กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 151 แข็งกระด้างต่ออิ๋งซื่อ (2)
อย่างไรก็ตาม ซ่งชูอีไม่ใคร่เข้าใจนักว่าอิ๋งซื่อ
กระทำการห้าม้าแยกศพซางยางด้วยความรู้สึกใด
หากเกลียดซางยางเข้ากระดูกดำตามคำบอกเล่า
กันจริง เหตุใดจึงเก็บจิ่งเจียนไว้? หากไม่เกลียด
แล้วเหตุใดต้องตามสังหารด้วยตัวเอง ไม่ให้
โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ?
จิตใจขององค์จวินยากแท้หยั่งถึง สำหรับอิ๋งซื่อ
นั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งชูอีสัมผัสได้ถึงประโยคนี้
ข่าวทางปาสู่ยังมาไม่ถึงในตอนนี้ ทว่าอิ๋งซื่อได้
มอบหมายเรื่องของซานจิ้นให้ซ่งชูอีแล้ว ดังนั้น
ขณะที่ยุ่งจนโงหัวไม่ขึ้นนั้นก็มีข่าวคราวจาก
สถานที่ต่างๆ นานาประดังเข้ามา นางต้องใช้
เวลาสามถึงสี่ชั่วยามทุกวันเพียงเพื่อวิเคราะห์ข่าว
พวกนี้เพียงอย่างเดียว
ในที่สุดนางก็ได้เลือกวิธีที่สะดวกสบายที่สุด
แพร่กระจายข่าวออกไปว่ารัฐเจ้าใช้กลยุทธ์ทำให้
หานและเว่ยแตกคอกัน
บัดนี้ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเจ้าและเว่
ยห่างไกลจากครั้งอดีตมาก ยังคงมีสงครามเล็กๆ
เกิดขึ้นอยู่เสมอในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาและ
รัฐเว่ยก็เสียเปรียบครั้งแล้วครั้งเล่า บัดนี้รัฐเจ้า
สูญเสียความแข็งแกร่งไปมากเนื่องจากความ
วุ่นวายภายใน ตราบใดที่มีเหตุผลอันเหมาะสม
และน่าเชื่อถือ เว่ยอ๋องจะต้องไม่ปล่อยโอกาส
ใหญ่เช่นนี้หลุดลอยไปอย่างแน่นอน อีกทั้งไม่มี
ใครสนใจว่าเหตุผลนี้จะจริงเท็จมากเพียงใด
ส่วนซ่งชูอีก็มอบเหตุผลนี้ให้อย่างละมุนละม่อม
แม้นจะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่าซ่งชูอีก็ยัง
ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วงหาก
ต้องการจะดึงรัฐฉินออกมาจากความซับซ้อนทั้ง
ปวง
เป็นธรรมดาที่สงครามระหว่างรัฐมิใช่การ
เคลื่อนไหวที่ดีนัก อย่างไรก็ตามแม้ว่าทั้งการค้า
และการเมืองจะเน้นคำว่า “ผลประโยชน์” เป็น
หลัก ทว่าในยุคที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กเช่นนี้
เส้นทางทางการเมืองนั้นโหดร้ายกว่ามาก
แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเว่ยและรัฐเจ้าอยู่
ในระดับปานกลาง ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นรัฐ
พันธมิตรมานานหลายปี แต่ว่าบัดนี้สถานการณ์
เปลี่ยนไป แม้ว่าองค์จวินและเหล่าขุนนางของ
รัฐเว่ยจะสามารถมองเห็นข้อบกพร่องได้ก็ยังกลับ
ล้มโต๊ะทันควัน
ซ่งชูอีแพร่กระจายข่าวออกไปไม่ถึงเดือน กองทัพ
ของเว่ยก็มาถึงชายแดนของรัฐเจ้าแล้ว
หลังจากรัฐฉินได้รับข่าวแล้วก็เริ่มเตรียมกองทัพ
“อย่างลับๆ”
จิ่งเจียนใช้เวลาตามหาจางอี๋ล่าช้าเป็นสองเท่า
และในที่สุดก็ได้ข่าวคราว หลังจากจางอี๋อยู่ในรัฐ
ฉินเป็นเวลาสามเดือนก็จากไป เขาเข้าสู่รัฐฉีเมื่อ
ครึ่งเดือนก่อนอีกทั้งยังได้รับคำสรรเริญจากฉีอ๋อง
อีกด้วย
