กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 59 การปะทะกันของยอดฝีมือ
ซูชิ่นยิ้มแย้มประหนึ่งดอกไม้ ขยับเข้าใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว “ขอเพียงท่านอ๋อง
โปรดปรานก็เพียงพอแล้วเพคะ”
ตงฟางเจ๋อหันไปมองซูหลี พลางเอ่ย “ซูซูดูสิ!”
ซูหลีตะลึงเล็กน้อย ครุ่นคิดต่างๆ นานา อยากให้นางพูดความจริงงั้นหรือ?
นางลุกขึ้น มองดอกไม้นั้นอย่างละเอียด พลางพูดขึ้นอย่างเฉื่อยชา “ดอกไม้นี้
ภายนอกนั้นคล้ายกับฉิงฮวาอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ของแท้ พี่สาวคงถูก
หลอกแล้วเจ้าค่ะ!”
“เจ้าว่าไงนะ?” ซูชิ่นหน้าถอดสี ลุกขึ้นทันที่ ถลึงตามองซูหลีอย่างโกรธขึ้ง นาง
บ้านี่ตั้งตัวเป็นอริกับนางอีกแล้ว! ช่างน่านัก กำลังจะเอ่ยปากตำหนิ กลับได้ยินตง
ฟางเจ๋อเอ่ยเสียงขรึม “ซูซูรู้จักฉิงฮวาหรือ?”
สายตาลึกล้ำของเขา แสดงให้เห็นประกายเฉียบแหลมและแผดเผาที่จับจ้อง
ตรงไปที่นาง
ซูหลียิ้มบาง “ดอกจริงหม่อมฉันยังไม่เคยเห็นเพคะ เคยเห็นแต่ในรูปวาด
ได้ยินว่าเป็นดอกไม้ที่มีเฉพาะในราชวงศ์แห่งแคว้นเปี้ยน ลำต้นและใบมีหนาม กลิ่น
หอมมีเอกลักษณ์ จะปรากฏเฉพาะในช่วงเวลาพิเศษ ดอกตรงหน้านี้… ลักษณะ
คล้ายคลึง กลิ่นหอมเข้มข้น เกรงว่าจะเป็นการเข้าใจผิดเพคะ” หากฉิงฮวาสามารถ
ซื้อได้ด้วยเงิน พิษในร่างกายหลีซูคงจะได้รับการถอนพิษนานแล้ว
“… เจ้าพูดจาเหลวไหล!” ยิ่งได้ยินนางพูดมากเท่าไร ในใจซูชิ่นยิ่ง
กระวนกระวาย รีบเอ่ยขึ้นอย่างแตกตื่น “นี่มันเป็นไปไม่ได้! ท่านอ๋องอย่าเชื่อที่นาง
พูดนะเพคะ!”
ตงฟางเจ๋อเสมือนไม่ได้ยิน ดวงตาทั้งสองเคร่งขรึม ยังคงจับจ้องซูหลีไม่
กะพริบตา
ซูหลีเลิกริมฝีปากยิ้มจาง “ความจริงไม่เห็นเกี่ยวว่าฉิงฮวาจะเป็นของแท้หรือ
ของปลอม น้ำใจของพี่สาว ท่านอ๋องย่อมเข้าใจอยู่แล้วเจ้าค่ะ”
ซูชิ่นพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เต็มไปด้วยความโกรธแต่กลับไม่สามารถระบายออก
มาได้ ครั้งนี้ลงทุนลงแรงซื้อสิ่งของไปไม่น้อย อ้อนวอนมารดาอยู่นานสองนานถึง
จะได้เงินตราไปซื้อสิ่งของล้ำค่าชิ้นนี้! คิดไม่ถึงแค่เพียงคำพูดประโยคเดียวของซู
หลี กลับทำให้สิ่งที่นางลงทุนลงแรงอันตรธานหายไปหมดสิ้น!
