การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 799 เนี่ยไฉ่เยวี่ยผูกใจกับบุรุษอื่น
คนจวนหลินนามว่าหนานเฉิง
ต้วนชิงหมิงพยายามนึกเท่าไหร่ก็จำได้ไม่แน่ชัดอยู่ดี
ต้วนชิงหมิงพยายามนึกอย่างละเอียดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกอยู่ดี… ในชาตที่แล้ว คนที่นางรู้จักหรือเรื่องที่ประสบพบ
เจอไม่ค่อยมาก มาในชาตินี้ นอกจากคนและเรื่องราวที่สำคัญกับชีวิตของนางแล้ว นางแทบไม่ได้ให้ความใส่ใจแม้แต่น้อย
นิด
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเล่าว่า “คนจวนหลินนามว่าหนานเฉิงก็คือหลินซูย่วน หลินซูย่วนผู้นี้เป็นท่านแม่ขององค์ชายรองหลิน
อานหยาง และในจวนหลินก็มีคุณชายใหญ่หลินอานติ้งเป็นบุตรชายภรรยาเอกเพียงผู้เดียว”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบโดยไม่ได้เอ่ยคำใด
ปกติการหมั้นหมายเน้นพิธีรีตองเรื่องความเหมาะสมของฐานะ ในเมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นภรรยาเอกแก่งจวนเนี่ย จะ
ต้องดองญาติกับบุตรชายภรรยาเอกด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเป็นบุตรชายภรรยาเอกหรือไม่ เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้จับจองตำแหน่งฮู
หยินไว้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนภายในจวนเนี่ย ฮูหยินเนี่ยมีบุตรสาวเพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นบุตรสาวภรรยาเอกจวนเนี่ยอีกด้วย ดังนั้นการ
แต่งสามีนับเป็นหน้าเป็นตาและอนาคตของบุตรสาวลูกอนุคนอื่นๆ
การที่จวนเนี่ยและจวนหลินจะได้ดองกันนั้น จวนเนี่ยต้องให้ความสำคัญและสืบรู้อย่างชัดเจน เพื่อจะได้ยอมรับ
ชื่อเสียงและทุกอย่างของอีกฝั่าย
ต้วนชิงหมิงแอบยิ้มน้อยๆ ขึ้น “สงสัยท่านปั้าเนี่ยได้นำหน้าตาและรูปร่างของอีกฝั่ายมาให้พี่ไฉ่เยวี่ยดูแล้ว เป็น
อย่างไรบ้าง?คุณชายรองจวนหลินผู้นั้น เป็นคนที่พี่ไฉ่เยวี่ยถูกตาต้องใจบ้างไหม?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมิอาจอดรนทนได้ไหวแล้ว นํ้าตาได้ไหลรินลงมาเป็นสายอาบหน้า ไหลติ๋งๆ ลงบนกระโปรงไปหมด
ทำให้ใบหน้าที่เพิ่งผลัดแปั้งดูเลอะเทอะขึ้นมา
ต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆ ถอนหายใจ จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นส่งให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย พร้อมกับพูดเสียงเบา “รีบเช็ดนํ้าหู
นํ้าตาให้เรียบร้อยเสียก่อน หากบ่าวใช้มาเห็นจะหัวเราะเอาได้!”
ต้วนชิงหมิงช่วยรินนํ้าชาให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยต่อ ก่อนกลับมานั่งที่เดิม “พี่ไฉ่เยวี่ยอย่าคิดมากไปเลย… ทุกเรื่องมี
ทางออกของมันเสมอ พี่ไฉ่เยวี่ยบอกชิงหมิงมาก่อนว่าสรุปแล้วเป็นเรื่องอะไรกันแน่?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้ารับทราบ นางยื่นผ้าเช็ดหน้าส่งคืนต้วนชิงหมิง จากนั้นยกถ้วยนํ้าชาขึ้นจิบ “เรื่องมาถึงตอนนี้
แล้ว พี่ก็จนปัญญาแก้ไข จึงต้องหามาต้วนชิงหมิงเพื่อชี้ทางออกให้หน่อย”
ต้วนชิงหมิงได้แต่มองเนี่ยไฉ่เยวี่ยโดยไม่เปิดวาจา
ดูท่าแล้ว คุณชายรองจวนหลินยังไม่ใช่คนดีที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยปรารถนาอยากใช้ชีวิตคู่ด้วย มิอย่างนั้นนางคงไม่มาตก
อยู่ในสภาพเช่นนี้หรอก!
