การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 796 ต้วนอวี้กลับมาแล้ว
อำนาจทุกกลุ่มล้วนเป็นเปั้าหมายที่จะถวายความจงรักภักดีแก่เขา คนผู้นั้นคือจิตวิญญาณของอำนาจกลุ่มนี้ และ
เป็นผู้ที่ยืนอยู่ด้านบนสุดของอำนาจกลุ่มนี้ด้วย เขามีฐานะสูงส่ง เป็นเหมือนหุ้นที่มีศักยภาพแฝง มีความเป็นไปได้ที่จะ
ควบคุมทั้งใต้หล้า
และในฐานะที่เกิดมาเป็นองค์ชาย ตามปกติแล้วเป็นคนที่สามารถตัดสินอนาคตของใต้หล้าได้ ดังนั้นต่างคนจึง
ต่างอยากกลายเป็นคนคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ใช่แล้ว องค์ชายเป็นยอดพีระมิดยอดแหลม และเป็นศูนย์กลางการแข่งขันของอำนาจด้วย
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยหรือเหยียนหลิ่งรุ่ย ก็ล้วนเป็นผู้ที่อยู่บนยอดพีระมิดทั้งนั้น พวกเขาแค่ไม่
เคลื่อนไหวเท่านั้นเอง หากเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ก็จะออกตัวเต็มที่
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นเช่นนี้ เหยียนหลิ่งรุ่ยก็เป็นเช่นนี้!
ดังนั้น หากตอนนี้เหยียนหลิ่งรุ่ยประมาทแม้เพียงจุดเดียว ก็จะกลายเป็นตัวล่อเปั้าธนูไปโดยปริยาย เนื่องจาก
ตระกูลของไทเฮาและฮองเฮาจะไม่ปล่อยตัวการที่ต้องการจะโค่นล้มเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปแน่นอน ดังนั้น พวกเขาจะโจมตี
เหยียนหลิ่งรุ่ยอย่างโหดเหี้ยมและรุนแรงขึ้นอีกแน่นอน
แต่การแข่งขันในวังหลังล้วนเกี่ยวโยงมาถึงราชสำนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเป็นการต่อสู้ในราชสำนัก ก็ล้วน
เข้าไปเกี่ยวข้องกับวังหลังและกลายเป็นจุดจบ
และเมื่อเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอ่อนไหวต่อฐานะเหยียนหลิ่งรุ่ยเมื่อไร พวกเขาก็จะเริ่มต่อสู้กัน แล้วในวังหลังกับในราช
สำนักก็จะไม่ใช่สถานที่อันสงบสุขอีกต่อไป!
นกกับหอยก็ต่อสู้กัน[1]ไป คนตกปลาที่มาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ก็ต้องสู้เช่นกัน
ในสนามของอำนาจและผลประโยชน์ ทุกคนล้วนอยากเป็นคนตกปลา แต่สุดท้ายแล้ว ก็กลายเป็นหอยกาบหรือ
ไม่ก็นกทั้งหมดที่ถูกจับกิน
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ได้รับความโปรดปรานจากจักรพรรดิแล้ว เหยียนหลิ่งรุ่ยก็ไม่ได้มีชะตาดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่!
ต้องทราบไว้ว่าจักรพรรดิเป็นทั้งจักรพรรดิ และเป็นบิดาคนหนึ่งที่มีหัวจิตหัวใจ การต่อสู้ระหว่างโอรสของตัวเอง
จักรพรรดิที่อายุปั่านนี้แล้วจะมองโอรสในแง่ดีได้อีกหรือ?เขาเป็นคนที่เหยียบพี่ชายของตัวเองเพื่อเดินไปข้างหน้า!
โอรสอย่างนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรบิดาก็ไม่โปรดปราน!ดังนั้น ไม่ว่าเหยียนหลิ่งรุ่ยจะใช้สารพัดวิธีการ แต่จุดจบของเขา
ก็ถูกวาดออกมาแล้ว!
เพียงแต่คำพูดเหล่านี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้บอกออกมาก็เท่านั้นเอง!
