การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 897 ที่มาที่ไป
ต้วนอวี้กลับมาแล้ว ตู้ชิงหรวนก็โล่งอกมาก ขณะที่มองเด็กน้อยคนนี้ นางกลัวว่าหากต้วนอวี้กลับมาไม่ได้ เมื่อถึง
ตอนนั้นจะบอกกล่าวกับติงโหรวที่จากไปแล้วอย่างไร!ยังไม่ต้องพูดถึงติงโหรว หากนางเข้าประตูจวนต้วน แล้วเกิดเรื่อง
อะไรกับต้วนอวี้ขึ้นมา ตู้ชิงหรวนคงไม่มีทางให้อภัยตัวนางเองอย่างแน่นอน!
ต้วนอวี้กลอกตากลับไปกลับมาอย่างเงียบเชียบ
ไม่ว่าจะเป็นความห่วงใยของต้วนเจิ้ง หรือความกังวลของตู้ชิงหรวน ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ต้วนอวี้อยากจะเห็น แต่ในเมื่อ
บิดาของเขามาแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะหลบเลี่ยงไม่ยอมพบ อีกทั้งสำหรับคนโบราณ การไม่พบปะผู้อาวุโสถือเป็นเรื่อง
เสียมารยาท
ต้วนอวี้ถอนหายใจเบาๆ เขาหันตัวมา ทำความเคารพต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนอย่างสง่าภูมิฐาน จากนั้นก็กล่าวด้วย
นํ้าเสียงจริงใจที่สุดว่า “ลูกสบายดีท่านพ่อ ท่านแม่……”
อันที่จริงแล้ว ต้วนเจิ้งจะสบายหรือไม่สบาย ต้วนอวี้ก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนต้วนชิงหมิง เพียงแต่ในเมื่อต้วนเจิ้งมาแล้ว
หากเขาไม่กล่าวทำความเคารพสักหน่อย คงดูเป็นเหมือนลูกที่ไร้มารยาท!
ต้วนเจิ้งทำเสียงฮึดฮัดใส่เขา แต่เห็นแก่ที่ตู้ชิงหรวนไถ่ถามทุกข์สุขต่อต้วนอวี้ และอยากจะให้เวลาตู้ชิงหรวนแสดง
ความห่วงใยกับต้วนอวี้สักหน่อย เขาถึงได้ไม่เข้าไปตีบุตรชาย!แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าต้วนอวี้มีท่าทางเหมือนขายผ้าเอา
หน้ารอด ชัดเจนว่าไม่ได้เห็นความห่วงใยของตู้ชิงหรวนอยู่ในสายตาเลย ตอนนี้ต้วนเจิ้งเกิดรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาแล้วจริงๆ
ตู้ชิงหรวนไม่ได้ถือสาสิ่งเหล่านี้ที่เล็กขี้ปะติ๋วหรอก
นางจูงมือต้วนอวี้ พร้อมบอกว่า “อวี้เอ๋อร์คงไม่ได้รับความลำบากอะไรใช่ไหม?ตัวเจ้าก็ไม่ได้เป็นอะไรด้วยใช่ไหม?
ดูจากท่าทางแล้วคงเหนื่อยมาก เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ต้วนอวี้เงยหน้ามองท้องนภาโดยไม่ได้เอ่ยตอบ ในเมื่อรู้ว่าเขาเหนื่อยมาก ก็ควรจะปล่อยให้เขาไปนอนสิ อยากจะ
ดึงเขาไว้ตรงนี้แล้วถามนู่นถามนี่ทำไม ทำอะไรของเจ้าน่ะ?
ต้วนอวี้กล่าวอย่างอ่อนเพลียว่า “ท่านแม่วางใจได้ ข้าไม่เป็นอะไร… เมื่อคืนมีแมลงวันมาตอมบนเตียงทั้งคืนจึง
นอนหลับไม่ดี… ทั้งข้ายังเพิ่งออกมาจากห้องสอบด้วย ตอนนี้เหนื่อยล้าเต็มแรงแล้ว อยากพักผ่อนเงียบเชียบเพียงเอย่าง
เดียว!”
