กำเนิดใหม่ชายาผู้ล่วงลับ โม่เหยียนซาง - บทที่ 8 บุตรสาวอนุภรรยาถูกบังคับออกเรือน
ความรู้สึกเจ็บแสบเกิดขึ้นที่หนังศีรษะอย่างกะทันหัน คล้ายว่าถูกคนกำลัง
ดึงทึ้ง เงาร่างสีแดงขยับเข้าใกล้หูหลีซู กัดฟันเอ่ย “ซูหลีนางบ้าไม่รักดี ตั้งแต่เล็ก
ก็เสแสร้งอ่อนแอ เรียกร้องความเห็นใจ อย่าคิดว่าวันนี้ใช้ลูกไม้นี้ แล้วตัวข้าผู้เป็น
คุณหนูจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ!” หญิงสาวน้ำเสียงดุร้ายทั้งยังดูถูกเหยียดหยามยิ่ง
ซูหลี? คล้ายว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน นางคือใคร… ความเจ็บปวดทำให้หลีซู
พยายามเปิดตาขึ้นอย่างไม่รู้ตัว สายตาเลือนรางค่อยๆ ชัดเจน หญิงสาวตรงหน้า
อายุยังน้อย หน้าตาสะสวยงดงาม ชุดกระโปรงสีแดงเพลิง ฝีมือประณีตไม่
ธรรมดา เครื่องประดับล้ำค่า ประกายแพรวพราวสะดุดตา มองออกทันทีว่าเป็นลูก
ผู้ดีมีสกุล! น่าเสียดาย ท่าทางดุร้ายจนหน้าตาบูดเบี้ยว ราวกับยมบาลพรากชีวิต
ที่มาจากนรก ไม่สอดคล้องกับการแต่งกายนี้แม้แต่นิด!
หลีซูกระแอมไอสองสามครา ขยับปากเบาๆ เดิมทีนางคิดจะถามอีกฝ่ายว่าจำ
คนผิดหรือเปล่า แต่กลับพบว่าคอแสบร้อนราวกับเผาไหม้ เพียงแค่เปล่งเสียง
ออกมาเบาๆ”ข้า…”
“เจ้าอะไร? คุณหนูคนนี้รู้อยู่แล้วเชียวว่าเจ้าแสร้งตาย! เมื่อครู่แกล้งหมดสติไป
คิดว่าจะสามารถหลบหนีการสอบสวนได้งั้นรึ? ข้าไม่หลงกลเจ้าเด็ดขาด! บอก
ความจริงข้ามาประเดี๋ยวนี้!” มือที่กำเส้นผมดำขลับพลันดึงทึ้งไปด้านหลัง ฝืน
บังคับให้หลีซูต้องเงยหน้าขึ้น
ในใจหลีซูพลันโมโหยิ่งยวด กฎหมายแคว้นเฉิงสั่งห้ามประชาชนใช้การ
ประชาทัณฑ์ หญิงสาวชุดแดงตรงหน้าเป็นผู้ใดกัน กล้าไม่คำนึงถึงกฎหมาย
ราชวงศ์ปัจจุบัน คิดใช้ศาลเตี้ย? นางเบิกตาโตกว้าง สายตาเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง
จับจ้องหญิงสาวชุดแดงตรงหน้า เปล่งเสียงเคร่งขรึม “ปล่อยมือ!” เสียงนั้นไม่
ดัง ลมหายใจก็ยังไม่ค่อยมั่นคง แต่กลับมีความน่าเกรงขามที่ทำให้ผู้คนไม่
สามารถมองข้ามได้
หญิงสาวชุดแดงสะดุ้งโหยง คลายมือออกโดยไม่รู้ตัว ลุกขึ้นผละถอยหลังไป
หลายก้าว จับจ้องนางอย่างสงสัย นัง นังบ้านี่… ทำไมจู่ๆ เหมือนเป็นคนละคน?
หลีซูมองไปรอบๆ ห้อง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มีฟืนกองอยู่กับกำแพงไม่
น้อย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีองครักษ์ยืนอยู่สองนาย มีกระบองไม้อยู่ใน
มือ บนม้านั่งยาวมีชายผู้หนึ่งนอนหมอบก้มหน้าอยู่ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มด้วยเลือด
และเหงื่อแนบแน่นไปกับผิวเนื้อ ไม่สามารถแยกแยะสีเดิมได้ กลิ่นเลือดเข้มข้น
พาดผ่านลอยสู่อากาศ ทำเอาคนที่ได้กลิ่นรู้สึกอยากอาเจียน
ในใจหลีซูเต็มไปด้วยความสงสัย ที่นี่คือที่ไหน? ดูสภาพเหมือนจะเป็นห้องเก็บ
ฟืน นางแอบขับเคลื่อนพลังลมปราณ กลับรู้สึกได้ชัดว่าพลังหายไปไม่เหลืออยู่
แล้ว หลีซูตื่นตระหนกในใจ สภาวะนี้ต่างจากการสูญเสียพลังเวลาที่พิษกำเริบ กลับ
เหมือนว่าไม่เคยร่ายเรียนวิทยายุทธ์มาก่อน
นางขจัดความสงสัยในใจออกไปอย่างรวดเร็ว มองหญิงสาวชุดแดงอย่างเย็น
ชา เอ่ยเสียงขรึม “เจ้าเป็นใคร?”