จู่ๆ ต้วนอวี้ก็เริ่มหัวเราะคิกคัก แล้วบอกว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋… เรื่องราวที่เหลือ ล้วนป็นเรื่องในราชสำนักของเจ้า
แล้ว ……เรื่องพวกนั้นไม่เกี่ยวกับข้านะ ดังนั้นข้าเพียงต้องกินอิ่มนอนหลับก็พอแล้ว!”
เรื่องในราชวงศ์ เดิมทีก็ไม่มีผิดถูกอยู่แล้ว มีเพียงแพ้ชนะเท่านั้น ครั้งนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยแพ้แล้ว ดูเหมือนเหยียน
หลิ่งลุ่ยชนะ แต่ต้วนอวี้กลับรู้ว่าผู้ชนะในท้ายที่สุดจะต้องเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋แน่นอน!
เนื่องจากเขาไม่ได้เป็นหอยกาบและไม่ได้เป็นนกด้วย แล้วก็ไม่ได้เป็นคนจับปลา เขาเป็นเพียงผู้ดูข้างสนามเท่านั้น
แต่ใครจะกล้าพูด ว่าผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นเขา?
พอนึกถึงตรงนี้ ต้วนอวี้ก็ผ่อนคลายหัวใจ ความรู้สึกง่วงที่เหมือนภูเขากดทับเข้ามา เขาหาวเบาๆ หนึ่งที แล้วบ่น
ว่า “ง่วงนอนเหลือเกิน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ก็เพียงยิ้มให้……ต้วนอวี้ ไม่สิ ไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เพราะในคืนนี้ เหยียนหลิ่งรุ่ยจดจำ
เจ้าเอาไว้แล้ว ทั้งยังจดจำสิ่งที่เจ้าทำด้วย ดังนั้นครั้งหน้า เขาจะต้องพยายามคิดหาทางรับมือกับเจ้าแน่นอน ไม่ว่าจุด
อ่อนของเจ้าจะตกอยู่ในมือเขาหรือไม่ เขาก็จะไม่ปล่อยจะไปอยู่ดี มิหนำซํ้า พี่สาวของเจ้าก็เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งนานแล้ว
เจ้าคิดว่าเราจะหนีรอดหรือ?
เพียงแต่ว่า เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาเช่นกัน
เหยียนหลิ่งอวี๋ปลุกใจให้ฮึกเหิม แต่ไหนแต่ไรมาล้วนเป็นต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงที่ช่วยเหลือเขา ถ้าไม่ช่วยเขาจาก
อันตราย ก็ช่วยเขาจากความสับสนงงงวย ในตอนนี้ให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจช่วยเหลือต้วนอวี้ให้เต็มที่เหมือนที่เคยถูกต้วนอ
วี้ช่วยมาเสียหน่อย
เพียงแต่…… โอกาสยังไม่สุกงอม!
เหยียนหลิ่งอวี๋มองต้วนอวี้อย่างรู้สึกผิดและเสียใจ หนึ่งเป็นเพราะต้วนอวี้อายุน้อยเกินไป สองเป็นเพราะเหยียน
หลิ่งรุ่ยกำลังจ้องมองอย่างดุร้าย สามเป็นเพราะเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่อยากให้ต้วนอวี้ก้าวเข้ามาในเส้นทางราชสำนักเร็วเกิน
ไป ดังนั้นในตอนนี้ ต้วนอวี้จะยังไม่ถูกมอบรางวัลที่ได้สร้างผลงาน ซึ่งเหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกว่าตัวเองติดค้างต้วนอวี้!
แต่ในใจของต้วนอวี้กลับไม่ชอบสิ่งเหล่านี้เสียเท่าไหร่ สิ่งที่เขาคิดก็คือ หลังจากผ่านช่วงการสอบจอหงวนไปแล้ว
สอบได้คะแนนที่น่าประทับใจ ก็จะแต่งงานกับสตรีในดวงใจของเขาก่อน จากนั้นใช้ชีวิตอิสระเสรีตามที่ปรารถนา!
