การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 881 สิ่งที่เรียกว่าความสุข
ด้วยเหตุนี้ในใจของต้วนเจิ้งหวังว่าชีวิตของบุตรสาวมีแต่ความสุข
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ทั้งคู่ได้จากโลกนี้ไปตั้งนานแล้ว
ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าต้วนเจิ้งหรือต้วนชิงหมิงต่างเป็นห่วงเป็นใยลูกในท้องของตู้ชิงหรวน โดยเฉพาะต้วนเจิ้งมักจะเยี่ยม
หาและพูดคุยอยู่บ่อยครั้งเท่าที่มีเวลา
ช่วงนี้ต้วนชิงหมิงยุ่งอยู่กับการย้ายข้าวของไปจวนใหม่ จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมากพอที่จะหาตู้ชิงหรวนเสียเท่าไหร่
พอดีวันนี้นางมีเวลาจึงไปเยี่ยมหาตู้ชิงหรวน
อีกทั้งงานในจวนต้วนมีชุนถาวและต้วนชิงหมิงคอยดูแล บางเรื่องที่ไม่ควรให้ตู้ชิงหรวนได้รับรู้ พวกนางก็ปิดเงียบ
สนิท ดูอย่างการมาของกุ้ยเอ๋อร์ในวันนี้ ต้วนอวี้หรานถูกโบย ต้วนชิงหมิงกำชับกำชาห้ามแพร่งพรายไปถึงหูตู้ชิงหรวน
เด็ดขาด
เมื่อต้วนชิงหมิงมาถึงเรือนของตู้ชิงหรวน ตู้ชิงหรวนก็นั่งจิบนํ้าชาอยู่ริมหน้าต่าง… แน่นอนว่านํ้าชาที่นางดื่มเป็น
ฝีมือของชุนถาวทั้งสิ้น ไม่เพียงช่วยบำรุงร่างกาย ยังช่วยบำรุงลูกในท้องอีกด้วย
สิบปีมานี้ ตู้ชิงหรวนเคยท้อถอยมามากเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ แต่ชุนถาวเป็นคนที่รู้ดีที่สุด และคงให้ความร่วมมือต้วน
ชิงหมิงในการปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้ตู้ชิงหรวนทราบ
เมื่อต้วนชิงหมิงเข้าไปในเรือน บ่าวใช้รีบเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยิน ฮูหยิน… คุณหนูใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ”
ยังไม่ทันที่ตู้ชิงหรวนจะเอ่ยปาก ชุนถาวก็รีบเอ็ดพวกนาง “คุณหนูใหญ่ที่ไหนกัน ต้องเรียกว่าองค์หญิงเข้าใจ
ไหม?”
บ่าวใช้พวกนั้นก็เชื่อฟังแต่โดยดี ก่อนหันไปทำความเคารพ “บ่าวหนิ่วเอ๋อร์ คารวะองค์หญิง!”
ต้วนชิงหมิงพูดทั้งรอยยิ้ม “เอาล่ะ พี่ชุนถาวไม่ต้องมาขู่ให้หนิ่วเอ๋อร์กลัวหรอก อยู่ที่เรือนของตัวเองไม่ต้อง
พิธีรีตองให้มากความ”
ชุนถาวฟังแล้วก็พูดยิ้มๆ “ถ้าอยู่ในจวนต้วนก็ไม่เป็นไร เพราะมีแต่คนกันเอง แต่ถ้าอยู่ข้างนอกแล้วอาจต้องระวัง
เรื่องคำเรียกขาน”
ชุนถาวพูดไปพลางเดินไปจับมือของต้วนชิงหมิง นางอดพูดไม่ได้ว่ามือน้อยๆ ของต้วนชิงหมิงทำให้นางรู้สึกไปเลย
ว่ามือของนางอบอุ่นขึ้น จากนั้นทั้งสองได้จับมือเดินเข้ามาด้านใน “องค์หญิงรีบเข้ามาเถอะ อากาศข้างนอกหนาวเหน็บ
ปานนี้ ไม่รู้ว่าต้องสวมเสื้อกี่ตัวถึงจะเอาชนะได้!”
ต้วนชิงหมิงจึงสัพยอกกลับไป “อาจเพราะว่าตั้งแต่เด็กเลือดสูบฉีดไม่ค่อยดี พอถึงหน้าหนาวทีไรมือเท้าต่างเย็น
เฉียบไปหมด!”
