กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 125 ถูกกองทัพหานปิดล้อม
ฝนตกหนักต่อเนื่องกันกว่าสองชั่วยาม และมันก็
ค่อยๆ แผ่วลง ฝนยังไม่ทันหยุดตกโดยสมบูรณ์
เชออวิ๋นก็นำขบวนรถออกเดินทางอีกครั้ง
แม้นว่าซ่งชูอีจะเคยผ่านช่วงชีวิตที่ขมขื่นยิ่งเมื่อ
ชาติก่อน ทว่าก็ไม่เคยขี่ม้าหลบหนีอดหลับอด
นอนเช่นนี้ การที่นางสามารถกัดฟันยืนหยัด
ต่อไปได้ ทั้งหมดเป็นเพราะจิตตานุภาพอัน
แข็งแกร่ง
ในคืนฝนตกปรอย กลุ่มคนควบม้าซอกแซกผ่าน
หุบเขาลึกสีเขียวเข้มอันกว้างใหญ่ราวกับหัวลูกศร
สายฝนเป็นเหมือนสายเงินที่เชื่อมต่อระหว่าง
ท้องฟั้าและพื้นโลก
ภายในพระราชวังเว่ยอ๋อง
เว่ยอ๋องอยู่ในชุดแขนกว้างตัวใหญ่สีน้ำตาลเข้ม
กึ่งพิงอยู่บนที่เท้าแขน สีหน้ามืดมน
บรรดาขุนนางและท่านแม่ทัพที่นั่งคุกเข่าอยู่ใน
ท้องพระโรงสองฝังก็ต่างเงียบงัน
เว่ยอ๋องจับจ้ององค์ชายอั๋ง ผ่านไปเนิ่นนานจึงเอ่ย
ขึ้นอย่างเชื่องช้า “นี่คือวิธีล่อลวงซ่งหวยจินของ
เจ้าหรือ?”
องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้น “เสด็จพ่อ เรื่องนี้ไม่อาจ
โทษท่านเสนาบดีได้ทั้งหมด ข้าได้ยินว่าหลายวัน
ก่อนท่านเสนาบดีพูดคุยกับท่านหวยจินอย่างถูก
คอ ท่านหวยจินก็ไม่มีท่าทีว่าจะจากไป ได้ยินว่า
คราวนี้มีสิบกว่าคนช่วยเขาหลบหนี กระหม่อม
รู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ”
ภูมิหลังของซ่งชูอีเป็นปริศนา อย่างไรก็ดีใช่ว่าคน
ทั่วไปจะสามารถบงการมือดาบชั้นหนึ่งนับสิบคน
ได้
เว่ยอ๋องหันไปถามท่านแม่ทัพผู้หนึ่งอีกทาง “คน
ที่ช่วยซ่งหวยจินหลบหนีครานี้คือผู้ใด?”
นายทหารผู้นั้นประสานมือเอ่ย “กราบทูลฝั่าบาท
เป็นชาวฉินพะย่ะค่ะ! กระหม่อมนำทหารม้าไล่ล่า
ด้วยตัวเอง ในบรรดายี่สิบห้าคนที่ถูกฆ่าตายเป็น
ชาวฉินเสียสิบเจ็ดคน นอกจากนี้ยังพบเส้นทาง
ลับสายหนึ่งที่มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก สงสัยว่า
จะเป็นเส้นทางลับที่รัฐฉินเปิดไว้”
“ฮ่า!” เว่ยอ๋องหัวเราะเสียงหนึ่ง แววตาเยือกเย็น
วูบผ่านดวงตาดุจเสือดาวนั้น “สั่งการลงไป ฆ่าซ่ง
หวยจินเสีย!”
“เสด็จพ่อ!” รัชทายาทเอ่ย “พรสวรรค์เช่นนี้ ฆ่า
แล้วไม่เสียดายหรือพะย่ะค่ะ?”
เว่ยอ๋องจับจ้องเขาครู่หนึ่ง น้ำเสียงมีความไม่
พอใจเล็กน้อย “หากเจ้าเป็นซ่งหวยจิน รัฐหนึ่ง
เปิดเส้นทางลับเพื่อเจ้า เสียสละมือดาบชั้นดีสิบ
กว่านาย เจ้าจะไม่ตอบแทนด้วยกำลังทั้งหมดที่มี
หรือ? หึ! อิ๋งซื่อเจ้าเด็กเมื่อวานซืน! ช่างกล้าทุ่มเท
เสียจริง!”
