การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 819 คลื่นใต้นํ้า
องค์ชายคิดอย่างไรนั้นมิใช่หน้าที่ที่ลั่วสุ่ยต้องเอามาคิด เขาไม่กล้าแทรกแซงและคาดเดาความคิดขององค์ชาย จึง
ยอมเอาชุดออกมาโยนให้หลิวยวนแล้วกลับหลังเดินเข้าไปในถํ้าตามเดิม
หลิวยวนจับชุดนั้นกำไว้ในมือแนบแน่น
ภายในถํ้ามีแสงไฟริบหรี่สว่างไสวขึ้นมา มองให้ดีจะเห็นเหมือนคนเดินออกมาจากด้านใน
เงาคนนั้นสูงและทอดยาวไปกับพื้น ทั้งยังแฝงพลังที่น่าเกรงขามและความสูงศักดิ์แผ่ซ่านออกมา ทำให้ผู้คนที่
พบเห็นมิอาจละสายตาไปไหนได้ทั้งนั้น หลิวยวนจ้องมองจนเกือบหยุดหายใจไปเลย
ไม่ผิดแน่ นั่นต้องเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้องเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ตัวจริง!
หลิวยวนหลับตาลงพร้อมกับกำหมัดทั้งสองมือ
เสียงที่เยือกเย็นของเหยียนหลิ่งอวี๋ลอยเข้ามาในโสตประสาท “ที่แท้คือคุณชายหลิวนี่เอง”
หลิวยวนลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปาก ยืนห่างเขาไม่ถึงสิบก้าว
รูปร่างที่หล่อเหลางดงามต่างดึงดูดทุกสายตาให้ยากจะละไปที่อื่นได้ แต่สายตาคู่นี้กลับมองหลิวยวนด้วยความ
รู้สึกกดดัน ราวกับมิอาจให้เขาอยู่ร่วมใต้หล้าเดียวกันได้
สายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋กับร่างกายที่ซูบผอมเหมือนขาดการดูแล ทว่าใบหน้าที่ยากคาดเดาความรู้สึกนึกคิด
และความเด็ดขาดดูไม่หายไปจากตัวของเขา
นี่คือเหยียนหลิ่งอวี๋หรือ? เหตุใดถึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้?
หลิวยวนรู้สึกตกใจเล็กน้อย ก่อนเยาะเย้ยในใจ… เหยียนหลิ่งอวี๋เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกันหรอกหรือ?
ถึงแม้ยาพิษนั้นมิอาจพรากชีวิตเหยียนหลิ่งอวี๋ไปได้ แต่ความทรมานเจียนตายคงยากเกินบรรยายใช่ไหม?
ขอถามหน่อยเถอะ ความสุขที่อยากมอบให้ต้วนชิงหมิงจะมาจากไหน ทำไมต้องกลับมาแย่งนางไปด้วย?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิวยวนพลันเกิดความรู้สึกมั่นใจขึ้นมาเต็มที่ เขายิ้มให้เหยียนหลิ่งอวี๋ “ไม่เจอกันนานเลย!”
แววตาที่ใสแจ๋วของเหยียนหลิ่งอวี๋มองทะลุความหยิ่งทระนงของหลิวยวนจนสิ้น เขายิ้มตอบแต่พูดแฝงนัยบาง
อย่าง “คุณชายหลิวธุระติดพันมากมาย คงไม่ทันสังเกต พวกเราไม่เจอกันแค่สองสามเดือนเท่านั้นเอง!”
นํ้าเสียงของเหยียนหลิ่งอวี๋เต็มไปด้วยการเสียดสีและเหน็บแนม… แม้จะเป็นเวลาเพียงสองสามเดือน เหยียนหลิ่ง
อวี๋กลับต้องผ่านความเป็นความตายอย่างทรมานจากยาพิษรุนแรงพวกนั้น กว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้
รอยยิ้มหลิวยวนดูแล้วแข็งทื่อและเสแสร้ง “องค์ชายสามยังสบายดีสิขอรับ”
“ยังปั่วยนิดหน่อย… นี่คงเป็นฝีมือของคุณชายหลิวสินะ? ทำไมลืมเร็วขนาดนี้ด้วยละ? ข้ายังไม่หายสมบุรณ์
คุณชายหลิวก็ลืมจนสิ้นแล้ว?”
หลิวยวนฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
คนตรงหน้าข้าเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ตัวจริงหรือไม่?
ทำไมเหยียนหลิ่งอวี๋คนเก่า พูดจามีลับลมคมใน ไม่แสดงอาการทางสีหน้า เก็บความโหดร้ายไว้ภายในคนนั้นหาย
ไปแล้ว
หลิวยวนเลือกเปลี่ยนหัวข้อที่จะพูด “ชิงหมิงกับอวี้เอ๋อร์เป็นยังไงบ้าง?”
“ข้าอยู่ทั้งคน คุณชายหลิวไม่ต้องเป็นห่วง… รอให้สองพี่น้องหายดีแล้ว คุณชายหลิวก็จะรู้เอง” เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้ม
อย่างเหนือกว่า
เขาไม่เปิดโอกาสให้หลิวยวนได้มีโอกาสสวนถามกลับแม้แต่คำเดียว
เมื่อเห็นสีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ผ่อนคลายมีความสุข หลิวยวนกลับมีสีหน้าไม่สู้ดีและพูดอย่างมีนํ้าโห “องค์ชาย
สามพูดอะไรเอ่ย? กระผมกับชิงหมิงผ่านความเป็นความตายกันมาแล้วครั้งหนึ่ง หรือว่าองค์ชายสามไม่รู้เรื่องนี้?”
“หลิวยวนเอ๋ย ถ้าข้าเป็นเจ้าจะรีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้” เหยียนหลิ่งอวี๋สัพยอกกลับอย่างแรง
หลิวยวนถึงกับหน้าชาจนไปต่อไม่ถูก
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดอย่างไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย… หากเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นหลิวยวน จะรีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
แต่หลิวยวนไม่มีทางจะจากไปในตอนนี้ เพราะนางยังคงนอนสลบไสลไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร จะให้เขาจากไป
เดี๋ยวนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย
หลิวยวนกำหมัดทั้งสองข้างแน่น ตะโกนใส่หน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ “กระผมจะรอจนกว่าชิงหมิงได้สติค่อยจากไป”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมีเลศนัยออกมาส่งให้หลิวยวนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“หลิวยวน อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าเลย ชิงหมิงเป็นคนเฉลียวฉลาด บางเรื่องที่นางยังไม่มั่นใจ แค่สืบดูก็จะ
กระจ่างได้ไม่ยาก… ที่ข้าให้เจ้าไปเดี๋ยวนี้ เพราะเห็นแก่ที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ นางมองเจ้าในฐานะสหายคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าไม่
คู่ควรแม้แต่น้อย… ข้าเห็นแก่ชิงหมิงจึงปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเมตตา แต่ถ้าเจ้าไม่ไปก็ตามสบายแล้วกัน” เหยียนหลิ่งอวี๋
เตือนสติ
คำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำเอาหลิวยวนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
เดิมที เหยียนหลิ่งอวี๋มิอยากเสวนายืดยาวกับหลิวยวนมากเพียงนี้ เห็นแก่ที่ต้วนชิงหมิงให้ความสำคัญกับหลิว
ยวน เขาจึงยังไว้หน้าหลิวยวน ยอมเปลืองนํ้าลายพูดเตือนสติเสียหน่อย
