การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 85 ซานไล่จือมาข่มขู่
ต้วนชิงหมิงออกมาคุยเป็นเพื่อนกับต้วนเจิ้งครู่หนึ่งถึงกลับเรือนของนาง ด้านหลังได้ยินเสียงของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่
ร้องออกมาอย่างดีใจ “คุณหนูกลับมาแล้ว?”
นางคล้ายรู้สึกว่าเสียงของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฟังดูแปลกพิกลรู้สึกหวานเยิ้มจนผิดสังเกต!เมื่อเข้าไปในห้องก็พบเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ที่กำลังฉีกยิ้มกว้างทำให้มีใบหน้าใหญ่เท่าฝั่ามือ เปียมไปด้วยรอยยิ้มที่ประจบประแจง
นางมีสีหน้ายกย่องเทิดทูนแอบมองยิ้มๆ ไปที่ต้วนชิงหมิง “คุณหนูเก่งมากที่วางแผนได้แยบยลขนาดนี้เจ้าค่ะ”
เด็กสาวผู้เป็นนายปรายตามองนิ่งๆไปยังบ่าวรับใช้คนสนิท ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดแม้แต่คำเดียว!เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ประเมินเรื่องลูกพลับหวานหอมกับฝาดขมน้อยเกินไปจึงอยากให้ต้วนชิงหมิงช่วยอธิบายสาเหตุว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
เมื่อนางนั่งลงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงได้ยกนํ้าชาวางในถาด ยกมาไว้ที่โต๊ะเบื้องหน้านางรออย่างใจจดใจจ่อว่าเรื่องไปั๋
หย่วนฮ่าวเป็นมาอย่างไรกันแน่!
ต้วนชิงหมิงหยิบถ้วยนํ้าชาลายครามที่เคลือบขึ้นมาประคองไว้เผยให้เห็นมือทั้งสองที่ขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์
ลูกพลับเหล่านี้เชวียหนิงหรานให้คนมาส่งให้ในวันนี้ คนที่ส่งยังตั้งใจเน้นยํ้ากับนางตะกร้าใบแรกเป็นลูกพลับที่
สุกงอมหมดแล้ว สามารถทานได้เลยส่วนตะกร้าอีกใบต้องเก็บไว้อีกสองสามวัน จึงจะมีรสชาติอร่อย
ดังนั้นนางจึงจะใช้ลูกพลับเหล่านี้เล่นงานไปั๋หย่วนฮ่าวคืนอีกทั้งนางยังรู้เรื่องลูกพลับอย่างดี จึงสามารถใช้เล่นงาน
ได้อย่างแนบเนียน
วันนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นกับตาว่าต้วนชิงหมิงตั้งใจคัดสรรลูกพลับห้าลูกจัดวางลงในจานอย่างสวยงามและกำชับให้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ห้ามจำผิดเด็ดขาด เอาจานนี้ยกให้ต้วนเจิ้งส่วนอีกจานยกให้ไปั๋หย่วนฮ่าว
เดิมทีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คิดว่าจานที่ยกให้ไปั๋หย่วนฮ่าวจะต้องเป็นจานที่ทานไม่ได้อย่างแน่นอนเพื่อจะได้เห็นท่าทางเขา
ที่ชิมลูกพลับที่ทั้งฝาดทั้งขมจนพูดไม่ออก!ส่วนต้วนเจิ้งจะต้องเป็นลูกที่หวานหอมทั้งหมดเพราะเป็นคนกันเองจึงต้องให้
สิ่งที่ดีที่สุด
แต่ความเป็นจริงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับงงเป็นไก่ตาแตก! ต้วนชิงหมิงจัดวางลูกพลับรสหวานไว้ด้านบนหนึ่งลูกส่วนที่
ฐานทั้งสี่เป็นรสฝาดและขม นางกำชับอย่างดี จานนี้ต้องยกให้นายท่าน!ส่วนอีกจานนั้นลูกด้านบนเป็นรสฝาดและขม
ส่วนที่ฐานเป็นรสหวาน!ต้วนชิงหมิงก็กำชับอีกครั้ง ต้องยกไปให้ไปั๋หย่วนฮ่าวจอมชั่วร้ายผู้นั้น!
ในตอนนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกไปอย่างไม่เข้าใจ……ดูสิ สรุปแล้วคุณหนูจะจัดการไปั๋หย่วนฮ่าว หรือว่าจะหาเรื่องนาย
ท่านกันแน่?
