การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 818 ลาก่อนการข่มขู่
ความคิดร้อยพันต่างๆ นานา พรั่งพรูเข้ามาในหัวของต้วนชิงหมิง จนนางไม่รู้จะพูดอะไรออกมา!
ชิงตั๋วจึงถือโอกาสนี้ก้าวขึ้นมาขวางทางต้วนชิงหมิง “เหตุใดฮูหยินต้วนจึงต้องรีบร้อนไปกับต้วนชิงหมิงด้วย อีก
อย่างคุณชายต้วนกำลังตามหาท่านทั้งสองอยู่ที่นี่ ถ้าไม่พบผมต้องกังวลใจอย่างแน่นอน… อาจื๋อเห็นด้วยไหม?”
นํ้าเสียงของชิงตั๋วเต็มไปด้วยการหลอกล่อ ราวกับเขาเข้าไปนั่งอยู่ในความคิดของต้วนชิงหมิง
แต่ต้วนชิงหมิงกลับปฏิเสธเสียงเรียบ “ไม่เป็นไรหรอก ประเดี๋ยวพวกเราลงไปหาด้านล่างเอง ไม่รบกวนทั้งสอง
ท่านแล้ว!”
อาจื๋อรีบก้าวขึ้นมาพูดกับต้วนชิงหมิง “ชิงหมิงอยู่ที่นี่รอน้องชายก็แล้วกัน อีกประเดี๋ยวเขาคงขึ้นมา ถ้าไม่พบเจ้า
เขาคงร้อนใจเป็นกังวล อีกอย่างวันนี้โต๊ะต่างเต็มหมดแล้วด้วย…”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมองอาจื๋อตอบกลับด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย “อาจื๋อ พวกเราขอตัวก่อน ไม่ต้องลงไปส่ง!”
ต้วนชิงหมิงไม่อยากอยู่ในห้องที่ชิงตั๋วยืนอยู่ด้วยแม้แต่น้อย
ทันทีที่เห็นท่าทางแน่วแน่เด็ดเดี่ยวของต้วนชิงหมิง อาจื๋อถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ จนต้องหันไปมองชิงตั๋วด้วยไม่รู้
จะช่วยรั้งอย่างไรดี
ชิงตั๋วเห้นท่าทางร้อนใจของนางก็จนปัญญาเช่นกัน จึงพูดกับอาจื๋อเสียงเบา “อาจื๋อ พวกเราทำเต็มที่แล้ว หา
กชิงหมิงยืนกรานจะไป รั้งไว้ก็ไร้ประโยชน์เปล่า……”
อาจื๋อเห็นชิงตั๋วจนปัญญา ก็พลอยถอนหายใจออกมา “ชิงหมิง อย่างนั้นเจ้ากับฮูหยินต้วนก็กลับดีๆ ครั้งหน้าพวก
เราค่อยทานข้าวกัน!”
ชิงตั๋วไม่คิดไม่ฝันว่าต้วนชิงหมิงจะหัวรั้นถึงเพียงนี้ เขาก้มหน้าเอื้อมจับมืออาจื๋อขึ้นมา ตบไอย่างแผ่วเบา “เอาล่ะ
อาจื๋อ ยากเหลือเกินที่จะได้อยู่กับเจ้าตามลำพัง วันนี้เจ้าอยู่ดื่มเป็นเพื่อนเสียหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวกลางคืนจะพาเจ้าไปที่ที่
หนึ่ง……”
พออาจื๋อได้ฟังก็พูดด้วยความดีอกดีใจ “ดีจริงๆ อย่างนั้นพวกเราจะไปที่ไหนกัน?”
แต่ในตอนนี้ สายตาชิงตั๋วกลับมองเลยอาจื๋อไปหยุดที่ต้วนชิงหมิง จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นว่า “อันที่จริงไม่ก็คิดไม่ออก
เหมือนกัน แต่ครั้งก่อนที่เจ้าบอกว่า อยากไปชมบรรยากาศภูเขาชิงเหลียงที่นอกเมืองหลวง ข้าก็อยากไปชมให้เห็นกับตา
เหมือนกัน……”
ต้วนชิงหมิงที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนถึงกับชะงักไปชั่วขณะ!