พอตู้ชิงหรวนได้ฟังก็ส่งเสียงออกมาจากประตูด้านใน “เมื่อก่อนที่แม่มือเท้าเย็นบ่อยๆ ชุนถาวได้ผสมยาให้ดื่มช่วง
หนึ่งก็หายเป็นปกติ ชิงหมิงลองให้ชุนถาวลองผสมยาให้ลองดื่มดูสิเพื่อจะได้ดีขึ้น”
“ไม่ต้องหรอกท่านแม่ ลูกกลัวขมปีนะสิ” นางตอบพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ
ชุนถาวแอบบ่นๆ “กลัวขมอะไรล่ะ หวานเป็นลมขมเป็นยา เรื่องนี้เจ้าไม่รู้หรือยังไง? ตอนนี้เจ้ายังเป็นสาวน้อยอยู่
ีอกหน่อยมีลูกก็ต้องลำบากแบบนี้แหละ!”
ในใจของต้วนชิงหมิงรู้สึกลนลานขึ้นมา นางได้แต่ตอบยิ้มๆ “พี่ชุนถาวน่าจะไปเขียนใบออกยาบำรุงขายให้กับคน
ที่ต้องการน่าจะได้ราคาที่ดี……”
ทั้งสองคนเดินไปคุยไปด้วยเสียงหัวเราะ โดยที่ตู้ชิงหรวนยังคงนั่งอยู่ด้านในไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปในห้องกวาดสายตามองตู้ชิงหรวน อมยิ้มออกมา “สีหน้าท่านแม่ดูสดชื่นขึ้นเยอะ ประเดี๋ยว
ท่านพ่อกลับมาต้องดีใจเป็นแน่!”
ตู้ชิงหรวนตั้งท้องได้ประมาณสี่เดือนแล้วท้องจึงค่อยๆ ปั่องขึ้นมาจนเห็นเริ่มชัด ในเวลานี้เห็นใบหน้าของนางแดง
ระเรื่อขึ้นมาด้วยความมีชีวิตชีวา
ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดแล้ว ตู้ชิงหรวนรีบเอะใจหันไปมองชุนถาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน เอ่ยเสียงเรียบ “ถ้า
แม่ขืนไม่ดีขึ้นละก็ ชุนถาวคงต้องหายากขมปีมาให้ดื่มอีก อย่างนี้มีหรือที่แม่จะกล้าไม่ดีขึ้น?”
ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้ม “นั่นเป็นการบำรุงน้องในท้อง ท่านแม่จะต้องรักษาสุขภาพให้ดี ถึงจะคลอดน้องชายจํ้ามํ่าตัว
โตออกมานะเจ้าค่ะ”
สีหน้าตู้ชิงหรวนดูแปลกไปหน่อย นางกำลังรอให้ต้วนชิงหมิงนั่งลงเสียก่อนแล้ววางแผนพูดออกมา “ชิงหมิง หวัง
ให้แม้คลอดน้องชายอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงกะพริบตาปริบๆ ไปมา “แน่นอนว่าไม่หวังเช่นนั้น”
ตู้ชิงหรวนถึงกับหน้าเสียลงทันที
ต้วนชิงหมิงจึงพูดยิ้มๆ “ชิงหมิงหวังให้ท่านแม่คลอดน้องชายฝาแฝด หรือว่าแฝดชายหญิงก็ได้ทั้งนั้น”
ตู้ชิงหรวนหัวเราะลั่นเสียงดังออกมาสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว “ชิงหมิงคิดว่าแม่เป็นแม่หมูอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ชิงหมิงพบว่าไม่ว่าพวกเราจะพูดอะไร แนะนำอะไร ท่านแม่จะโยงเปั้นเรื่องไม่ดีไป
เสียหมด… เห็นท่านแม่เป็นแบบนี้ อีกหน่อยชิงหมิงไม่กล้ามีลูกแล้ว”
ตู้ชิงหรวนรีบตำหนิกรายๆ “เป็นกุลสตรีจะพูดอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด เรื่องสตรีกับการคลอดลูกเป็นเรื่องคู่กัน……”
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจ เดินเข้าไปจับมือตู้ชิงหรวนพูดอย่างจริงจัง “ท่านแม่ ช่วงนี้ท่านพ่อและชิงหมิงค่อน
ข้างยุ่งมาก ดังนั้นมีบางจุดที่ดูแลไม่ทั่วถึง แต่ท่านแม่ต้องเชื่อมั่น ไม่ว่าท่านพ่อหรือชิงหมิงคิดทำเรื่องใด ในใจล้วนระลึก
ถึงท่านแม่เสมอ!”
