การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 887 ตามไปที่ต้าม่อ
ต้วนอวี้พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “สรุปง่ายๆ ก็คือ เจ้าเป็นคนที่ลํ้าลึกเกินไป จนท่านพี่ของข้ามองไม่เห็นความจริง
จากตัวเจ้า จึงไม่มีทางชอบคนอย่างเจ้าแน่นอน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ต้วนอวี้และพูดเสียงนิ่ง “เจ้ามั่นใจ?”
เนื่องจากเขารู้นิสัยของต้วนอวี้เป็นอย่างดี หากต้วนชิงหมิงไม่ชอบเขาจริงๆ ไม่มีความจำเป็นที่ต้วนอวี้ต้องโกรธถึง
เพียงนี้ ฉะนั้นต้วนชิงหมิงต้องชอบเขา จนทำให้ต้วนอวี้เดือดดาลจนลมออกหู
ต้วนอวี้รู้สึกโกรธมากที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยั่วเย้าเขา “ข้ามั่นใจนะสิ… เหยียนหลิ่งอวี๋เจ้าอย่าลืมนะว่า ต่อให้เจ้าชอบ
ท่านพี่ของข้า แต่ถ้าข้าคัดค้าน ท่านพี่ต้องครุ่นคิดพิจารณาอย่างหนัก”
เหยียนหลิ่งอวี๋เบะปากขึ้นมา ต้วนอวี้ผู้นี้ให้ความสำคัญของตัวเขาเองมากเกินไปแล้ว
หากเหยียนหลิ่งอวี๋อยากแต่งกับต้วนชิงหมิงจริง ด่านแรกที่เขาต้องผ่านให้ได้คือจวนต้วนและต้วนอวี้ มิอย่างนั้น
อย่าได้คิดแต่งงานเลย
แท้จริงแล้ว องค์ชายกับบุตรสาวขุนนางแต่งงานกันนั้น ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดมิได้อยู่ที่ว่าบุตรสาวขุนนางเห็นด้วย
หรือไม่ เพราะว่าหากองค์จักรพรรดิพระราชทานงานแต่งงาน คนที่เป็นขุนนางย่อมมิอาจขัดราชโองการได้ มิเช่นนั้นจะ
ถูกประหารล้างตระกูลที่ไม่ปฏิบัติตาม
แต่สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋นั้น เขาได้ให้ความสำคัญกับความเห็นของคนในจวนต้วนซึ่งเป็นคนในสายเลือดของนาง
เช่นเดียวกับต้วนอวี้ แม้แสดงท่าทางขึงขังไม่พอใจ แต่เพราะเขาเป็นน้องชายของต้วนชิงหมิง จึงจำต้องใส่ใจและ
ถนอมความรู้สึกของเขา
ต้วนอวี้มองอย่างไม่ยอมแพ้ แสยะยิ้มให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋ “ทำไมกัน เจ้าไม่ยอมแพ้อย่างนั้นหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้ตะเกียบคีบอาหารใส่จานข้าวต้วนอวี้ “ยอม… ยอมแน่นอน ลูกพี่ตอนนี้พวกเราทานอาหารต่อได้
หรือยัง?”
ต้วนอวี้ก้มหน้าลงคีบเข้าปาก จู่ๆ ก็คิดได้ว่าถูกเหยียนหลิ่งอวี๋เอาเปรียบเข้าแล้ว จึงโมโหโกรธาอย่างมาก “ใคร
เป็นลูกพี่ของเจ้า?”
ในที่สุด เหยียนหลิ่งอวี๋เข้าใจแล้วว่าอารมณ์ที่แปรปรวนของต้วนชิงหมิงได้มาจากใคร ขอเพียงมีสายเลือดตระกูล
ต้วนก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น
เมื่อเห็นต้วนอวี้ลุกพรวดท้าวสะเอว เหยียนหลิ่งอวี๋ถึงกับยกมือก่ายหน้าผาก “เจ้าไม่อยากดูละครแล้วหรือ? ไม่
อยากช่วยท่านพี่ของเจ้าระบายความแค้นแล้ว? รีบทานข้าวเข้าเถอะ พวกเราต้องไปกันแล้ว!”