จากนั้นเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้พูดเสริมขึ้น “พี่ขอพูดตรงๆ เลยนะ การหมั้นหมายในครั้งนี้ ท่านพ่อท่านแม่มิกล้าละเลย
จึงสืบประวัติทั้งหมดของคุณชายรองคนนี้จนรู้ทั้งหมด อีกทั้งสิ่งที่เคยทำมาในอดีต… ท่านแม่ได้กำชับพี่ให้ออกจากจวน
ให้นอกที่สุดหรือไม่ต้องออกไปไหนเลย จะได้ไม่ถูกคนเอามาเป็นประเด็นได้ แต่พี่นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ ตามกฏแล้วสตรีที่อยู่ระหว่างการหมั้นหมายมักจะไม่ออกไปไหน เพราะอาจกลายเป็น
ประเด็นที่คนอื่นนำมาโจมตีและให้ร้ายได้ หากโทษสถานเบาอาจถูกแม่สามีที่ดูถูกดูแคลน หากโทษสถานหนักอาจถูก
ปฏิเสธการหมั้นหมาย ชื่อเสียงที่สะสมมาปั่นปีจนสิ้น
ทว่าเรื่องในอดีตที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยหมายถึงนั้นก็คงจะเป็นหลิวยวน นางเป็นคนที่ฉลาดเฉลียว รู้ว่าเมื่อไหร่ควรปล่อย
วาง เมื่อไหร่ควรละทิ้ง นางจึงมีทางเลือกให้กับตัวนางเอง!
เมื่อการหมั้นหมายดำเนินการไปด้วยดี แต่นํ้าเสียงของเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่พูดถึงคุณชายรองจวนหลินคนนั้น ดูต่างจาก
ที่คนโดยทั่วไปได้ยินได้ฟังมา
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงเล่าต่อว่า “ในวันนั้น ฮูหยินหลินเดินทางมาที่จวนเนี่ย เพื่อพูดคุยกันเรื่องหมั้นหมายและสินสอด
ทองหมั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะเต็มไปด้วยดี แต่พี่นึกไม่ถึงเลยว่าคุณชายร้องจวนหลินกลับให้คนมาแจ้ง ว่าอยากพบพี่
เป็นการส่วนตัวสักครั้ง!”
พอต้วนชิงหมิงได้ฟังถึงกับสะดุ้งโหยง… เป็นที่รู้กันว่าหากบุรุษและสตรีที่ยังมิได้แต่งงานกัน แอบไปพบหน้ากัน
ส่วนตัวเป็นสิ่งที่ต้องห้าม แม้จะเป็นคู่หมั้นหมายก็มิได้ ไม่รู้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะตอบตกลงไปหรือไม่?
เมื่อก่อนนั้นเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผู้ใหญ่ของบุรุษและสตรีทั้งสองฝั่ายได้ตกลงหมั้นหมายเป็นที่เรียบร้อย ทว่า
บุรุษแอบส่งจดหมายลับขอพบหน้าสตรีสักครั้งหนึ่ง แต่พอลับหลังกลับตลบหลังบอกว่าสตรีผู้นี้มิได้รักนวลสงวนตัว จึงใช้
โอกาสในการปฏิเสธการแต่งงาน และทำให้ชื่อเสียงของสตรีผู้นั้นจบสิ้นไม่มีชิ้นดี
ต้วนชิงหมิงจึงรีบถามขึ้นว่า “อย่างนั้น พี่ไฉ่เยวี่ยได้ไปพบเขาหรือเปล่า?”
เขาคนนั้นที่ต้วนชิงหมิงหมายถึงก็คือคุณชายรองจวนหลิน… ถ้าเกิดเนี่ยไฉ่เยวี่ยไปพบหน้าเขาขึ้นมา เขาอาจใช้ข้อ
นี้ในการกล่าวหาเนี่ยไฉ่เยวี่ยมิใช่สตรีที่รักนวลสงวนตัว และนำมาเป็นข้ออ้างในการดูถูกดูแคลนนาง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมยิ้มฝืดๆ ขึ้นมา “ชิงหมิงก็รู้นิว่าพี่เป็นคนขี้ขลาด ไม่ค่อยกล้า ทั้งไม่รู้ว่าคุณชาย
รองจวนหลินจะมาไม้ไหน ดังนั้นพี่จึงให้คนกลับไปบอกเขาว่าชายหญิงแตกต่างกัน หากมีเรื่องใดก็เชิญเขามาปรึกษากับ
ท่านพ่อท่านแม่ของพี่ได้ทันที!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเป็นการสื่อว่าสิ่งที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยทำไปนั้นถูกต้องเหมาะสมแล้ว
แล้วเมื่อครู่ที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยบอกมานั้นว่าเกิดเรื่องนี้แล้ว หมายถึงเรื่องอันใดกัน?