เรื่องของเหยียนหลิ่งอวี๋กับพี่สาวก็ต้องอาศัยให้พวกเขาแก้ปัญหากันเองแล้ว เพราะต้วนอวี้มองเห็นอย่างชัดเจน
ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางทอดทิ้งต้วนชิงหมิง ที่ผ่านมาเขาก็พยายามมาตลอดเพื่อที่จะเดินไปอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิง!
เฮ้อ ขอถามประโยคเดียวเถอะ ในโลกนี้มีใครสามารถช่วยเหลือใครได้จริงๆ หรือ?ทุกคนทำได้เพียงเรียนรู้ที่จะ
ควบคุมวาสนาชะตากรรมรักของตัวเองเท่านั้น
ต้วนอวี้เป็นเช่นนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นเช่นนี้ ต้วนชิงหมิงก็เป็นเช่นนี้!
รถม้าเคลื่อนช้าๆ ไปอีกทางที่อยู่คนละฝังกับเหยียนหลิ่งอวี๋ ทอดทิ้งความดำมืดของท้องนภาเอาไว้ข้างหลัง วัน
พรุ่งนี้ก็คือวันใหม่ วันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป!
ทิศตะวันออกมีแสงอาทิตย์สีขาวส่องสว่างอำไพ ระหว่างฟั้าดินเปลี่ยนจากสีดำมืดกลายเป็นแสงสลัว ผ่านไปอีก
ไม่กี่ชั่วยาม ฟั้าก็จะสว่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกผลักดันไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ตามเวลาที่ค่อยๆ ล่วงเลยไป!
เหยียนหลิ่งอวี๋หันกลับมา กำลังคิดจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ข้างกายกับมีเสียงกรนจังหวะสมํ่าเสมอดังขึ้นมา เหยี
ยนหลิ่งอวี๋หันไปมองแวบหนึ่ง ที่แท้ต้วนอวี้ก็ทนความง่วงไม่ไหวแล้ว หลับพิงผนังรถไปตั้งนานแล้ว!
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มบางๆ แล้วประคองต้วนอวี้ให้พิงมาทางตัวเขา จากนั้นก็ตบบ่าต้วนอวี้เบาๆ ……นอนเถอะ หวัง
ว่าเจ้าจะได้นอนสักตื่น จะได้กระปรี้กระเปั๋ามากพอเพื่อจะไปรับมือกับการสอบจอหงวน!
ในช่วงตอนเที่ยงของวันต่อมา ต้วนอวี้ คุณชายใหญ่จวนต้วนที่หายตัวไปสามวัน ในที่สุดก็กระโดดออกมาจากรถ
ม้าแล้ว เดินตรงเข้าประตูใหญ่ของจวนต้วนไป
ต้วนอวี้สอบเสร็จแล้ว เขาจึงกลับมาที่จวนต้วนโดยทันทีไม่รั้งรอ
ตอนที่เขาก้าวเล็กๆ เข้ามา เดินเข้ามาในจวนทีละก้าวละก้าว เด็กชายเฝั้าประตูที่เดิมทีกำลังเงยหน้ามองฟั้าด้วย
สีหน้ากลุ้มใจ ตอนที่เห็นต้วนอวี้กระโดดลงมาจากรถม้า เดินตรงเข้ามาที่ประตูใหญ่ ก็พลันอุทานว่า “อ๋า” แล้วออกแรง
ขยี้ตาอย่างแรง จากนั้นก็ตะโกนเสียงดังสะเทือนฟั้า “คุณชายกลับมาแล้ว……”
คุณชายกลับมาแล้ว……
ข่าวนี้แพร่ไปทั้งจวนต้วนอย่างรวดเร็วราวกับสายลม แทบจะทุกคนรุมกันเข้ามาล้อมต้วนอวี้ไว้ จากนั้นก็เริ่มแย่ง
กันถามมั่วไปหมด
“คุณชาย ท่านไปไหนมาเจ้าคะ?”
