กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 392 )
หยางเซียวหน้าถอดสีทันที่ เมื่อครู่สีหน้าของเสด็จพ่ออ่อนลงหลายส่วนแล้ว
แท้ๆ เหตุใดจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจเล่า? สถานการณ์คับขัน เขามีเวลาคิดไม่มาก พุ่งตัว
เข้าไปด้วยความเร็วดั่งลูกธนู ลงมือรวดเร็วดั่งสายฟ้าทันควัน ซัดทหารสองคนนั้น
ออกไป แล้วปกป้องนางไว้ด้านหลัง ก่อนจะหันกลับไปตะโกนด้วยความร้อนใจ
“เสด็จพ่อโปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ถึงแม้อาหลีจะมีความผิด แต่ท้ายที่สุดแล้ว
คนที่เปิดประตูเมืองปล่อยคนไป ก็คือลูกนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“บังอาจ! พวกเจ้าสองคนมาจากตะเภาเดียวกัน ข้าจะไม่ละเว้นพวกเจ้าแม้แต่
คนเดียว! ไสหัวไปด้วยกันให้หมด!” ใบหน้าของฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนเต็มไปด้วย
ความโกรธกริ้ว
หยางเซียวคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง ‘พลั่ก’ เขาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
“เสด็จพ่อกล่าวถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ลูกรู้ว่าตนเองทำผิด แต่โทษของอาหลีไม่ถึงขั้น
ตายกระมัง? ยิ่งไปกว่านั้นนางเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของ
เสด็จอาหญิง…”
“ไม่ว่านางจะมีฐานะใด หากขัดขืนพระราชโองการ ก็มีแต่ต้องตายสถาน
เดียว!” ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนหนักแน่นไม่เปลี่ยนแปลง น้ำเสียงเย็นชา เหี้ยมเกรียม
ไร้เมตตา
“ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!” ครั้นเห็นฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนยังคงไม่ปรานี หยางเซียว
ตะโกนออกไปด้วยความร้อนใจ “อาหลีเป็นคนสนิทของลูก นางสำคัญกับลูกมาก
ลูกไม่มีทางยอมดูนางตายแน่นอน!”
“ไม่ได้งั้นหรือ?!” ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนถลึงตาใส่เขาพลางหอบหายใจ ก่อนจะ
หัวเราะด้วยความเดือดดาล “เจ้าถึงขั้นกล้าพูดคำว่าไม่ได้กับข้า? ดูท่าข้าคงตามใจ
เจ้าจนเสียคน!”
สีหน้าหยางเซียวสะดุด รู้ตัวว่าตนเองพลั้งปาก ทว่ากลับยังคงกล่าวด้วยน้ำ
เสียงหนักแน่นต่อ “เสด็จพ่อ เรื่องนี้หากมีผู้ใดต้องรับผิดชอบจริงๆ ลูกยินดีรับไว้
เองพ่ะย่ะค่ะ! เสด็จพ่อปล่อยอาหลีไปเถิด”
“เจ้ายินดีรับโทษแทนนาง? เพราะเหตุใด?” สายตาของฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนไหว
ระริก เขาเค้นถามเสียงเข้ม
หัวใจของซูหลีสั่นสะท้าน ตั้งแต่รู้จักกันมา หยางเซียวไม่เคยปิดบังความรู้สึก
ดีๆ ที่มีต่อนาง เขากระตือรือร้น และไม่ว่าทำสิ่งใดล้วนไตร่ตรองถึงนางก่อนทุก
เรื่อง ความรักที่เขาซุกซ่อนไว้ในใจ นางรู้ดียิ่งกว่าใคร แต่เขาเป็นคนขี้เล่น วาจาที่
พูดไม่เคยจริงจัง นางเองก็ไม่เคยคิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งว่าเขาจริงใจต่อนาง
มากน้อยแค่ไหน นึกไม่ถึงยามความตายมาเยือน เขากลับไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
กระทำความผิดเพื่อนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของซูหลีปั่นป่วนยากจะควบคุม
ภายในตำหนักเงียบสงบ ซูหลีได้ยินเสียงลมหายใจถี่กระชั้นของหยางเซียวที่
อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน หัวใจพลันสะดุด นางอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น เห็นเพียง
แผ่นหลังสูงใหญ่ของเขาที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า แผ่นหลังค่อยๆ เหยียดตรง แหงน
หน้ามองฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนที่อยู่เบื้องบน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทีละ
คำๆ”เพราะว่า ลูกชอบนาง” เสียงของเขาไม่ดัง ทว่ากลับชัดเจนและทรงพลัง ทุก
คนได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ
หัวใจของฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนสั่นสะท้าน ท่าทางจริงจังของหยางเซียวในยามนี้
เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ราวกับในเสี้ยววินาทีนี้ โอรสที่เขารักที่สุดได้เติบโตเป็น
ผู้ใหญ่แล้ว เขาเบิกตาจ้องหน้าหยางเซียว แล้วกล่าวเตือนด้วยความโกรธกริ้ว
“คนที่อยู่ในใจนางคือตงฟางเจ๋อ! ไม่ใช่เจ้า!”
