การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 98 เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการยา
แม่นมหนิงถือเป็นคนเก่าแก่ในจวนต้วนทั้งยังคุ้นเคยกับติงโหรวเป็นอย่างดี จึงรู้ว่าเรื่องนี้มีสิ่งผิดปกติดังนั้นการ
จัดการเรื่องต่างๆจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเมื่อนางได้ยินที่เด็กสาวบอกว่าจะไปหาหมอเทวดาก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาครั้น
จะโน้มน้าวก็คงยาก เพราะคุณหนูมีความคิดเป็นของตัวเองเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง
แม้จะรู้ว่าคงไม่สามารถโน้มน้าวแต่ก็ยังอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้คล้ายรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียอย่างไรอย่างนั้น
จึงตัดสินใจเอ่ยปรามขึ้น “แต่ว่าเรื่องนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ถ้าถูกหลิวอี๋เหนียงรู้เข้ากลัวว่าจะสร้างเรื่อง
ลำบากขึ้นมา…” ถ้าหลิวอี๋เหนียงรู้ว่าต้วนชิงหมิงเล่นงานเรื่องยาจะต้องหาทางมาแก้แค้นเป็นแน่
เด็กสาวยิ้มออกมา “เช่นนั้นข้าอยากจะถามแม่นม ถ้าข้าไม่เล่นงานนางนางจะไม่มาหาเรื่องข้าอย่างนั้นใช่หรือ
ไม่?”
นางไม่ถูกกับหลิวหรงหรือคงพูดได้ว่าอยู่ร่วมฟั้าเดียวกันไม่ได้! ในเมื่อเรื่องล่วงเลยมาจนถึงวันนี้แล้วดังนั้นจึงไม่ใช่
เรื่องว่าใครล่วงเกินใครก่อนแต่คือการหาทุกวิถีทางทำให้อีกฝั่ายตายอยู่ในกำมือต่างหาก!
อีกฝั่ายได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดถึงกับหน้าซีดจนพูดอะไรไม่ออก
ใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมายได้…นางเชิดคางขึ้นพลางจัดเสื้อให้เรียบร้อย ค่อยๆ
เดินเข้าไปร้านหมอในเมื่อนางมาถึงที่นี่ก็หาได้กลัวหลิวหรงรู้ไม่หรือแม้หลิวหรงจะรู้แต่นางก็มีวิธีการทำให้อีกฝั่ายจน
ปัญญา!
ต้วนชิงหมิงหยุดยืนมองผู้คนที่เจ็บปั่วยไม่สบายมาหาหมอเทวดาอย่างไม่ขาดสายที่หน้าประตูร้าน
วันนี้นางมาหาหมอไม่ได้มาเพื่อตัวเอง แต่มาหาเพื่ออนุภรรยาของท่านพ่อที่น่าสงสารนางปั่วยด้วยโรคของผู้หญิง
อย่างหนัก หลายปีมานี้ พูดได้ว่าเจ็บจนทุกข์ทรมานแต่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้
วันนี้ต้วนชิงหมิงมาหาหมอเทวดาเพื่อจะสอบถามว่าจะทำอย่างไรถึงจะรักษาโรคที่อนุภรรยาของพ่อเป็นอยู่ให้
หายได้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสามารถทานกับดื่มอะไรได้บ้าง และมีของใดที่ห้ามทานเด็ดขาด
แค่นี้เท่านั้น
……
มีร้านนํ้าชาที่ห่างไปอยู่ร้านหนึ่งที่นั่นเป็นร้านสูงสามารถนั่งชมวิว ทั้งยังประจวบเหมาะสามารถมองเห็นประตูเข้า
ออกของร้านหมอได้พอดี
แน่นอนว่าเรื่องที่หญิงสาวถูกชนตรงหน้าร้านหมอก็ถูกสายตานั้นที่ซ่อนอยู่หลังม่านมองเห็นทุกอย่างจนถึงตอนนี้
คนคนนั้นก็ยังไม่แสดงความตกใจอะไรออกมา!
จวบจนเห็นเด็กสาวตัวน้อยเดินลงจากรถม้าเข้าไปในร้านหมอ…ในที่สุดเขาก็ต้องประหลาดใจ นางเข้าไปเพื่อ
อะไร?
