การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 782 ข่าวลือที่ไม่มีมูล
ชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างหันหน้ามองกันด้วยความฉงนงงงวย เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น พวกนางได้สังเกต
อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว
เหตุใดคุณหนูจึงถามแบบนี้ขึ้นมาได้?
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกแปลกใจจึงถามขึ้น “คุณหนู เรื่องที่จะมีคนอื่นแอบเห็นนั้นเป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ เพราะตอนที่องค์
ชายชิงตั๋วกลับไปนั้น บ่าวกับชิวหนิงยังเดินไปส่งด้วยกันอยู่เลย จนองค์ชายชิงตั๋วปีนข้ามกลับแพงกลับออกไป จากนั้น
บ่าวสองคนมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครถึงจะกลับเจ้าค่ะ”
ในเวลานั้นไม่มีใครแอบมอง ไม่มีใครมาพบเห็นองค์ชายชิงตั๋วเข้าอย่างแน่นแน
ชิวหนิงเสริมขึ้นหนึ่งประโยค “ใช่แล้วเจ้าค่ะ วันนั้นบ่าวได้มองจนทั่วจนมั่นใจ ว่าด้านนอกเรือนไม่มีใครยืนเฝั้า
บ่าวสองคนก็เดินกลับไปกลับมาไม่พบว่ามีใครสะกดรอยตามหรือถูกจับผิดเข้าเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงยังคงเงียบงันเหมือนใช้ความคิดประมวลเรื่องบางอย่างอยู่
หลังจากชิวหนิงเงียบลงครู่หนึ่ง จึงได้ถามอย่างอ่อมแอ่ม “คุณหนู เป็นไปได้หรือไม่ที่ทางฝังองค์ชายชิงตั๋วจะหลุด
เรื่องนี้ให้คนอื่นรู้… หรือไม่ก็อาจมีคนสะกดรอยตามองค์ชายชิงตั๋ว เรื่องนี้จึงแพร่ออกไปเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา “จุดนี้ข้าก็คิดเหมือนกัน แต่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะหากหลุดจากองค์ชายชิงตั๋วข่าวนี้
ต้องแพร่จากด้านนอกเข้ามาในจวนต้วน แต่นี่กลับกันดันแพร่จากจวนต้วนออกไปด้านนอก ดังนั้นต้องมีคนในจวนต้วน
เห็นเข้า แล้วตีไข่ใส่สีให้เป็นเรื่องใหญ่ กลัวว่าเรื่องนี้จะเงียบไปนะสิ!”
ชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างหันมาสบตากัน โดยไม่กล้าเอ่ยพูดคำใดออกมาอีกเลย
ในครั้งก่อนตอนที่ต้วนชิงหมิงยังไม่ได้สติฟืนขึ้นมา องค์ชายชิงตั๋วพยายามจะบุกเข้ามาในเรือน ด้วยความจน
ปัญญาเยวี่ยเจียได้ปลอมตัวเป็นคุณหนูเพื่อรับมือองค์ชายชิงตั๋วเป็นกาลเฉพาะ จนลำคอของนางบวมแดงเพราะกินพริก
เข้าไปเป็นจำนวนมาก หน้าตาบวมไปอยู่หลายวันก่อนดีขึ้น สรุปแล้วการเสียสละของนางที่ยอมใช้ร่างกายตัวเองให้ได้รับ
ความทุกข์เวลา ทำเอาต้วนชิงหมิงรู้สึกเห็นใจอยู่มิน้อย
ในวันนี้ ต้วนชิงหมิงได้ยินเรื่องที่คนในจวนต้วนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา ว่าเรือนของคุณหนูใหญ่มีบุรุษปีนกำแพง
เข้าไปหาถึงในห้อง และอยู่กันนานสองนาน ไม่รู้ว่าเข้าไปทำอะไรด้านในกันบ้าง
ถึงแม้ในช่วงนั้นต้วนชิงหมิงยังคงสลบไสลไม่ได้สติอยู่…
ถึงแม้ต้วนชิงหมิงจะถูกยาพิษจนรู้กันไปทั่ว…
แต่ว่าไม่มีใครที่ลุกขึ้นมาหยุดข่าวลือในจวนต้วนเลย จนสุดท้ายเป็นขี้ปากของบ่าวใช้ องครักษ์ในจวนกันไปหมด
ชื่อเสียงของนางพลอยถูกทำลายจนแทบไม่หลงเหลืออยู่เลย
เรื่องนี้ต้วนอวี้ยังไม่รู้ เขาถูกต้วนชิงหมิงไล่ไปอ่านตำราเตรียมสอบ จะได้ไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ตอน
นี้เรื่องได้กระจายไปทั่วจวนต้วนแล้ว ทางที่ดีที่สุดต้องหาให้ได้ว่าต้นตอเรื่องนี้มาจากไหน ใครเป็นคนปล่อย ถึงจะจัดการ
ได้ถูกจุดตรงประเด็น!
