การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 825 การรํ่าลาอีกครั้ง
เหยียนหลิ่งอวี๋จับมือของต้วนชิงหมิงเอาไว้เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าบอกว่ารู้จักอวี้หลัวเลยทำให้ข้าพลอยซวยไป
ด้วย???”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย
ถ้าเป็นไปได้นางยอมไม่ให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ แต่ปัญหาคือทุกอย่างได้เกิดขึ้นไปแล้ว หนำซํ้ายังทำร้ายคนที่นาง
ห่วงใย
เอ๊ะ! คนที่นางห่วงใยคือเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างนั้นหรือ ความคิดนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ
แต่ไหนแต่ไรมา เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้ชีวิตสูงศักดิ์ในฐานะองค์ชายสาม ยามเมื่อได้พบหน้าต้วนชิงหมิงในครั้งแรก เขา
ก็คิดหาทางกลั่นแกล้งหลอกเย้านางสารพัด… จนกระทั่งนางรู้สึกถลำลึกในความรู้สึกให้เขาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มือของต้วนชิงหมิงสั่นขึ้นมาเพียงเล็กน้อย
นางก้มหน้ามองเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ร่างกายซูบผอมจนกระดูก ใบหน้าตอบลงมาจนเห็นได้ชัดเจน ทันใดนั้นนางรู้สึก
เสียใจอยู่ไม่น้อย
ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้ามองพื้นด้วยไม่กล้าซบตาต้วนชิงหมิง เขาพูดอ่อมแอ่มเสียงเรียบไม่รู้ว่าดีใจหรือต่อว่า
กันแน่
“ชิงหมิงอยากบอกข้าว่า หากไม่ตัวเจ้าไม่รู้จักชิงตั๋วกับอวี้หลัว พวกนั้นคงเล่นงานข้าไม่ได้ หรือถ้าพวกนั้นไม่รู้จัก
เจ้าละก็ คงไม่รู้ว่าจะลงมือเล่นงานข้าอย่างไรใช่หรือไม่? อย่างนั้นข้าจะรอดปลอดภัยไปตลอดรอดฝังใช่ไหม?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าสบตาต้วนชิงหมิง ก่อนถามต่อไปว่า “ชิงหมิง เจ้าว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นถูกต้องไหม?”
ด้วยระยะที่ใกล้ชิดเช่นนี้ สายตาที่เปล่งประกายราวกับจันทราเต็มดวง ช่างสดใสและยากจะต้านทานไหว
ต้วนชิงหมิงถูกสายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋ดึงดูดจนหลงใหลวูบวาวไปทั้งตัว
แผนการขององค์หญิงอวี้หลัวย่อมไม่เปลี่ยนแปลงเพราะใครใดคนหนึ่ง ดูอย่างแผนเล่นงานเหยียนหลิ่งอวี๋ เมื่อตัว
สินใจแล้วย่อมหาทุกวิถีทางในการใกล้ชิดเขา เพื่อลงมือตามแผน
ในเรื่องนี้ต้วนชิงหมิงย่อมเข้าใจมากกว่าใครๆ เพราะว่านางเป็นคนที่ถูกองค์หญิงอวี้หลัวหลอกใช้ นางจึงมิอาจยก
โทษให้ตัวเองได้
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ชิงหมิง ความคิดของเจ้าผิดไปแล้ว!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เห็นด้วยกับความคิดของต้วนชิงหมิง แต่นางอยากอธิบายให้เขาเข้าใจ… หลักการ
เหตุผลใครก็เข้าใจ ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋อยากแก้ความเข้าใจผิดให้นาง
ต้วนชิงหมิงผินหน้ามองออกไปด้านนอกด้วยแววตาที่อ่อนโยน ทำเอาเหยียนหลิ่งอวี๋ที่จิตใจร้อนรนเห้นแล้วสงบ
นิ่งลงได้
บางครั้งการระลึกถึงใครบางคนอาจทำให้ทำอะไรขาดการยั้งคิดไปได้ ในวันข้างหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องเผชิญกับ
อันตรายในชีวิตอีกมากมาก ตอนนี้เขาจึงใช้โอกาสนี้ช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกในใจให้นาง… เพราะมีแต่ความคิดของต้วน
ชิงหมิงที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา
รถม้าที่มีการปั้องกันเสียงเป็นอย่างดี มีเพียงนํ้าเสียงที่ใสสดของเหยียนหลิ่งอวี๋เล่าเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา ส่วนต้วน
ชิงหมิงก็นั่งฟังโดยไม่เค้นถามสิ่งใด ในความคิดของนางมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยจะดีปรากฏขึ้น จากนํ้าเสียงที่เรียบนิ่งของเห
ยียนหลิ่งอวี๋
แม้กระทั่งในเวลานี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ยังคงปกปิดเรื่องราวเอาไว้ในใจได้อย่างแนบเนียนจนนางดูไม่ออก
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋หยุดพูดลงไป ต้วนชิงหมิงจึงค่อยเงยหน้าขึ้นอย่างฉงนใจและพร้อมจะถามถึงสาเหตุ แต่เหยียน
หลิ่งอวี๋กลับพรวดขึ้นตัดหน้านาง
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดขึ้นว่า “เมื่อพิษอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน ย่อมกำเริบขึ้นมาจนมิอาจควบคุมได้”
เหยียนหลิ่งอวี๋กล่าวต่อไป “ชิงหมิงรู้หรือเปล่า คนพวกนั้นจ้องเล่นงานเจ้า เพราะรู้ว่าข้าจะไม่เล่นงานเจ้า… หาก
วันนั้นคนที่เอาพิษมาให้ข้า เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้มันมีชีวิตรอดถึงตอนนี้ไหม?”