ตงฟางเจ๋อเอ่ย “นึกไม่ถึงว่าซูซูแม้นไม่ออกจากเรือนก็ล่วงรู้เรื่องในใต้หล้า! ใน
เมื่อสิ่งนี้ไม่ใช่ฉิงฮวา น้ำใจของคุณหนูใหญ่ซูข้ารับไว้แล้ว” พลิกมือปิดกล่องผ้า
ต่วน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไร้อารมณ์ใดๆ
ซูชิ่นใจหายวาบในทันใด มองไปทางซูหลีด้วยอารมณ์เกลียดชัง ทั้งยังกัดฟัน
กรอด
ซูหลีขมวดคิ้ว ทั้งที่เขาก็ดูออกว่านั่นไม่ใช่ฉิงฮวา แต่กลับพูดว่าเป็นเพราะความ
เห็นของนางถึงเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นของปลอม! เมื่อเห็นท่าทีคับแค้นใจของซูชิ่นทบทวี
มากขึ้นเรื่อยๆ หากนั่งลงตอนนี้เกรงว่าเรื่องราวคงจะยุ่งยากมากกว่านี้ ดังนั้น
นางจึงก้าวไปยังด้านหน้า ยื่นกล่องผ้าต่วนกลับไป “แม้ว่าดอกไม้นี้จะไม่ใช่ฉิงฮวา
แต่ก็เป็นสิ่งของล้ำค่ามีราคา เป็นผลดีต่อร่างกาย น้ำใจของพี่สาว ท่านอ๋องควร
รับไว้นะเพคะ”
ตงฟางเจ๋อดวงตาใสแป๋ว ยิ้มพลางเอ่ย “เป็นของล้ำค่าจริงหรือ? ในเมื่อเป็น
เช่นนี้ ข้าก็ขอมอบสิ่งนี้ให้กับซูซู ขอให้ร่างกายของซูซูหายเป็นปกติโดยเร็ว”
ซูชิ่นที่เพิ่งจะรู้สึกดีใจยังไม่ทันเอ่ยคำใด ก็ใจหายวาบอีกครั้ง
ซูหลีอึ้งงัน ยิ้มพลันผลักกล่องผ้าต่วนกลับไป “ท่านอ๋อง ซูซูรับไว้ไม่ได้เพคะ
ดอกไม้นี้มีฤทธิ์เย็นไม่เหมาะกับซูซู ท่านอ๋องโปรดรับไว้เถิดเพคะ” พูดจบไม่รอให้
เขาปฏิเสธเดินหน้าตายิ้มแย้มไปคล้องแขนซูชิ่น “อากาศดีจังเลย ซูซูอยากไปเดิน
เล่นที่สวนดอกไม้น่าจะสดชื่นกว่านี้ พี่สาวไปกับน้องได้หรือไม่เจ้าคะ?”
ซูชิ่นตะลึงงัน ใบหน้าบึ้งตึงไม่เอ่ยคำใด ตงฟางเจ๋อกลับลุกขึ้นยืนทันควัน “ก็ดี
เหมือนกัน ข้าเองนั่งอยู่นานก็รู้สึกอึดอัดอยู่เหมือนกัน”
ซูชิ่นได้ยินว่าเขาจะไปก็ดีอกดีใจ จะเอาเวลาใดมาโกรธเคือง นางรีบเอ่ยทันที
“เชิญเพคะท่านอ๋อง ดอกไม้ในสวนผลิบานกำลังสวยเลยเพคะ!”