ภูเขาชิงเหลียงเป็นสถานที่ที่ต้วนชิงหมิงประสบกับเรื่องร้าย ทั้งถูกพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ชิงตั๋วกลับจะพา
อาจื๋อไป จิตใจของเขากำลังมีเรื่องชั่วร้ายอะไรกันแน่
หลังจากอาจื๋อได้ยินก็ตบปากรับคำทันที “ดีเลย ดีเลย อาจื๋ออยากไปที่นั่นตั้งนานแล้ว!”
แต่ความดีใจเกิดขึ้นไม่ทันไร นางก็ทำหน้าเศร้าสร้อยขึ้นมาแทนที่ “แต่ว่าที่นั่นมันไกลมาก!”
ชิงตั๋วจึงตอบเสียงเรียบ “ไม่เป็นปัญหา เดี๋ยวข้าจะให้คนไปส่งจดหมายบอกท่านพ่อของเจ้า ว่ามีธุระนิดหน่อย
คืนนี้อาจไม่กลับจวน!”
สตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานออกเรือน หากไม่กลับจวนย่อมเป็นเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างยิ่ง แต่ชิงตั๋วกลับพูดอย่าง
หน้าตาเฉยไม่สะทกสะท้าน ประหนึ่งมิได้สนใจในชื่อเสียงของอาจื๋อแม้แต่น้อย
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจด้วยรู้สึกว่าสิ่งที่ชิงตั๋วกล่าวออกมาทั้งหมด ตั้งใจพูดให้นางฟังโดยเฉพาะ ขอเพียงต้
วนชิงหมิงไม่อยู่ที่นี่ อาจื๋ออาจออกไปนอกเมืองชมภูเขาชิงเหลียงกับเขาได้ทุกเมื่อ
ดูเหมือนอาจื๋อก็อยากไปเที่ยวกับชิงตั๋วไม่น้อย ทว่านางกลับครุ่นคิดบางอย่าง จนยืนนิ่งเม้มปากแนบแน่น
ชิงตั๋วเห็นว่าถึงเวลาแล้ว จึงฉวยโอกาสนี้พูดขึ้น “อันที่จริง พวกเราอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ หากชิงหมิงลงมานั่งพูด
คุยเป็นเพื่อนด้วยกัน พวกเราอาจเลือกไม่ไปที่ไกลๆ แบบนั้นก็ได้……”
เมื่ออาจื๋อได้ยินดังนั้น จึงรีบพูดอนย่างซาบซึ้งใจ “อาจื๋อรู้ว่าชิงตั๋วดีกับอาจื๋อมากที่สุด!”
ชิงตั๋วยกมือขึ้นดีดไปที่จมูกน้อยๆ ของอาจื๋อ “เจ้านี่นะ ถ้าข้าไม่ดีอาจื๋อ จะไปดีกับใครได้เล่า?”
ตู้ชิงหรวนเห็นต้วนชิงหมิงยืนชะงักอยู่อย่างนั้น จึงยืนมือไปจับแขนนาง เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “ชิงหมิงไปกันเถอะ
พวกเราไปหาอวี้เอ๋อร์กัน!”
ทันทีที่ตู้ชิงหรวนจับมือต้วนชิงหมิงก็ตกใจที่มือของนางเย็นเฉียบแข็งทื่อไปหมด
ตู้ชิงหรวนจึงมองด้วยความแปลกใจ ด้วยไม่ทราบสาเหตุที่ต้วนชิงหมิงเป็นแบบนี้
ต้วนชิงหมิงกำลังต่อสู้กับจิตใจตัวเอง นางรู้ว่าชิงตั๋วใช้อาจื๋อมาข่มขู่ ถ้านางกล้าออกไปจากห้องนี้ อาจื๋ออาจถูกชิง
ตั๋วพาออกไปนอกเมือง จากนั้นจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างก็มิทราบได้
เป็นที่รู้กันทั่ว ภูเขาชิงเหลียงมรทางไปถึงสามเส้นทาง โดยทางหนึ่งในนั้นเป็นเส้นทางที่ต้วนชิงหมิงและหลิวยวน
ไปด้วยกัน ส่วนเส้นทางต่อมา เป็นทางขึ้นเขาที่ลดเลี้ยวเคี้ยวคด ทว่าบรรยากาศสวยงามมากที่สุด และบางพบเจอกับโจร
ปั่าที่แข็งแกร่งได้ทุกเมื่อ และเส้นทางสุดท้ายทำให้ต้วนชิงหมิงเหงื่อแตกพลั่กออกมาโดยไม่รู้ตัว!
