การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 898 เนี่ยเจิ้งหวางและองค์ชายสาม
แม้ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะถูกต้วนอวี้ชกเข้าไปหน้า แต่ในใจของเขาก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำแล้ว เพราะเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยไม่เพียงแต่จะหลอกเขา ยังส่งต้วนชิงหมิงไปที่ต้าม่ออีก ที่สำคัญเขาไม่ได้มีโอกาสบอกลาท่านพี่ด้วยตนเอง
เพราะฉะนั้น ต้วนอวี้จึงชิงขังเหยียนหลิ่งเจวี๋ยและชกเข้าไปที่หน้า แค่นี้นับว่ายังทำน้อยเกินไปด้วยซํ้า
คิดไม่ถึงว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะแอบไปทำเรื่องลับหลังเขามากมายถึงเพียงนี้
แน่นอนว่า สำหรับต้วนอวี้แล้ว การที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยทำเรื่องเช่นนั้นคงต้องมีเหตุผลในตัวของมัน มิอย่างนั้นหาก
ต้วนชิงหมิงเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ต้วนอวี้คงไม่แค่ชกหน้าเพียงเท่านี้
เรื่องที่ต้วนอวี้ไปชกหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย เขาไม่มีทางบอกให้ต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนรับทราบเป็นอันขาด มิอย่าง
นั้นอาจถูกทั้งสองคนลงโทษเป็นแน่
อีกอย่างต้วนอวี้นั้นไม่ได้หวาดกลัวต้วนเจิ้งแม้แต่น้อย แต่เขาไม่อยากให้ตู้ชิงหรวนที่ท้องโตต้องมาเป็นห่วงเขา
ตู้ชิงหรวนเหมือนสัมผัสความรู้สึกของต้วนอวี้ได้ นางจึงพรวดขึ้นมาว่า “อวี้เอ๋อร์ ไม่ว่าจะเรื่องของชิงหมิงหนิง
หราน ยังไงก็ต้องขอบคุณองค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเข้าใจไหม?”
ต้วนอวี้ก้มหน้าลงอย่างขึงขังเมื่อได้ยินชื่อของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย!
จากนั้นตู้ชิงหรวนก็พูดต่อไปว่า “ในวันนั้น พี่สาวของเจ้าได้ส่งจดหมายกลับมา เขียนว่าอดเป็นห่วงหนิงหรานไม่
ได้ องค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจึงมาหาแม่ที่จวนต้วนโดยเล่าว่าเชวียหนิงหรานเป็นโรคทางใจ ให้แม่รีบไปเยี่ยมนางเสีย
หน่อย เพื่อรับประกันว่าลูกจะกลับมาเมืองหลวงโดยเร็ววัน ดังนั้นแม่จึงทำตามที่องค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยบอก นำเรื่องนี้
ไปบอกหนิงหราน… ผลก็คือหนิงหรานดีขึ้นตามลำดับ!”
โบราณมักว่า โรคขึ้นกับใจเจ็ดส่วน ขึ้นกับยาสามส่วน ดูแล้วเห็นจะเป็นจริงตามนั้น… เพราะหลังจากที่ต้วนอวี้
ออกจากวังก็ได้ยินเรื่องที่เชวียหนิงหรานดีขึ้นแล้ว
คิดไปคิดมาจนถึงตรงนี้ ต้วนอวี้ต้วนอวี้ได้ถามเสียงอ่อยกับตู้ชิงหรวน “ลูกขอบคุณท่านแม่ที่เป็นห่วงหนิงหรานข
อรับ”
ถ้าตู้ชิงหรวนห่วงต้วนชิงหมิงอันนี้ถือเป็นความสัมพันธ์แม่ลูก ส่วนเชวียหนิงหรานกับตู้ชิงหรวนดูเหมือนไม่ได้มี
ความสัมพันธ์อันใดต่อกันเลย แต่ตู้ชิงหรวนยังหอบสังขารที่มีลูกน้องอยู่ในท้อง ไปเยี่ยมเชวียหนิงหรานถึงจวนเชวีย จุดนี้
ต้วนอวี้คารวะในหัวใจของนางเหลือเกิน
นึกไม่ถึงว่าตู้ชิงหรวนจะโบกมือไปมา “อวี้เอ๋อร์พูดอะไรนั่น หนิงหรานเป็นถึงว่าที่ภรรยาของเจ้า ซึ่งถือเป็นว่าที่
ลูกสะใภ้ของแม่เช่นกัน ในฐานะว่าที่แม่สามีการได้ช่วยว่าที่ลูกสะใภ้ นับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก!”