หยางเซียวหันกลับมาช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาในยามนี้ไม่เหลือรอยยิ้มขี้
เล่นเช่นในยามปกติ เขาจ้องตรงเข้ามาในนัยน์ตาดำขลับของซูหลี ส่วนลึกของ
ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้งที่ไหลเวียนอยู่
“ลูกรู้” เขากล่าวเสียงเบา คล้ายกำลังตอบและพึมพำกับตนเอง แสงตะวันเจิด
จ้ายามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านชั้นเมฆ เข้ามาในตำหนัก ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของ
เขาฉาบเคลือบไปด้วยประกายแสงสีทองอ่อนๆ ชวนหลงใหล
หัวใจของซูหลีสั่นสะท้าน สายตาของเขามุ่งมั่นและหนักแน่นถึงเพียงนั้น ไม่มี
ทางพูดจาส่งเดชอย่างแน่นอน เขากำลังจริงจัง!
“ลูกชอบนาง และรู้ดีว่ายามนี้คนที่อยู่ในใจนางไม่ใช่ลูก แต่ลูกเชื่อว่าภายหน้า
รูปลักษณ์และคุณสมบัติอันโดดเด่นของลูก จะทำให้นางรักลูกได้อย่างแน่นอน!”
หยางเซียวจ้องหน้าซูหลีที่พูดไม่ออก กลีบปากของเขาหยักขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้ม
เหมือนเช่นยามพบกันคราแรก เขากล่าวเสียงดัง “ตลอดชีวิตนี้ ลูกไม่ขอแต่งกับ
ใครยกเว้นนางแต่เพียงผู้เดียว!”
“ไม่ขอแต่งกับใครยกเว้นนาง? นางเป็นธิดาเทพ กินยาไร้รักตัดขาดจากความ
รักไปแล้ว! เจ้าจะแต่งกับนางได้เช่นไร?” ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนแค่นเสียงเย็นชา
หยางเซียวเม้มปากอย่างไม่สะทกสะท้าน กล่าวเสียงพึมพำ “ก็แค่ยาไร้รัก
เสด็จพ่อสั่งให้พวกเขาคิดค้นยาแก้พิษขึ้นมาก็สิ้นเรื่องแล้ว”
“บังอาจ!” ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนบันดาลโทสะจนมือสั่นไปทั้งสองข้าง
“เสด็จพ่อ! ลูกกล่าวทุกคำออกมาจากใจทั้งสิ้น หากไม่อาจแก้พิษยาไร้รัก
ลูกยอมอยู่เคียงข้างอาหลีไปตลอดชีวิต ไม่ขอแต่งกับผู้ใดอีก!” หยางเซียวแหงน
หน้า กล่าวเสียงดังฟังชัด
“เจ้า!” ใบหน้าของฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนพลันแปรเปลี่ยน ลุกขึ้นด้วยความโกรธ
เกรี้ยว ตกตะลึงกับคำสัตย์สาบานอันหนักแน่นของหยางเซียวจนพูดไม่ออก
ทุกคนในตำหนักครั้นได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี องค์ชายสี่เป็นองค์ชายที่ฮ่องเต้
แคว้นเปี้ยนโปรดปรานมากที่สุด ภายหน้าองค์ชายผู้นี้จะต้องเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์
ของเขาอย่างแน่นอน แต่องค์ชายผู้นี้กลับลั่นวาจาว่าจะอยู่เคียงข้างสตรีนางหนึ่ง
ที่ไม่อาจแต่งงานด้วยได้ไปตลอดชีวิต จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?!
ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนกริ้วโกรธ เหวี่ยงแขนกวาดถ้วยชาบนโต๊ะทรงงานลงบนพื้น
ทันที่ เครื่องเคลือบแตกกระจัดกระจาย น้ำชากระเด็นใส่หน้าหยางเซียว ร่างกาย
ของเขาตึงเกร็ง แข็งกร้าวไม่ยอมอ่อนข้อ ปล่อยให้น้ำชาไหลลู่จากช่อผมเปียสีดำ
บนศีรษะลงไปตามร่างกาย
“ทหาร นำตัวซูหลีไปตัดหัวเดี๋ยวนี้!”
“หากเสด็จพ่อจะฆ่านางให้ได้ เช่นนั้นลูกก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่เช่นกัน! ลูกจะขอ
ติดตามเคียงคู่นางไปยังยมโลก!” ยังไม่ทันสิ้นประโยค หยางเซียวลุกพรวด ไอเย็น
ชาพาดผ่านดวงตา ดาบเหน็บเอวของทหารนายหนึ่งถูกเขาชักออกจากฝักด้วย
ความเร็ว และยกพาดคอตนเอง!