แต่ว่าในตอนนี้ ต้วนชิงหมิงยังคิดแผนการสืบสาวหาความจริงไม่ออกเลย
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ไปทำความสะอาดเก็ยข้าวของแล้ว ส่วนชิวหนิงยังคงอยู่เป็นเพื่อนต้วนชิงหมิงอยู่ที่เดิม จน
กระทั่งเวลาล่วงเลยไปนาน จู่ๆ ชิวหนิงได้เอ่ยถามขึ้น “คุณหนูไม่คิดบ้างหรือว่า เรื่องนี้อาจเป็นฝีมือขององค์ชายชิงตั๋ว
เองนั่นเเหละเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงกลับฉีกยิ้มน้อยๆ ออกมา “ทำไมเจ้าถึงคิดแบบนี้ด้วยเล่า?”
ชิวหนิงดูออกว่าต้วนชิงหมิงเหมือนคิดหาวิธีออกแล้ว นางจึงรวบรวมความกล้าพูดขึ้น “ในวันนั้น องค์ชายชิงตั๋ว
ถูกปฏิเสธอยู่นอกจวนต้วน องค์ชายดูเหมือนจะเดือดดาลมาก จนสุดท้ายไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แอบปีนกำแพงข้ามมาหา
คุณหนู บ่าวว่าองค์ชายชิงตั๋วมีนํ้าใสใจจริงให้กับคุณหนูอย่างจริงใจเจ้าค่ะ!”
หากหลอกใช้ความจริงใจที่คนอื่นมีให้มาทำร้ายกันนับว่าไม่ถูกต้อง แต่ชิวหนิงกลับไม่ได้เล่าออกไป เพราะ
ต้องการดูว่าต้วนชิงหมิงจะพูดอย่างไร
ชิวหนิงแอบชำเหลืองมองต้วนชิงหมิง เอ่ยเสียงแผ่วเบา “คุณหนูยังมีอีกอย่างเจ้าค่ะ วันนั้นคุณชายหลิวกับองค์
ชายชิงตั๋วมาเจอกันที่จวน คุณชายหลิวได้รับอนุญาตให้เข้ามา แต่องค์ชายชิงตั๋วกลับถูกปฏิเสธให้เข้ามา สุดท้ายระหว่าง
ที่องค์ชายชิงตั๋วจะกลับไป ดูเหมือนได้เจอเข้ากับคุณชายหลิวเจ้าค่ะ”
เรื่องในจุดนี้ชิวหนิงตั้งใจจะไม่ได้เล่าให้ต้วนชิงหมิง แต่พอคิดไปคิดมาเห็นว่าควรเล่าจะดีกว่า
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มให้ชิวหนิง “ไหนเจ้าลองว่ามาสิ ทำไมองค์ชายชิงตั๋วต้องปีนเข้ามาในเรือนของข้าด้วย?”
ชิวหนิงนึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะเอ่ยถามความคิดเห็นจากนาง ชิวหนิงจึงพูดว่า “บ่าวคิดว่าองค์ชายชิงตั๋วโกรธที่
ถูกนายท่านปฏิเสธให้อยู่นอกจวน ส่วนองค์ชายหลิวยวนได้รับอนุญาตเข้ามาในจวน อีกอย่างองค์ชายคงอยากให้ทุกคน
ต่างรู้ความสัมพันธ์ที่เขามีกับคุณหนู เพื่อให้คุณหนูยอมจำนนกับเขา……”
จากนั้นชิวหนิงก็ไม่ได้กล่าวคำใดออกมาอีก… หากต้องการให้ต้วนชิงหมิงยอมจำนน ชื่อเสียงของนางต้องสูญเสีย
จนมิอาจแต่งงานกับบุรุษอื่นได้ เว้นเสียแต่องค์ชายชิงตั๋วเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าแสดงความเข้าใจ และพูดเสียงเรียบ “ชิวหนิงพูดได้ถูกต้อง องค์ชายชิงตั๋วอาจไม่พอใจจาก
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้จึงคิดหาวิธีแก้แค้นเอาคืนกับข้า พูดตามตรง เรื่องนี้ข้าก็สงสัยในตัวองค์ชายชิงตั๋ว ทว่าฟังจากที่เจ้าเล่ามา
นั้น ด้วยสิ่งที่เจอเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นองค์ชายชิงตั๋วทำ แต่ในใต้หล้านี้หาได้มีเรื่องที่แน่นอนไม่ ไม่แน่ว่าคนข้างกาย
ขององค์ชายหรือคนที่จ้องเล่นงานกำลังใช้โอกาสนี้เล่นงานไปเลย!”