หรือว่าเป็นเพราะเรื่องไฟไหม้เมื่อคืนทำให้นางตกใจ? หรือว่ามาต่างที่ต่างถิ่นไม่ชินกับนํ้าและอาหารจึงปั่วย?
แต่ว่าดูอย่างไรต้วนชิงหมิงก็ไม่เหมือนกับคนที่อ่อนแอได้ง่าย!
“ลั่วสุ่ย… นางปั่วยหรือ?”
ชายคนนั้นหันหน้ามาพร้อมด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องใบหน้าด้านข้างเผยให้เห็นถึงความหล่อเหลา ใสสว่าง
ผุดผ่องราวกับหยกบริสุทธิ์ที่ดึงดูดสายตาผู้คนให้หลงใหลได้ไม่ยาก ตอนนี้ภายใต้ดวงตาที่ดำขลับและเปล่งประกาย
ใบหน้าหล่อเหล่าและท่าทางที่สูงศักดิ์ ก็คือองค์ชายสามหรือเหยียนหลิ่งอวี๋ นั่นเอง
“ไม่ได้ยินเรื่องนี้เลยขอรับ…”
เรื่องไฟไหม้เมื่อคืนเขาเป็นคนจับตาดูอยู่โดยรอบจนกระทั่งอาหารเช้าในห้องของคุณหนูใหญ่ก็ไม่มีข่าวว่านางจะ
ปั่วย!
ไม่มีและไม่เคยได้ยินเรื่องนี้?
เมื่อได้ยินลั่วสุ่ยพูดออกมาสองประโยค เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ทำหน้าเข้มขึง “แน่ใจนะว่าไม่ได้ปั่วย?”
นํ้าเสียงนั้นเริ่มไม่สบอารมณ์
ลั่วสุ่ยรับรู้ว่าองค์ชายเริ่มไม่พอใจอย่างมากเขาจึงรีบกะพริบตาปริบๆ เอ่ยปากอธิบาย “คุณหนูใหญ่ตามบ่าวรับใช้
คนหนึ่งมาถึงที่นี่ไม่แน่ว่า ตอนนี้จะช่วยคนอื่นหายาก็เป็นได้”
อีกฝั่ายจ้องเขม็งไปที่ลั่วสุ่ยกับคำตอบที่เขาพูดด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ช่วยคนอื่นหายา? เรื่องเสียแรง
เอาใจคนอื่นเจ้าจิ้งจอกน้อยไม่มีทางทำเรื่องเเบบนั้นแน่
เขารู้ว่าในเมืองหลวงและใต้หล้าถ้าไม่ใช่การเจ็บปั่วยของต้วนอวี้และหลิวยวนแม้แต่หางตานางก็ไม่ปรายตามอง
คนอื่นเป็นแน่!
ทว่าเมื่อนึกถึงหลิวยวนทีไรใจของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็จะอดเคียดแค้นไม่ได้… เหอะ! เจ้านั่นไม่เคยทำเรื่องดีอะไรกลับ
มีความดีความชอบ ทำไมกัน! ลูกชายของเสนาบดีเหนือกว่าคนอื่นมากหรืออย่างไร? ถ้าเจ้านั่นทำให้ข้าไม่พอใจ ข้านี่
แหละจะไปจัดการมันด้วยตัวเอง!
เมื่อเห็นว่าองค์ชายไม่ได้ซักไซ้ถามต่อลั่วสุ่ยจึงหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “องค์ชายถ้าอย่างนั้นประเดี๋ยวเมื่อคุณหนูออก
มา ข้าน้อยจะไปสืบเรื่องให้ชัดเจนขอรับ!”
เขาตัดสินใจแล้วอีกครู่จะไปสอบถามหมอเทวดา เพื่อดูว่าต้วนชิงหมิงเอายาอะไรไป!
