การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 798 งานหมั้นหมายเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับคนไม่ดี
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 798 งานหมั้นหมายเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับคนไม่ดี
สิ่งที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กล่าวเมื่อครู่ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยเหมือนคนที่เพิ่งร้องไห้มา ต้วนชิงหมิงจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเนี่ยไฉ่เยวี่
ยมาหานางทำอะไร?
มาเพื่อปรับทุกข์? มาเพื่อตีโพยตีพาย? หรือมาเพื่อให้ต้วนชิงหมิงเป็นคนส่งข่าวให้หลิวยวน
พอความคิดต่างๆ พรั่งพรูขึ้นมา สิ่งเเรกที่ต้วนชิงหมิงคิดคือปฏิเสธลูกเดียว
นี่มิใช่วิสัยที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นมา เพราะต้วนชิงหมิงเข้าใจนิสัยของนางเป็นอย่างดี เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นคนที่รักหน้าตา
และศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ตอนนี้ข่าวหมั้นหมายของหลิวยวนได้แพร่ไปทั่ว ต่อให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยเสียใจครํ่าครวญมากเพียงใด นาง
ย่อมไม่มีทางให้ใครได้รับรู้ หรือให้ใครมานั่งสงสารนาง
ถ้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้มาเพื่อปรับทุกข์ แล้วอย่างนี้ นางมาหาต้วนชิงหมิงเพื่อต้องการทำอะไรกันแน่?
ถ้าอยากจะรู้ในจุดนี้ ต้วนชิงหมิงต้องพบหน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยก่อนจึงทราบได้
พอเนี่ยไฉ่เยวี่ยมาที่นี่ ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเชวียหนิงหรานขึ้นมา ได้ยินมาว่าบ่าวใช้คนนั้นยอมตาย เพื่อ
ให้ฮูหยินเชวียเปิดโอกาสให้ต้วนอวี้มีโอกาสคบหากัน แต่มีข้อแม้ว่าภายในหนึ่งปี ห้ามพบหน้าต้วนอวี้
เพราะฮูหยินเชวียรู้ว่าความเฉลียวฉลาดของต้วนชิงหมิงเหนือกว่าคนทั่วไป ดังนั้นนางเป็นกังวลว่าต้วนชิงหมิงจะ
ช่วยพูดให้เชวียหนิงหรานมิอาจถอนตัวจากต้วนอวี้ได้ และแอบนัดแนะให้สองคนนี้มาพบกัน
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ต้วนชิงหมิงได้แสยะยิ้มออกมา… น้องชายและเชวียหนิงหรานต่างมีความสำคัญต่อใจต้วนชิงห
มิงไม่ได้น้อยไปกว่ากัน นางมีหรือที่จะนัดแนะเพื่อน้องชายแล้ว ต้องสละความสุขของสหายที่นางรักอย่างเชวียหนิงหราน
จนทั้งสองผิดสัญญาที่ให้กับฮูหยินเชวีย
แต่น่าเสียดาย คนที่มีความสามารถกลับถูกเข้าใจผิด ต่อให้ต้วนชิงหมิงจะอธิบายจนปากเปียกปากแฉะ ฮูหยินเชวี
ยก็ไม่มีทางจะยอมให้ต้วนอวี้และเชวียหนิงหรานมีความคืบหน้าในความสัมพันธ์อีก
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แอบเดินตามหลังต้วนชิงหมิงอยู่อย่างเงียบเชียบ พอเห็นสายตาของต้วนชิงหมิงมีความเหงาหงอย
ออกมา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พลันรู้ได้ทันทีว่าคุณหนูการปรากฏตัวของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ทำให้นางนึกถึงสหายอย่างคุณหนูรองเชวีย
หนิงหราน ที่ไม่ได้พบหน้าคาดตากันมานานแสนนานแล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ติดตามต้วนชิงหมิงตั้งแต่อายุยังน้อยจนเติบใหญ่ ย่อมรู้เข้าใจนิสัยใจคอ ความคิดความอ่านของ
คุณหนูมาบ้าง แท้จริงแล้ว ในใจของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นั้น คุณหนูจวนเชวียเหมาะสมที่จะไปมาหาสู่กัน ส่วนคุณหนูจวนเนี่ย
เป็นคนคิดเล็กคิดน้อย รักหน้าตาและศักดิ์ศรี ดังนั้นจึงไม่ใช่สหายในอุดมคติที่ควรมีไว้!