ทำไมองค์ชายชิงตั๋วถึงถูกปฏิเสธให้อยู่นอกจวน จุดนี้ไม่ยากต่อความเข้าใจ องค์หญิงอวี้หลัวทำร้ายต้วนชิงหมิงจน
ทุกคนในจวนต้วนต่างรับรู้กันดี ตอนนี้ องค์ชายชิงตั๋วกลับมาแสดงความเป็นมิตรกับต้วนชิงหมิง จากนิสัยของต้วนเจิ้ง
ย่อมไม่มีทางให้เขาเข้ามาในจวนต้วนเป็นอันขาด
บัดนี้เรื่องงานแต่งงานในจวนต้วนของต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนได้ผ่านไปได้ด้วยดี ร่างกายตู้ชิงหรวนดีขึ้นตามลำดับ
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจเอ่ยว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับข้าหรือองค์ชายชิงตั๋ว นับว่าไม่ใช่เรื่องดี
บางทีอาจส่งผลต่อการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของทั้งสองแคว้น ส่วนข้านั้นชื่อเสียงก็จะปั่นปีไม่เหลือชิ้นดีนะสิ”
ต้วนชิงหมิงลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เห็นความมืดมิดแผ่ไปทั่วท้องนภาเยื้องบน และเปรยว่า “ถึงแม้ข้ายังไม่เข้าใจ
ความคิดความอ่านขององค์ชายชิงตั๋ว แต่เรื่องนี้พอแค่นี้ดีกว่า… จะปล่อยข่าวเล่าลือเสียๆ หายๆ ไปนานได้อย่างไร”
ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปนอกจวนต้วน ไม่ว่าต้วนชิงหมิงหรือองค์ชายชิงตั๋วย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อใครทั้งสิ้น
ต้วนชิงหมิงแทบถอนหายใจออกมา คราวก่อนน้องสาวขององค์ชายชิงตั๋วได้ทำร้ายนางจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
แม้เรื่องนี้จะผ่านไปแล้ว ต้วนชิงหมิงก็ไม่คิดถือโทษโกรธเคืององค์ชายชิงตั๋ว
เหตุใดต้วนชิงหมิงกับองค์ชายชิงตั๋วจะอยู่อย่างสงบไม่ได้เชียวหรือ?
เหตุใดต้องตามมาหาเรื่องกันด้วย?
หรือว่าการได้ทำลายชื่อเสียงของสตรีคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่น่ายินดีปรีดาอย่างนั้นเชียวหรือ?
ต้วนชิงหมิงพิจารณาและเอ่ยขึ้นว่า “อีกอย่าง ชิวหนิงให้คนนำจดหมายไปส่งให้องค์ชายชิงตั๋ว บอกว่าข้าต้องการ
พบเขา……”
ชิวหนิงได้ยินเช่นนั้นตกอกตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี “ห๊ะ… คุณหนู เวลานี้คุณหนูจะไปพบหน้าองค์ชายชิงตั๋วได้ยัง
ไง… ถ้าองค์ชายเอาเรื่องนี้ไปเป็นข่าวลือ ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งหมดของคุณหนูต้องสูญสิ้นก็คราวนี้แหละเจ้าค่ะ!”