เมื่อชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ ซ่งชูอีไม่ประหลาดใจ
กับผลลัพธ์นี้เลยแม้แต่น้อย ทว่าอิ๋งซื่อกลับแปลก
ใจอยู่บ้าง ขณะที่ฉีอ๋องอายุยี่สิบปีก็มิได้ตกเป็น
เบี้ยล่างขององค์จวินเจ้าเล่ห์เพทุบายเหล่านั้น
เป็นไปได้ว่าเขามีวิธีการอันแยบยล อีกทั้งเขายัง
เรียกใช้งานซุนปินอีกครั้งหลังจากถูกเว่ยอ๋อง
ทอดทิ้งและยังกล้าที่จะมอบความไว้วางใจ
ทั้งหมดของตัวเองให้แก่เขา ความห้าวหาญและ
ความมั่นใจเช่นนี้เป็นเรื่องยากที่จะพบพานใน
ชีวิต ดังนั้นทันทีที่อิ๋งซื่อได้ยินเรื่องของจางอี๋จาก
ปากของซ่งชูอีก็มิได้เป็นกังวล อย่างไรก็ตามเขา
เข้าใจความสามารถของฉีอ๋องในการมองคนและ
ใช้คนอย่างดีทีเดียว ด้วยเหตุนี้เขาจึงเก็บจางอี๋ไว้
ในใจแล้ว
ภายในพระราชวังเสียนหยาง
ซ่งชูอีขอเข้าเฝั้าอิ๋งซื่อเป็นครั้งที่ห้า ทว่ากลับถูก
ขวางไว้นอกพระราชวัง อู่ซานเอ่ยเสียงกระซิบ
“จู้ซย่าสื่อเชิญกลับไปเถิด บัดนี้ฝั่าบาทไม่ว่าง”
“รบกวนไปกราบทูลอีกครา ว่านี่เป็นเรื่องใหญ่
สำหรับรัฐฉิน เรื่องอื่นสามารถวางไว้ก่อนได้” ซ่ง
ชูอีเอ่ย
อู่ซานหดๆ คอ ส่ายศีรษะด้วยความเฉียบขาด
“มิได้ ท่านอย่าได้ทำให้บ่าวลำบากใจเลย”
ในเริ่มแรกเพราะว่าอู่ซานค่อนข้างประทับใจใน
ตัวซ่งชูอี จึงช่วยไปทูลรายงานให้เมื่อสองคราว
ก่อน ผลปรากฏว่าช่วงนี้เขาต้องใช้ชีวิตราวกับ
ตายทั้งเป็น เขาจึงมิกล้าทำให้องค์จวินขุ่นเคือง
อีกแล้ว
มองอู่ซานเข้าพระตำหนักไป วันแดดเปรี้ยง ซ่งชู
อียืนเพียงครู่เดียวก็มีเหงื่อไหลท่วมตัว นางเงย
หน้ามองดูพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสีขาวเจิดจ้า กัด
ฟัน ตะโกนเสียงสูง “ฝั่าบาท! กระหม่อมมีเรื่อง
เร่งด่วนมากต้องกราบทูล มันเกี่ยวข้องกับ
รากฐานของต้าฉิน จะล่าช้าไม่ได้อีกแล้วพะย่ะค่ะ
ฝั่าบาท!”
ภายนอกเริ่มเกลี้ยกล่อมด้วยวาจาร่ายยาว และ
ทุกๆ คำล้วนเป็นประเด็นน่าเจ็บปวด
ภายในท้องพระโรง
อู่ซานยืนอยู่ด้านข้างท้องพระโรง พลางมองเด็ก
หนุ่มในชุดสีดำที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ พลางฟังคำเกลี้ย
กล่อมของซ่งชูอีที่ดังมาจากด้านนอก เหงื่อที่ขมับ
สองข้างไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่าครั้นเห็น
ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลานั้นยังคงมีสมาธิ เขาก็
ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ให้เขาหุบปาก เข้ามา” เสียงเย็นเยียบของอิ๋งซื่อ
ดังก้องภายในท้องพระโรงว่างเปล่า
“พะย่ะค่ะ” อู่ซานวิ่งเหยาะๆ ออกไปนอกท้อง
พระโรงทันที
ไม่นาน อู่ซานก็พาซ่งชูอีเดินเข้าท้องพระโรงมา
“นั่งสิ” อิ๋งซื่อพ่นคำออกมาอย่างเฉยเมย ก้มหน้า
อ่านเอกสารต่อ ซ่งชูอีหาที่นั่ง คุกเข่าลงบนเบาะ
ไม่ไกลจากเขาพร้อมกับจ้องมองเขา
เวลาไหลไปอย่างเชื่องช้า คนหนึ่งอ่านเอกสาร
อย่างตั้งอกตั้งใจ อีกคนจ้องมองชายรูปงามไม่
วางตา
อู่ซานยืนอยู่ข้างซ่งชูอีด้วยความนอบน้อม อด
ไม่ได้ที่จะแอบปาดเหงื่อ ‘ห้าวันติดต่อกันแล้ว!