หญิงสาวชุดแดงท่าทางประหลาดใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่ได้ยิน อดไม่ได้ที่จะ
ปิดปากหัวเราะ ‘หึ หึ’ ออกมา เอ่ยพร้อมหัวเราะ “หน็อยแน่ ซูหลี เจ้ายังแสร้งทำ
ไขสืออยู่อีก? อย่าคิดว่าแสร้งทำไขสือแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป!” นางมองหลีซูอย่าง
โหดเหี้ยม เอ่ยเจื้อยแจ้ว “แต่ข้านั้นคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตัวซวยกลับชาติมาเกิดอย่าง
เจ้า ขี้ขลาดราวกับหนูตั้งแต่วัยเยาว์ แม้แต่หายใจก็ไม่กล้าเสียงดัง วันนี้กลับกล้า
ริอ่านนัดหมายชายหนุ่มตกลงปลงใจหนีตามกันไป!”
หนีตามกัน?! เป็นถึงคุณหนูแห่งจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง นี่มันเป็นไปไม่ได้! อดกลั้น
ความรู้สึกไม่สบายในลำคอ หลีซูตอบกลับเรียบนิ่ง “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่รู้จักเจ้า
ทั้งยังไม่เข้าใจว่าซูหลีที่เจ้าพูดถึงคือใคร! แล้วจะมีความผิดได้อย่างไรกัน?”
“น่าตลกสิ้นดี หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ของเจ้าข้าเห็นมาสิบหกปีแล้ว แม้ว่าจะเผาจน
กลายเป็นเถ้าถ่านก็จำได้! นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกลับกลอกถึงเพียงนี้ ปกติที่บอบบาง
อ่อนแอเจ้าคงเสแสร้งละสิ? ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นเสียที่ ไม่อยากรับ
โทษจึงเริ่มทำไขสือ? ดี! อย่ากล่าวหาว่าตัวข้าคุณหนูคนนี้ไม่มีเหตุผล เข้ามา! ตัก
น้ำมาถังหนึ่ง ให้นางมองชัดๆ!” หญิงสาวชุดแดงตะโกนเรียกเสียงดัง มีข้ารับใช้
ตอบรับ ตักน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว ยกมาวางตรงหน้าหลีซู
ผิวน้ำใสสะอาดราวกับกระจก สะท้อนใบหน้าเล็กๆ ออกมา สีผิวซีดเซียวเล็ก
น้อย คิ้วโค้งบางได้รูปงดงาม ดวงตาสีดำสว่างไสวราวกับดวงดาว จมูกเรียวโด่ง
งามเลิศ ริมฝีปากบางปานกลีบดอกไม้ หลีซูโล่งใจเปราะหนึ่ง รูปลักษณ์ใบหน้าเป็น
เธอจริงๆ นางกำลังจะปริปากอธิบาย สายลมแผ่วเบาพัดผ่านเส้นผมที่ปรกแก้ม
ข้างซ้ายของนาง พลันสังเกตเห็นที่หางตาข้างซ้ายด้านนอกมีปานรูปร่างแปลก
ประหลาด ขนาดเท่ากับเหรียญเงินตรา สีแดงคล้ายเลือด ทำให้ใบหน้าที่เดิมทีสวย
สะพรั่งหยาดเยิ้มน่ากลัวขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ
ในใจพลันเงียบขรึม ใบหน้าของตนมีของสีแดงนี้เพิ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่? หลีซู
รีบเอื้อมมือตักน้ำอย่างรวดเร็ว ออกแรงเช็ดแก้ม เวลาไม่นาน ผิวบอบบางก็เริ่ม
รู้สึกเจ็บแสบนิดๆ ทว่ารอยประทับบนใบหน้ากลับไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไป
ในใจหลีซูสับสนวุ่นวายอย่างไม่มีสาเหตุ รวบรวมสติพยายามนึกคิด ภาพ
เหตุการณ์สุดท้ายในความทรงจำ นางถูกชายชุดดำฟาดตีจนลอยละลิ่วและจมดิ่ง
ลงสู่แม่น้ำหลานชาง กระบี่ที่ทิ่มแทงอยู่กลางใจยังคงไม่ถูกดึงออก ตามหลัก
เกณฑ์ทั่วไป ไม่มีความหวังที่จะรอดชีวิตแน่ๆ นางยื่นมือไปจับหน้าอก ใช้แรงกด
ลงไป ไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิดไว้เลย ในความมึนงงนางรู้สึกว่าตัวเองเพียงแค่
ล่องลอยอยู่กลางอากาศที่หนาวเหน็บ ไม่สามารถลงถึงพื้น ทันทีที่ตื่นขึ้นก็กลาย
เป็นซูหลี!
