การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 882 อ๋าวฮั่นเดินทางกลับไป?
ทันใดนั้นตู้ชิงหรวนก็ร้องไห้ออกมา ต้วนชิงหมิงแอบตะลึงจนต้องรีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาช่วยซับนํ้าตา แล้วถามขึ้น
ว่า “ท่านแม่เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไมเอ่ย?ชิงหมิงพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?สิ่งที่พูดออกมานั้นตัวเป็นความจริง พี่สาวคน
โตมีฐานะเทียบเท่าแม่ ชิงหมิงไม่ได้ทำหน้าที่พี่สาวคนโตที่ดีมาสองครั้ง จะไม่ยอมให้ผิดพลาดขึ้นอีกครั้ง”
เดิมทีต้วนชิงหมิงอยากให้ตู้ชิงหรวนมีความหวังในการรอคอยที่จะคลอดลูก แต่นึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงพูดออกมา
นางก็พรั่งพรูนํ้าตาออกมาไม่หยุด จนสุดท้ายจับมือต้วนชิงหมิงพูดอย่างสะอึกสะอื้น “ขอบคุณนะชิงหมิง!”
ถ้าไม่มีต้วนชิงหมิงก็คงไม่มีความสุขเหมือนในวันนี้ ถ้าไม่มีต้วนชิงหมิงก็คงไม่มีตู้ชิงหรวนในวันนี้
ดังนั้นแทนที่จะซาบซึ้งใจไม่สู้บอกว่าเป็นหนี้บุญคุณต้วนชิงหมิง
ตู้ชิงหรวนติดค้างคำสัญญาที่ให้ไว้กับต้วนชิงหมิง ติดค้างความสุขในวัยเด็กที่นางควรจะมีตามวัย……
ต้วนชิงหมิงรีบกุมมือตู้ชิงหรวนกลับ “หากท่านแม่ต้องการขอบคุณชิงหมิงจริง ก็รีบคลอดน้องชายไม่ก็น้องสาว
แล้วกัน ให้ชิงหมิงได้ทำหน้าที่พี่สาวคนโตให้หนำใจ”
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พี่ชายคนโตเป็นเหมือนพ่อ พี่สาวคนโตเปรียบเหมือนแม่ ต้วนชิงหมิงยังไม่เคยได้ทำ
หน้าที่พี่สาวคนโตจนหนำใจ วัยเด็กที่นางอยากได้รับการดูแล การปกปั้อง ต้วนชิงหมิงจะมอบให้กับน้องชายน้องสาวที่
จะเกิดขึ้นมา
ตู้ชิงหรวนจับผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตาอย่างเบามือ “ได้ ไม่ว่าเป็นน้องชายหรือน้องสาว แม่จะให้ชิงหมิงทำ
หน้าที่ให้หนำใจ หากน้องไม่เชื่อฟังก็สามารถตีก้นได้เลย ถ้าดื้อก็สามารถอบรมสั่งสอนได้เต็มที่……”
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังสนทนา ก็หัวเราะหัวร่อกันไปมาด้วยความอิ่มใจ
ทันใดนั้น125ได้พูดขึ้นจากหน้าประตู “องค์หญิง… องค์ชายอ๋าวฮั่นมาเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นท้องฟั้าโพล้เพล้เหลืองอร่าม เงาของคนที่ยืนอยู่หน้าประตูจึงดูเลือนลาง
ไป
ต้วนชิงหมิงลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจและเอ่ยขึ้น “เจ้าให้องค์ชายรอสักครู่ ประเดี๋ยวข้าจะตามออกไป!”
เมื่อตู้ชิงหรวนได้ยินว่าอ๋าวฮั่นมาก็แอบตกใจไม่น้อยจนรีบลุกขึ้นตาม “ชิงหมิงไม่มีเรื่องอะไรใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงมองด้วยสายตาแน่นิ่ง “ท่านแม่วางใจได้ ไม่มีอะไรหรอก… องค์ชายอ๋าวฮั่นอาจมาหาเพราะเรื่องของ
จวนใหม่ต่างหาก ชิงหมิงขอตัวไปหาองค์ก่อน”
ตู้ชิงหรวนเห็นต้วนชิงหมิงวิ่งออกไปด้านนอกก็รีบพูดขึ้น “เฮ้อ ชิงหมิงมีเรื่องอะไรก็อย่าลืมบอกแม่ด้วยล่ะ!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับและรีบจากไป
เมื่อต้วนชิงหมิงวิ่งออกไปข้างนอก อ๋าวฮั่นก็ยืนรอนางอยู่หน้าประตูเรือนแล้ว
อ๋าวฮั่นใส่เสื้อคลุมยืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บด้วยท่าทางหงอยเหงา เขามองมาที่ต้วนชิงหมิงด้วยแววตาที่
เป็นประกาย “ชิงหมิง อีกสองสามวันถ้าจะต้องกลับไปต้าม่อสักรอบหนึ่ง!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังถึงกับอุทานด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น?ทำไมต้องรีบกลับฉุกละหุกแบบนี้ด้วย?”
