การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 864 เกี่ยวกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต้วนชิงหมิงรีบเข้าไปจับมือเชวียหนิงหรานด้วยรอยยิ้ม “หนิงหราน ที่นี่ไม่มีคนนอกเลย เจ้าไม่ต้องมากพิธีนัก
หรอก!”
เชวียหนิงหรานตอบยิ้มๆ “แม่นมหลินหวังดีเพื่อเจ้า ถ้าข้าไม่เคารพเจ้า พวกคนเรื่องมากไม่รู้ว่าจะหาเรื่องโทษ
อะไรมาให้ข้าอีก”
ต้วนชิงหมิงหันมองไปที่แม่นมหลินและแม่นมจาง “แม่นมหนิงไปไหนละ? หนิงหรานแม่นมสองคนนี้อาจยังไม่รู้
จักเจ้า… มา มา มา เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก… นี่คือแม่นมหลิน นี่คือแม่นมจาง แม่นมทั้งสองมาจากจวนติงซึ่งเป็นแม่นมของ
ท่านแม่ติงโหรว!”
เชวียหนิงหรานได้ยินก็แอบตกใจ นางส่งยิ้มให้แม่นมหลินและแม่นมจาง พูดอย่างสุภาพ “แม่นมหลิน แม่นมจาง
ยินดีที่ได้รู้จัก”
ต้วนชิงหมิงแอบหัวเราะออกมา “แม่นมหลินกับแม่นมจาง ท่านพี่คือคุณหนูรองจวนเชวีย เป็นสหายคนสนิทขิง
ข้าเอง”
แม่นมทั้งสองจึงยิ้มแล้วรีบทำความเคารพเชวียหนิงหราน “บ่าวคารวะคุณหนูคองเชวียเจ้าค่ะ”
เมื่อแม่นมทั้งสองทำความเคารพเป็นที่เรียบร้อย แม่นมจางได้โบกมือให้บ่าวใช้ทุกคนถอยออกไป ส่วนแม่นมหนิง
และแม่นมหลินก็ออกไปข้างนอกตามลำดับ ต้วนชิงหมิงจับมือเชวียหนิงหรานเดินเข้าไปห้อง โดยที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และไห่
ถางก็ถอยออกไปข้างนอก
ทั้งสองคนได้นั่งลงเปั้นที่เรียบร้อย ต้วนชิงหมิงได้ถามขึ้น “ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ได้… ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง”
เชวียหนิงหรานถอนหายใจออกมา “ไม่ดี ข้าไม่ดีเลย ช่วงนี้ไม่ดีแม้แต่น้อย!”
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเชวียหนิงหรานนึกถึงเรื่องต้วนอวี้จนเป็นกังวล นางจึงปลอมประโลม “หนิงหรานไม่ต้องกังวลไป
อวี้เอ๋อร์เป็นคนระมัดระวังตัว การที่ไม่มีข่าวคราวกลับมาแสดงว่าต้องธุระมาก และใช้ชีวิตได้อย่างดี จุดนี้จึงไม่ต้องเป็น
ห่วงจนมากเกินไป”
เชวียหนิงหรานฝืนยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “ชิงหมิงรู้หรือไม่? คำพูดที่เจ้าพูดออกมา ข้าไม่รู้ว่าบอกตัวเองไปกี่รอบแล้ว
ทุกคืนกลางดึกมักสะดุ้งตื่นเสมอ ข้าแค่อยากรู้ว่าต้วนอวี้อยู่ที่ไหน ฤดูเหมันต์ใกล้เข้ามาทุกที ไม่รู้ว่าเขาจะหนาวเหน็บ
ไหม จะหิวโซไหม… เขาจะคิดถึงข้าบ้างไหม? จะรีบร้อนกลับมาที่เมืองหลวงไหม? จะมีอันตรายเกิดขึ้นไหม? ยิ่งข้า
คิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นกังวล ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น……”
เชวียหนิงหรานเล่าไปพร้อมกับยกมือขึ้นมาปาดนํ้าตาที่รินไหล “ชิงหมิง เมื่อก่อนตอนที่ข้าไม่สนใจเขามักมา
ปรากฏตัวไม่หยุดหย่อน แต่พอเมื่อข้าเคยชินเข้าแล้ว เขากลับไม่อยู่ที่เมืองหลวงแล้ว”
ถ้าไม่เคยชินพอเห็นเขาแล้วก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่พอเคยชินเข้าแล้วเพียงแค่วันเดียวที่ไม่ได้พานพบรู้สึกยาวนาน
เจียนขาดใจเหลือเกิน
เชวียหนิงหรานพูดไปพลาง นํ้าตาไหลพรากไปพลาง “ต้วนอวี้เป็นเพียงแค่เด็กน้อย เขาอายุยังน้อย เหตุใดถึงต้อง
ลำบากลำบนขนาดนั้นด้วย?”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจ… ชีวิตของเชวียหนิงหรานและต้วนอวี้ต้องพบเจอความยากลำบาก กว่าจะได้พบ
ความสุขที่ปรารถนากระมัง!