อิ๋งซื่ออายุน้อยกว่ารัชทายาทของเว่ยอ๋องสิบกว่า
ปี ทว่ามีเสน่ห์และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ถ้าเทียบ
กันแล้วจะมิให้
เว่ยอ๋องรู้สึกหดหู่ได้เยี่ยงไร! ถ้าหากเขากลับสู่
สวรรค์ไปแล้ว รัฐต้าเว่ยจะไม่ถูกหมาปั่าโหดร้าย
แห่งรัฐฉินตัวนั้นกลืนกินทั้งเป็นหรอกหรือ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เว่ยอ๋องก็นวดคลึงศีรษะที่บวม
เปั่ง เอ่ยด้วยความหงุดหงิด “แยกย้าย แยก
ย้าย!”
ทุกคนค้อมคำนับแล้วถอยออกไป
รูปแบบของอิ๋งซื่อต่างจากพระบิดาของเขาอย่าง
สิ้นเชิง ทว่ามีจุดหนึ่งร่วมกันก็คือพวกเขาเต็มใจที่
จะจ่ายราคาแพงให้กับผู้ที่มีความสามารถ เว่
ยอ๋องรู้สึกจุกอยู่ในอก เขาถามตัวเองว่าเขาก็ให้
ความสำคัญต่อผู้เก่งกาจไม่แพ้ฉินกงเลย แล้ว
สุดท้ายเป็นเยี่ยงไรเล่า? รัฐเว่ยสูญเสียอำนาจครั้ง
แล้วครั้งเล่า แต่รัฐฉินกลัวยิ่งใหญ่ขึ้นทุกที ราวกับ
พยัคฆ์ร้ายที่พร้อมบุกจู่โจมเว่ยอ๋องจากเบื้องหลัง
ทำให้เขานอนไม่หลับทุกค่ำคืน!
ทุกคืนที่หลับฝัน เว่ยอ๋องอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึง
คำพูดสุดท้ายก่อนที่เสด็จอาก่อนจะสิ้นใจ ถ้าเขา
ฟังคำพูดเหล่านี้เร็วกว่านี้ สังหารซางยางตั้งแต่
แรก ก็คงไม่มีรัฐฉินเช่นวันนี้! คราวนี้เขาไม่อาจ
ทำผิดพลาดได้อีกแล้ว!
“ทหาร” เว่ยอ๋องลุกขึ้นมาจากเตียง สวมเสื้อผ้า
“ไปเชิญหมิ่นจื๋อห่วน”
“พะย่ะค่ะ” ข้างนอกมีคนตอบรับเสียงหนึ่งแล้ว
ถอยออกไป
ตกดึก ประตูทางทิศตะวันตกของต้าเหลียงเปิด
ขึ้น กลุ่มคนนับร้อยขี่ม้าพุ่งออกไปแผ่วเบาราวกับ
สายฟั้า แม้แต่ฝุั่นก็ตลบฟุั้งเพียงบางเบา ทว่าซ่อน
ด้วยแรงอาฆาตคล้ายกับเสน่ห์ยามราตรี เป็น
สัญญาณบ่งบอกว่าพวกเขาต่างจากทหารม้า
ทั่วไป
ฝนใกล้สิงหยางหยุดตกแล้ว ด้วยความแห้งแล้งใน
ฤดูหนาว น้ำฝนที่ร่วงสู่พื้นนั้นซึมหายไปอย่าง
รวดเร็ว แทบจะไม่มีน้ำขังอยู่บนพื้นเลย
แสงอาทิตย์สาดส่องเพียงแค่หนึ่งวันก็ราวกับว่า
ฝนไม่เคยตกมาก่อน
อากาศในสิบสองวันต่อมาสดใสยิ่ง เสื้อผ้าบนตัว
ของซ่งชูอีเมื่อแห้งแล้วก็เปียก เมื่อเปียกแล้วก็
แห้ง ไม่มีแม้แต่เวลาจะเปลี่ยนด้วยซ้ำ ในแต่ละ
วันพวกเขากินข้าวเพียงหนึ่งมื้อ พักผ่อนราวๆ
ครึ่งชั่วยาม และพักผ่อนสองถึงสามชั่วยามทุกๆ
สองวัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อดูแลร่างกายที่ค่อนข้าง