เพียงแต่ว่าช่วงที่ผ่านมา คุณหนูอารมณ์ค่อนข้างเศร้าสร้อย การมีใครสักคนมาเยี่ยมเยือนนับเป็นเรื่องดี ดังนั้นถ้า
คุณหนูจวนเนี่ยหามาต้วนชิงหมิงอย่างสบายๆ ไม่พูดจาให้เกินพอดีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามาเพื่อสร้างปัญหาละก็ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ไม่มีทางปล่อยนางไว้แน่
ระยะทางจากเรือนของต้วนอวี้ถึงเรือนต้วนชิงหมิงมีระยะทางไกลพอสมควร แต่ตลอดทางที่ต้วนชิงหมิงก็สาวเท้า
อย่างว่องไว
ต้วนชิงหมิงกลับมาถึงเรือนแล้ว พลันเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยเดินยกชายกระโปรงออกมาจากห้องโถง เข้ามาจับมือทั้งสอง
ข้างต้วนชิงหมิงไว้อย่างแนบแน่น พร้อมเอ่ยว่า “ชิงหมิง” จากนั้นเอาแต่นํ้าตาไหลพรั่งพรู โดยไม่ได้พูดจา
เมื่อเห็นสภาพของเนี่ยไฉ่เยวี่ยแล้ว ต้วนชิงหมิงค่อยโล่งอกขึ้นมา นางตบไปที่ฝั่ามือของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเบาๆ พร้อม
กระซิบกระซาบ “มีเรื่องอะไร พวกเรานั่งลงก่อนแล้วค่อยคุยกันดีกว่า!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นจับมือต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปในเรือน
ต้วนชิงหมิงดึงมือออกไปรับนํ้าชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกมาให้ขึ้นจิบอย่างช้าๆ จนความรู้สึกแห้งคอนั้นได้มลายหายไป
นางจึงยิ้มน้อยๆ ให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย “ทำไมวันนี้ถึงมาที่นี่ได้?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงหมิงด้วยความรู้สึกว่านางมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป
เป็นความรู้สึกที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยรับรู้ถึงความเปลี่ยนไปของต้วนชิงหมิง… ทุกครั้งที่ไม่ได้พบหน้ากันสักพักใหญ่ๆ ต้วน
ชิงหมิงมักมีความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปจนนางสัมผัสได้ นับตั้งแต่ที่ได้พบหน้า ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ตอนนี้
นางกลับนิ่งขรึมขึ้นมา เหมือนผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แม้กระทั่งรอยยิ้มที่เผยออกมาก็มิอาจคาดเดาจิตใจได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในตัวของต้วนชิงหมิงมีพลังบางอย่างที่สามารถปลอบประโลมใจคนได้ รางกับไม่ว่าจะประสบเรื่อง
ทุกข์ร้ายใดมา ขอเพียงได้ยืนข้างกายต้วนชิงหมิงก็สามารถสงบระงับความทุกข์ได้
แท้จริงแล้ว เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้พบเรื่องใหญ่มากเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เกี่ยวกับความสุขทั้งชีวิตในวันข้างหน้าของนาง ถ้า
พูดไปแล้วก็ดูจะน่าขันสิ้นดี
ภายในใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเกิดความตกใจสุดขีด ตามมาด้วยความเดือดดาล ตบท้ายด้วยความหวาดกลัว ในชั่ว
พริบตานั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยคิดแม้กระทั่งจะปลิดชีวิตของนางลงก็เคยมาแล้ว
แต่ตอนนี้ได้นั่งตรงหน้าต้วนชิงหมิง ได้เห็นแววตาที่ใสราวกับนํ้าบริสุทธิ์ทำให้จิตใจที่ร้อนรนและเร่าร้อนของ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยสงบลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ต้วนชิงหมิงเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันลงอย่างช้าๆ จึงยิ้มจางออกมา “ดูท่าคุณหนูเนี่ยไป
เจอเรื่องยากลำบากมาสิท่า… ถ้ายินดีเล่าออกมา ต้วนชิงหมิงก็พร้อมรับฟังและช่วยคิดหาทางออกด้วยกัน”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหยิบถ้วยนํ้าชาขึ้นมาจับไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะมองไปที่ต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง ในช่วงก่อนที่เจ้าไม่
สบาย ข้าอยากจะเยี่ยมเจ้า แต่ข้าไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย ท่านแม่คอยจับตาอยู่ตลอด ไม่อนุญาตให้ออกจากจวน…
ขอพูดตามตรงเลยนะ ท่านพ่อท่านแม่ได้ช่วยข้าหาคนหมั้นหมายแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงชะงักด้วยความตกตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความเป็นมาความเป็นไปทั้งหมด!