เมื่อได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดออกมา ต้วนชิงหมิงก็ตกใจมิน้อยเลย
นางนึกถึงความทรมานที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องทนรับจากพิษที่กำเริบโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ ในวันนั้น หากคนที่อยู่ข้าง
กายเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ใช่นาง มีหวังเขาคงตายไปนานแล้ว
ต้วนชิงหมิงไม่มีทางทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างแน่นอน เพราะพวกเขาผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันแล้ว
เมื่อนางคิดมาถึงตรงนี้ จึงเอ่ยเสียงแผ่วเบาออกมา “แต่องครักษ์ของเจ้ามีมากเหลือเกิน… พวกนั้นไม่มีทางปล่อย
ให้เจ้าเป็นอะไรถึงชีวิตแน่นอน”
ต้วนชิงหมิงประจักษ์แจ้งในความจงรักภักดีของบรรดาองค์รักษ์เหยียนหลิ่งอวี๋ หากพวกเขายอมปล่อยให้เหยียน
หลิ่งอวี๋เกิดเรื่องขึ้น ผลลัพธ์คือการเพียงสถานเดียวคือต้องสิ้นใจทั้งหมด
ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่น่าหวาดกลัวคนหนึ่ง องครักษ์ของเขาย่อมน่าหวาดกลัวไม่แพ้กัน เคยมีคนกล่าวว่าจะ
จัดการกองทัพของต้าเซี่ยสักหนึ่งกอง แต่ไม่เคยมีใครกล้าพูดอย่างใจกล้าว่าจะจัดการบรรดาองครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋
สักคนเดียว
ถึงแม้คำพูดพวกนี้นางเคยได้ยินมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว แต่นางกลับเชื่อในกำลังความสามารถของเหยียนหลิ่งอวี๋และ
องครักษ์ของเขา… บางครั้งการเชื่อใจใครบางคนก็เป็นการเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองอย่างหนึ่ง
ดูท่าทางแล้ว ต้วนชิงหมิงเชื่อใจเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นที่สุด
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดยิ้มๆ “ชิงหมิงไม่รู้หรือว่าคนของข้ามีเรื่องที่ต้องทำมากมาย จะให้อยู่ข้างกายตลอดจะเป็นไปได้
ยังไง!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็ก้มหน้าใช้มือที่เยือกเย็นกลับไปที่มืออันอบอุ่นของต้วนชิงหมิง กล่าาวอ
ย่างจริงจัง “ข้าไม่มีทางให้แผนการของสองคนนั้นเป็นจริงได้… ชิงหมิง ไม่ว่าเมื่อไหร่ขอให้จำไว้ให้ดี… ขอจงเชื่อใจข้าคน
นี้ก็พอแล้ว”
คำพูดของเขาทำให้ต้วนชิงหมิงตะลึงไปชั่วขณะ นางมีลางสังหรณ์บางอย่างว่าจะเกิดเรื่องขึ้น นางจึงกุมมือเขาเอา
ไว้แนบแน่น พูดด้วยความร้อนใจ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นท่าทางต้วนชิงหมิงร้อนรนแปลกๆ จึงขมวดคิ้วขึ้น ยื่นมือออกไปลูบผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของนางให้
ราบเรียบ เขาพูดทั้งรอยยิ้ม “เจ้าเป็นคนฉลาดเฉลียวมาตลอด ข้าจึงกลัวเจ้าคิดมากเกินไป ดังนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ เจ้าจงคำ
พูดข้าให้ดี… ข้าเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้ ยอมทรยศทั้งใต้หล้า มิยอมผิดต่อใจเจ้า!”
คำพูดนี้เองทำให้ต้วนชิงหมิงใจเต้นระรัวขึ้นมาด้วยความตื้นตัน นางขยับปากแต่ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา เมื่อ
เห็นสายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋จ้องมองที่แขนของตัวเขาเอง ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกมา ได้แต่ถอนหายใจอย่าง
แผ่วเบา “เอาล่ะเหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าคงมีเหตุผลที่ไม่อยากอธิบายให้ข้าได้ฟัง… ข้าขอเป็นคนบอกเจ้าแล้วกัน ไม่ว่ายามใด
ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางยอมผิดใจกับข้า ทั้งยังไม่มีทางทรยศราชวงศ์ต้าเซี่ย!”
สีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋เผยความเก้อเขินและรอยยิ้มที่มีเลศนัยออกมา จากนั้นเขาเอ่ยเสียงเบาขึ้น “นอกจาก
เรื่องพวกนี้แล้ว เจ้าก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเจ้าเองด้วย!”
เมื่อได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋บอกให้ต้วนชิงหมิงเชื่อมั่นในตัวเอง นางเผลอพรวดหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ ๆ ข้าก็แค่
สาวน้อยคนหนึ่งเท่านั้นเอง…”