ต้วนชิงหมิงกำลังจะหันกลับไปมองเนี่ยไฉ่เยวี่ย และถามถึง “เกิดเรื่อง” ที่นางชี้นั้นหมายถึงเรื่องใดกันแน่?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยกนํ้าชาขึ้นมาจิบคำสองคำ ก่อนพูดต่อไปว่า “พี่คิดว่าการไม่ขอเจอหน้า ทุกอย่างก็จะผ่านไป แต่นึก
ไม่ถึงว่าวันถัดมา คุณชายรองจวนหลินก็ให้คนส่งจดหมายน้อยมา เมื่อพี่เปิดอ่านดูแทบเป็นลมทั้งยืน!”
ต้วนชิงหมิงมองหน้านางโดยไม่เอ่ยคำใด แสดงว่าจดหมายฉบับนั้นต้องไม่ธรรมดา และไม่รู้ว่าเนื้อหาในจดหมาย
กล่าวถึงเรื่องใด
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงเล่าเนื้อความในจดหมาย “คุณชายร้องจวนหลิวบอกว่าแอบคบหากลับบ่าวใช้คนหนึ่งในจวน บ่าว
ใช้คนนั้นมีเลือดเนื้อเชื้อไขอยู่ในท้องแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ของเขาจึงบีบบังคับให้ไปหมั้นหมาย โดยนำตัวบ่าวใช้คนนั้นไป
ขังไว้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาพยายามสอบหานางอยู่นาน ทว่าก็ยังหาไม่พบ ตอนสุดท้ายท่านพ่อ
ท่านแม่ของเขาได้ข่มขู่ ว่าถ้าเขาไม่ไปหมั้นหมายให้สำเร็จ บ่าวใช้คนนั้นกับลูกในท้องก็คงไม่มีโอกาสมีชีวิตต่อไป ฉะนั้น
เขาจึงอยากขอร้องให้พี่ไปบอกกับท่านพ่อท่านแม่ขอยกเลิกการหมั้นหมายกับเขา ทั้งยังอวยพรให้พี่ไปเจอบุรุษที่ดีกว่า ที่
จะไม่ทำให้พี่ไร้ความสุขในชีวิตสามีภรรยา!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยิ้มเจื่อนๆ ให้ต้วนชิงหมิง “ชิงหมิงเคยพบเจอคนแบบนี้มาก่อนหรือไม่… เขาตบปากรับคำหมั้นหมาย
เพราะทุกท่านพ่อท่านแม่บีบบังคับ ยิ่งไปกว่านั้นเขาอยากให้พี่ช่วยให้เขามีความสุขกับบ่าวใช้คนนั้น โดยเป็นคนขอ
ยกเลิกการหมั้นหมาย เขาคิดมาก่อนหรือไม่ หากพี่ทำแบบนั้น ไม่เพียงล่วงเกินหลินซูย่วน แม้แต่ชีวิตการแต่งงานในวัน
ข้างก็มิอาจมีใครอยากได้พี่ไปเป็นภรรยาอีกแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับฟังด้วยเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างจนหมดสิ้น
นางคิดไม่ถึงว่าคุณชายรองจวนหลินผู้นี้จะเป็นคนตรงไปตรงมา กระทั่งความตรงนี้ได้ทำร้ายคนอย่างเจ็บปวดรวด
ร้าว
ปัจจุบันนี้จวนที่รํ่ารวยมีฐานะ มักจะไปหาสาวรับใช้มาสอนเรื่องอย่างว่าให้บุตรชายก่อนที่จะไปแต่งงานเข้าเรือน
หอจริง เพื่อให้บุตรชายของพวกเขาสามารถเข้าใจเรื่องอย่างว่า และไม่หลงใหลหัวปักหัวปรำในความงามที่ยั่วเย้าของ
ภรรยา จนเสียการเสียงานไร้อนาคต
โดยสาวรับใช้พวกนี้ก็มาจากการคัดสรรของที่เข้มข้น ทั้งรูปร่างหน้าตามิต้องเอ่ยถึง เพียงแต่ระหว่างที่สอนเรื่อง
อย่างว่าจนถึงปฏิบัติเรื่องบนเตียง พวกนางจะต้องดื่มยาปั้องกันการตั้งครรภ์ เพื่อรับประกันมิให้คุณชายเหล่านั้นมีลูกกับ
พวกนาง ก่อนถึงเวลาแต่งงานจริง
และสาวรับใช้พวกนี้ในบางครั้งอาจมีแผนการทำให้พวกนางพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมาได้
แน่นอนว่าสาวรับใช้พวกนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อย ทว่าปัญหาในตอนนี้คือคุณชายรอง
จวนหลินคนนั้น กลับเลือกสาวรับใช้ที่สอนเรื่องอย่างว่าบนเตียง และบอกให้ฝั่ายหญิงที่เป็นคู่หมั้นหมายปฏิเสธการ
แต่งงาน สิ่งนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งความสมเหตุสมผล!