ต้วนอวี้กลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่ลงคอไป โดยไม่ได้ตอบคำใดต่อ
ในระหว่างนี้เอง ต้วนเจิ้งได้เอ่ยเสียงเรียบขึ้น “อวี้เอ๋อร์เมื่อก่อนอายุยังน้อยทำผิดพลาดไปบางก็ไม่เป็นไร แต่ตอน
นี้โตแล้ว ทั้งยังมีตำแหน่งติดตัวอีก… ยังไงจวนต้วนก็ถือเป็นหนี้บุญคุณองค์ชายสามในครั้งนี้ ลูกกับองค์ชายสามสนิท
สนมกันถึงขนาดนี้ หากครั้งหน้ามีโอกาสได้พบฝากขอบคุณองค์ชายสามแทนพ่อด้วย!”
พอต้วนอวี้ได้ฟังก็แอบมองตาขวางอย่างไม่ค่อยพอใจเสียเท่าไหร่… ตำแหน่งอะไรนั่นไม่ได้สำคัญแม้แต่น้อย อีก
อย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ไม่ได้หวังดีกับจวนต้วน เขาแค่ทำทุกอย่างแทนฝั่าบาทชั่วคราวเท่านั้นเอง!
เชอะ! เจ้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยช่างเก่งกาจเหลือเกิน ปิดเรื่องจวนต้วนทั้งหมดไม่ให้ต้วนอวี้ทราบแม้แต่น้อย!
แต่คำพูดเหล่านี้ ต้วนอวี้ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจไม่ได้เอ่ยออกมา อย่างน้อยต้วนเจิ้งบอกให้เขาไปช่วยขอบคุณเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยแทน ต้วนอวี้จึงต้องพยักหน้ารับ “ได้ขอรับ ท่านพ่อวางใจได้ ครั้งหน้าหากลูกเจอเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะต้อง
ขอบคุณอย่างงามเลยขอรับ……”
แต่ว่าวิธีที่ต้วนอวี้ขอบคุณเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปนั้นคือการชกเข้าไปที่หน้าอย่างแรง หรือไม่ก็อาจจะใช้เท้าถีบให้
กระเด็นไปถึงต้วนชิงหมิง สรุปแล้วอยู่ที่ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะเลือกแบบไหน!
เมื่อต้วนอวี้ได้ฟังตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งฝากไปขอบคุณเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ต้วนอวี้ได้แต่มองตาขวางอย่างไม่ค่อยสบ
อารมณ์
ชิ! เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเอ๋ยเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ต่อให้เจ้าเป็นโอรสของฝั่าบาท ข้าก็จะยังเรียกเจ้าว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยู่
ดี! ชื่อตั้งไว้ให้คนเรียก ข้าไม่อยากเรียกตำแหน่งที่เจ้าเป็นก็เท่านั้นเอง!
แต่สิ่งที่ตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งสั่งสอน เขาก็มิอาจปฏิเสธต่อหน้า ได้แต่พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง “สิ่งที่ท่านพ่อ
ท่านแม่สอนสั่งลูกจะจดจำในใจไม่ลืมขอรับ!”
ตู้ชิงหรวนเห็นท่าทางต้วนอวี้ดูจะต่อต้านกับชื่อขององค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ย แต่นางก็จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร
ทำได้แต่พูดให้คิด “ไม่เพียงจำได้ ต้องทำให้ได้ด้วย!”
ต้วนอวี้ยังคงพยักหน้ารับงกๆ โดยไม่เถียงสักคำเดียว
อาหารมื้อนี้แม่ครัวรังสรรมาเฉพาะอาหารที่ต้วนอวี้ชอบทั้งหมด แต่เขากลับทานลงไปน้อยจนผิดสังเกต ท่าทางดู
เหมือนมีเรื่องในใจที่กำลังครุ่นคิดไม่ตก
ต้วนเจิ้งชำเลืองมองใบหน้าของต้วนอวี้ เห็นว่าขอบตาเขาดำคลํ้าจนเห็นได้ชัด จึงรู้ว่าเขาคงพักผ่อนไม่เพียงพอ
เลยบอกให้กลับไปพักผ่อนหลังทานอิ่มแล้ว
แท้จริงแล้ว ต้วนอวี้ก็เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าเป็นที่สุด ทั้งมาจากการรักษาฝั่าบาท จนมาถึงรีบเดินทางกลับจวนต้วน
และได้ทราบเรื่องราวต่างๆ มากมายของต้วนชิงหมิงอีก
หลังทานอิ่มแล้ว ต้วนอวี้ได้ลาตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งเพื่อกลับไปพักปั่อนที่เรือน
ตู้ชิงหรวนมองดูต้วนอวี้เดินไปตามทางจนลับตา ด้วยสัมผัสได้ถึงความสร้อยเศร้าและโหยหาต้วนชิงหมิงที่ไม่ได้อยู่
ในจวน
ตู้ชิงหรวนได้แต่ยืนมองดูอยู่อย่างนั้น จนเปรยออกมาได้ยินเพียงคนเดียว “อวี้เอ๋อร์โตขึ้นแล้ว!”