“คุณชาย ทำไมท่านเพิ่งกลับมาเอาปั่านนี้……การสอบจอหงวนเริ่มไปแล้วขอรับ”
“คุณชาย ตกลงว่าท่านสอบแล้วหรือยังเจ้าคะ?”
“คุณชาย……” สารพัดคำถามถูกถามขึ้นไม่หยุดหย่อน
คนหลายสิบคนพร้อมหลายสิบคำถามพุ่งมาตรงหน้าต้วนอวี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวฝูจื่อนั่นเข้ามาขวางไว้ คนพวกนี้
คงจะแย่งกันเบียดเข้าไปจนต้วนอวี้แบนแน่นอน ต้วนอวี้เอามือขยี้ตาอย่างงัวเงีย แล้วจู่ๆ ก็บิดขี้เกียจ “ง่วงจัง!”
คำพูดประโยคนี้แสดงว่าเขาต้องการกลับไปนอนแล้ว คำตอบนี้ เหมือนไม่อยากตอบคำถามใครที่อยู่ตรงนี้ทั้งนั้น
ทุกคนมองต้วนอวี้อย่างผิดหวัง จากนั้นก็เริ่มถามต่อไป “คุณชาย นายท่านหงุดหงิดแล้วเจ้าค่ะ……”
“คุณชายยังไม่กลับมาแล้ว คุณหนูใหญ่ก็ร้อนใจจนอยู่ไม่ไหวอีกแล้ว……”
บรรดาบ่าวไพร่พวกนี้ต่างก็คุ้นชินกับนิสัยที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายของต้วนอวี้ หัวเราะพูดคุยด้วยความไม่เกร็ง ดังนั้น
คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ ถึงไม่มีใครกลัวคำตำหนิของเขาเลยสักคน!
ต้วนอวี้กลอกตามองบน……ต้วนเจิ้งโมโหแล้ว เขาก็ย่อมรู้ ต้วนชิงหมิงร้อนใจแล้ว เขาก็รู้เช่นกัน
แต่ในตอนนี้ เขากลับมาถึงจวนต้วนแล้ว เหตุใดคนพวกนี้ยังมาล้อมเขาแล้วพูดไม่หยุดแบบนี้?
พอนึกถึงตรงนี้ ต้วนอวี้ก็แยกออกจากอย่างอดไม่ได้ “พอแล้ว ข้าจะไปนอน… หากมีเรื่องอะไร รอข้าตื่นก่อนแล้ว
ค่อยว่ากัน!”
ในเช้าวันนี้เขาถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ปลุกให้ตื่น ต้วนอวี้สะลึมสะลือไปทำข้อสอบ พยายามประคับประคองจนถึงตอน
ส่งกระดาษคำตอบ พรุ่งนี้ยังต้องสอบต่ออีก แต่ต้วนอวี้ง่วงเต็มประดาจนตาจะปิดแล้ว หากไม่นอนหลับดีๆ สักตื่น เขาจะ
เอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสอบล่ะ?
หลังจากสอบเสร็จแล้ว ต้วนอวี้จึงเดินออกจากสนามสอบ ก้าวขึ้นรถม้าที่เหยียนหลิ่งอวี๋เตรียมไว้ให้เขา จากนั้นมุ่ง
ตรงกลับจวนต้วนมาเลย ตอนนี้เรื่องแรกที่เขาต้องทำก็คือ นอนหลับสักตื่น!
เนื่องจากต้วนอวี้อายุค่อนข้างน้อย ทั้งยังค่อนข้างโอนอ่อนผ่อนตาม ดังนั้นบ่าวไพร่ของจวนต้วนพวกนี้จึงไม่
สำรวมกิริยาต่อเขาเลยสักนิด ตอนนี้พอเห็นเขากำลังจะไปนอน คนเหล่านี้จะยอมปล่อยไปหรือ?อีกทั้งมีบ่าวใช้เด็กชาย
หกคนไปรายงานต้วนเจิ้ง ต้วนชิงหมิงรวมทั้งตู้ชิงหรวนแล้วด้วย!