ถ้าองค์ชายชิงตั๋วเป็นคนตั้งใจแพร่ข่าวลือนี้จริง ต้วนชิงหมิงจะได้ถามจากปากเพื่อพิสูจน์ความจริง หากมิอาจหยุด
ข่าวลือได้ทัน ต้วนชิงหมิงเกรงว่าอาจส่งผลเสียต่อชิวหนิง
ต้วนชิงหมิงก็ทราบเช่นกัน หากนางไปพบองค์ชายชิงตั๋วในเวลานี้ อาจมิใช่หนทางที่ชาญฉลาดนัก แต่นางมีเพียง
การได้พบองค์ชายชิงตั๋ว เรื่องข่าวลือที่นางกังขาอยู่ในใจถึงปลดเปลื้องลงได้
ชิวหนิงหันมองต้วนชิงหมิงด้วยความห่วงใย จากนั้นค่อยๆ แสดงความเคารพและถอยตัวออกมา
ถึงแม้การไปพบหน้าองค์ชายชิงตั๋วจะเป็นสิ่งที่สุ่มเสี่ยงอันจราย แต่ต้วนชิงหมิงกลับอยากพบหน้าเพื่อสอบความ
จริง เพื่อจะได้ไม่มีสิ่งใดกังขาอยู่ภายในใจ
เช้าวันถัดมา ภายในจวนต้วนมีข่าวลือใหม่แพร่ขึ้นมาอีก ข่าวลือนี้มีอยู่ว่าตอนที่คุณหนูใหญ่ต้วนชิงหมิงประสบภัย
นั้น เป็นเพราะได้เสี่ยงเอาตัวเข้าไปช่วยคุณชายใหญ่ จึงถูกค้างคาวมีพิษกัดเข้า และด้วยยาถอนพิษหายากแสนยาก
คุณชายใหญ่จึงต้องบุกปั่าฝั่าดงเข้าไปในถํ้าปั่าลึก เพื่อเสาะหายาถอนพิษ
เรื่องที่คุณหนูใหญ่นอนสลบไสลมิได้สติ จนคุณชายใหญ่ไปเสาะหายาถอนพิษ เพื่อมาช่วยชีวิตคุณหนูใหญ่ให้รอด
มาได้นั้น เป็นวันเดียวกับที่จวนต้วนมีการจัดงานมงคลแต่งงาน
ข่าวลือนี้ได้แพร่ออกไปนอกจวนต้วนอยากรวดเร็ว กระทั่งรู้กันไปทั่วเมืองหลวง ส่วนคนที่เล่าเรื่องก็เล่าประหนึ่ง
อยู่ในเหตุการณ์ประสบมาด้วยตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
จากปากของคนเล่านั้นได้เล่าถึงว่า ต้วนชิงหมิงมีความกล้าหาญที่จะถูกค้างคาวพิษกัดแทนน้องชาย กระทั่ง
สลบไสลไม่ได้สติ ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างที่นางไม่ได้สติ ทุกคนในจวนต้วนต่างร้อนรนใจกันไปหมด
ข่าวลือนี้ถูกคนนำไปเล่าต่อๆ กันไปจนใส่สีตีไข่เพิ่มอย่างสนุกปาก ทั้งยังแพร่ไปอย่างกว้างขวาง ทำให้คนเริ่มไหว
หวั่นว่าข่าวลือไหนจริง ข่าวลือไหนเท็จกันแน่
จุดที่น่าสงสัยข้อแรกคือ จวนต้วนนั้นมีองครักษ์ต่อแถวเฝั้าอย่างกวดขัน มีหรือที่องค์ชายชิงตั๋วจะปีนกำแพงเข้าไป
อย่างง่ายดาย
อีกอย่าง องค์ชายชิงตั๋วเข้าไปจะไม่มีใครพบเห็นเชียวหรือ ที่สำคัญเข้าไปในจวนต้วนแล้ว จะไม่มีใครรู้ใครเห็นองค์
ชายชิงตั๋วเลยหรือ
และสิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุดคือ ต้วนชิงหมิงไม่ได้สติเป็นเรื่องที่ทุกคนในจวนต้วนรับรู้ แม้กระทั่งบ่าวใช้คนสนิทของ
นางยังร้องห่มร้องไห้อยู่เลย ในวันนั้นนางไม่ได้สติ ต้วนเจิ้งได้จัดงานแต่งงานกับตู้ชิงหรวน ต้วนอวี้นำยาถอนพิษกลับมา…
แต่ข่าวลือกลับเล่าว่า ต้วนชิงหมิงออกไปหาองค์ชายชิงตั๋วด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุนี้ ข่าวลือที่แพร่กันในครั้งก่อนเป็นเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้เด็ดขาด ไร้ซึ่งความจริงที่น่าเชื่อถือได้
“ข่าวลือ” เป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก หนึ่งคนเล่าต่อกลายเป็นสิบคนเล่า จากสิบคนเล่าต่อเป็นพันคนเล่า
สุดท้ายเมื่อเล่าต่อๆ กันไปก็มิอาจควบคุมได้อีกเลย