อ่อนแอของซ่งชูอี
หลายวันนี้ไปั๋เริ่นก็ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก
บัดนี้มันยิ่งเจริญอาหารขึ้นทุกที แต่ไม่มีเนื้อสัตว์ที่
อุดมสมบูรณ์ ทุกวันได้แต่มองม้าที่ทุกคนขี่ตา
ปริบๆ ด้วยน้ำลายยืดย้อย อย่างไรก็ดีแม้นเหล่า
ม้าจะมีความตื่นกลัวทว่ามันกลับวิ่งเร็วกว่าปกติ
มาก
ด้วยความเร่งรีบปานนี้ ในที่สุดก็หลุดพ้นจาก
เส้นทางเล็กๆ อันห่างไกลและเข้าสู่ถนนหลักใน
บ่ายของวันที่สิบสาม
“ข้างหน้ายังมีอีกสิบกว่าลี้กว่าจะถึงด่านหานกู่
เส้นทางใกล้เคียงขรุขระไม่สามารถขี่ม้าได้ หาก
ไปด้วยเส้นทางสายเล็กก็ค่อนข้างช้า อีกทั้งยังง่าย
ต่อการถูกสกัดกั้น ต่อสู้กันซึ่งหน้ายังดีเสียกว่า
ท่านมีความเห็นเยี่ยงไร?” เชออวิ๋นลดความเร็ว
ของม้าลง ถามซ่งชูอี
“ได้” ซ่งชูอีก็เข้าใจภูมิศาสตร์พื้นที่ใกล้เคียงเป็น
อย่างดี เส้นทางสายเล็กทั้งหมดล้วนอยู่ในเขต
แดนของรัฐเว่ย อีกทั้งยังเกือบจะเป็นสถานที่ซุ่ม
โจมตีอันยอดเยี่ยม ครั้นพวกเขาอ่อนล้า จะเดิน
ผ่านเส้นทางภูเขาเหล่านั้นจำต้องละทิ้งม้า การ
เผชิญหน้ากันจึงดีกว่าถูกซุ่มโจมตีภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ตราบใดที่พวกเขามุ่งหน้าต่อไปอีก
เจ็ดถึงแปดลี้ ทหารฉินก็สามารถออกมาต้อนรับที่
ด่านหานกู่ได้ซึ่งค่อนข้างจะปลอดภัยที่สุด
ขณะที่เตรียมพักผ่อนครั้งสุดท้ายในรัฐหาน ไปั๋
เริ่นก็อดไม่ได้ที่จะออกไปจับกระต่ายบนภูเขากิน
หลังจากไปั๋เริ่นกลับมาแล้ว ก็พักผ่อนสองเค่อ
แล้วจึงออกเดินทางอีกครั้ง
มือดาบที่ไปสำรวจเส้นทางในรัฐหานก่อนหน้านี้
นำข่าวกลับมา ทุกด่านในรัฐหานล้วนเพิ่มการคุ้ม
กันอย่างหนัก แสดงให้เห็นว่าบัดนี้ได้รับข่าวแล้ว
และมีความตั้งใจที่จะล้อมสกัดซ่งชูอี
ระหว่างทางซ่งชูอีสบถด่าบรรพบุรุษของหมิ่นฉื
อหลายหมื่นรอบ หากไม่ใช่เพราะเขาตั้งใจปล่อย
ข่าวให้รั่วไหล นางก็คงไม่ต้องตกระกำอย่างเช่น
วันนี้!
อย่างไรก็ดีซ่งชูอีก็อาศัยโอกาสนี้วางแผนซ้อน
แผน ขังหมิ่นฉืออยู่ในรัฐเว่ย จากบทเรียนที่ได้รับ
เว่ยอ๋องไม่มีทางปล่อยหมิ่นฉือไปอย่างเด็ดขาด
อีกทั้งชื่อเสียงของเขาก็ปั่นปีแล้ว วิธีที่ดีที่สุดก็คือ
ทำได้เพียงอยู่ในรัฐเว่ย นี่คือความเห็นแก่ตัวของ
ซ่งชูอี ตราบใดที่สามารถขังหมิ่นฉือไว้ในรัฐเว่ย
ขณะที่เอาชนะเขาก็นับว่าได้แก้แค้นอย่างแท้จริง
แล้ว!
