การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 88 ชายชุดคำคือใคร
นานแสนนานปานนั้นวันเวลาก็ล่วงเลยไปเช่นนี้ ทว่าภาพต่างๆ ยังคงผุดขึ้นมาภาพนางดิ้นรนอยู่ในกองเพลิงที่
กำลังลุกโชน รีบคว้าลูกน้อยให้มาอยู่ข้างกาย ทว่ากลุ่มควันหนาแน่นเหลือเกินดวงตาเริ่มมองไม่เห็นทำได้เพียงฟังเสียง
กรีดร้องด้วยความทรมานละม้ายดังก้องอยู่ข้างหู
นางเห็นไปั๋หย่วนฮ่าวและต้วนอวี้หรานยืนเคียงกันอยู่ด้านนอกห่างออกไปหัวเราะเยาะเย้ยหยัน ทั้งยังใช้สายตาที่
บาดลึกมองเชือดเฉือนไปถึงหัวใจของนาง
จู่ๆได้เห็นเซี่ยเอ๋อร์ตัวน้อย เดินทีละก้าวตรงมาที่นาง ใช้สายตาที่หวาดกลัวมองมาพูดอย่างชัดเจน “ท่านแม่ แก้
แค้น……ต้องแก้แค้น!”
สายตาของต้วนชิงหมิงลุกเป็นไฟขึ้นมานางยื่นมือออกไปอยากจะช่วยเซี่ยเอ๋อร์จากนั้นหันหลังกลับมาเจอต้าชุ่ยที่
หน้าตาบึ้งตึงจ้องเขม็งอยู่ต้าชุ่ยเบะปากและดูแคลนต้วนชิงหมิงพูดนํ้าเสียงโหดร้ายว่า “คุณหนู เอาชีวิตของบ่าวคืนมา
ภาพสลัวในกองเพลิงสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่น่ากลัวของต้าชุ่ยทำให้ต้วนชิงหมิงร้องเสียงแหลม จนต้องผงะถอย
หลังไปก้าวหนึ่ง
ต้าชุ่ย! เจ้าไม่ควรช่วยต้วนอวี้หรานทำร้ายเซี่ยเอ๋อร์ของข้าข้าเพียงเอาสิ่งที่เจ้าเคยทำกับข้า มาคืนสนองเจ้า
เท่านั้น……ถ้าจะเทียบกับลูกสาววัยห้าขวบกับลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลกสิ่งนี้ถือว่ามันยุติธรรมกับเจ้าแล้ว!
พระพายยามราตรีนำพาความหนาวเหน็บพัดปะทะใบหน้าของนาง ต้าชุ่ยวิ่งพุ่งตรงมาที่นางพร้อมกับยื่นมือขึ้นมา
ด้านหน้า
“ข้าจะต้องฆ่าเจ้า ข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”
ต้วนชิงหมิงถึงกับสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพลายแตกท่วมทั้งร่างของนาง!กลุ่มควันในความฝันกลับ
มลายหายไปจนหมดสิ้น!
เพราะเนื่องจากก่อนที่นางจะหลับไปนั้นอากาศภายในห้องยังน่าอึดอัดไปหมด ดังนั้นชิงหมิงจึงไม่ได้ปิดหน้าต่าง
แต่ตอนนี้อากาศที่หนาวเหน็บของปลายฤดูใบไม้ร่วงได้พัดพาความเหน็บหนาวถาโถมเข้ามาในห้อง จนรู้สึกหนาวสั่นเทิ้ม
ไปหมด!เมื่อลมเย็นได้พัดผ่านเข้าผ่านเข้ามาปะทะกับใบหน้าที่ยังอบอุ่นอยู่ นางจึงตบเบาๆไปที่หน้าที่กำลังสั่นระริกอยู่!
สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆจนกระทั่งนางได้สติกลับมา จึงขยับตัวลุกขึ้นกำลังจะเดินไปปิดหน้าต่างทว่าในตอนนี้
เงาชุดดำวิ่งผ่านไปด้วยความรวดเร็ว และยังไม่ทันที่นางตั้งตัวก็ถูกปลายดาบแหลมคมจ่ออยู่ที่คอแล้ว!
นางสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทั้งได้ยินเสียงที่น่าหวาดกลัวกระซิบอยู่ที่ข้างหู “อย่าขยับ……ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าทิ้ง
เสีย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางจึงหยุดนิ่งไม่ติงไหว
ภายในห้องที่แสงไฟริบหรี่เห็นเพียงชายที่ใส่ชุดดำ ปิดหน้าด้วยผ้าสีดำ มีแรงเยอะและมีเสียงที่น่ากลัวจะเห็นก็
เพียงแต่ดวงตาหนึ่งคู่ที่มองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
ต้วนชิงหมิงได้สติขึ้นจึงมองกลับไปเห็นเพียงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่นอนสลบไสลไม่ติงไหวอยู่ที่ด้านข้างขอบเตียงสายตา
ของนางเห็นเพียงมือของชายชุดดำใช้มือชี้ไปยังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่นอนหลับลึกอยู่ พริบตาเดียวก็ทำท่าพลิกตัวขึ้นและนอน
หลับต่อในทันที
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ……ดูท่าฝีมือของชายชุดดำน่าจะไม่ธรรมดาเพียงแต่ไม่รู้ว่ากลางคํ่ากลางคืน มาเพื่อจุด
ประสงค์อะไรกันแน่? ต้วนชิงหมิงจึงปรายตามองไปยังชายชุดดำ พูดขึ้นอย่างเย็นชา “เจ้าต้องการอะไร พูดมาได้เลย!”