การโตขึ้นที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ส่วนสูง นํ้าหนักหรือแม้แต่อายุที่มากขึ้น แต่เป็นความคิดและการกระทำต่างหาก
หากรู้สึกหงอยเหงา โดดเดี่ยวเคว้งคว้าง จนไม่รู้จะอธิบายออกมาอย่างไรได้หมด การเลือก “ดื่มสุรา” นับว่าเป็น
ส่วนหนึ่งที่บอกว่าคนคนั้นโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว!
ในตอนนี้ไม่ว่าเรื่องอะไร ดูเหมือนเป็นสิ่งธรรมดาและสิ้นหวังในสายตาของต้วนอวี้ไปหมดสิ้น ตู้ชิงหรวนจึงมั่นใจ
ได้ว่าต้วนอวี้ได้โตขึ้นแล้วอย่างแท้จริง!
ดูเหมือนต้วนเจิ้งจะฟังสิ่งที่ตู้ชิงหรวนพูดออกมาไม่เข้าใจ จึงเลือกยิ้มน้อยๆ กลบเกลื่อนพอให้ผ่านไป “โตขึ้นก็ดีสิ
เจ้าลูกชายคนนี้เหมือนข้าเหลือเกิน!”
ตู้ชิงหรวนได้แต่ส่ายหน้า จากนั้นได้เดินเข้าไปด้านหลังต้วนเจิ้งช่วยจับเสื้อคลุมให้มิดชิด “ข้างนอกลมแรง ท่านพี่
ก็ยังดื่มสุราอีก รีบเข้าไปข้างในเสียเถอะ!”
ต้วนเจิ้งเดินเข้าไปในห้องตามที่นางบอก “เจ้าก็ด้วยเหมือนกัน ท้องโตมากแล้วยืนนานไม่ดี!”
“แต่ท่านหมดเพิ่งบอกข้าเมื่อวานนี้ ให้เดินไปมาบ้างถึงตอนคลอดจะได้ง่าย” ตู้ชิงหรวนอมยิ้ม
ทั้งสองคนพูดไปยิ้มไป สอดประสานมือเข้ามากัน เดินเข้าไปในห้อง
หลังจากที่ต้วนอวี้เดินออกจากห้องโถงแล้ว เขายังไม่ได้กลับเรือนของตนทันที ทว่าเลือกเดินมาที่เรือนต้วนชิงหมิง
ยามคํ่าคืนในเหมันต์ฤดูจะมืดสนิทกว่าฤดูอื่น มีเพียงแสงดวงดาวที่ส่องสว่าง สะท้อนหิมะขาวระยิบระยับไปหมด
ต้วนอวี้เคาะประตูเรือนต้วนชิงหมิง มีบ่าวใช้ตัวน้อยที่ไม่คุ้นหน้าออกมาเปิดประตู ด้วยความตกใจของนางจึงถาม
ขึ้น “ท่านเป็นใคร……”
ยังไม่ทันที่สาวใช้ตัวน้อยจะถามจบ เสียงของชิวหนิงก็ดังขึ้นจากด้านหลังนาง “คุณชายใหญ่มาแล้วเหรอเจ้าค่ะ”
ชิวหนิงที่กำลังเย็บผ้าอยู่ ถึงกับมืออ่อนจนเข็มและด้ายร่วงลงพื้นจนหมด นางมองไปที่ต้วนอวี้ด้วยใบหน้าที่
ปลาบปลื้มใจ “คุณชายใหญ่กลับมาแล้ว!”