การเกิดเป็นบุรุษที่ไม่อาจปกปั้องและให้ความปลอดภัย กับสาวรับใช้คนนั้นและลูกในท้องของนางได้ แต่กลับ
เลือกที่จะบีบบังคับให้คู่หมั้นหมายที่อ่อนแอเป็นคนรับผลร้ายที่เกิดขึ้น บุรุษเช่นนี้มิใช่คนที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยอยากได้มาเป็นคู่
ครอง!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยแอบถอนหายใจออกมา “จดหมายฉบับนั้น พี่ไม่ได้ตอบกลับไปหรอก ข้อแรก พี่คิดว่าคุณชายรองจวน
หลินเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรัก เพื่อสาวรับใช้และลูกในท้องของเขา เขาจึงกล้าพูดคำแบบนั้นออกมาต่อให้ฟังดู
แล้วยากจะเข้าใจ แต่พี่ก็เข้าใจความรู้สึกของเขา ดังนั้นพี่จึงไปบอกท่านพ่อท่านแม่ให้หาบุรุษอื่น อย่าเอาคุณชายรองจวน
หลินมาเป็นคู่ครองของพี่เลย……”
เมื่อเล่ามาเสียยืดยาว เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฝืนยิ้มออกมา “แต่คำตอบที่จะได้รับ… ชิงหมิงคงเดาได้ไม่ยากใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้างกๆ … มีหรือที่นางจะไม่เข้าใจ การหมั้นหมายเป็นเรื่องใหญ่ของทั้งสองจวน มีหรือจะหยุด
ลงด้วยคำขอร้องของเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ ในสายตาของนายท่านจวนเนี่ย ตระกูลของหลินซูย่วนยังมีประโยชน์สำหรับเขา ดัง
นั้นมีหรือที่จะปล่อยให้โอกาสที่แสนลํ้าค่านี้หลุดมือไปได้
เนี่ยไฉ่เยวี่ยกล่าวอย่างท้อใจ “ทันทีที่พี่พูดออกมา ท่านแม่ก็ต่อว่าต่อขานสารพัด ทำไมถึงกล้าออกความเห็นกับ
สิ่งที่ท่านพ่อท่านแม่เลือกให้ มิหนำซํ้ายังบอกว่าเรื่องหมั้นหมายนี้ได้ตกลงเป็นที่เรียบร้อย ไม่ต้องให้พี่ยื่นมือเข้ามายุ่ง
สุดท้ายยังเตือนพี่ว่าอย่าเอาคำพูดเหล่านี้ปั่าวประกาศให้ใครรู้เด็ดขาด มิอย่างนั้นคนอื่นจะนินทาว่าจวนเนี่ยอบรมสั่ง
สอนบุตรสาวมิดี……”
ต้วนชิงหมิงตอบเสียงอ่อยขึ้น “ในมุมของท่านปั้าเนี่ย ความคิดนี้นับว่าถูกต้อง!”
ในฐานะของท่านแม่ย่อมต้องคำนึงถึงอนาคตของบุตรสาวเป็นธรรมดา นอกจากว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะนำจดหมาย
ฉบับนี้ไปให้ท่านแม่ดู แต่ติดอยู่ตรงที่มิอาจนำจดหมายฉบับนี้ให้ใครดูได้ หากเนี่ยไฉ่เยวี่ยทำเช่นนั้นแล้วเรื่องรู้ไปถึงหูตา
คนอื่นจะกลายเป็นหลักฐานความผิดมัดตัวดิ้นไม่หลุด ต้วนชิงหมิงเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเหล่าอี๋เหนียง เหล่าลูกอนุจะต้องรอ
คอยหัวเราะเยาะซํ้าเติมเนี่ยไฉ่เยวี่ยแน่นอน!