ต้วนอวี้หายตัวไปสองวันสองคืนทำให้ทุกคนร้อนใจแทบตาย ตอนนี้ไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะกลับมาได้ ทุกคนจะต้อง
ถามไถ่เขาให้ดีสักหน่อย!
แต่ต้วนอวี้อยากจะนอนอย่างเดียวเลย!
พอชวนเอ๋อร์ได้ยินข่าวก็รีบวิ่งเข้ามาเช่นกัน เขากอดต้วนอวี้ไว้ แล้วเริ่มร้องไห้โวยวาย “คุณชาย… คุณชาย!”
คุณชาย หากท่านไม่กลับมาอีก ชวนเอ๋อร์ก็มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว!
นํ้าหูนํ้าตาของชวนเอ๋อร์ไหลลงมาบนเสื้อผ้าของต้วนอวี้ ต้วนอวี้ถลึงตาใส่ชวนเอ๋อร์อย่างทนรำคาญไม่ไหว กล่าว
อย่างหงุดหงิดว่า “คุณชายของเจ้ายังไม่ตายซะหน่อย เจ้าจะวิ่งมาร้องไห้ทำไมกัน?”
ชวนเอ๋อร์ปาดนํ้าตาไม่หยุด มองบนเสื้อผ้าที่ยับย่นของต้วนอวี้ พอช่วยดึงเสื้อผ้าให้ต้วนอวี้ใกล้เรียบร้อย ก็เดินเข้า
เรือนไป “คุณชาย ท่านไม่กลับมา ชวนเอ๋อร์เป็นห่วงแทบตาย ตอนนี้คุณชายกลับไปกับชวนเอ๋อร์ก่อน ไปอาบนํ้าเปลี่ยน
เสื้อผ้าให้สะอาดกันเถอะขอรับ”
ต้วนอวี้ถูกชวนเอ๋อร์ดึงให้ไปข้างหน้าต่ออย่างสะลึมสะลือ คนพวกนั้นยังคิดจะเข้ามาล้อมอีก บ่าวใช้เด็กชายที่อยู่
ข้างหลังกลับขวางทุกคนไว้ “เฮ้อ ข้าว่าทุกคนคงไม่เห็นกระมัง ว่าคุณชายของพวกเราเหนื่อยแล้ว… ทุกคนแยกย้ายกัน
เถอะ ไปเถอะ… ให้คุณชายได้พักผ่อนดีๆ สักรอบ!”
เมื่อคนพวกนั้นเห็นท่าทางไม่สดชื่นของต้วนอวี้ ในใจก็รู้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรเขา คุณชายก็คงไม่ตอบแน่นอน ทุกคน
จึงทำได้เพียงส่ายหน้า แล้วต่างคนต่างไปทำงานของตัวเอง
ต้วนเจิ้งเป็นคนแรกที่มาถึงเรือน พอเห็นต้วนอวี้ถูกชวนเอ๋อร์จูงเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความกระปรี้กระเปร่า
หัวใจก็เต้นตุ้บๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเรียก “อวี้เอ๋อร์!”
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้น เห็นต้วนเจิ้งที่กำลังทำสีหน้ากึ่งโมโหกึ่งเป็นห่วงพอดี
ต้วนเจิ้งเดินมา ตู้ชิงหรวนก็ตามมาเช่นกัน นางเดินนำต้วนเจิ้งมาอยู่ตรงหน้าต้วนอวี้ มองประเมินต้วนอวี้ศีรษะ
จรดปลายเท้าปราดหนึ่ง จากนั้นก็ถามเสียงตํ่าอย่างระมัดระวังว่า “อวี้เอ๋อร์ นี่เจ้าเป็นอะไรไปแล้ว… ถึงได้กลับมาสภาพ
สะบักสะบอมอย่างนี้?”
[1] นกกับหอยสู้กัน มาจากสำนวนนกกับหอยทะเลาะกัน แต่คนตกปลาได้รับประโยชน์ หมายถึงสองฝั่าย
ทะเลาะกัน แต่มีฝั่ายที่สามมาตักตวงผลประโยชน์