ต้วนอวี้นึกขึ้นได้แล้วว่าจุดหมายในการมาที่นี่เพื่ออะไร เขาจึงถลึงตาจ้องเหยียนหลิ่งอวี๋และเริ่มทานข้าว
เหยียนหลิ่งอวี๋เอาแต่นั่งเงียบมองต้วนอวี้ทานอาหารจนหมดจาน เขาก็ยิ้มจางๆ ออกมา “ต้วนอวี้ ตอนนี้เจ้ารู้สึก
ยังไงบ้าง?”
ต้วนอวี้ตอบอย่างโมโหโทโส “เจ้าอยากให้ข้ารู้สึกยังไง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปากและพูดขึ้นอย่างช้าๆ “ข้าอยากให้เจ้า… เวียนหัว จากนั้นก็สลบไปยังไงล่ะ!”
ต้วนอวี้แทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน “เจ้าว่าอะไรนะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “ข้าตั้งใจสั่งให้ทำอาหารมาให้เต็มโต๊ะ เพื่อให้เจ้าทานอย่างผ่อนคลาย… ต้
วนอวี้อาหารที่เจ้าเพิ่งทานเข้าไป ข้าสั่งให้ผสมยานอนหลับลงไปแล้ว ตอนนี้น่าจะใกล้เวลาที่ยาออกฤทธิ์แล้ว!”
ต้วนอวี้ยกมือชี้หน้าเหยียนหลิ่งอวี๋กำลังจะต่อว่าด่าทอ กลับนึกไม่ถึงว่าสายตาของเขาพล่ามัวจะฟุบลงไปบนโต๊ะ
สายตาและท่าทางของเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้มีความตกใจแต่อย่างใด เมื่อเห็นต้วนอวี้ฟุบลงกับโต๊ะ เขากวักมือขึ้น
“ใครก็ได้ มาพาคุณชายใหญ่ไปนอนพักผ่อนบนเตียงก่อน!”
ลั่วสุ่ยเดินเข้าเงียบเชียบเบื้องหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ พูดเสียงตํ่า “องค์ชายทำไมท่านต้องทำแบบนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ปรายตามองต้วนอวี้ที่ฟุบอยู่บนโต๊ะ และตอบคำถามกลับไป “นี่เป็นวิธีจัดการคนประเภทนี้ที่ดี
ที่สุดแล้ว!”
การตัดสินใจขององค์ชายมิใช่หน้าที่องค์รักษ์ที่ตํ่าต้อยอย่างเขาจะแทรกแซงได้ ลั่วสุ่ยจึงถอนหายใจเข้าไปอุ้มต้วน
อวี้ขึ้น ไปนอนพักที่ห้องด้านข้าง
เมื่อลั่วสุ่ยอุ้มต้วนอวี้ไปวางไว้บนเตียง เขาก็เอ่ยเสียงเบาขึ้น “คุณชายต้วน อย่าได้ถือโทษโกรธเคืององค์ชายเลย
องค์ชายก็จนปัญญาเหมือนกันขอรับ!”
ลั่วสุ่ยวางต้วนอวี้ลงก็ได้ยินเสียงเหยียนหลิ่งอวี๋ดังมาจากข้างนอกห้อง “ลั่วสุ่ย เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่?”
“ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ” จากนั้นลั่วสุ่ยก็รีบเดินออกมาหาเหยียนหลิ่งอวี๋
ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋จากไปแล้ว ลั่วสุ่ยก็ติดตามออกไปด้วยเช่นกัน ภายในคฤหาสน์เปียมด้วยความมืดมิดไปทั่ว
จะมีก็เพียงแสงสว่างจากดวงดาวบนท้องนภาที่ส่องแสงลงมาเท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้น คฤหาสน์อีกด้านหนึ่งของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ไฟที่โหมกระหนํ่านั้นได้เผา
ผลาญคฤหาสน์ไปแล้วกว่าครึ่ง หากยังจำได้ห้องที่ไฟแรงมากที่สุด น่าจะเป็นฝังห้องที่ต้วนอวี้นอนสลบอยู่
ภายในความมืดมิด มีบางคนกำลังหัวเราะอย่างสะใจ “เหยียนหลิ่งอวี๋ อย่าคิดนะว่าเจ้าเอาต้วนอวี้มาแอบไว้ที่นี่
แล้วจะปกปั้องมันได้… เจ้าจากไปก็ดีแล้ว ข้านี่แหละจะเป็นคนส่งต้วนอวี้ไปสู่ความตาย จากนั้นโยนความผิดทั้งหมดให้
กับเจ้า!”
