี้เอ๋อร์อย่างนั้นหรือ?” ต้วนอวี้ถามอย่างไม่คอยพอใจ
ต้วนชิงหมิงจึงเลิกคิ้วขึ้น “พี่ไม่รู้ว่าอวี้เอ๋อร์กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่?”
“ก็ข่าวลือตอนหลังที่บอกว่า ท่านพี่ช่วยอวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ช่วยท่านพี่อะไรทำนองนั้น” ต้วนอวี้ถามจริงจัง
ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้า “พูดตามตรง เรื่องนั้นพี่ไม่ได้แพร่ออกไป!”
ต้วนอวี้รู้ว่าต้วนชิงหมิงไม่มีทางหลอกลวงเขา แต่ถ้าไม่ใช่ต้วนชิงหมิงแล้วจะเป็นใครกัน?
ต้วนอวี้หันหน้าไปอีกทางครุ่นคิดอย่างหนัก “อย่างนั้น ท่านพี่รู้หรือไม่ว่าคนที่ปล่อยข่าวลือเป็นใครกัน?”
แม้ต้วนชิงหมิงจะพอเดาได้ว่าเป็นใคร แต่นางไม่มีบอกเล่าให้ต้วนอวี้รู้ว่านางพอคาดเดาได้แล้ว
ต้วนอวี้เห็นต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา พร้อมกับพึมพำขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์พอเดาได้แล้ว ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง
ปล่อยข่าวลือพวกนี้!”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้ามองน้องชาย “ไหนลองพูดมาให้พี่ฟังหน่อยสิ?”
“เดี๋ยวอวี้เอ๋อร์จะบอกชื่อให้ท่านพี่ฟังทีละคนเลย ดีไหม?” ต้วนอวี้ถาม
ต้วนอวี้ไอกระแอ่มแล้วบอกว่า “คนที่แพร่ข่าวลือไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋ เพราะถ้าเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางใช้วิธีตา
ต่อตาฟันต่อฟันจัดการศัตรู ให้สูญสิ้นชื่อเสียง”
ต้วนชิงหมิงผงกหน้าเห็นด้วย… นี่ไม่ใช่วิสัยที่เหยียนหลิ่งอวี๋ทำเป็นประจำ แต่เรื่องนี้ไปเกี่ยวอะไรกับเหยียนหลิ่งอ
วี๋ด้วย เหตุใดต้วนอวี้ต้องนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงกันด้วย
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วโดยไม่ได้เอ่ยคำใด
ต้วนอวี้พูดต่อไปว่า “เรื่องนี้ก็ไม่ใช่หลิวยวนเป็นคนทำอีกนั่นแหละ… ตอนนี้หลิวยวนมัวยุ่งอยู่กับการหมั้นหมาย
กับองค์หญิงจิ่นซิ่ว จนแทบหัวไม่วางหางไม่เว้น ย่อมไม่มีกระจิตกระใจไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ดูท่าแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นใน
จวนต้วน เขาคงไม่ได้รับข่าวคราว!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้ารับ
บางทีหลิวยวนอาจรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วนก็เป็นได้ เพียงแต่ว่าเขาเป็นคนรอบคอบทำอะไรอย่างระมัดระวัง
ย่อมไม่มีเอาตัวเข้ามายุ่งกับปัญหาร้อนๆ ที่เกิดขึ้น
ต้วนอวี้ยังคงพูดต่อ “ถ้าไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋และหลิวยวน คนที่น่าสงสัยคงเหลือเพียงองค์ชายชิงตั๋ว ที่เป็นปันข่าว
ลือให้แพร่ไปทั่ว”
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงได้เอ่ยขึ้น “อวี้เอ๋อร์ ทำไมถึงได้สงสัยว่าเป็นองค์หญิงอวี้หลัวด้วยเล่า? เรื่องนี้ก็มีส่วนทำให้
องค์ชายต้องเสท่อมเสียชื่อเสียงเหมือนกัน!”
ต้วนอวี้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ท่านพี่อาจลืมไป องค์ชายชิงตั๋วผู้นั้นกำลังอยากได้ท่านพี่ไปครอบครอง บัดนี้หลิวยวน
หมั้นหมาย องค์หญิงอวี้หลัวก็กำลังจะหมั้นหมายเหยียนหลิ่งอวี๋ ส่วนองค์ชายชิงตั๋วลอยตัวไม่มีเรื่องใดต้องกังวล ก็
สามารถเอาท่านพี่ไปเป็นคู่ครองได้สมใจหวัง… ท่านพี่ว่าอวี้เอ๋อร์พูดได้ถูกต้องไหม?”
ต้วนชิงหมิงหน้าผากย่นยับเป็นชั้นๆ ขั้นบันได… ต้วนอวี้เจ้าเด็กน้อย กลับพูดเรื่องครองคู่และครอบครอง ดูแล้ว
ออกจะแก่เกินตัวไปเสียหน่อย ดูท่าแล้วคราวนี้องค์ชายชิงตั๋วกำลังจะเอาคืน ในครั้งที่ถูกต้วนเจิ้งปฏิเสธให้เข้าจวนอย่าง
ไร้เยื่อใย
พอต้วนชิงหมิงคิดมาได้ถึงตรงนี้ก็เอ่ยขึ้น “อวี้เอ๋อร์พูดต่อไปได้เลย!”
ในเมื่อนี่เป็นครั้งแรก ที่ต้วนอวี้แสดงความสามารถในการวิเคราะห์และตัดสินใจที่แม่นยำ ต่อหน้าต้วนชิงหมิงจน
อยากนั่งฟังความคิดเห็นของต้วนอวี้จนกว่าจะจบ
ต้วนอวี้เล่าต่อไป “ดังนั้นเรื่องนี้เปั้นไปได้สูงที่องค์ชายชิงตั๋วเป็นคนแพร่ข่าวลือ จากนั้นเขาก็จะได้ออกโรงเข้ามา
ช่วยเก็บกวาดข่าวลือพวกนี้ ก็แค่นี้เอง!”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา “อย่างนั้น อวี้เอ๋อร์คิดมาก่อนหรือไม่ ข่าวลือบางทีอาจไม่ใช่องค์ชายชิงตั๋วเป็นคนสร้าง
แต่เป็นคนอื่นทำ โดยที่เขาต้องเข้ามาเก็บกวาดให้เรียบร้อยแทน?”
คำพูดนี้ทำเอาต้วนอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง “ความหมายของท่านพี่คือ คนที่สร้างข่าวลือคือองค์หญิงอวี้หลัว?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้า “ครั้งก่อนที่พี่พบหน้าองค์หญิงอวี้หลัว รู้สึกได้ตลอดเลยว่านางผิดปกติไป ส่วนผิดปกติตรง
ไหนพี่ก็ยังพูดไม่ถูก แต่ตอนนี้มานั่งคิดทบทวนดีแล้ว ถ้าองค์ชายชิงตั๋วอยากแต่งกับพี่ องค์หญิงอวี้หลัวก็น่าจะยินดีปรีดา
ไม่น้อย แต่นางกลับสร้างข่าวลือขึ้นมา โดยที่องค์ชายชิงตั๋วต้องตามมายับยั้งขัดขวาง จนสองคนนั้นอาจมีปากเสียงขึ้นมา
และเรื่องราวก็ดำเนินการมาถึงจุดนี้ยังไงล่ะ!”