ต้วนชิงหมิงลูบไปที่บ่าของเชวียหนิงหรานอย่างเบามือ “สรุปแล้ว พวกเราต้องเชื่อมั่นในตัวอวี้เอ๋อร์ เข้าใจไหม?”
เชวียหนิงหรานพยักหน้ารับโดยไม่ได้เอ่ยคำใด
ทั้งสองคนโผกอดเข้ากันเกลียว นั่งอยู่นิ่งๆ ครู่ใหญ่ จู่ๆ ต้วนชิงหมิงได้ถามขึ้น “ใช่แล้ว หนิงหราน ช่วงนี้เจ้าสบาย
ดีไหม? มีผู้ใดไปสู่ขอหมั้นหมายถึงที่จวนบ้างไหม?”
ช่วงนี้ต้วนอวี้ไม่อยู่ หากมีใครมาสู่ขอหมั้นหมายแล้ว ไม่รู้ว่านางจะถ่วงเวลาได้อีกนานเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ต้วนอวี้
จากไปแล้วจนไม่รู้ว่าจะได้รับข่าวคราวของเขาเมื่อไหร่?
ต้วนชิงหมิงหวังว่าเชวียหนิงหรานจะกังวลต้วนอวี้เกินไป แต่หากเกิดเรื่องขึ้นกับ00จริงก็คงต้องแก้ไขตาม
สถานการณ์เฉพาะหน้าไป
เชวียหนิงหรานฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดก็แอบฉงนในใจ “ข้าไม่เคยได้ยินมาว่าช่วงนี้จะมีใครมาสู่ขอหมั้นหมายเลย!”
ตั้งแต่ที่ต้วนอวี้จากไป เรื่องการหมั้นหมายก็เงียบลงไป ไม่มีใครเอ่ยถึงอีกเลย หากต้วนชิงหมิงไม่พูดถึง เชวียหนิง
หรานก็เกือบลืมเรื่องนี้ไปจนสิ้นแล้ว
ต้วนชิงหมิงตอบอย่างจริงจัง “ไม่ใช่อย่างนั้น หนิงหรานลองคิดดูดีๆ หรือว่าบางทีมีคนไปสู่ขอแล้วเจ้าไม่รู้เรื่อง
นี้?”
เชวียหนิงหรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่นะ ไม่น่าจะมีเรื่องนี้… เพราะหากมีคนมาสู่ขอ ต่อให้ข้า
ไม่รู้ ม่านแม่และพี่ชายทั้งสองก็ต้องรู้ เพราะพี่ชายทั้งสองรับปากต้วนอวี้เอาไว้ จะต้องบอกทุกอย่างให้กับข้าฟัง แต่ตอน
นี้ไม่มีใครพูดถึงแสดงว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น!”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างจริงจัง “หนิงหราน ตอนนี้เรื่องราวยังไม่แน่ชัด ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง ดังนั้นเจ้าต้อง
เรียนรู้ที่จะปกปั้องตนเอง ถ้ามีใครมาทาบทามสู่ขอขอให้สงวนท่าทีเอาไว้ก่อน อย่าได้ปฏิเสธจนแตกหักรู้ไหม?”