โลกนี้มีวิธีการใดสามารถทำให้ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสฟื้นคืนสภาพเดิมโดยไม่
ต้องทำการรักษาได้ในเวลาสั้นๆ หรือไม่? คำตอบคือไม่อย่างชัดเจน ใจหลีซูเต้น
รุนแรงจนเริ่มจะสูญเสียการควบคุม ความหวาดผวายากจะบรรยายค่อยๆ คืบ
คลานขึ้นมา นางไม่อยากยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ ทั้งยังไม่สามารถหาคำ
อธิบายที่สมเหตุสมผลกว่าได้ในเวลานี้
ฟื้นคืนชีพ
หลีซูเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถเปล่งเสียงเป็นเวลาเนิ่นนาน
เห็นนางไม่พูดไม่จา หญิงสาวชุดแดงอดทนรอไม่ได้อย่างชัดเจน ที่นี่อากาศขุ่น
หมองสกปรก เละเทะยุ่งเหยิง นางสิ้นเปลืองเวลาตั้งมากมายถึงเพียงนี้ ไม่ได้เพื่อ
มาดูนังบ้านั่งเหม่อลอย พลันเลิกคิ้วเอ่ย “ซูหลี ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด ไม่มี
เวลามาเล่นกับเจ้า เจ้ายอมรับมาเสียดีๆ เถอะ มิเช่นนั้น… เกรงว่าชีวิตของเขา ก็
รอดยากแล้ว!”
หลีซูได้ยิน ประกายสายตาอึ้งงันพาดผ่าน นิ้วมือของเธอค่อยๆ เคลื่อนไปหา
ชายที่อยู่บนม้านั่งยาว ก็ยังคงไม่มีการตอบรับ
กล้าบังอาจไม่สนใจคำพูดนาง? นังบ้านี่ ไม่เจอโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ สินะ!
หญิงสาวชุดแดงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตะโกนเสียงดังใส่องครักษ์สองคนที่ยืนอยู่
“ตีประเดี๋ยวนี้! ตีให้ตายไปเลย!”
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงเข้มดังขึ้น องครักษ์สองนายหยุดมือ และก้าวถอยหลัง
ออกไปทันที่ ด้านนอกประตู สาวรับใช้สองคนกำลังประคองฮูหยินอาภรณ์หรูหรา
ผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ศีรษะของนางเต็มไปด้วยไข่มุกเพชรพลอย สวม
ใส่เครื่องแต่งกายหรูหราราคาแพง ฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็ว ใบหน้าเคร่งเครียด ท่าทางน่า
เกรงขาม
หญิงสาวชุดแดงเห็นดังนั้นในใจพลันสะดุ้ง รีบก้าวฝีเท้าเดินขึ้นไป เอ่ยเสียง
อ่อนช้อย “ท่านแม่! ท่านมาทำไมหรือเจ้าคะ? ที่นี่ทั้งสกปรกทั้งเหม็น ระวังเสื้อผ้า
สกปรกนะเจ้าคะ”
ข้ารับใช้รีบรุดยกเก้าอี้ไม้ออกมาอย่างรวดเร็ว ฮูหยินอาภรณ์หรูหราค่อยๆ นั่ง
ลง กวาดตามองผู้คนภายในห้องอย่างเย็นชา สายตาหยุดชะงักอยู่ที่หลีซู ขมวด
คิ้วถาม “ยังถามไม่ได้ความอีกรึ?”
หญิงสาวชุดแดงใบหน้าเคร่งเครียด กัดฟันเอ่ยขึงขัง “นังบ้านี่ ปากปิดสนิท
ยิ่งกว่าหอย มีทั้งพยานบุคคล ของกลางหลักฐาน ยังจะแสร้งทำไขสือไม่รู้เรื่องรู้
ราวอยู่อีก!”
ฮูหยินอาภรณ์หรูหราใบหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชังดูแคลน ถลึงตาใส่หลีซู
เอ่ยเสียงกร้าว “นางยอมรับหรือไม่ ไม่เป็นอุปสรรค มีคนยอมรับก็เพียงพอแล้ว”
พูดจบ ก็ชายตาชำเลืองมองชายหนุ่มบนม้านั่งยาว องครักษ์ทั้งสองรับรู้ทันที่ ก้าว
ขึ้นไปยกกระบอกไม้จะฟาดอีกครั้ง