ทว่าทุกเรื่องที่นางทำย่อมมีเหตุผลรองรับเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามในความเป็นจริง หลังจากที่นางกำชับบ่าวรับ
ใช้ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีกมีเพียงบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง จ้องมองจานลูกพลับทั้งสองอย่างไม่คาดสายตาจน
กระทั่งยกไปวางไว้ตรงหน้าของทั้งคู่อย่างระมัดระวังในใจของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังคงอกสั่นขวัญแขวนอยู่เพราะนางกลัวว่า
เมื่อต้วนเจิ้งได้ทานเข้าไปจะเกรี้ยวโกรธอย่างหนัก
เรื่องหลังจากนั้นก็เป็นไปตามทิศทางที่เด็กสาวกำหนดไว้……ต้วนเจิ้งทานเข้าไปสองลูกล้วนเป็นลูกที่หอมหวาน
ทว่าลูกที่ไปั๋หย่วนฮ่าวทานไปทั้งสอง กลับฝาดและขมเป็นที่สุด
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สังเกตอย่างตั้งใจจนพบความลับของเรื่องนี้……ที่แท้ความเคยชินในการหยิบของทานของแต่ละคน
นั้น มักจะหยิบของที่อยู่ด้านบนก่อนเสมอดังนั้น เมื่อต้วนเจิ้งหยิบลูกพลับขึ้นมาทานครั้งแรกจะต้องเป็นรสหวานแต่ลูก
พลับลูกแรกที่ไปั๋หย่วนฮ่าวหยิบขึ้นทานจะต้องเป็นรสฝาดอย่างแน่นอน!
ต้วนเจิ้งเห็นไปั๋หย่วนฮ่าวทานลูกพลับที่หยิบขึ้นมาไม่ได้ฉะนั้นจะต้องหยิบลูกพลับในจานของตนให้เขา ส่วนไปั๋
หย่วนฮ่าวที่กินลูกแรกมีรสฝาดก็จะคิดว่าลูกพลับของเขาทั้งหมดจะต้องทานไม่ได้ดังนั้นจึงไม่กล้าหยิบจากจานของตัวเอง
ทานอีก
มิหนำซํ้าลูกที่สองที่เขาทานดันมีรสฝาดขึ้นไปอีก
ไปั๋หย่วนฮ่าวเข้าใจแผนการทั้งหมดของต้วนชิงหมิงแต่ไม่ว่าเขาจะฉลาดเพียงใด คงคาดไม่ถึงว่านางใช้เพียงแค่
ความเคยชินในชีวิตประจำวันในการจัดวางลูกพลับอย่างดีก็สามารถเล่นงานเขาได้อย่างต่อเนื่อง!
ผลลัพธ์ก็เห็นแจ่มแจ้งกันหมดแล้ว
ไม่ว่าไปั๋หย่วนฮ่าวจะหยิบอย่างไรก็ไม่สามารถทานลูกพลับหวานได้ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้วนเจิ้งยิ่งไม่ชอบขี้หน้าเขาขึ้น
ไปอีก
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงวิเคราะห์ให้ฟังแล้วจึงตบมือขึ้นและหันไปยิ้มกว้างกับนาง “คุณหนูเยี่ยมมาก!คุณ
หนูฉลาดมากเจ้าค่ะ!” ต้วนชิงหมิงรู้ว่าบ่าวคนสนิทกำลังชื่นชมจึงหันไปมองและพูดเสียงเรียบนิ่งว่า “แต่ไม่รู้ทำไมตอน
ข้ามองตาเจ้ากลับรู้สึกเหมือนว่าเจ้ากำลังชมข้าว่าเจ้าเล่ห์กันนะ!”
อีกฝั่ายหน้าแดงขึ้นมาทันทีทว่าเมื่อดูท่าทางต้วนชิงหมิงที่ไม่ตลกด้วย บ่าวจึงพูดอย่างกระอักกระอ่วนโบกมือเป็น
พัลวันแก้ต่าง “บ่าวมิได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ……”
เด็กสาวใช้นิ้วดีดไปที่หน้าผากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปทีหนึ่งหัวเราะเบาๆ ออกมา “บ่าวไม่ได้เรื่องข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น
เอง!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ชะงักหยุดนิ่งกลีบปากเผยออ้าออกน้อยๆเมื่อเข้าใจความหมายพลางกระแทกเท้าเสียงเบา พูดขึ้น
“ที่แท้คุณหนูแกล้งอำบ่าว……คุณหนูนี่ เจ้าเล่ห์เสียจริง!”
ถึงตอนนี้แม่นมหนิงเปิดม่านเดินเข้ามา พูดขึ้น “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่รู้จักมารยาทบังอาจว่านายหญิงเจ้าเล่ห์ เจ้ามัน
ต้องโดนโบย!”
ปกตินางเชื่อฟังแม่นมหนิงเป็นที่สุดเมื่อได้ยินแม่นมกำลังตำหนิ จึงคิดคำที่พูดเมื่อครู่นี้และยู่ปากทันทีจากนั้นก็
ถอยตัวไปด้านข้าง ไม่กล้าพูดอะไรต่อ!
แม่นมหนิงมายืนทำความเคารพตรงหน้าต้วนชิงหมิงพูดเสียงเบาอย่างระแวดระวัง “คุณหนูเจ้าซานไล่จือมาแล้ว
เจ้าค่ะ!”
เด็กสาวผายมือให้แม่นมหนิงตามสบายเลิกคิ้วขึ้นสูง พูดเสียงเรียบ “เจ้าพูดอะไรไปบ้าง?”