ตู้ชิงหรวนได้ฟังแอบพูดอย่างรู้สึกผิด “เรื่องนี้แม่รู้อยู่ แต่เพราะอยู่คนเดียวบางทีจึงอดคิดเพ้อเจ้อไม่ได้ จนบางที
รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง!”
ต้วนชิงหมิงตบไปที่มือของตู้ชิงหรวนอย่างอ่อนโยน “ลูกได้ไปสอบถามท่านหมอมาแล้ว จึงได้รู้ว่าสตรีที่ตั้งท้องจะ
มีอาการแบบนี้ ดังนั้นท่านแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลไป ไม่ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ท่านพ่อกับชิงหมิงจะคอยอยู่เคียงข้างท่าน
แม่เอง!”
หลังจากที่ชุนถาวพาต้วนชิงหมิงเข้ามาในเรือนก็ไม่เห็นหน้านางอีกเลย ส่วนตู้ชิงหรวนก็หาคนที่จะพูดคุยเรื่อง
ต่างๆ ได้ยากมากจึงพูดเป็นต่อยหอย
ต้วนชิงหมิงที่ฟังก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ พร้อมคอยพูดขัดอยู่ตลอด จนอารมณ์ของตู้ชิงหรวนดีขึ้นมามาก
เหมยตั่วที่ยืนอยู่ข้างกายตู้ชิงหรวนได้พูดขึ้นว่า “หากองค์หญิงมีเวลาก็แวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ แล้วกัน องค์หญิง
คงยังมิทราบ เวลาฮูหยินอยู่คนเดียวมักเหม่อลอย ไม่พูดไม่จา ไม่กินไม่ดิ่ม ไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย จนบ่าวรู้สึกว่าเป็นห่วง
เหลือเกินเจ้าค่ะ”
เดิมทีเหมยตั่วเป็นบ่าวใช้ที่อยู่รับใช้ต้วนเจิ้ง ตอนนี้โยกย้ายมาเป็นบ่าวใช้ตู้ชิงหรวน เพราะเหมยตั่วได้แต่งงานมี
ครอบครัว มีลูกที่ให้กำเนิดเรียบร้อยแล้ว ย่อมมีความโตกว่าบ่าวใช้วัยรุ่นพวกนั้น!
ตู้ชิงหรวนแอบจ้องไปที่เหมยตั่ว “ข้าไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้ามาเสียหน่อย อย่าพูดไปเรื่อยเปือยเช่นนี้อีก!”
เหมยตั่วมองต้วนชิงหมิงพร้อมเผยยิ้มออกมา “เจ้าค่ะ ไม่มีก็ไม่มี เมื่อครู่เป็นบ่าวที่พูดไปเรื่อยเปือย องค์หญิงอย่า
ได้จริงจังเลยนะเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพลอยหัวเราะตามไปด้วย “ถ้าข้ามีเวลาจะต้องมาบ่อยๆ… เดี๋ยวอีกสองวันจัดการธุระเรียบร้อย ถึง
ตอนนั้นข้าจะมาพูดคุยกับท่านแม่ทุกวันเลย”
ตู้ชิงหรวนส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องมาคุยกับแม่ทุกวันหรอก… ชิงหมิงต้องเอาเวลาไปจัดการเรื่องของตัวเองจะดี
กว่า”
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดแล้วตอบว่า “จวนองค์หญิงย้ายข้าวของใกล้เรียบร้อยแล้ว องค์ชายอ๋าวฮั่นได้ไปเข้าพำนักแล้ว
ชิงหมิงจึงขอตัวกลับมาอยู่ที่จวนต้วนเหมือนเดิม!”
ทันใดนั้นตู้ชิงหรวนได้พูดอย่างห่วงใย “ชิงหมิงคงไม่ได้ย้ายไปอยู๋ที่จวนใหม่ใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงรีบตอบกลับ “ช่วงนี้ยังไม่ย้ายไปอยู่หรอกท่านแม่ เพราะชิงหมิงรู้สึกว่าจวนต้วนยังอยู่แล้วสุขสบาย…
อีกอย่างท่านแม่ยังท้องอยู่ หากอยู่ไกลออกไป ชิงหมิงไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่”
ตู้ชิงหรวนลูบท้องไปมา ก่อนเงยหน้ามองต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง… น้องในท้องแม่คนนี้ เจ้าไม่ได้ถือสาจริงๆ ใช่
ไหม?”
