การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 89 ต้วนชิงหมิงออกเดินทาง
เมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงเล่าดวงตาของนางเบิกกว้างมากที่สุดที่จะมากได้ พลางยกมือขึ้นปิดปากไม่กล้าส่งเสียงร้อง
ใดๆ ออกมา
พูดคุยกันอยู่สักพักนางจึงกำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้จัดแจงเก็บของให้เรียบร้อยจากนั้นก็ปิดหน้าต่างอย่างดี แล้วขึ้น
เตียงหลับพักผ่อน
เพียงแต่ภาพชายชุดดำและภาพในความฝันต่างมาผสมปนเปผุดเข้ามาในหัวไม่หยุด จนถึงตอนนี้ นางไม่มีกะจิต
กะใจจะหลับได้ลง
นางขมวดคิ้วแน่นอย่างกลัดกลุ้มใจ มองไปที่หน้าต่างหวนนึกถึงภาพโจรที่เข้ามานางจึงปฏิญาณในใจว่าต่อไปนี้ ไม่
ว่าห้องจะร้อนอบอ้าวเพียงใดก็จะไม่มีทางเปิดหน้าต่างนอนอีกเป็นอันขาด
ต้วนเจิ้งนำคนไปค้นจวนต้วนทุกซอกทุกมุมชายชุดดำคล้ายคุ้นเคยกับเส้นทางที่นี่เป็นอย่างดีสามารถหลบหลีกเวร
ยามทั้งยังปีนกำแพงหนีการไล่จับออกมา จากนั้นก็ไปที่ห้องด้านหลังจวนต้วนเช่นครั้งก่อน
ภายในห้องยังคงมีไฟจุดสว่างไสวชายชุดดำดึงผ้าที่ปิดใบหน้าลง เผยให้เห็นหน้าตาที่ซีดเซียวของเหยียนหลิ่งอวี๋
เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยอารมณ์โมโหพลางหยิบชาที่เย็นชืดบนโต๊ะดื่มรวดเดียวจนหมด ถึงจะดับความร้อน
นั้นให้สงบลงได้
สรุปแล้วต้วนชิงหมิงเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่? ครั้งที่แล้วที่เข้าไปค้นก็ไม่เจอครั้งนี้ไปบีบบังคับให้นางเอาของ
มีค่าทั้งหมดออกมา ก็ไม่มีของที่เขาอยากได้!
พูดได้ว่าไปเสียเที่ยวถึงเสียจริงอีกทั้งเกือบจะถูกต้วนชิงหมิงเล่นงานเข้าอีกถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปว่าเหยียนหลิ่งอวี๋
ถูกผู้หญิงเล่นงานเขาคงต้องแทบแทรกแผ่นดินหนี!
เมื่อนึกดูดีๆห้องของต้วนชิงหมิงก็จัดอย่างเรียบง่ายมองรวดเดียวก็รู้ว่าไม่มีที่สำหรับซ่อนของมีค่าได้เลย
ยิ่งคิดไปนึกถึงท่าทางของนางเหยียนหลิ่งอวี๋กลับยิ่งสงสัยหนักขึ้นเหมือนกับว่าไม่รู้ว่าของชิ้นนั้นมีค่ามากเพียงใด!
ก็เหมือนกับที่นางคิดไม่ออกว่าเขาต้องการอะไรกันแน่!
เพียงแต่เมื่อนึกถึงสายตาที่เย็นชาและท่าทีได้ใจที่ใช้หยิบยาสลบออกมาใช้อย่างได้ใจของต้วนชิงหมิงเหยียนหลิ่งอ
วี๋ได้แต่กัดฟันกรอดๆ……ต้วนชิงหมิง เจ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณคนครั้งหน้าถ้าเจ้าตกมาอยู่ในมือข้า จะต้องให้เจ้าได้เจอ
ดีบ้าง!
ลั่วสุ่ยเมื่อเห็นท่าทีของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เดินกลับเข้าห้องมาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้เพราะคนที่จะทำให้องค์
ชายสามต้องอารมณ์เสียแบบนี้มีไม่มากครั้งนี้คงเป็นหญิงสาวที่ดูจะเปราะบางแต่กลับแข็งแกร่งกว่าใครอย่างคุณหนูใหญ่
จวนต้วนเป็นแน่ที่ทำให้เขาเป็นได้ถึงเพียงนี้!
“องค์ชาย ที่ท่านเรียกให้ข้าน้อยไปสืบเรื่องของหลิวยวนผู้นั้นข้าน้อยสืบมาได้หมดแล้ว ที่แท้เขาเป็นลูกชายของ
หลิวจื๋อมาเมืองหลวงเพื่อตามหาท่านพ่อ และได้พบกับหลิวจื๋ออยู่หลายครั้งซึ่งตอนนี้หลิวจื๋อยังไม่มีลูกชายอีก คาดว่าอีก
ไม่นานเขาคงจะยอมรับลูกคนนี้ขอรับ!”