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าเห็นด้วย
ตอนนี้ลั่วสุ่ยเริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเรื่องง่ายๆ เช่นนี้ ทำไมองค์ชายคิดไม่ถึงหรือ! หรือนี่จะเป็นที่โบราณว่า ‘เป็น
ห่วงเกินไป จนร้อนใจไปหมด’
คำพูดนี้ลั่วสุ่ยไม่กล้าพอที่จะพูดออกมา เพราะเขาพบว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่คำตอบขององค์ชาย ถ้าไม่
เป็นห่วงก็คือไม่สนใจแม้แต่น้อยส่วนคนที่ได้รับโทษล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ถามหาเรื่องคุณหนูใหญ่ดังนั้นลั่วสุ่ยผู้มีไหวพริบ
จะไม่หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวเด็ดขาด
ต้วนชิงหมิงเข้าไปในร้านหมอยังไม่ทันจะต้มนํ้าชาจนร้อนก็ออกมาขึ้นรถม้าจากไป
เมื่อเห็นนางขึ้นรถม้าไปแววตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ “ลั่วสุ่ยพวกเราไปหาหมอกัน!”
ลั่วสุ่ยถึงกับตกใจเหมือนถูกฟั้าผ่า
หาหมอ? จะไปหาให้ใคร?
บรรดาเพื่อนของเขาล้วนแล้วแต่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดในหนึ่งปีนอกจากแผลจากหอกจากดาบแล้ว
ความเจ็บปั่วยอื่น เช่น ปวดหัวตัวร้อนก็ไม่กล้ามาหาพวกเขา!
ลั่วสุ่ยถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกที่เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋สวมหมวกห้อยม่านตาข่ายเดินออกไปด้วยท่าทางที่รีบร้อนเขาจึง
รีบวิ่งตามไป พูดขึ้นว่า “องค์ชายพวกเราจะหาหมอให้ใคร?”
“ให้เจ้า!” เขาพูดโดยไม่หันหน้ากลับมามอง เร่งฝีเท้า
อีกฝั่ายได้ยินก็ชะงักไป…เขาเป็นอะไร? ปั่วยตรงไหน? ต้องเอายาจากหมอด้วยหรือ?
เหยียนหลิ่งอวี๋หรี่ตามองลั่วสุ่ยผ่านม่านตาข่ายยู่ปากเล็กน้อยและพูดอย่างอ่อนโยน “ก็เจ้าเป็นน้องชายของข้า
เมื่อไม่กี่วันก่อนไปเจอลมหนาวจนไม่สบาย ถึงตอนนี้ก็ยังรักษาไม่หายข้าเป็นห่วงเจ้าอย่างมาก จึงตั้งใจพาเจ้ามาหาหมอ
เทวดายังไงล่ะ!”
“เฮ้อ……”
เมื่อเห็นองค์ชายคิดเรื่องราวอย่างรอบคอบ ถึงกับตะลึงในเรื่องที่ผู้เป็นนายแต่งขึ้น รีบวิ่งไล่ตามไปพูดขอร้อง
“องค์ชาย ข้าน้อยไม่ได้ปั่วยจากลมหนาว…เพราะโรคนี้ถ้าเป็นอาการจะหนัก… เพียงแต่ถ้าได้ยามาแล้วไม่ต้องต้มกินจะได้
ไหมขอรับ?”
เขากลัวรสขมเป็นที่สุดหากได้กินอะไรที่ขมจะปวดท้องในทันที บางครั้งอาจหนักจนถึงอาเจียนออกมา
ลั่วสุ่ยเป็นคนที่ฝึกฝนอย่างหนักสุขภาพร่างกายก็ไม่ได้อ่อนแอ ถ้าจะให้เขาต้องแกล้งปั่วยก็คงไม่ใช่เรื่องยากเพียง
แต่แกล้งปั่วยแล้ว ไม่ต้องกินยาได้หรือไม่?
ได้ยินเสียงอ้อนวอนพึมพำข้างหูเหยียนหลิ่งอวี๋ก็มองจ้องกลับไปที่ลั่วสุ่ย พูดด้วยเสียงเหี้ยมโหด “ถ้าเจ้ายังถามไม่
หยุด ข้าจะให้หมอเทวดาจัดหาให้เจ้าเยอะสักหน่อย!”
ลั่วสุ่ยได้ยินก็เบิกตาโพลงพลันยกมือขึ้นปิดปากด้วยความกลัว ส่ายหน้าไปมาไม่พูดอะไรต่อ
แย่แล้วเขาต้องระวังองค์ชายเสียหน่อย เพราะองค์ชายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่อย่างนั้นคนที่ซวยจะเป็นเขา!
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ถ้าองค์ชายไม่พอใจเรื่องอะไรก็ตาม คนที่ซวยก็เป็นเขาอยู่ดี