ซูหลีกระตุกยิ้มบาง เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับเห็นแววตามืดสลัวของตงฟางเจ๋อ
กำลังครุ่นคิด ก็รู้สึกใจกระตุกโดยอัตโนมัติรีบก้มหน้าลงอีกครั้ง ทั้งสามเดินไปยัง
สวนดอกไม้ด้านหลัง
ชื่นชมดื่มด่ำดอกไม้และทิวทัศน์มาตลอดทาง ซูชิ่นกระตือรือร้นยิ่ง ด้วยท่าที
เสมือนกับเป็นเจ้าบ้านนำทางทั้งสองเดินผ่านไปกว่าครึ่งสวน จนมาถึงริมฝั่งสระ
บัวมรกต บนผิวน้ำในสระบัว ใบไม้เขียวมรกตแย้มทักทายท้องฟ้า อิ่มคลุ้งไปด้วย
ความเขียวขจี เสาหินหลายสิบต้นนูนขึ้นสูงราวหนึ่งจั้งกว่า ค้ำหนุนสะพานไม้เดี่ยว
ที่คดเคี้ยวไปมาราวกับระเบียงทางเดิน ตั้งตระหง่านอยู่ด้านบนสระบัว มองดูแล้ว
น่าหวาดเสียวอยู่เล็กน้อย
ตงฟางเจ๋อแววตาสั่นไหว “คิดไม่ถึงว่าสวนดอกไม้จวนอัครเสนาบดีจะมี
ทัศนียภาพเช่นนี้ ไม่เลว! ซูซูมาที่นี่บ่อยหรือไม่?”
ไม่รอให้ซูหลีปริปาก ซูชิ่นก็ยกมือปิดปากกลั้วหัวเราะ “น้องสาวขี้ขลาดมาแต่
ไหนแต่ไร แม้แต่ริมสระบัวยังมิกล้าเข้าใกล้ จะกล้าเดินบนสะพานไม้เดี่ยวเช่นนี้ได้
เยี่ยงไร! สระบัวนี้มองจากที่สูงจะได้ทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด ท่านอ๋องอยากขึ้น
ไปหรือไม่เพคะ?”
ตงฟางเจ๋อไม่ตอบรับ เพียงแต่ยิ้มแล้วเอ่ยกับซูหลี “ซูซูขี้ขลาดหรือ? ข้าดูไม่
ออกเลย แต่ข้าจำได้คล้ายว่าซูซูจะกลัวน้ำ”
แค่เพียงความรู้สึกชั่วแวบเดียวในครั้งนั้น เขากลับจำได้ชัดเจนถึงเพียงนี้ ซูหลี
รีบหัวเราะพลางเอ่ย “ท่านอ๋องจำผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันมิได้กลัวน้ำ เพียงแค่เมา
เรือเพคะ”
“อ้อ?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไปชื่นชมทิวทัศน์อันงดงาม
กับข้าบนสะพานสูงนั้นสิ”
ซูหลีขมวดคิ้วหลุบตา พลางยิ้มบาง “เชิญท่านอ๋องเพคะ”
ตงฟางเจ๋อยิ้มกว้าง ก้าวฉับขึ้นไปยังขั้นบันได ตรงดิ่งไปยังสะพานไม้เดี่ยวนั่น
ซูหลีชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ส่วนซูชิ่นก็เดินตามไปอย่างรวดเร็ว ซูหลีกระตุกยิ้มมุม
ปากเล็กน้อย ไอเยือกเย็นปรากฏให้เห็นเพียงแวบเดียวแล้วก็จางหายไปทันที่ ไม่
เอื้อนเอ่ยคำใดทั้งสิ้น
ผู้เป็นวิทยายุทธ์นั้นสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วชำนิ
ชำนาญ ตงฟางเจ๋อเดินบนสะพานราวกับเดินอยู่บนพื้นราบเรียบ ซูชิ่นที่เดินตาม