“อ้อ” เขาร้องออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง
เขาคาดมานานแล้วว่าเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยจะไม่ทำเรื่องที่ขาดทุนเป็นแน่นางให้ความสำคัญกับหลิวยวนมากขนาดนี้
จะต้องเป็นเพราะรู้ว่าหลิวยวนเป็นลูกชายของหลิวจื๋อจะต้องเป็นอย่างนี้เป็นแน่!
“หึหึ” เขาหัวเราะขึ้นมานิ่งๆครั้งนี้เรื่องที่จิ้งจอกตัวน้อยต้องการปกปิดไว้จะต้องโผล่ออกมาให้เห็นข้าจะคอยดูว่า
เจ้าจะโผล่ให้เห็นเมื่อไร!
เขาหยุดเว้นจังหวะใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ถามขึ้นว่า “ต้วนเจิ้งรู้เรื่องนี้หรือไม่?”
ถ้าเรื่องนี้ต้วนเจิ้งตั้งใจให้ต้วนชิงหมิงทำละก็ อย่างนั้นความรู้สึกจะไม่เหมือนกัน
“นายท่านต้วนไม่ทราบเรื่องนี้ขอรับ……” เขาส่ายหัวตอบอย่างรวดเร็วต้วนเจิ้งก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้เช่นกัน
ในความเป็นจริงก่อนที่ลั่วสุ่ยจะสืบเรื่องนี้ ตัวเขาเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าชายที่รักการเรียนผู้นั้นจะเป็นลูกชาย
แท้ๆ ของหลิวจื๋อ และยังเป็นลูกจากภรรยาเอกอีกด้วย!
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าตอบรับ……ข่าวที่หลิวจื๋อมีลูกที่พลัดพรากจากกัน แม้แต่ตัวเขาก็ยังไม่ทราบนับประสา
อะไรกับต้วนเจิ้งที่ต้องออกศึกเป็นแรมปี ยิ่งไม่มีทางรู้เข้าไปใหญ่!
ถึงตรงนี้เขาก็เอ่ยถามขึ้นอีก “จิ้งจอกน้อย……อ่อคุณหนูต้วนมีอะไรที่ผิดสังเกตบ้างหรือไม่?”
ลั่วสุ่ยยังคงส่ายหน้าดุจเก่า “เรียนองค์ชาย คุณหนูต้วนยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรผิดสังเกต ต่อให้เจอกับหลิว
ยวนก็ยังเป็นปกติ!”
อีกฝั่ายเบะปากเล็กน้อยจิ้งจอกน้อยเจ้าแสดงต่อไปเถอะ ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะแสดงได้ถึงเมื่อไร!
ลั่วซุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดอย่างลังเลใจว่า “องค์ชาย แต่ว่าคุณหนูใหญ่……”
พูดได้เพียงครึ่งเขาก็อึกอักไม่รู้ว่าควรจะพูดเรื่องนี้ออกมาดีหรือไม่ เพราะองค์ชายให้เขาไปสืบเฉพาะเรื่องของหลิว
ยวนส่วนเรื่องส่วนตัวต้วนชิงหมิง องค์ชายได้มอบหมายให้คนอื่นไปสืบเรียบร้อยแล้วทว่าเมื่อได้ยินเรื่องที่ลั่วสุ่ยพูดค้างคา
ก็ถึงกับตกใจไม่น้อย
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ใช่คนที่จะมีความอดทนมากมายขนาดนั้นจึงรีบพูดขึ้น “มีอะไรก็รีบพูดมา!”
อึกอักอยู่ประเดี๋ยวจึงตอบกลับว่า “เรียนองค์ชาย พรุ่งนี้คุณหนูใหญ่จะไปชนบท เรื่องนี้เป็นที่รู้กันทางด้านหลิวอี๋
เหนียงได้ส่งคนไปซุ่มทำร้ายคุณหนูใหญ่เรียบร้อยแล้วเรื่องนี้ข้าน้อยเพิ่งจะได้ยินมาเมื่อคืนนี้ขอรับ!”
“เรื่องนี้ข้ารู้มานานแล้ว พรุ่งนี้เจ้าส่งไม่กี่คนไปคอยจับตาไว้ข้าจะดูสิว่าอี๋เหนียงผู้นี้อยากจะทำอะไรกันแน่!” เขา
เอ่ยอย่างไม่ค่อยจะแยแส
แน่นอนว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ทำเช่นนี้เพราะกลัวว่าถ้าต้วนชิงหมิงตายไปหรือตกใจจนเสียสติถ้าเป็นเช่นนั้นเขาจะตาม
หาของชิ้นนั้นต่อไปไม่เจอ!
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าของชิ้นนั้นสำคัญต่อเขาเพียงใดก็เหมือนกับไม่มีใครทราบว่าเหตุใดเขาจะต้องเอาของชิ้นนั้นมาให้
ได้!