เชวียหนิงหรานได้ฟังก็เกิดงงงวยขึ้นมา “ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยเล่า?”
ต้วนชิงหมิงไม่รู้จะอธิบายให้นางฟังอย่างไร ในเวลานี้จึงทำได้แต่บอกให้นางตั้งตัวเอาไว้ก่อน
“ข้ารู้แต่ว่ามีบางคนเก็บรายชื่อผลการสอบจอหงวนไม่ให้ประกาศออกมา ประกอบกับอวี้เอ๋อร์หายตัวไปอีก ทั้ง
สองเรื่องนี้ต้องมีความเกี่ยวโยงกันไม่มากก็น้อย นั่นหมายความว่าในราชสำนักเกิดการเปลี่ยนแปลงที่พวกเรายังไม่ทราบ
แม้จะไม่กระทบพวกเรา แต่จวนเชวียที่มีชื่อเสียงและอำนาจต้องถูกคนเพ็งเล็งหนิงหรานไม่ก็พี่ชายทั้งสองคนของเจ้า
ส่วนเรื่องของหนิงหรานกับอวี้เอ๋อร์เป็นที่รู้กันไปทั่วเมืองหลวงแล้ว……”
เชวียหนิงหรานฟังแล้วยังไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ขัดต้วนชิงหมิง ได้แต่ฟังอย่างตั้งใจ รอให้นางพูดจบค่อยถามถึง
เหตุผล
ต้วนชิงหมิงเล่าต่อไปว่า “จวนเชวียเป็นตระกูลสูงศักดิ์ย่อมไม่ยกให้บุตรสาวแต่งงานกับใครโดยไม่รู้หัวนอนปลาย
เท้า แต่ถ้ามีใครมาทาบทามสู่ขอทห้ามปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย มิอย่างนั้นพวกเขาอาจใช้อำนาจอื่นมี่ยังไม่แสดงออกมา เอา
มาข่มขู่จวนเชวีย… หนิงหราน เจ้าอย่าได้ติดนิสัยเด็กน้อยอีกเลย จะต้องรู้จักดูสถานการณ์และรับมือให้เหมาะสมแทน!”
เชวียหนิงหรานเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ ที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทั้งไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าจะเกิดเรื่องร้ายใดขึ้นบ้าง
นางจึงถามอย่างสงสัยว่า “ชิงหมิง แต่จวนเชวียจะมีอะไรให้คนอื่นอยากตักตวงด้วย? ท่านปูั่ได้ออกจากราชสำนักแล้ว
ท่านพ่อป็นเพียงขุนนางระดับสี่ หากเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในราชสำนักขึ้นมา ย่อมเวียนมาไม่ถึงถามความคิดเห็น แล้วจะเป็น
อย่างมี่ชิงหมิงพูดออกมาได้ยังไง?”
ต้วนชิงหมิงได้ยินคำถามก็ฝืนยิ้มออกมา “หนิงหราน เรื่องบางเรื่องเจ้ายังไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอก เจ้าทำตามที่
ข้าบอก สุดท้ายเกิดเรื่องใดขึ้นต้องให้ท่านพ่อท่านแม่ตัดสินใจแทนเจ้า… เข้าใจใช่ไหม?”
เชวียหนิงหรานเม้มปากแนบแน่น “แต่ว่านิสัยของ่ทานพ่อข้า เจ้าก็เข้าใจเป็นอย่างดี ถ้าเขาอยากใฟั้ข้าแต่งงานกับ
ใครไปแล้ว ถึงตอนนั้นต้วนอวี้กลับมาทข้าจะอธิบายยังไง?”
ต้วนชิงหมิงกุมมือเชวียหนิงหรานไว้แน่น พร้อมถามกลับว่า “หนิงหราน สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือท่าทีของเจ้า
เรื่องอื่นนั้นเจ้าไม่ต้องคิดไปก่อน ขอให้เจ้าทำเรื่องของตัวเองให้ดี ส่วนเรื่องที่เหลือพวกเราจะช่วยเอง เจ้าเข้าใจใช่ไหม?”
เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานมีท่าทางสร้อยเศร้า ต้วนชิงหมิงจึงยืนยันอย่างมั่นใจ “สรุปแล้ว เจ้าวางใจได้ ไม่ว่าจะเกิด
เรื่องใดขึ้น พวกเราจะไม่มีทางยอมให้แต่งงานกับคนอื่น จุดนี้เจ้าเชื่อใจพวกเราไหม?”
“ข้าเข้าใจแล้ว… ข้าเขื่อใจชิงหมิง” ในที่สุดเชวียหนิงหรานก็พยักหน้ารับ
เชวียหนิงหรานรู้ว่าในชีวิตของนางนั้น ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หวังดีกับนางไม่เคยคิดให้ร้าย ดังนั้นนางไม่กลัวที่
จะเชื่อใจสองคนนี้
ต้วนชิงหมิงตอบอย่างโล่งอก “หนิงหราน ปีนี้จะมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทว่าเจ้าต้องเชื่อใจข้า ไม่เกินพ้นเหมันต์ฤดู
ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี!”
ต้วนอวี้คงกลับมา เหยียนหลิ่งอวี๋ก็คงกลับมาด้วย พวกเขาทั้งสองคนจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งหน้าที่เดิม และใช้
ชีวิตอย่างที่คาดหวังไว้
ต้วนชิงหมิงพูดด้วยความเนิบนาบ ทำเอาสายตาของเชวียหนิงหรานพลันเปล่งประกายด้วยแสงแห่งความหวัง…
นางหวังให่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนแต่ก่อน อยากทำอะไร อยากใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้หมด
เชวียหนิงหรานกุมมือเชวียหนิงหรานไว้แน่นกว่าเดิม ราวกับอยากปลอบประโลมใจนาง “เจ้าเชื่อใจข้าเถอะ ทุก
อย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี!”
เชวียหนิงหรานพยักหน้ารับอย่างเชื่อมั่น
อันที่จริง ไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะเอ่ยคำใดออกมา เชวียหนิงหรานล้วนเชื่อใจทั้งสิ้น… ในฐานะสหายที่สำคัญ ต้วนชิงห
มิงล้วนมีความสำคัญต่อใจนางเหลือเกิน
พวกนางทั้งสองพูดคุยกันพูดครู่หนึ่ง จู่ๆ เชวียหนิงหรานพรวดถามขึ้นว่า “ใช่แล้วชิงหมิง เจ้าได้ยินได้ฟังเรื่องของ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหรือยัง?”
ต้วนชิงหมิงชะงักอยู่ครู่หนึ่ง อดถามอย่างสงสัยไม่ได้ “เกิดอะไรขึ้นกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย?”
พูดได้ว่าหลังจากที่การสอบจอหงวนผ่านไป ต้วนชิงหมิงเกิดเรื่องวุ่นวายไม่หยุดไม่หย่อน จนไม่ได้ติดต่อกับ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเลย
เชวียหนิงหรานตอบกลับเสียงเรียบ “ห๊ะ ชิงหมิงยังไม่รู้อีกเหรอ เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้หมั้นหมายไปแล้ว นางหมั้นกับ
หนิวเยวี่ยบุตรชายของอัครเสนาบดีหนิว
หนิวเยวี่ย?
ชื่อนี้ดูจะไม่ได้แปลกหูสำหรับต้วนชิงหมิง เพียงแต่ไม่รู้ว่าหนิวเยวี่ยผู้นี้จะเป็นคนเช่นไร!
ต้วนชิงหมิงถึงได้เอ่ยถามขึ้น “เนี่ยไฉ่เยวี่ย นางเต็มใจเอง หรือว่าถูกบังคับเอ่ย?”
ในครั้งก่อนที่หมั้นหมาย อีกฝั่ายได้ให้ความสำคัญกับบ่าวใช้เป็นการหยามเกียรติเนี่ยไฉ่เยวี่ยไปแล้วครั้งหนึ่ง จน
สุดท้ายต้วนชิงหมิงต้องออกหน้า วางแผนให้นางสลัดหลุดออกจากอีกฝั่าย
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ยังลืมหลิวยวนไม่ได้จนสุดท้ายเรื่องราวก็ผ่านไป