เขามาด้านหลังนั้นเดินอย่างระมัดระวังอยู่บ้าง ชัดเจนว่ารู้สึกหวาดกลัว ในใจแอบ
รู้สึกเสียใจ เมื่อครู่ไม่น่าโอ้อวดไปแบบนั้น คิดว่านางบ้านั่นไม่กล้าขึ้นแน่ๆ ถึงได้
แย่งเดินหน้าตามหลังตงฟางเจ๋อไป ตอนนี้จะก้าวไปด้านหน้าก็ลำบากจะถอยกลับ
ก็ไม่ได้ ทำได้เพียงลอบกัดฟันเดินไปด้านหน้าทีละก้าวๆ
ซูหลีอยู่ด้านหลังสุด และเดินช้าที่สุด ร่างกายนางโยกสั่นเล็กน้อยแต่สีหน้า
กลับดูปกติ สะพานท่อนนี้ความกว้างประมาณหนึ่งฝ่าเท้า สำหรับนางแล้วไม่ใช่
เรื่องยากลำบากอะไร แต่เวลานี้จะเปิดเผยว่ามีวิทยายุทธ์ไม่ได้ นางจึงต้องแสร้ง
ทำท่าทำทาง
ทั้งสามเดินไปถึงทางโค้งเชื่อมต่อระหว่างไม้สองท่อน ทันใดนั้นซูชิ่นก็ตะโกน
ร้องตกใจ คล้ายกับว่าใกล้จะตกสะพาน นางพุ่งไปด้านหน้าสองมือโอบรัดบุรุษตรง
หน้าแนบแน่น ขณะเดียวกันเท้าด้านขวาก็ลอยกลางอากาศ ถีบเท้าไปด้านหลัง
อย่างวุ่นวาย พลันถีบเข้าที่หัวเข่าของซูหลีพอดี
แรงถีบนี้ เมื่อโดนหญิงสาวที่ไม่เป็นวิทยายุทธ์ย่อมต้องตกลงไปอย่างแน่นอน
ซูหลีตะโกนร้องตกใจโดยพลัน ตกลงสู่สระบัว
ตงฟางเจ๋อหันมองในทันที่ เวลานี้เงาร่างสีฟ้าสายหนึ่งเท้าย่ำอยู่บนสระบัว
ร่างกายดุจลูกธนูออกจากคันศร พุ่งทะยานมาจากฝั่ง
ตงฟางเจ๋อแววตาประกายวิบวับ หมุนตัวสะบัดหญิงสาวที่โอบกอดตัวเองอยู่
ร่างกายปานสายฟ้าพุ่งลงไปด้านล่าง ในชั่ววินาทีก่อนที่หวั่นซินจะรับซูหลีเอาไว้ได้
เขาสะบัดแขนเสื้อ ยื่นแขนยาวออกไปคว้าร่างหญิงสาวที่กำลังจะตกลงน้ำ โอบรัด
นางไว้แน่นภายในอ้อมกอด ทิศทางที่สะบัดแขนเสื้อไปก่อนหน้านี้ เป็นทางเดียวกับ
ที่เงาร่างสีฟ้ากำลังทะยานมาพอดี
พลังแข็งแกร่งขุมหนึ่งเข้าปะทะ หวั่นซินหลบเลี่ยงไม่ทัน ในใจพลันตะลึงทำได้
เพียงยกแขนเสื้อขึ้นป้องกัน ได้ยินเพียงเสียงปะทะของกำลังภายในสองขุม ดุจ
เสียงฟ้าร้องระเบิดสะเทือนลั่น คลื่นน้ำในสระบัวกระเพื่อมรุนแรง พลังรุนแรงจน
น่าตกใจ
เสียงกรีดร้องหวาดกลัว ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตกน้ำ ซูชิ่นจมดิ่งลงไปในสระ
บัวท่ามกลางอาการตื่นตระหนก
ตงฟางเจ๋อไม่แม้แต่จะหันไปมอง โอบซูหลียืนอยู่ที่ปลายขอบใบบัว แววตาเย็น
ชา เผชิญหน้ากับหญิงสาวชุดฟ้า ตั้งแต่ครั้งแรกในลานสวนของซูหลีก็สัมผัสได้ว่า
หญิงสาวคนนี้ไม่ใช่สาวรับใช้ธรรมดา สามารถสกัดพลังสี่ส่วนของเขาได้อย่าง
ง่ายดาย เก่งกาจกว่าที่จินตนาการไว้!