ข้าอยากนอน ข้าอยากนอน!
ประโยคนี้ ต้วนอวี้แทบจะตะโกนออกมาแล้ว แต่เขากำลังอดทนอยู่ตรงนี้นะ หวังว่าเจ้าจะไม่ถามเขาอีก ไม่ต้อง
ถามแล้วตกลงไหม?
ตู้ชิงหรวนเห็นท่าทางของต้วนอวี้ ขอบตาดำเป็นวง ใบหน้าเล็กๆ กำลังหุบลง ที่สำคัญที่สุดก็คือ ดวงตาของเขา
ปิดลงครึ่งหนึ่งแล้ว ดูจากท่าทางของเขาเหมือนจะง่วงมาก ตู้ชิงหรวนคิดไปคิดมาแล้วพูดว่า “อวี้เอ๋อร์ เจ้าไปพักผ่อน
ก่อนเถอะ รอให้เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว ค่อยมาหาแม่นะ มาคุยกับพ่อของเจ้าด้วยดีไหม?”
ตู้ชิงหรวนเห็นท่าทางของต้วนอวี้ ก็ไม่ต้องถามถึงผลลัพธ์หรือต้นเหตุอะไรแล้ว กลัวว่าถ้าพูดกับเจ้ามากกว่านี้อีก
ประโยคเดียว ก็เป็นความรับผิดชอบทั้งนั้นสินะ?
เมื่อคืนวานต้วนอวี้ไปที่ไหนมา ทุกคนพอจะรู้แล้ว ถ้าถามตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรแล้วเช่นกัน มิหนำซํ้า ต้วน
อวี้ก็บอกแล้วว่าเพิ่งออกมาจากสนามสอบ ในเมื่อเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอบจอหงวน ต้วนเจิ้งก็ไม่มีทางไปตำหนิ
เขาได้ ถูกไหม?
ดังนั้น ตู้ชิงหรวนจึงพิจารณาครู่หนึ่ง ก่อนจะให้ต้วนอวี้กลับไปนอนพักผ่อนให้เต็มที่!
พอต้วนอวี้ได้ฟังดังนั้น ก็ราวกับได้รับนิรโทษกรรม แต่หนังตาของเขาลืมไม่ขึ้นแล้วจริงๆ ทำได้เพียงพยักหน้า
แล้วพูดเหมือนหุ่นคนว่า “ขอบคุณท่านแม่ ลูกทราบแล้ว!”
พอพูดจบแล้ว ต้วนอวี้ก็หันตัวเดินออกไป!
ต้วนเจิ้งอยู่ข้างๆ เห็นแล้วรู้สึกไม่ปลื้ม เขาถลึงตาใส่ต้วนอวี้อย่างดุดัน กำลังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ตู้ชิงหรวน
เดินเข้ามาแล้วบอกว่า “ท่านพี่ ดูอวี้เอ๋อร์จะง่วงมากจริงๆ แล้วเขาก็เพิ่งออกจากสนามสอบด้วย ท่านพี่ให้เขาไปนอนสัก
ตื่นดีกว่า รอให้เขาตื่นแล้ว ค่อยเรียกเขามาถามเถอะ?”
ต้วนเจิ้งมองตู้ชิงหรวนแวบหนึ่ง แล้วก็มองต้วนอวี้ลืมตาไม่ขึ้นอีก รู้ว่าต้วนอวี้กลับมาจากสนามสอบ จึงไม่ได้โกรธ
อะไร เขาพยักหน้าแล้วกล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “ก็ได้ รอให้เขาตื่นแล้ว พี่ค่อยถามเขาอีกทีแล้วกัน!”
ตู้ชิงหรวนยิ้มแล้วบอกว่า “ข้ารู้ว่าท่านพี่เป็นห่วงอวี้เอ๋อร์ ในเมื่อตอนนี้อวี้เอ๋อร์ไม่เป็นอะไร รออีกประเดี๋ยว หาก
เขาตื่นแล้ว ทุกคนรับประทานอาหารพร้อมกัน ถ้ามีเรื่องอะไรอย่างอื่น รอให้เขาสอบสนามที่สามเสร็จแล้วค่อยคุยกันดี
กว่าไหมเอ่ย?”