ตอนนี้ที่ต้าม่อมีหิมะตกปิดทางไปหมด อากาศหนาวเหน็บ เหตุใดอ๋าวฮั่นเลือกที่จะกลับด้วย
อ๋าวฮั่นตอบอย่างคลุมเครือ “ท่านพ่อเรียกให้กลับไป ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น!”
ช่วงที่ผ่านมาอ๋าวฮั่นยุ่งเป็นอย่างมากตั้งแต่เช้าจรดเย็น
โชคดีตรงที่ต้วนชิงหมิงช่วยเขาจัดการวางแผนทุกอย่างไว้จนเรียบร้อย แม้แต่ย้ายข้าวของไปจวนองค์หญิงก็ไม่เห็น
เงาของเขา มีเพียงองครักษ์สองคนที่คอยช่วยขนข้าวของ
ไม่เจอมาหลายวันแล้วดูเหมือนอ๋าวฮั่นจะซูบผอมลงไปมาก แม้แต่คางก็ดูแหลมจนน่ากลัว หนวดเคราไม่ได้โกนรก
รุงรังเต็มหน้าไปหมด จนดูว่าอายุจะแก่กว่าความเป็นจริงไปหลายปี
ต้วนชิงหมิงสัมผัสได้ถึงความเงียบเชียบที่ผิดแปลกไปของอ๋าวฮั่น หากเป็นเมื่อก่อนเขาจะหัวเราะยิ้มแย้ม แต่มา
ตอนนี้กลับเงียบไม่เอ่ยคำใดออกมาก่อน
ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงทราบได้ทันที ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่ต้าม่อจะต้องใหญ่หลวง มิอย่างนั้นเขาคงไม่รีบ
กลับไปฉุกละหุกแบบนี้!
สำหรับเรื่องของอ๋าวฮั่นนั้น ต้วนชิงหมิงรู้ว่าอาจเข้าไปแทรกแซงได้ ฉะนั้นนางไม่อยากซอกแซกถามให้มากความ
แต่เมื่อเห็นว่าอ๋าวฮั่นจะต้องกลับไป นางมีลางสังหรณ์ว่าช่วงนี้ที่อ๋าวฮั่นยุ่งตัวเป็นเกลียว จะต้องเตรียมตัวเพื่อกลับไปที่
ต้าม่ออย่างแน่นอน!
อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงเดินท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นไปด้วยกัน
เขตทุ่งหญ้าในตอนนี้ปกคุลมด้วยหิมะเต็มไปหมดแล้ว แต่เมืองหลวงกลับมีวิธีการรับมือที่ดีจึงไม่หลงเหลือ
เดิมทีอ๋าวฮั่นวางแผนจะกลับไปหลังวันตรุษจีน แต่ด้วยสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ ทำให้เขาต้องกลับไปก่อนในไม่
กี่วันนี้
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าอ๋าวฮั่นเป็นคนที่ตัดสินใจแล้วยากจะเปลี่ยนแปลง นางจึงได้แต่พยักหน้ารับทราบ “การไปต้าม่อ
ในครั้งนี้ต้องเดินทางไกลหลายพันลี้ เราจะต้องเตรียมตัวปั้องกันความหนาวให้ดีรู้ไหม?”
อ๋าวฮั่นพยักหน้ารับรู้ มีบางอย่างที่เขาอยากพูด แต่สุดท้ายไม่ได้พูดออกมา!