เนื่องจากเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีอายุมากกว่าต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหราน เพราะฉะนั้นการหมั้นหมายเป็นเรื่องที่สมเหตุ
สมผล… แต่ว่าใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับไปอยู่ที่หลิวยวนจนหมดสิ้นแล้ว ด้วยเหตุนี้มีเนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงไม่อยากรับการหมั้น
หมายและแต่งงานกับบุรุษอื่น?
ทว่าหลิวยวนกับองค์หญิงจิ่นซิ่วใกล้ถึงวันหมั้นหมายกันแล้ว ตอนนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยยังคงมีใจปฏิพัทธ์ต่อหลิวยวน
มากมายเกินพอที่นางจะถอนใจได้
หากเป็นเช่นนี้ ต้วนชิงหมิงคงมิอาจช่วยเหลืออะไรนางได้เลย!
เอาเป็นว่าการจะให้ต้วนชิงหมิงช่วยในเรื่องนี้ดูเกินตัวที่นางจะช่วยเหลือได้ เพราะเรื่องนี้ดูเล็กไม่เล็ก ดูใหญ่ไม่
ใหญ่ แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป ไม่เพียงองค์หญิงจิ่นซิ่วจะเดือดดาล แม้กระทั่งชื่อเสียงของเนี่ยไฉ่เยวี่ยและต้วนชิงห
มิงอาจสูญสิ้นจนไม่เหลือ
ต่อให้ต้วนชิงหมิงไม่ค่อยสนใจชื่อเสียงของตัวนางเองมากนัก แต่มิปรารถนาให้การช่วยเหลือนำภัยมาสู่คนในจวน
ต้วน!
ต้วนชิงหมิงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “เช่นนั้น ชิงหมิงควรแสดงความยินดีกับพี่ไฉ่เยวี่ยด้วย… พี่เนี่ย
หน้าตาสะสวยงดงามทั้งหายใจ เป็นที่หมายปองของบุรุษถ้วนหน้า การหมั้นหมายและแต่งงานเป็นช่วงที่เหมาะสมยิ่ง…
ฮูหยินเนี่ยช่วยคิดให้พี่ไฉ่เยวี่ยอย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้ว!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ยินที่ต้วนชิงหมิงกล่าวออกมาเช่นนั้น บ่อนํ้าตาพลันแตกออกมาในทันทีทันใด!
การมาหาต้วนชิงหมิงของเนี่ยไฉ่เยวี่ยในวันนี้ มิได้มาด้วยเรื่องที่ง่ายดายอย่างที่ต้วนชิงหมิงคิดเอาไว้หรอก
พูดโดยสรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือตั้งแต่ที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้หมั้นหมายก็ถูกกักบริเวณมิให้ออกนอกจวน การได้มาที่จวนต้
วนครั้งนี้ ต้องคิดหาวิธีมิถ้วน อ้างข้ออ้างสารพัด ทั้งยังพูดข่มขู่ฮูหยินเนี่ยว่า ต้วนชิงหมิงปั่วยหนักแล้ว หากไม่ได้ไปเยี่ยม
หน่อย เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็มิอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ฮูหยินเนี่ยจึงยอมปล่อยให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยออกมาหาจวนต้วน
เพื่อมาบ่นรำพึงรำพันชีวิตให้ต้วนชิงหมิงได้ฟัง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกผิดหวังเป็นที่สุด จึงกัดฟันถามขึ้น “ชิงหมิง… เจ้าสนับสนุนในความคิดของท่านแม่ข้าอย่างนั้น
หรือ?”
ปีนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยอายุครบสิบห้าแล้ว เป็นช่วงวัยที่จะดูตัวหมั้นหมาย หากนางยังคงอยากผัดผ่อนออกไปก่อน เอา
เป็นแค่ว่าฮูหยินเนี่ยคนเดียวก็ยากจะรับมือแล้ว
แต่ว่าคนคนนั้น… คนคนนั้นจะเป็นว่าที่คู่ครองที่ดีของนางได้จริงหรือ? ทุกครั้งที่คิดถึงท่าทางเย็นชาพูดจาของ
บุรุษคนนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยพลันรู้สึกว่านางตกเข้าไปสู่หลุมมืดดำสนิท ที่พร้อมกลืนกินนางได้ทุกเมื่อ!
ต้วนชิงหมิงแอบชำเลืองเนี่ยไฉ่เยวี่ย พร้อมพูดอย่างเปิดใจ “พูดตามตรงเลยนะ ชิงหมิงเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านปั้า
เนี่ยทำ… พี่ไฉ่เยวี่ยอายุถึงวัยแล้ว หากไม่หมั้นหมายและวางแผนแต่งงาน ท่านปั้าเนี่ยคงเป็นเดือดเป็นร้อนกินไม่ได้นอน
ไม่หลับ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยชำเลืองมองต้วนชิงหมิงกลับ และพูดเสียงเบาว่า “คำพูดของชิงหมิงถูกต้องแล้ว”
“ในเมื่อถูกต้องแล้ว เหตุใดท่าทางของพี่ไฉ่เยวี่ยจึงดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย?” ต้วนชิงหมิงเอ่ยถาม
ต้วนชิงหมิงสัมผัสได้ว่าภายในใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ยต้องมีบางอย่างปกปิดอยู่ ซึ่งน่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องหลิวยวน แต่
ด้วยเรื่องนี้ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยอยู่อย่างไม่เป็นสุข ถ้าพูดให้ฟังน่าเกลียด ก็เห็นจะเป็นการลดตัวลงมาขอความช่วยเหลือจาก
ต้วนชิงหมิงเนี่ยแหละ!
ต้วนชิงหมิงรู้สึกว่าคำพูดของนางก่อนหน้านี้ดูไม่เหมาะสมไปบ้าง นางเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยก้มหน้าก้มตาด้วยลูกตาที่
แดงกํ่า จึงอดใจอ่อนไม่ได้ “พี่ไฉ่เยวี่ย มีเรื่องใดก็พูดมาตรงๆ ได้เลย… พี่กับชิงหมิงเป็นสหายกันมาก่อน จึงไม่จำเป็นต้อง
ปิดบังถึงขนาดนี้!”
แววตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยดูมีแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้น… ต้วนชิงหมิงยังคิดว่าเป็นสหายกับนาง? ถ้าอย่างนั้นต้วน
ชิงหมิงยินดีเต็มใจยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องของนางอย่างนั้นหรือ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางก็พยักหน้าให้ต้วนชิงหมิง พร้อมกับยกมือปาดนํ้าตาเอ่ยขึ้น “พี่รู้แล้ว… ชิงหมิง อันที่จริง
การที่พี่มาในวันนี้ เป็นเพราะเรื่องการหมั้นหมายนี่แหละ!”
ต้วนชิงหมิงถามขึ้น “คนดูตัวหมั้นหมายของพี่ไฉ่เยวี่ยเป็นคนจวนไหน?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยายามกลั้นนํ้าตาที่รื้นขึ้นขอบตา “คือหนานเฉิงแห่งจวนหลิน”
สรุปแล้วเป็นคนจวนหลินนามว่าหนานเฉิง ฟังจากที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยเล่ามานั้น ความทรงจำอันเลือนลางของต้วนชิงห
มิงก็ปรากฏอย่างไม่ชัดเจนแจ่มแจ้ง