ต้วนเจิ้งคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าที่ตู้ชิงหรวนพูดมีเหตุผล จึงพยักหน้าแล้วเดินตามตู้ชิงหรวนออกไป!
ตอนที่เพิ่งจะเดินออกไปได้สองก้าว จู่ๆ ตู้ชิงหรวนก็พลันหยุดเดิน แล้วบอกว่า “เฮ้อ ใช่แล้วทั้งท่านพี่ ชิงหมิงยัง
ไม่รู้เรื่องที่อวี้เอ๋อร์กลับมาสินะ?จะให้คนไปบอกนางหน่อยไหม?”
ต้วนเจิ้งส่ายหน้าบอกว่า “พี่เพิ่งเห็นบ่าวใช้ในเรือนของหมิงเอ๋อร์วิ่งไปเร็วมาก ดูท่าทาง เกรงว่านางคงจะรู้แล้ว
กระมัง… ในเมื่อรู้แล้ว อีกประเดี๋ยวก็ต้องมาทานข้าวพร้อมกัน ถึงตอนนั้นค่อยบอกให้นางรู้ก็แล้วกัน”
ตู้ชิงหรวนได้ยินแล้วพยักหน้า จากนั้นก็เดินตามต้วนเจิ้งกลับมาที่เรือนของนาง!
ที่จริงแล้ว ต้วนชิงหมิงก็ได้ข่าวพร้อมๆ กับต้วนเจิ้ง
เช้าตรู่ของวันนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ส่งคนมาส่งข่าวให้ต้วนชิงหมิงแล้ว บอกว่าต้วนอวี้อยู่กับเขา หลังจากสอบเสร็จรอบ
แรกก็กลับมา ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงไม่ได้กังวลใจเหมือนต้วนเจิ้ง แต่ตอนนี้พอได้ยินว่าต้วนอวี้กลับมาแล้ว นางก็นั่งไม่ติดที่
แล้ว รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ววิ่งมาที่เรือนของต้วนอวี้
พอต้วนอวี้กลับมาถึงเรือน ก็ล้มตัวลงบนเตียงเลย
ชวนเอ๋อร์ยังคงบ่นอยู่ข้างๆ “องค์ชายนี่นะ การที่ท่านออกจากบ้านไปสองวันสองคืนนี้ ท่านรู้หรือเปล่าว่าชวนเอ๋
อร์ร้อนใจจะตายอยู่แล้ว นายท่านก็ร้อนใจ ฮูหยินก็ร้อนใจ คุณหนูใหญ่ก็ร้อนใจ ชวนเอ๋อร์กระวนกระวายจนไม่รู้ว่าจะพูด
อะไรแล้ว……”
ชวนเอ๋อร์เป็นเด็กรับใช้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ขณะที่เขาช่วยต้วนอวี้ถอดรองเท้า ก็พูดว่า “บ่าวเรียกให้
คนไปต้มนํ้าแล้ว อีกไม่นานก็จะเสร็จแล้ว ตอนนี้คุณชายพักผ่อนได้ครู่หนึ่ง รออีกประเดี๋ยวบ่าวจะประคองท่านไปอาบนํ้า
แล้วก็หลับให้สบายสักตื่นขอรับ”
ต้วนอวี้ใช้ชีวิตเป็นคุณชายมาจนชินแล้ว การอาบนํ้าทุกวันติดเป็นนิสัยไปแล้ว ดังนั้นเมื่อชวนเอ๋อร์เห็นเขากลับมา
ก็กำชับให้คนไปต้มนํ้า เตรียมเสื้อผ้าสะอาดไว้ ตอนนี้รอแค่ให้ต้วนอวี้ไปอาบนํ้าก็พอ!