แม่นมย่อตัวถอยหลังสองก้าวไปยืนด้านข้าง พูดว่า “ไล่จือพูดว่ามาตามหาต้าชุ่ยผู้เป็นน้องสาว”
หนังสือที่อยู่ในมือถูกวางลงทันทีหันไปหยิบนํ้าชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นำมาให้ ยกขึ้นมาจิบเบาๆ ใบหน้าที่เย็นชาเผย
รอยยิ้มไม่แยแสออกมา “ซานไล่จือมาได้เวลาเสียจริง!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยืนด้านข้างมองไปยังต้วนชิงหมิงด้วยความฉงนที่ว่า‘มาได้เวลาเสียจริง’ หมายความว่าอย่างไรกัน
พลางทำปากพะเยิบพะยาบคล้ายอยากถามหาความหมาย กลับถูกแม่นมหนิงมองค้อนขวับไปทีหนึ่ง
ผู้เป็นนายใช้มือนวดไปที่คิ้วทั้งสองข้างมองไปยังแสงอาทิตย์ยามบ่ายด้านนอก พูดเรียบนิ่งว่า “ซานไล่จือพูดหรือ
ไม่ว่าตั้งแต่ที่น้องสาวกลับถึงจวนต้วนก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย น้องสาวกับเขาก็ไม่ได้เจอกันตั้งนานรู้สึกคิดถึงจึงมาหา?”
แม่นมหนิงตระหนกตกใจจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงนางไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูถึงรู้ว่า ซานไล่จือกำลังคิดอะไร
อยู่?
“ใช่เจ้าค่ะ สิ่งที่เขาพูดเหมือนที่คุณหนูพูดทุกประการ!”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะเย้ยหยัน “คนในจวนเคยบอกไปแล้วว่า น้องสาวของนางไถ่ตัวออกไปแล้วแต่ว่าเขากลับบอก
ว่าไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ใช่หรือไม่?”
แม่นมหนิงย่อตัวลงตํ่าไปอีกนํ้าเสียงที่พูดก็ยิ่งระมัดระวังมากขึ้น “ซานไล่จือพูดตามนั้นเจ้าค่ะคุณหนู……”
นางนิ่งคิดไตร่ตรองเพียงครู่เดียวก็หมุนตัวกลับมายกยิ้มขึ้น กล่าววาจา “ได้เจ้าไปบอกซานไล่จือให้เขาไปรอที่
ห้องรับแขก บอกไปว่าอีกประเดี๋ยวคุณหนูจะไปถึง!”
“เจ้าค่ะ” อีกฝั่ายพยักหน้าตอบรับและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อแม่นมคล้อยหลังนางจึงพูดขึ้นอย่างเกียจคร้าน “แต่งตัว” ……ซานไล่จือมาถึงที่นี่คงมีเรื่องที่ต้องให้นางออก
หน้าเป็นแน่!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบก้าวไปข้างหน้าช่วยคุณหนูแต่งตัวสุดท้ายหยิบหมวกขึ้นมาใส่ให้คุณหนู จากนั้นประคองนางเดิน
ออกจากเรือนไป
มิใช่ครั้งเดียวที่นางเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีท่าทีที่อยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด จึงเอ่ยขึ้นอย่างนิ่งๆ “เจ้าสงสัยใช่หรือไม่
ว่า ต้าชุ่ยไถ่ตัวออกไปแล้วแต่เหตุใดซานไล่จือยังมาตามหา และข้าก็บังเอิญรู้ว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง?”
นางพยักหน้ารับ “ใช่เจ้าค่ะคุณหนู ต้าชุ่ยเคยพูดว่าจะไปแต่งงานจึงไถ่ตัวออกไปแล้วแต่ซานไล่จือกลับบอกว่าไม่รู้
เรื่อง แถมยังมาตามหาคนถึงที่นี่อีกเรื่องนี้เขาทำเกินไปแล้ว!”
เด็กสาวได้แต่เบะปากและหัวเราะเยาะขึ้น “ก็เพราะซานไล่จือจะมาเอาเงินก็แค่นั้น อีกอย่างเรื่องเมื่อก่อนก็ถึง
เวลาเปิดโปงได้แล้ว!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังก็หูผึ่งตาโตขึ้นมา “เหอะ อยากจะมาข่มขู่จวนต้วน? ซานไล่จืออยู่ดีไม่ว่าดี!”
ไม่รู้หรือว่าขุนนางระดับห้าสามารถซื้อขายบ่าวรับใช้และลงโทษให้ถึงความตายได้อย่างง่ายดายส่วนขุนนางใหญ่
ระดับสามจวนต้วนกับอำนาจในการลงโทษหรือฆ่าบ่าวรับใช้ถือว่ามีสิทธิ์แต่ว่าซานไล่จือคนนี้กลับกล้ามาข่มขู่ถึงจวนต้วน
เขาอยากรนหาที่ตายใช่หรือไม่?