เนื่องจากมีเพียงต้วนชิงหมิง องค์หญิงอวี้หลัว เหยียนหลิ่งอวี๋และชิงตั๋วเท่านั้นที่จำได้ว่าเส้นทางนี้เกิดสิ่งใดขึ้นมา
บ้าง
น่าเสียดายที่อาจื๋อรู้ไม่ทันความคิดชั่วร้ายที่ซ่อนไว้ภายในใจของชิงตั๋ว ดังนั้นจึงยื่นดีใจอย่างกับคนโง่ที่ยังไม่รู้ความ
จริง!
อันที่จริง ต้วนชิงหมิงไม่อยากในใจอาจื๋อ ทว่านางไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นกับอาจื๋อ ที่สำคัญอาจื๋ออยู่ในกำมือของ
ชิงตั๋ว ไม่ว่าเขาคิดทำอะไรนางก็ง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
แต่ถ้าต้วนชิงหมิงเลือกอยู่ในห้องนี้ต่อไป… การข่มขู่ของชิงตั๋วก็จะประสบความสำเร็จ อย่างนั้นครั้งหน้า ครั้งหน้า
หน้า เขาอาจใช้วิธีการนี้ข่มขู่นางไปเรื่อยๆ
หากวันใดเขาข่มขู่ต้องการให้นางแต่งงานเป็นภรรยาอย่างสมบูรณ์ ต้วนชิงหมิงจะเลือกทำตามหรือไม่สนใจดี?
เมื่อก่อนนั้น ต้วนชิงหมิงไว้ใจคนผิดไป องค์หญิงอวี้หลัวกับองค์ชายชิงตั๋วที่ดูหน้าตาใสซื่อ ไม่มีพิษไม่มีภัย แต่
จิตใจของทั้งคู่กับชั่วช้าเลวทรามกว่าที่นางคาดคิดไว้… ช่างเถอะ ช่างเถอะ! เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นครั้งก่อน โชคชะตาคง
อยากเล่นตลกกับนาง แต่ดันไปทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องพลอยซวยไปด้วย ในตอนนี้อาจพาอาจื๋อซวยตามไปอีกคน!
ต้วนชิงหมิงเชื่อมั่นอย่างยิ่ง ว่าชิงตั๋วต้องเห็นนางอยู่กับอาจื๋อ จึงใช้วิธีนี้ข่มขู่นางนั่นเอง!
ในตอนนี้ดูเหมือนต้วนชิงหมิงมิอาจปล่อยอาจื๋อไว้กับชิงตั๋วได้ แต่ถ้านางยอมทำตามที่ชิงตั๋วข่มขู่ ก็คงอยากจะ
หลุดพ้นวงเวียนแบบนี้ไปได้!
ต้วนชิงหมิงยกมือขึ้นลูบฝั่ามือตู้ชิงหรวนอย่างอ่อนโยน “ท่านแม่วางใจได้ ชิงหมิงไม่เป็นอะไร!”
ต้วนชิงหมิงพยายามฝืนยิ้มหันหน้ากลับมามองชิงตั๋ว พร้อมกับเอ่ยว่า “องค์ชายชิงตั๋วอยากไปที่ไหน ชิงหมิงมิอาจ
ก้าวล่วงห้ามได้ แต่อาจื๋อจะไปด้วยไม่ได้เด็ดขาด”
ชิงตั๋วเงยหน้ามองนางอย่างไม่พอใจ “ไหนเจ้าลองบอกเหตุผลมาหน่อยสิ! ทำไมข้าจะพาอาจื๋อไปด้วยไม่ได้?”
ต้วนชิงหมิงสวนกลับอย่างรวดเร็ว “ข้อแรก อาจื๋อเป็นสตรีจะต้องกลับจวนทุกคืน ข้อสอง นอกเมืองหลวงมีโจร
เต็มไปหมด องค์ชายชิงตั๋วเป็นคนฝีมือดีย่อมเอาตัวรอด แต่ถ้าจะให้ปกปั้องอาจื๋ออีกคน ชิงหมิงกลับไม่เชื่อความสามารถ
ขององค์ชาย”
“อย่างนั้น ยังมีข้อสามอีกไหม?” ชิงตั๋วถามต่อ
ต้วนชิงหมิงเริ่มแสยะยิ้มเล็กน้อยด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ส่วนข้อสามนั้น องค์หญิงจิ่นซิ่วกับองค์ชายชิงตั๋วใกล้จะ
เข้างานอภิเษกเป็นราชบุตรเขยแห่งต้าเซี่ย… ขอถามเสียหน่อย อาจื๋ออยู่ในฐานะอะไรที่จะเข้าออกเมืองหลวงกับว่าที่
ราชบุตรเขย?”