ต้วนชิงหมิงมีท่าทางที่สงบนิ่งจนน่าแปลกใจชายชุดดำย่นหัวคิ้วเข้าหากัน สายตากลับเผยให้เห็นถึงความ
ประหลาดใจ เขาจึงใช้ดาบขยับเข้าไปใกล้คอเข้าไปอีก พูดเสียงตํ่าว่า “อย่าคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรทั้งสิ้น……ดาบของข้า
รวดเร็วฉับไวตอนนี้เจ้าจงไปเอาของมีค่าทั้งหมดมาให้ข้า ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกและของหายาก……”
“เจ้าเอาดาบออกไปก่อน ข้าจะไปหยิบมาให้เจ้า!” ต้วนชิงหมิงผลักดาบที่คอออกไปพูดอย่างเยือกเย็น
ชายคนนั้นใช้สายตาที่ฉงนใจมองไปยังต้วนชิงหมิงพูดอย่างโกรธขึ้งขึ้น “แม้จะไม่มีดาบแต่ข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้
เพียงแค่สามก้าวเท่านั้น!”
ทว่านางกลับไม่ไว้ใจที่เขาพูดเดินไปที่ตู้ด้านข้างเปิดกล่องออกมา หยิบของมีค่าทั้งหมดออกมาให้เขา!
ในที่นี้มีทั้งเครื่องประดับและเงิน
ที่น่าแปลกก็คือไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะหยิบของอะไรออกมาก็ตาม ชายคนนั้นจะพูดเร่งเข้าอยู่ด้านหลัง “ของอย่าง
อื่นล่ะ……ของอย่างอื่นล่ะยังมีอีกไหม?”
“เจ้าต้องการเท่าไร?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างแปลกใจ
ชายชุดดำไม่สนใจและยังคงพูดเร่งต่อไป “รีบหยิบ รีบหยิบเร็วเข้า!”
หีบใบหนึ่งถูกเปิดพร้อมด้วยกล่องที่ใส่เสื้อผ้า ถูกค้นหาของมีค่าและหยิบออกมาจนหมดต้วนชิงหมิงผายมือมอง
ตอบอย่างไม่เกรงกลัว “ของมีค่ามากที่สุดอยู่ในนี้ทั้งหมด!”
ชายคนนั้นไม่มองของที่ถูกวางลงบนเตียงได้แค่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไม่ถูกเจ้าต้องมีของที่มีค่ากว่านี้……”
“ไม่มีอีกแล้ว ต่อให้เจ้าฆ่าข้า ข้าก็ไม่มีอะไรจะให้อีกแล้ว” ต้วนชิงหมิงส่ายหัว
ชายชุดดำไม่ตอบอะไรต้วนชิงหมิงจึงตอบเสียงทุ้มตํ่า “เจ้ารีบหยิบของพวกนี้ไปเถอะข้าจะไม่ตะโกนเรียกคน……
ถ้าเจ้าถูกคนข้างนอกพบเข้า ข้าก็จะพลอยซวยไปด้วย!” `
พูดจบลงก็ชี้นิ้วไปที่บนเตียง “ต้องให้ข้าช่วยเจ้าห่อของด้วยหรือไม่?”
ชายชุดดำกัดฟันกรอดพูดอย่างโมโห “ข้าจะเอาของไร้ค่าพวกนี้ไปทำอะไร?”
ต้วนชิงหมิงมองดูสิ่งของที่วางอยู่บนเตียงก็เกิดความแปลกใจขึ้น……สิ่งของบนเตียงประเมินค่าแล้ว น่าจะหลาย
พันตำลึงแต่ว่าชายคนนี้กลับบอกว่าเป็น ‘ของไร้ค่า’
เช่นนั้นชายผู้นี้เป็นใครกันแน่?
เด็กสาวรู้สึกโมโหขึ้นจึงชี้นิ้วไปรอบห้อง พูดว่า “ห้องของข้าก็ใหญ่เท่านี้ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ไปค้นหาเอาเอง เพียงแต่ข้า
ไม่มีของที่มีค่ามากกว่านี้อีกแล้ว!”