ใบไม้บนต้นได้ร่วงหล่นผลัดใบจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงกิ่งไม้และลำต้นที่ยืนท้าลมหนาว แต่ในเรือนของตู้ชิงห
รวนกลับปลูกต้นตงชิง[1] ที่มีต้นสูงออกใบเขียวปกคลุมทั้งเรือน หากมองผ่านอาจคิดว่าภายในเรือนยังคงเป็นฤดูใบไม้
ผลิ`
ทั้งสองคนยังคงเดินอย่างเชื่องช้า โดยสงวนท่าทีไม่พูดไม่จา จนกระทั่งอ๋าวฮั่นหันหน้ามองต้วนชิงหมิง
แสงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟั้า ได้สาดแสงส่องกระทบใบหน้าที่ขาวผ่องเป็นยองใยของนางจนเหลืองทองไป
หมด ดวงตาทั้งสองข้างลุกวาว จนเหลือเป็นภาพความทรงจำที่งดงามให้กับอ๋าวฮั่น!
ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆ อ๋าวฮั่นนึกถึงเรื่องที่ต้วนชิงหมิงได้ช่วยเหลือเขาในวังหลวง ตอนที่ไทเฮาคิดจะเล่นงานเขา
ที่สำคัญเขาคิดถึงภาพที่นางส่งยิ้มน้อยอันอ่อนโยนมาให้ในตอนนั้น
อ๋าวฮั่นมองต้วนชิงหมิงที่ยืนหยัดอดทน นิ่งสงบและใช้ปัญญาในการแก้สถานการณ์ สตรีผู้นี้ได้สร้างสิ่งเหนือความ
คาดหมายให้กับเขาจะต้องยอมใจ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะพบเจอสิ่งใด ไม่ว่าทางข้างหน้าจะยากลำบากสักเพียงใด แต่รอย
ยิ้มที่ต้วนชิงหมิงเคยมีให้ก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลง!
ภาพความอ่อนโยน ความสนิทสนม ความห่วงใยและสติปัญญาของต้วนชิงหมิงนี่เอง ทำให้อ๋าวฮั่นเห็นความ
อบอุ่นและอ่อนโยนออกมาจากรอยยิ้มนั้น! เป็นครั้งแรกที่อ๋าวฮั่นรู้สึกว่านางเป็นสตรีคนแรกที่สร้างความแปลกใหม่ให้เขา
ได้เสมอ
ต้วนชิงหมิงดึงดูดความสนใจของอ๋าวฮั่นไว้ได้หมดสิ้น แต่ระหว่างพวกเขากลับกางกั้นด้วยเหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งคน
อ๋าวฮั่นพยายามเพ่งมองต้วนชิงหมิงจากด้านข้าง และหลับตาบันทึกภาพนั้นลงไปในหัว
หากไม่มีเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนชิงหมิงจะยอมกลับไปต้าม่อกับเขาไหม?
ชั่วพริบตานั้น ประโยคนี้เหมือนจะหลุดออกจากปากอ๋าวฮั่น แต่เขากลับอดกลั้นเอาไว้ได้!
คำถามบางอย่างอาจไม่ต้องการคำตอบ เพราะหากถามออกไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่มีอาจจะพังทลายลงได้ จนมิ
อาจย้อนกลับมาเป็นดั่งเดิมได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขากลับไปในครั้งนี้ หนทางเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ถ้าไม่ระวังอาจต้องจบชีวิตลง มีหรือที่
คนอย่างอ๋าวฮั่นจะยอมให้ต้วนชิงหมิงเข้ามาเสี่ยงอันตรายด้วย?
การจากไปของอ๋าวฮั่นแบบไม่ทันตั้งตัว อาจเป็นเพราะครั้งก่อนที่เข้าวังหมายจะช่วยให้ฝั่าบาทได้กินยาถอนพิษ
แต่กลับล้มเหลว ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ยังแอบอยู่ในวังหลวงสักที่หนึ่ง เพื่อรอโอกาสลงมือต่อแทนอ๋าวฮั่น
อ๋าวฮั่นกลับไปที่ต้าม่อกะทันหันเช่นนี้ราวกับมีแผนบางอย่างใหม่เกิดขึ้น ส่วนในเวลานี้ ความสนใจของทั้งไทเฮา
และเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต่างจับจ้องมาที่ตัวของอ๋าวฮั่น เขาจึงจำต้องจากเมืองหลวงไปอย่างเสียมิได้!