ชวนเอ๋อร์บ่นอยู่พักใหญ่ แต่คนที่อยู่เหนือศีรษะเขากลับเงียบงันไร้เสียง
ชวนเอ๋อร์เงยหน้ามองอย่างประหลาดใจ เห็นเพียงขาของต้วนอวี้ยังอยู่บนพื้น คนหลับไปแล้ว ภายในห้องนี้เงียบ
สงบมาก มีแต่เสียงกรนน้อยๆ ของต้วนอวี้ เสียงเบามากจนทำให้คนแทบไม่สังเกต
ชวนเอ๋อร์มองดูคุณชายตัวเองด้วยความเป็นห่วง ดูท่าแล้ว คุณชายที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกสองวันคงไม่ได้สุขสบาย
เสียเท่าไหร่นัก!เจ้าดูสิ คุณชายที่เดิมทีรักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ไปแล้ว!
ชวนเอ๋อร์ส่ายหน้า นำรองเท้าของต้วนอวี้วางไว้ด้านข้าง จากนั้นก็จัดร่างต้วนอวี้ให้นอนตรงอย่างเบามือ พอห่ม
ผ้าให้เขาถึงได้เตรียมตัวถอยออกไปอย่างเงียบๆ
ชวนเอ๋อร์เพิ่งจะหันตัวมา ก็ถูกทำให้ตกใจทันที ที่แท้ต้วนชิงหมิงได้มาปรากฏตัวยืนอยู่ข้างหลังเขานานแล้ว ทั้งยัง
มีเยวี่ยเจีย บ่าวใช้ของต้วนชิงหมิงอีกคน
พอชวนเอ๋อร์เห็นก็ตกใจจนแทบขวัญกระเจิง เขาเห็นว่าต้วนชิงหมิงกำลังขมวดคิ้ว จึงรู้สึกแข้งขาอ่อนปวกเปียก
รีบคุกเข่าลงบนพื้น “บ่าวชวนเอ๋อร์ คารวะคุณหนูใหญ่!”
ต้วนชิงหมิงมาได้สักครู่หนึ่งแล้ว สิ่งที่ชวนเอ๋อร์พึมพำกับตัวเอง นางก็ได้ยินหมดแล้วเช่นกัน ตอนนี้พอได้เห็นชวน
เอ๋อร์คุกเข่า นางก็เพียงกล่าวเสียงเรียบว่า “เอาล่ะ เลิกเสียงดังได้แล้ว อย่าให้หนวกหูคุณชายของเจ้า พวกเราออกไปข้าง
นอกกันเถอะ!”
ชวนเอ๋อร์มองไปที่ต้วนอวี้อีกแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินตามเยวี่ยเจียออกไป
ต้วนชิงหมิงเดินกลับมาตรงหน้าเตียง ช่วยห่มผ้าห่มให้ต้วนอวี้อีกครั้ง จากนั้นเก็บมุมผ้าห่ม ก่อนจะเดินย่องออก
ไปเงียบเชียบ!
เมื่อเห็นท่าทางต้วนอวี้ ก็ดูเหมือนจะเหนื่อยมาก ต้วนชิงหมิงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสองวันสองคืนที่ผ่านมานี้ต้องเกิด
เรื่องอะไรขึ้นมากมายแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ต้วนอวี้กลับมาแล้ว ไม่ได้ขาดสอบด้วย ต้วนชิงหมิงถึงได้วางใจขึ้น!
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเดินออกจากห้องไป เยวี่ยเจียก็ช่วยปิดประตูให้ต้วนอวี้อย่างระมัดระวัง ชวนเอ๋อร์ยังคงยืนอยู่
ด้านข้าง มองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาเกรงกลัว
ต้วนชิงหมิงมองชวนเอ๋อร์ปราดหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าดื่มนํ้าชา
ชวนเอ๋อร์คนนี้เป็นเด็กรับใช้ประจำกายต้วนอวี้ แม้เขาจะอายุยังน้อยแต่กลับแบ่งเบาภาระต้วนอวี้ได้ไม่น้อย แค่
เห็นท่าทางที่เขาปฏิบัติกับต้วนอวี้เมื่อครู่นี้ ขนาดต้วนชิงหมิงก็ยังรู้สึกว่าชวนเอ๋อร์คนนี้ไม่เลว อย่างน้อยก็จงรักภักดีต่อ
เจ้านาย!