หลังจากพูดด้วยความโกรธเสร็จนางจึงไปนั่งบนเตียงโดยไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย
ชายชุดดำกวาดสายตาไปรอบห้องเห็นว่าห้องนี้จัดวางของอย่างเรียบง่าย มีเพียงเตียงนอนหนึ่งเตียงตู้เสื้อผ้าหนึ่ง
หลัง ยังมีโต๊ะเครื่องแปั้ง และกล่องชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มไปหมดมองดูปราดเดียวก็เห็นของในห้องทั้งหมด
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่า……”
ชายชุดดำมองไปรอบห้องและหยุดลงที่ต้วนชิงหมิงเมื่อเห็นนางเอามือปิดจมูกและยื่นปินทองที่มีกลิ่นยาสลบ
เบาบางออกมา!
ชายคนนั้นตกใจจนต้องรีบถอยหลังไปจากนั้นได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของนาง “เจ้ามาไปแล้วครั้งหนึ่งครั้งที่แล้ว
โชคดีที่ข้ายังจับไม่ได้ แต่ครั้งนี้ข้าจะดูสิว่า เจ้าจะหนีไปทางไหน?”
ด้านนอกมีเสียงคนก้าวเดินมาแต่ไกลชายชุดดำโกรธจนกระทืบเท้า และพูดข่มขู่อย่างน่ากลัว “เจ้าคอยดูก็แล้ว
กัน!” เมื่อพูดจบก็รีบกระโดดข้ามหน้าต่างออกไป!
ผ่านไปครู่เดียวด้านนอกก็มีเสียงตวนเจิ้งถามขึ้นว่า “ชิงหมิงนอนหรือยังลูก?”
ต้วนชิงหมิงรีบเสียบปินใหม่ให้ดีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงตอบเสียงชัดเจน “ท่านพ่อมีเรื่องอะไรหรือไม่เจ้า
คะ?”
“ในจวนมีขโมย พ่อกลัวว่าเจ้าจะตกใจ ไม่อย่างนั้นเจ้าออกมาดูโดยรอบกับพ่อดีหรือไม่?” ต้วนเจิ้งกล่าว
นางจัดผ้าผ่อนเรียบร้อยจึงเปิดประตูเดินออกมา “ท่านพ่อลูกไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ!”
เมื่อเห็นบุตรสาวไม่มีสีหน้าหวาดกลัวแม้แต่น้อยต้วนเจิ้งจึงพยักหน้าเอ่ยออกมา “เช่นนั้นลูกกลับเข้าไปพักผ่อนต่อ
เถอะ พ่อจะไปเดินดูรอบๆ”
ที่จริงนางก็อยากตามไปด้วยแต่คิดดูแล้วในห้องมีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยังนอนสลบไสลและยังมีของที่วาง
กระจัดกระจายเต็มไปหมด จึงหยักหน้าตอบกลับ “เช่นนั้น ลูกขอตัวเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งพาคนเดินไปต้วนชิงหมิงก็กลับเข้าห้อง พลางหยิบเอานํ้าเย็นแก้วหนึ่งสาดไปที่หน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แล้ว
หมุนตัวมานั่งบนเตียงด้วยความกังวลใจ!
โจรคนนี้บุกเข้ามาที่ห้องของนางถึงสองครั้งสองคราดูท่าแล้วต้องมาอย่างมีจุดหมาย ทว่าต้วนชิงหมิงยังคิดไม่
ตกว่า จริงๆแล้วนางยังมีของลํ้าค่าอะไรอีก ที่โจรอยากได้?
คิดได้เช่นนี้ต้วนชิงหมิงก็หยิบปินปักผมขึ้นมาอีกครั้ง ปินนี้นางสั่งให้คนทำขึ้นมาเป็นพิเศษหลังจากที่โจรขึ้นห้องใน
ครั้งนั้นนางจึงเตรียมตัวอย่างดีถึงจะช่วยตัวนางให้รอดปลอดภัย!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับขยี้ตามองเห็นสีหน้าทุกข์ใจของต้วนชิงหมิง จึงถามขึ้นอย่างฉงนใจ “คุณหนูตื่น
ขึ้นมาเมื่อไรเจ้าค่ะ?”
ในพริบตาเดียวจึงร้องขึ้นด้วยความตกใจขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นของกระจัดกระจายอยู่บนเตียง “คุณหนู นี่
มัน……”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ของเหล่านั้นพูดอย่างน่าเศร้า “โจรขึ้นอีกแล้ว!”
โห!นี่มันกี่วันเอง โจรก็มาขึ้นอีกแล้ว? เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินก็ตกใจจนแทบจะกระโดด ต้วนชิงหมิงจ้องมองไปที่นาง
ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ทำไม หรือว่ากลัวคนไม่รู้?”
ทุกคนต่างรู้กันว่าคนที่ต้องการเล่นงานต้วนชิงหมิงไม่รู้ว่ามีทั้งหมดเท่าไรแต่เรื่องในวันนี้ถ้ามีคนรู้เข้าว่าห้องของ
นางมีโจรขึ้นมาหลายครั้ง อาจถูกคนที่ไม่หวังดีได้ยินเข้าต่อให้นางจะอธิบายเก่งแค่ไหนก็คงจะปฏิเสธไม่ได้