จากนั้นต้วนชิงหมิงจึงจ้องเขม็ง ไล่ต้อนชิงตั๋วให้จนมุม “ในเมื่ออาจื๋อเป็นสหายของชิงหมิง อย่างนั้นชิงหมิงขอต้อง
พูดล่วงเกินองค์ชายชิงตั๋วเสียหน่อย… ถ้าองค์ชายชอบพออาจื๋อจริง จงยื่นเรื่องขอปฏิเสธงานอภิเษกที่ฝั่าบาท
พระราชทานเสียเถอะ จากนั้นค่อยแต่งงานกับอาจื๋อ ทำอย่างนี้ถึงจะเรียกได้ว่ารักจากใจจริง… มิทราบว่าองค์ชายมีความ
คิดเห็นเป็นประการใด?”
ทางด้านอาจื๋อที่รู้ว่าชิงตั๋วได้รับพระราชทานอภิเษกจากฝั่าบาท สีหน้าของนางซีดขาวในพริบตา จนผงะถอยหลัง
ด้วยความตกใจสุดขีด “องค์ชาย สิ่งที่ชิงหมิงเล่าออกมาเป็นความจริงหรือเปล่า?”
ชิงตั๋วมิสนใจในสิ่งที่อาจื๋อถาม แต่เลือกเดินมาหยุดตรงหน้าต้วนชิงหมิง จ้องเขม็งจนตาเป็นมัน จากนั้นพูด
กระแทกเสียงให้ฟังอย่างชัดเจนทีละคำ “ข้าอยากรู้เหลือเกิน สิ่งที่ชิงหมิงเล่ามาเมื่อครู่ ออกมาจากใจจริง หรือว่าชิงหมิง
สนใจในตัวของว่าที่ราชบุตรเขยคนนี้กันแน่?”
ต้วนชิงหมิงชายตามองไปด้วยไม่อยากสบตา “อาจื๋อเป็นสหายของชิงหมิง มีบางเรื่องในสายตาขององค์ชายอาจ
คิดว่ามิใช่เรื่องใหญ่หนักหนา แต่ว่าสำหรับอาจื๋ออาจนำภัยมาถึงชีวิตได้!”
ชิงตั๋วหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เสียงนั้นเต็มเปียมไปด้วยการดูถูกและเหยียดหยาม “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่า ชิงหมิง
จะให้ความสำคัญกับสหายมากมายถึงเพียงนี้!”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ข่มใจกัดฟัน เลือกที่จะไม่โต้ตอบกลับไป
ชิงตั๋วจ้องอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “ชิงหมิง ข้าอยากถามเจ้าหน่อย ถ้าเจ้าเป็นข้าจะตอบยังไง? แค่ความกล้าที่จะ
สบตาข้าเจ้ายังไม่มีอีกหรือ?”
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงรีบเงยหน้ามองตาทันที “องค์ชายชิงตั๋ว ชิงหมิงอยากเตือนสติองค์ชายแค่ว่าอาจื๋อเป็น
สหายคนสนิทของชิงหมิง แผนการบางอย่างก็ควรยุติลงไว้ตรงนี้เถอะ!”
ยุติแผนการทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้?
ชิงตั๋วหัวเราะเสียงดังลั่นออกมากับประโยคที่หลุดจากปากต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิง… เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร! คิดหรือว่าข้าจะยอมทำตามทุกอย่างที่เจ้าเอ่ยปากขอ?
ชิงตั๋วรีบหันขวับไปคว้าอาจื๋อมาไว้ในอ้อมกอด จากนั้นพูดสาบานอย่างหนักแน่น “อาจื๋อวางใจได้ ไม่ว่าองค์หญิง
คนไหนก็มิอาจเทียบเจ้าได้เลย พรุ่งนี้ข้าจะไปทูลฝั่าบาทให้ยกเลิกงานอภิเษก จากนั้นข้าจะมาหมั้นหมาย สู่ขอและ
แต่งงานกับเจ้า โดยที่ท่านพ่อของเจ้าต้องอนุญาตเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ด้วย!”