เพราะว่าอ๋าวฮั่นขืนยังอยู่ที่นี่และวังที่ต้าม่อถูกตีจนแตก สิ่งที่เขาจะมอบให้ต้วนชิงหมิงและเหยียนหลิ่งอวี๋คงมีแต่
ภัยตามมา
ดังนั้นหลังจากที่อ๋าวฮั่นและเหยียนหลิ่งอวี๋ปรึกษาหารือกันเรียบร้อย ให้อ๋าวฮั่นกลับไปจัดการเรื่องส่วนตัวที่ต้าม่อ
โดยที่เหยียนหลิ่งอวี๋จะหาทางช่วยเหลือฝั่าบาทต้าเซี่ยต่อไป
เรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่โต ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับสาวน้อยอย่างต้วนชิงหมิง
แม้แต่น้อย
ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีความสามารถปกปั้องต้วนชิงหมิง หากเขาต้องจากไปแล้วใครจะดูแลต้วนชิงหมิง? นาง
จะให้พลังหัวเดียวกระเทียมลีบต่อกรฮองเฮา องค์หญิงจิ่นซิ่ว รวมไปถึงพลังของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยและไทเฮาให้รอด
ปลอดภัยได้ยังไงกัน?
หากต้าม่อไม่เกิดเรื่องขึ้นมา หากเหยียนหลิ่งอวี๋ยังคงเป็นคนที่มีอำนาจอยู่ พวกเขาทั้งสองคนคงยินดีพร้อมใจปก
ปั้องต้วนชิงหมิง แต่ผัญหาในตอนนี้คือ พวกเขายังแทบเอาตัวไม่รอดกันเลย จะมีกระจิตกระใจที่ไหนเป็นห่วงต้วนชิงหมิง
คิดมาถึงตรงนี้ อ๋าวฮั่นกลับยิ้มแย้มออกมา “ชิงหมิง ถ้าข้าไปแล้ว เจ้าจะคิดถึงข้าบ้างไหม?”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนตอบยิ้มๆ “องค์ชายเป็นผู้มีพระคุณของชิงหมิง ชีวิตของชิงหมิงจะยอมทำเพื่อ
ทุกอย่างได้เลย”
ถ้าไม่มีอ๋าวฮั่น นางอาจแหลกเหลวไม่เหลือซาก หรือไม่ก็เป็นสนมเช่อเฟยของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้าไม่มีอ๋าวฮั่น ก็ไม่มีวันที่ต้วนชิงหมิงจะเลื่อนตำแหน่งเป็นถึงองค์หญิง
ถึงแม้ตำแหน่งองค์หญิงที่ต้วนชิงหมิงได้รับ อาจถูกคนในวังหลวงมองว่าไร้ค่าไร้ราคา แต่อย่างน้อยที่สุดสำหรับ
เขาแล้ว ฐานะองค์หญิงของต้วนชิงหมิงสามารถช่วยเหลือเขาให้รอดปลอดภัยมาได้
เพราะฉะนั้น ต้วนชิงหมิงรู้สึกซาบซึ้งในนํ้าใจของอ๋าวฮั่น
ในใจของอ๋าวฮั่นปรากฏความผิดหวังขึ้นมา… แค่ซาบซึ้งในนํ้าใจแค่นั้นเหรอ?
เหอะ เหอะ เหอะ… ต้วนชิงหมิงยังคงเห็นเขาเป็นเพียงสหายเท่านั้นสิน่ะ
อ๋าวฮั่นพยายามรวบรวมสติหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “เอาล่ะชิงหมิง ข้าแค่รีบมาบอกเรื่องนี้กับเจ้าก่อนเท่านั้น
เอง… ถ้าไม่มีเรื่องอื่น ข้าจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ทันที หากวันหน้าไดีมีวาสนาพบกันอีกครั้ง พวกเขามาดื่มให้เมามาย
กันไปเลยดีไหม?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับคำหนักแน่น “ได้สิ ข้าจะรอองค์ชายกลับอยู่ที่ต้าเซี่ย มาถึงเมื่อไหร่ก็ดื่มฉลองกัน!”
อ๋าวฮั่นหันหลังเดินกลับไปด้วยความหงอยเหงา เสื้อคลุมที่ถอดยาวพริ้วไหวไปตามสายลมที่เป็นเกลียวคลื่น
เหมือนกำลังอวบพรให้ต้วนชิงหมิงโชคดี
[1] ต้นตงชิง หรือ ต้นฮอลลี่ เป็นต้นไม้พุ่มเตี้ยใบเป็นแฉก มีผลสีแดง ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวัน
คริสต์มาส