เมื่อต้วนชิงหมิงไม่พูดอะไร ชวนเอ๋อร์ก็ย่อมไม่กล้าพูด เขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างซื่อสัตย์ ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ!
ชวนเอ๋อร์กลัวคุณหนูใหญ่คนนี้ ความกลัวแบบนี้ถึงขั้นเรียกได้ว่าเคารพยำเกรง และความเคารพยำเกรงแบบนี้
โดยทั่วไปก็ไม่เหมือนกับความหวาดกลัว อย่างหลังเป็นความกลัวล้วนๆ เป็นความกลัวที่เห็นแล้วรู้สึกอยากหนี ส่วนอย่าง
แรกนั้นมีความเคารพอยู่ด้วย ทำให้คนกลัวแต่กลับไม่รังเกียจ
ชวนเอ๋อร์เคารพยำเกรงคุณหนูใหญ่ เป็นความรู้สึกที่มาจากภายในจิตใจ ไม่มีความเสแสร้งแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เซี่ยเฉ่าเอ๋อร์ก็เข้ามากับบ่าวใช้คนหนึ่ง พอนางเห็นต้วนชิงหมิง ก็รีบทำความเคารพแล้วกล่าวเสียงแผ่ว
เบา “คุณหนู คุณหนูเนี่ยมาแล้วเจ้าค่ะ!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมาแล้ว?
ต้วนชิงหมิงจำได้ ตั้งแต่แยกกันที่จวนเนี่ย ทั้งสองก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย!
ตอนที่เชวียหนิงหรานถูกกักบริเวณ ต้วนชิงหมิงก็มีงานเยอะจึงออกจากจวนน้อยมาก ในหลายเดือนมานี้ นางจึง
ไม่ได้เห็นเงาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเลยจริงๆ
แต่ในตอนนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยมาแล้ว มาหานางเพราะมีเรื่องอะไรกัน?
ต้วนชิงหมิงคิดไปคิดมาแล้วบอกว่า “เยวี่ยเจีย เจ้ามาเฝั้าอยู่ที่นี่ ถ้าคุณชายตื่นแล้วรีบไปบอกให้ข้ารู้ที”
พอเยวี่ยเจียได้ยินดังนั้น ก็รีบพยักหน้าเอ่ยรับ ส่วนต้วนชิงหมิงก็เดินตามเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปแล้ว!
หลังจากทั้งสองเดินตามกันออกนอกลานเรือนของต้วนอวี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็กระซิบกับต้วนชิงหมิงว่า “คุณหนู ดู
สีหน้าของคุณหนูไม่ปกตินะ เหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลยเจ้าค่ะ……”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วมุ่น เนี่ยไฉ่เยวี่ยร้องไห้มาหรือ?ร้องไห้เพราะอะไรกัน?
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์บอกอีกว่า “หลังจากคุณหนูเนี่ยมาถึงแล้ว ก็ถามถึงคุณชายหลิว… นางถามว่าคุณชายหลิวได้มาที่นี่
บ้างหรือเปล่า”
ต้วนชิงหมิงพลันเข้าใจในทันที
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมาที่นี่เพราะหลิวยวนนี่เอง
ต้องทราบไว้ว่า หลิวยวนเตรียมจะหมั้นกับองค์หญิงจิ่นซิ่วแล้ว ดังนั้น เรื่องราวต่างๆ ได้เตรียมการไปแล้วพอ
สมควร ตอนนี้คนรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็รู้ด้วยเช่นกัน ในเมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้ว่าหลิวหยวนกำลังจะหมั้นหมาย
ความรักใคร่ใหลหลงที่นางมีให้หลิวยวนต้องยุติลงด้วยความทุกข์เศร้า