ได้ยินที่องค์ชายพูดด้วยความรู้สึกเฉยเมยในแววตาของลั่วสุ่ยจึงเกิดข้อสงสัยขึ้น……ในเมื่อองค์ชายทราบเรื่องนี้มา
นานแล้วเหตุใดจนถึงตอนนี้ยังเงียบไม่พูดอะไรออกมา?
เรื่องของเจ้านายบ่าวรับใช้ไม่มีสิทธิ์คาดเดา เขาจะไม่ถามคำถามนี้ออกไปอย่างแน่นอนเพราะว่าเขารับรองได้ว่า
ถ้าถามเจ้านายขึ้นมาจริงจะต้องถูกลงโทษให้ไปอี๋หงย่วนสืบคดีต่างๆ อย่างไม่จบสิ้นอยู่หลายวัน
ไม่นานลั่วสุ่ยจึงขอตัวกลับไปทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ หายใจฟึดฟัดด้วยอารมณ์โมโห……จิ้งจอก
น้อย เจ้าดูเอาละกันว่าไปล่วงเกินคนมาเท่าไรแล้ว ดูเอาเถอะแม้แต่อี๋เหนียงในจวนยังไม่ปล่อยเจ้าไว้!
วันพรุ่งนี้ถ้าข้าไม่ไปช่วยเจ้าคงได้ไปรอที่สำนักพญายมเป็นแน่!
เพียงแต่ข้าต้องเจอกับเจ้าอีกสักกี่ครั้งเจ้าถึงจะพูดขอบคุณข้าสักครั้ง?
เขารู้สึกเหมือนช่วยคนที่เนรคุณไม่เพียงจะไม่ซาบซึ้งในบุญคุณ แม้แต่จะพูดดีด้วยสักไม่กี่ประโยคก็ยังไม่เคยมี
เช้าตรู่ในวันถัดมาไปั๋หย่วนฮ่าวก็ออกจากจวนต้วนกลับไปจวนไปั๋ที่หนิงย่วนเขาได้แต่บอกลากับต้วนเจิ้งเท่านั้น ไม่
ได้พบแม้แต่หน้าของต้วนชิงหมิง!
ส่วนนางได้แต่ยิ้มเยาะเย้ยออกมาเมื่อรู้ว่าเขาได้ไปจากจวนต้วนแล้วจากนั้นให้คนรีบเก็บข้าวของเพื่อเตรียมไปจ้วง
ซ่าง
การไปในครั้งนี้มีเรื่องที่ต้องทำสามเรื่องเรื่องแรกคือ ใช้เวลาดูร้านค้าที่จ้วงซ่างและบริเวณรอบๆ เรื่องที่สองคือไป
ไหว้คำนับปั้ายชื่อฮูหยินติงโหรวที่วัดและถือโอกาสบริจาคเงินให้ทางวัดได้ซื้อธูปเทียนไว้บูชาพระ
ส่วนเรื่องที่สามคือจะต้องไปหาหมอที่ให้ยาแท้งลูกกับหลิวหรงไว้ใช้ ดูสิว่าหมอคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
ต้วนชิงหมิงเชื่อว่าขอเพียงจัดการเรื่องนี้ได้พอกลับไปจะได้มีเรื่องประหลาดใจให้กับหลิวหรง ก่อนที่นางจะออก
เดินทางต้วนเจิ้งได้กำชับกำชาเถี่ยเฟิง จะต้องคุ้มครองดูแลคุณหนูให้ดีที่สุด
เดิมทีต้วนเจิ้งอยากจะไปกับบุตรสาวด้วยทว่าไม่กี่วันมานี้เขาเริ่มยุ่งกับการเตรียมกองทัพเพื่อจะออกรบจึงปลีกตัว
ไปด้วยไม่ได้
นางยกยิ้มขึ้นพลางมองที่ผู้เป็นบิดา “ท่านพ่อวางใจได้ มีเถี่ยเฟิงคอยคุ้มครอง และแม่นมหนิงคอยติดตามลูกสาว
คนนี้จะไม่เป็นอะไร!”
ต้วนเจิ้งยกมือขึ้นลูบไปที่หัวต้วนชิงหมิงอย่างแผ่วเบามองนางด้วยรอยยิ้มที่รู้สึกผิด ถ้าฮูหยินยังอยู่ละก็เรื่องแบบนี้
จะไม่ต้องลำบากลูกสาวคนโตให้ไปจัดการให้
เมื่อกลับมาคิดถึงหลิวหรงในใจของต้วนเจิ้งก็ร้อนเป็นไฟขึ้นมาเดิมทีเขาคิดว่าหลิวหรงเป็นคนรู้จักหนักรู้จักเบา จะ
ต้องดีกับต้วนชิงหมิงทว่าการกลับมาเจอเรื่องราวทั้งหมดในครั้งนี้ ทำให้เขาผิดหวังต่อนางเป็นที่สุด