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋หันหลังกลับจะเดินเข้าไปในถํ้า ลั่วสุ่ยได้วิ่งออกมาว่องไวเอาเสื้อคลุมมาห่มตัวเหยียนหลิ่งอวี๋
“องค์ชาย อากาศเย็น รีบเข้าไปด้านในเถอะขอรับ… คุณหนูต้วนใกล้จะได้สติแล้ว”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับทราบแล้วสาวเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว
หลิวยวนถูกปล่อยไว้ด้านนอกเพียงลำพัง ขณะที่ภายในถํ้าเล็กๆ มีแสงไฟริบหรี่ขึ้นมา ด้านในนั้นมีคนที่หลิวยวน
อยากพบหน้า ทว่ายังลังเลใจจะก้าวเข้าไป
ในที่สุด หลิวยวนตัดสินใจก้าวเท้าหมายเข้าไป ทันใดนั้นเสียงของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ดังขึ้นมา “หลิวยวน อย่าหาว่า
ข้าไม่เตือนเจ้า ชิงหมิงเป็นคนฉลาดเฉลียว บางเรื่องที่นางยังไม่กระจ่าง แค่สืบสาวราวเรื่องไม่นานก็จะรู้ความจริง
ทั้งหมด……”
หลิวยวนรีบดึงเท้ากลับมายืนดังเดิม เขารู้แล้วว่ามิอาจเข้าไปด้านในได้แม้แต่ก้าวเดียว
เขาแหงนหน้าผินฟั้าเห็นว่ารุ่งอรุณของวันใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว ทิศตะวันออกมีแสงรำไรโผล่ตรงขอบฟั้า ขับไล่ความ
มืดมิดให้จางหายไป
จู่ๆ ด้านในถํ้ามีเสียงร้องด้วยความดีใจังขึ้น นั่นเป็นเสียงของต้วนชิงหมิง นางได้สติตื่นขึ้นมาแล้ว?
ด้วยความดีใจจนลืมตัว หลิวยวนเกือบพุ่งตัวเข้าไปข้างใน ทว่ากลับหยุดเท้าลงเมื่อก้าวเข้าไปได้สองก้าว… ด้านใน
ล้วนเป็นคนที่ต้วนชิงหมิงให้ความสำคัญทั้งหมด แต่มันไม่มีหลิวยวนอยู่ในนั้น
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงได้เอ่ยขึ้นมาว่า “หลิวยวนอยู่ไหน… ข้าจำได้ว่าเขาอยู่กับเราสองพี่น้อง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวยวนถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ เขาอยากพุ่งตัวเข้าไปสวมกอดนางให้แนบแน่น แต่กลับมี
เสียงที่เรียบนิ่งพูดดับความฝันขึ้นมา เสียงนั้นเป็นของเหยียนหลิ่งอวี๋ “หลิวยวนตื่นแล้วพบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก เขามี
เรื่องด่วนจึงขอตัวกลับไปก่อนแล้ว”
ต้วนชิงหมิงร้อง “อ๋อ” ขึ้น จากนั้นทุกอย่างภายในถํ้าก็เงียบสนิท จากนั้นไม่กี่หายลมใจ เสียงหัวเราะได้ดังขึ้น
อย่างสาแก่ใจ “ฮ่าๆๆ เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าคือเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างนั้นหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มอย่างเลือดเย็นออกมา “ข้านี่แหละเหยียนหลิ่งอวี๋… หรือว่าในใต้หล้าจะมีเหยียนหลิ่งอวี๋สอง
คน……”
คำพูดต่อจากนั้น หลิวยวนมิอาจทนฟังได้อีก ภายในถํ้าที่มีเสียงหัวเราะขบขันอย่างมีความสุข ได้ทิ่มแทงหัวใจของ
หลิวยวนจนทรมาน เขาฝืนกัดฟันแน่นและไม่ลังเลใจอีกต่อไป บางทีเหยียนหลิ่งอวี๋อาจพูดถูก ไม่ว่าจะคิดถึงใครสักคน
มากมายเพียงใด บางครั้งการไม่พบหน้าอาจเป็นทางเลอกที่เหมาะสมกว่า
หลิวยวนตัดใจและล้มเลิกที่จะพบหน้าต้วนชิงหมิงในครั้งนี้