“องค์ชายสี่!” ทหารนายนั้นตกใจจนหน้าถอดสี ร้องตะโกนเสียงหลง
ซูหลีลุกขึ้นด้วยความตกใจเช่นกัน “หยางเซียว วางดาบลงเสีย!”
“อาหลี เจ้าอย่าเข้ามา!” เขาตวาดใส่ซูหลี กวาดมองผู้คนรอบกายด้วยสายตา
เด็ดเดี่ยว แล้วกล่าวเสียงเย็นชา “ผู้ใดกล้าเข้ามา ข้าจะเชือดคอตนเองให้เลือดสาด
เสียเดี๋ยวนี้!” ราวกับต้องการแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของตนเอง ดาบคม
ในมือเขากรีดลำคอเบาๆ เลือดสีแดงไหลอาบคมดาบอันสว่างเจิดจ้าทันที
ทุกคนสูดหายใจด้วยความแตกตื่น ทหารที่หมายจะพุ่งตัวเข้าไปแย่งดาบตกใจ
จนวิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง ทำได้เพียงชะงักเท้า ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
การกระทำของหยางเซียวเหนือความคาดหมายของซูหลีไปมาก นางไม่มีทาง
คาดคิดว่าเพื่อช่วยชีวิตนาง เขาจะทำถึงขั้นเอาชีวิตตนเองมาข่มขู่ฮ่องเต้แคว้น
เปี้ยน!
“เจ้า เจ้าช่าง…” ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนเดือดดาลสุดแสน เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ
กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ช่างเป็นโอรสที่ดีของข้ายิ่งนัก! อย่างอื่นไม่เอาไหน
กลับรู้จักข่มขู่ข้าเสียแล้ว? ช่างเป็นโอรสที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” เขาพลันรู้สึกแน่น
หน้าอก ยกมือขึ้นกุมอกเสื้อแน่น แล้วไออย่างหนัก
สีหน้าของหยางเซียวพลันแปรเปลี่ยน อยากจะเข้าไปประคองแต่กลับฝืนกลั้น
ใจเอาไว้ มือที่กุมดาบเอาไว้กระชับแน่นขึ้นอีก ตั้งแต่เล็กจนโต เขาเป็นโอรสที่เสด็จ
พ่อรักมากที่สุด เขาเป็นเด็กดื้อรั้น ทำเรื่องราวต่างๆ ตามใจโดยไม่หวั่นเกรงสิ่งใด
ฮ่องเต้แคว้นเปี้ยนกลับยิ่งรักใคร่เขามากกว่าเดิม ไม่เคยตำหนิติเตียนสักคำ และ
เพราะความรักและความไว้วางใจนี้ จึงทำให้หยางเซียวพึงระวังพฤติกรรมของ
ตนเองเสมอมา เขาเคารพรักเสด็จพ่อมาก ไม่เคยขัดคำสั่งเสด็จพ่อสักครั้ง แต่
เพื่อซูหลี เขากลับต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต สถานการณ์ระหว่างสองพ่อลูกตึงเครียด
จนแทบจะกลายเป็นศัตรูคู่แค้น
ใบหน้าหยางเซียวสับสนวุ่นวาย ไออุ่นร้อนผุดขึ้นมาห่อหุ้มนัยน์ตาทั้งสองข้าง
ซูหลีเห็นเช่นนั้นก็รู้ว่ายามนี้เขากำลังต่อสู้กับจิตใจตนเองอย่างยากลำบาก อดไม่
ได้ที่จะกล่าวเกลี้ยกล่อม “หยางเซียว ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพื่อข้า…”
หยางเซียวตัดบทนาง “ข้าเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องเจ้า! แล้วจะให้ทนดูเจ้า
ตายไปต่อหน้าต่อตาได้เช่นไร?! หากเจ้าตาย ข้าจะไม่มีวันใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง
แน่นอน!” เขาทอดมองมาด้วยสายตาที่หนักแน่นไม่ยอมถอยหลัง มั่นคง
แข็งกร้าว แล้วยังมีความผิดหวังและความเสียใจปะปนอยู่ด้วยเล็กน้อย
หัวใจของซูหลีสั่นสะท้าน น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวมั่นคงของเขาจู่โจมหัวใจนางทันที!
หัวใจของนางอ่อนยวบ นางไม่ลืมว่าในหุบเขาที่เต็มไปด้วยแสงอาทิตย์สวยงาม
และกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ใบหญ้า เขาเคยพูดประโยคนี้จริงๆ เพียงแต่นาง
ไม่เคยเก็บมาใส่ใจอย่างแท้จริง คิดแต่ว่าเขาพูดเล่น แต่ทว่า คำพูดล้อเล่นประโยค
นั้น กลับถูกเขาพิสูจน์ด้วยการกระทำราวกับเป็นคำสาบานอันหนักแน่น! ขอบตา
ของนางพลันร้อนผ่าว