บ่าวใช้ในเรือนต้วนชิงหมิง ได้ยินชื่อของต้วนอวี้ดังขึ้น ต่างพากันวิ่งออกมาด้วยร่าเริงดีอกดีใจ “คารวะองค์ชาย
ใหญ่เจ้าค่ะ……”
หลังจากนั้น ต้วนอวี้เดินไปนั่งเก้าอี้ตำแหน่งของท่านพี่ ชิวจวี๋ยกนํ้าชาร้อนๆ เข้ามาให้ จากนั้นเอาแต่ยืนมองหน้า
เขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดจา
ต้วนอวี้กวาดสายตามองไปรอบๆ ในเรือน
เมื่อก่อนนั้นไม่ว่าเขาจะมาเมื่อไหร่ ก็จะพบต้วนชิงหมิงนั่งจิบนํ้าชาเงียบๆ เย็บปักถักร้อยงานฝีมือ อ่านหนังสือ
ตำราอยู่เสมอ ถ้าไม่อยู่ที่ห้องโถงตรงนี้ แสดงว่าอยู่ในห้องนอน ไม่มีทางออกเดินทางไปไหนไกล ขอเพียงต้วนอวี้เอ่ยชื่อ ต้
วนชิงหมิงก็จะเดินออกมาหาเขา!
ในตอนนั้นเยวี่ยเจียและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อายุไล่เรี่ยต้วนอวี้ก็มักจะเล่นกับเขาเสมอทุกครั้งที่มา จนเสียงดังสนั่นหวั่น
ไหว จนต้วนชิงหมิงต้องออกปากห้ามปรามและตำหนิบ้าง
มาถึงตอนนี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และเยวี่ยเจียได้หายไปแล้ว เหลือเพียงชิวหนิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง ภายในเรือนที่เงียบเหงา
และเคว้างคว้าง
ต้วนอวี้ก้มหน้าถอนหายใจ ที่แท้ความหมายของบ้านที่แท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเล็กหรือใหญ่ หรูหราหรือซอมซ่อ แต่
ขึ้นอยู่กับว่าในบ้านที่มีคนที่ให้ความอบอุ่น ไม่ทำให้ต้องหงอยเหงาและโดดเดี่ยวต่างหาก
ระหว่างที่ต้วนอวี้แอบถอนหายใจออกมาเสียงแผ่วเบา
ชิวหนิงที่ยืนอยู่ด้านข้างได้เอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูหวังว่าหลังจากที่คุณชายใหญ่กลัยมาแล้ว คงจะไม่ออกไปไหนไกล
อีก ที่จวนแห่งนี้ นายท่านยุ่งกับงานราชสำนัก ฮูหยินง่วนอยู่กับการเตรียมคลอดลูก สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้คือคนที่
จะเป็นเสาหลักของจวน ซึ่งคนคนนั้นก็เห็นจะเป็นคุณชายใหญ่ที่ต้องมาทำหน้าที่นี้เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ได้ยินดังนั้นถึงกับงงงวยจนตื้อไปชั่วขณะ
แต่ไหนแต่ไรต้วนชิงหมิงเป็นคนทำอะไรรอบคอบมาโดยตลอด นางมีสายตาที่ยาวไกลกว่าคนอื่น ด้วยเหตุนี้นางจึง
คิดเผื่อคนอื่นด้วยความรอบคอบ ส่วนตัวนางเองนั้นกลับไม่ได้รอบคอบเอาเลย
แม้ตัวนางจะไม่อยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทว่าก็ยังไม่ลืมกำชับบ่าวใช้เอาไว้!
ชิวหนิงพูดยังไม่ทันได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดชะงักลง “คุณชายใหญ่รออยู่ที่นี่ประเดี๋ยวนะเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับด้วยไม่รู้ว่าชิวหนิงต้องการทำอะไรกันแน่!
เห็นเพียงนางวิ่งออกไปนอกเรือน แล้วกลับมาพร้อมราวที่แขวนเสื้อคลุมกันหนาวมาหลายตัว นางวางทั้งหมดลง
บนโต๊ะ พูดขึ้นมาว่า “คุณชายใหญ่ นี่เป็นเสื้อคลุมกันหนาวที่คุณหนูให้บ่าวเตรียมไว้ โดยบอกว่าถ้าคุณชายใหญ่กลับมา
แล้ว ต้องมีรูปร่างสูงขึ้นกว่าเดิม จึงเตรียมเสื้อคลุมเหล่านี้รอให้คุณชายใหญ่กลับมาลองเจ้าค่ะ”