ภายในความมืดมิดได้มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น “นายท่าน ภายในห้องจะเป็นต้วนอวี้ตัวแสบจริงหรือขอรับ? ครั้งก่อน
และครั้งก่อนหน้านี้ ต้วนอวี้คนนี้พวกกระผมจับยังไงก็จับไม่ได้ขอรับ!”
คนที่ยืนในความมืดมิดคนแรก ตอบกลับอย่างชิงชัง “ต้วนอวี้นั่นฉลาดเป็นกรด มันปั้องกันทุกคนยกเว้นเหยียน
หลิ่งอวี๋ ตอนนี้กลับถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ลงมือ พวกเราก็จงใช้โอกาสที่ดีนี้ส่งต้วนอวี้ไปสู่ความตายเลยแล้วกัน……”
เมื่อเห็นไฟลุกลามได้ที่แล้ว เขาได้โบกมือให้กับคนที่อยู่ด้านหลัง “ไปกันได้!”
บรรดาชายชุดดำจึงต่างพากันถอยกลับจากไป
ภายในสถานการณ์ที่ไฟกำลังลุกลามอยู่นั้น มีเสียงร้องของคนขอความช่วยเหลือให้ช่วยดับไฟ ทว่าต่อให้ตะโกน
จนคอแตกก็ไม่มีทางช่วยได้ทันแล้ว
อากาศในหน้าร้อนแห้งแล้งเป็นอย่างมาก และง่ายต่อการติดไฟ หลังจากคฤหาสน์มีคนมาช่วยดับไฟ ภายในห้อง
ก็มอดไหม้จนหมดสิ้น
ไฟไหม้ที่โหมกระพือทำให้ผู้คนแตกตื่นตกใจ เพียงแต่ว่าคนจุดไฟเป็นฝีมือใคร ยังไม่มีใครทราบได้
แต่จุดที่ทำให้คนต่างกังขาคือคฤหาสน์ที่ใหญ่ถึงเพียงนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เพียงเข้าไปช่วย แม้แต่องครักษ์ก็ดู
เหมือนจะหายกันไปหมดไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
อีกไม่ถึงสองวันก็จะถึงการสอบจอหงวนแล้ว ต้วนอวี้หายตัวไปทำเอาคนทั้งจวนต้วนร้อนรนใจเปั้นอย่างยิ่ง
เช้าตรู่วันถัดมา เด็กรับใช้ข้างกายต้วนอวี้ที่ชื่อชวนเอ๋อร์ นำเรื่องนี้ไปรายงานต้วนชิงหมิงว่าคุณชายใหญ่ไม่ได้กลับ
มาทั้งคืน
เป็นเรื่องปกติที่ต้วนอวี้มักออกไปข้างนอกยามคํ่าคืนเสมอโดยที่ไม่ชอบกลับมาทั้งคืน แต่เพราะความสัมพันธ์ของ
เขากับเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ชอบช่วยกันออกหน้าโกหก แต่ยังดีที่ต้วนอวี้ยังรู้เรื่องรู้ความ หากเขามีเรื่องกลับมาไม่ได้ มักให้คน
มาส่งข่าวให้ต้วนชิงหมิงรับรู้ ข้อแรกเพื่อต้วนชิงหมิงจะได้วางใจ ข้อสองเพื่อให้ต้วนชิงหมิงช่วยเขาพูดต่อหน้าต้วนเจิ้ง
ไปๆ มาๆ คนในเรือนของต้วนอวี้ต่างเคยชินกับการที่เขาไม่กลับมาตลอดทั้งคืน
แต่วันนี้แตกต่างไปจากทุกวัน เพราะอีกแค่สองวันก็จะถึงวันสอบจอหงวนแล้ว แทนที่ต้วนอวี้จะทบทวนตำราที่
ต้องใช้สอบให้ดี กลับออกไปไหนทำอะไรเนี่ย
ด้วยความสงสัยของทุกคนเกี่ยวกับการหายตัวไปของต้วนอวี้ เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา
ชวนเอ๋อร์รีบไปขอพบต้วนชิงหมิงที่เพิ่งตื่นยามเช้า เขาได้เข้าพบต้วนชิงหมิงและเล่าทุกอย่างที่ทราบให้ฟังอย่าง
ละเอียด
ต้วนชิงหมิงนั่งฟังอย่างสงบนิ่งตั้งใจ ก่อนถามเสียงนิ่งขึ้น “คุณชายใหญ่ได้บอกหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่?”