ความสงสัยนี้วนเวียนอยู่ในของตู้ชิงหรวนมานานแล้ว นางอยากรู้แต่กล้าๆ กลัวๆ คำตอบที่จะได้ยิน ด้วยกลัวต้วน
ชิงหมิงมีความคิดเป็นอย่างอื่น หากถามแล้วไม่เป็นดังใจคิด ความสัมพันธ์ของนางและต้วนชิงหมิงคงเหินห่างกันมากกว่า
นี้!
ต้วนชิงหมิงมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นกิ่งไม้ที่กำลังผลัดใบร่วงหล่นลงพื้น แสงตะวันเคลื่อนคล้อยลอยลับจาก
ท้องนภา
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างเชื่องช้า “ชิงหมิงทราบว่าท่านแม่หมายความว่าอะไร เป็นห่วงเรื่องใด ท่านแม่
กลัวว่าหากคลอดน้องชายออกมา อาจไม่เป็นผลดีกับอวี้เอ๋อร์ใช่ไหมเอ่ย? หรือถ้าแม่คลอดน้องสาวออกมา กลัวว่าแม่จะ
ไม่ดีกับชิงหมิงแล้วใช่ไหม?”
ตู้ชิงหรวนค่อยๆ ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา ถึงแม้นางไม่ได้ตอบ แต่สีหน้าของนางเป็นการบอกต้วนชิงหมิงกลายๆ
ว่าสิ่งที่ตู้ชิงหรวนคิดไว้เป็นดั่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมา
อย่างไรก็ตาม ต้วนอวี้เป็นบุตรชายภรรยาเอกของจวนต้วน หากลูกของตู้ชิงหรวนกำเนิดออกมาคงจะแย่งความ
รักจากต้วนอวี้ไป ส่วนต้วนชิงหมิงที่เป็นองค์หญิงผู็สูงส่งไปแล้ว หากให้กำเนิดน้องสาวอีกคน ตู้ชิงหรวนกลัวว่านางจะไม่
ชอบใจเอาได้
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจออกมา ก่อนตอบเสียงเรียบ “ท่านแม่ก็ทราบดีนี่หน่า ในจวนต้วนตอนนี้มีเพียงน้องอ
วี้หราน อวี้เอ๋อร์และชิงหมิงเพียงสามคน พอเห็นจวนอื่นมีพี่น้องกันเยอะแยะ ชิงหมิงก็อดอิจฉาไม่ได้ จึงคิดอยู่บ่อยครั้ง
ว่าอยากมีน้องชายน้องสาวเยอะอย่างจวนอื่นบ้าง… เพราะหลิวอี๋เหนียงสอนน้องอวี้หรานได้ไม่ดีเลย ส่วนอวี้เอ๋อร์กลับมี
ความคิดความอ่านโตกว่าวัยไปมาก และมีความคิดความอ่านชัดเจนจกว่าชิงหมิงในบางครั้งด้วยซํ้าไป”
ต้วนชิงหมิงเงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างเสียดาย “ท่านแม่ ลูกยังไม่เคยทำหน้าที่ของพี่ใหญ่เลย ดังนั้นไม่ว่า
จะเป็นน้องชายหรือน้องสาว ชิงหมิงจะต้องช่วยอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี ให้รู้ว่าพี่สาวคนโตมีฐานะเทียบเท่ากับแม่คน
หนึ่่ง……”
นํ้าตาของตู้ชิงหรวนเอ่อล้นรินไหลออกมาโดยไม่มีวี่แววมาก่อนเลย
จิตใจที่กว้างใหญ่ของต้วนชิงหมิงไม่มีใครเทียบได้ คำพูดของนางช่วยทำให้ตู้ชิงหรวนมีความสุขกายสบายใจขึ้น
เป็นกอง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีที่เป็นในตอนนี้เพียงพอสำหรับตู้ชิงหรวนแล้ว
การที่ต้วนชิงหมิงเข้าใจและคอยปกปั้อง การที่ต้วนเจิ้งมอบความรักและความอบอุ่น การที่จวนต้วนให้ที่พักพิง
และคุ้มตัวทำให้ตู้ชิงหรวนที่ชีวิตทุกข์ยากลำบากมาโดยตลอด กลับสมบูรณ์งดงามอีกครั้ง