ด่านถูกสกัดกั้น พวกเขาทำได้เพียงเดินทางด้วย
เส้นทางอื่นชั่วคราว นอกเหนือจากถนนหลวง
และเมืองหลักแล้ว ยังมีเส้นทางการค้าที่บาง
ตระกูลบุกเบิกไว้ในละแวกใกล้เคียง ทหาร
รักษาการณ์ทางนั้นมีน้อยกว่า
“เปั้าหมายของพวกเราชัดเจนเกินไป ทุกคนเพิ่ม
การระวังตัวด้วย” เชออวิ๋นกล่าว
“ขอรับ!” ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน
เปั้าหมายที่เด่นที่สุดก็คือไปั๋เริ่น ในโลกใบนี้จะมี
สักกี่คนที่พาหมาปั่าหิมะเดินทางไปทั่ว? การ
ตรวจสอบของคนเหล่านั้นเข้มงวดมาก แม้แต่
กระสอบที่บรรจุเมล็ดพืชก็ต้องขนออกทีละ
กระสอบเพื่อตรวจสอบ ซ่อนก็ซ่อนมิได้ อำพราง
ก็ไร้ประโยชน์ แม้นพวกเขาสามารถเปลี่ยน
เสื้อผ้าได้ ทว่าไม่ว่าไปั๋เริ่นจะอำพรางตัวเยี่ยงไรก็
ยังเป็นหมาปั่าตัวหนึ่ง ถึงอย่างไรก็ไม่อาจ
เปลี่ยนเป็นม้าได้
เชออวิ๋นก็ดูออกว่าซ่งชูอีรักหมาปั่าตัวนี้ยิ่ง
เนื่องจากมิเคยได้ยินว่านางมีเจตนา “ฆ่าหมาปั่า”
หรือ “ปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ” เลย เขาได้รับ
จดหมายนกพิราบว่าบัดนี้ทหารม้าเบาของรัฐฉิน
ได้เตรียมพร้อมอยู่ที่ด่านหานกู่แล้ว ต่อให้พวก
เขาประสบกับเหตุไม่คาดฝันที่นี่ ขอเพียง
ต้านทานได้หนึ่งวันก็จะมีกำลังมาสมทบ
ขบวบม้าเดินทางไปตามเส้นทางการค้า พบเห็น
ขบวนพ่อค้าเป็นครั้งคราว
บรรดาพ่อค้ามีข่าวสาวที่ดีที่สุด ทันทีที่เห็นกลุ่ม
มือดาบในชุดดำ อีกทั้งหมาปั่าหิมะตัวหนึ่ง ก็เดา
ถึงสถานะของพวกเขาได้ทันที แม้นรัฐเว่ยได้ออก
รางวัลนำจับ ทว่าพวกเขากลับไม่มีผู้คนเต็มใจที่
จะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องการเมือง และไม่มีเจตนาที่
จะทำให้บัณฑิตขุ่นเคือง จึงได้แต่มองแผ่นหลัง
ของขบวนม้าคาดคะเนว่าผู้ใดคือซ่งหวยจิน
การเดินทางราบรื่น จนกระทั่งเมื่อกำลังจะออก
จากรัฐหาน ก็เห็นกลุ่มม้าเบากว่าสองร้อยคนบน
ถนนการค้าจากระยะไกล
ทั้งสองฝั่ายต่างเห็นกันและกันแทบจะในเวลา
เดียวกัน ฝังนั้นมีคนตะโกนเสียงสูง “หมาปั่า
หิมะ!”
กลุ่มม้าเบาคล้ายกลัวว่าซ่งชูอีจะหลบหนี จึงตีวง
ล้อมเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
ซ่งชูอีเห็นว่าขบวนของตัวเองไร้รูปแบบ เอ่ยขึ้น
ทันใด “เน้นไปที่การโจมตีจุดเดียว”
เชออวิ๋นเคยนำทัพเข้าสู่สนามรบมาก่อน ครั้นได้
ยินก็เข้าใจความหมายของซ่งชูอี กล่าวด้วยเสียง
อันดัง “พุ่งรบแบบกรวย”