“เรียนคุณหนู คุณชายใหญ่บอกว่าจะกลับก่อนตะวันขึ้นขอรับ!” ชวนเอ๋อร์ตอบ
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบ เพราะสิ่งที่ชวนเอ๋อร์พูดมานั้นตรงกับสิ่งที่ต้วนชิงหมิงได้ยินจากปากต้วนอวี้
แต่บัดนี้รุ่งอรุณของวันใหม่ขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่ต้วนอวี้ต้องเริ่มอ่านตำราแล้ว แต่ไฉนเขายังไม่กลับมา?
ชวนเอ๋อร์แอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิงที่สงบนิ่งไม่แสดงอาการตื่นตกใจ เขาพูดเสียงอ่อยว่า “ในใจของบ่าวรู้สึกมี
ลางสังหรณ์ไม่ดีขอรับ!”
ในใจของต้วนชิงหมิงรู้สึกไม่ต่างจากเขาเหมือนกัน แต่สิ่งนี้มิอาจพูดต่อหน้าบ่าวใช้ได้ นางจึงวางถ้วยนํ้าชาที่จิบอยู่
ลง หันไปพูดกับชวนเอ๋อร์ “เอาอย่างนี้ เจ้ากลับไปรอคุณชายใหญ่ที่เรือน ถ้าคุณชายใหญ่กลับมาแล้วให้รีบมารายงานข้า
ประเดี๋ยวข้าจะให้คนออกไปตามหาอีกแรง!”
ชวนเอ๋อร์ได้ฟังดังนั้นค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
ถึงแม้ปกติแล้วคุณหนูใหญ่เป็นคนเข้มงวดอย่างมาก แต่ชวนเอ๋อร์พอรู้ว่านางเป็นเจ้านายที่ดีมากคนหนึ่ง แต่ไหน
แต่ไรมาไม่เคยลงโทษบ่าวใช้ตามอำเภอใจ แต่กระนั้นพอเขาต้องมาอยู่เบื้องหน้าคุณหนูใหญ่ก็รู้สึกประหม่าและเกรงกลัว
ราวกับนักโทษที่ทำผิดกำลังถูกทางการสอบสวน
โดยสรุปแล้ว ในความคิดของชวนเอ๋อร์ หากใครได้สบตาคู่นั้นของต้วนชิงหมิง ย่อมปิดบังความลับไม่มิดทุกราย
ชวนเอ๋อร์กลับออกไปแล้ว สายตาของต้วนชิงหมิงกลับดุดันขึ้นมา นางเรียกชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มาสั่งการ “ชิ
วหนิง เจ้าไปนำปั้ายประจำตัวของข้าไปหาองค์ชายสาม ถามเขาว่าต้วนอวี้ได้อยู่กับเขาไหม… เซี่ยฮ่าวเอ๋อร์ เจ้าไปที่ร้าน
ค้าของคุณชายใหญ่ ไปถามสิว่าคุณชายใหญ่ได้กำชับหรือสั่งอะไรไว้บ้างหรือเปล่า… พวกเจ้าสองคนจงจำไว้ให้ดี ต้องสืบ
ให้รู้ว่าคุณชายใหญ่อยู่ที่ไหนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
ชิวหนิงกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมากที่สุด ทั้งสองคนได้ฟังรีบพยักหน้ารับ จากนั้นก็ออกไปทำ
ตามคำสั่งอย่างว่องไว
เยวี่ยเจียเดินเข้ามารินนํ้าชาให้ต้วนชิงหมิงโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง จากนั้นได้ถามเสียงแผ่วเบาว่า “คุณหนู เรื่องนี้
ต้องรายงานให้นายท่านกับฮูหยินใหม่ทราบไหมเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจเสียงเบา “ข้าคิดว่าท่านพ่อและท่านแม่ทราบเรื่องนี้แล้ว… เจ้าช่วยข้าแต่งตัว ข้าจะไปพบ
ท่านแม่ที่เรือน!”