เมื่อใดจะได้คุยอะไรจริงจังกันเสียทีนะ!’ อู่ซาน
มองไปยังซ่งชูอีที่มิได้ทำกระไร พลันคิดในใจว่า
‘ถึงอย่างไรฝั่าบาทก็ยังกำลังอ่านเอกสาร จู้ซย่า
สื่อก็สามารถนั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำกระไรเช่นนี้ก็
ได้หรือ ช่างเป็นความแน่วแน่ที่ไม่สามัญโดยแท้!’
นี่คือความคิดทีค่อนข้างสละสลวยของอู่ซาน
หากกล่าวกันตรงๆ ก็คือ ‘หน้าของซ่งชูอีช่างด้าน
จริงๆ เกรงว่าในต้าฉินคงมิอาจหาผู้ใดเสมอ
เหมือนอีกแล้ว! คนเขาก็ไม่คิดที่จะสนใจนาง เหต
ใดยังสามารถนั่งใจเย็นอยู่ตรงนี้อยู่ได้!’
วันแรกที่ซ่งชูอีเข้ามาก็ได้กล่าวถึงผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียไปจนหมดสิ้นแล้ว วันที่สองก็ย้ำมันอีกครั้ง
หนึ่ง ทว่าอิ๋งซื่อเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร
มิได้สนใจนางเลย สองวันนี้ซ่งชูอีจึงรู้สึกว่าต่อให้
กล่าวกระไรไปอีกก็ไร้ประโยชน์ จึงเริ่มมุ่งเน้นไป
ที่การชื่นชมหนุ่มรูปงาม ทำได้เพียงรอให้เขามี
เวลาว่างแล้วค่อยเกลี้ยกล่อมอีกที
“ฝั่าบาท” ซ่งชูอีเห็นว่าอิ๋งซื่ออ่านเอกสารจบแล้ว
จึงรีบฉวยโอกาสพูดขึ้นทันใด
อิ๋งซื่อนวดคลึงขมับ ตอบรับเบาๆ เสียงหนึ่ง
“จะชักช้าไม่ได้แล้วพะย่ะค่ะ!” ซ่งชูอีเอ่ยด้วย
ความรวบรัดชัดเจน
อิ๋งซื่อขมวดคิ้ว จ้องนางครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยขึ้น “เจ้า
ไปเถิด”
ซ่งชูอีไม่รู้ว่าเหตุใดอิ๋งซื่อจึงเปลี่ยนใจกะทันหัน
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหวั่นไหวเพราะความ
เพียรของนาง ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ช่าง ขอเพียง
บรรลุเปั้าหมายได้เป็นพอ นางมิได้คิดมากและ
ตอบรับเสียงหนึ่งทันที “พะย่ะค่ะ!”
“นี่คือหนังสือรับรองแห่งรัฐ เตรียมเอาไว้ใช้ใน
ยามจำเป็น” อิ๋งซื่อยื่นม้วนผ้าไหมบนโต๊ะให้กับอู่
ซาน
อู่ซานรับหนังสือรับรองมา สองมือยื่นให้ซ่งชูอี
“ขอบพระทัยฝั่าบาท!” ซ่งชูอีดีใจ รับม้วนผ้าไหม
แล้วลุกขึ้นจากไป กลับไปเตรียมการไปยังรัฐปาสู่
ทันที
ในใจของนางคิดว่าปาสู่เป็นรากฐานสำคัญของ
ความสำเร็จในการเป็นเจ้าแห่งใต้หล้า หากยึด
ครองมันมาได้ แผนการจงหยวนของรัฐฉินก็อยู่ไม่
ไกลแล้ว นี่คือความตั้งใจเดิมใน “ทฤษฎีการโค่น
รัฐ” ของซ่งชูอี ดังนั้นนางจึงใส่ใจกับเรื่องนี้มาก
แม้แต่มิได้ให้ความสนใจในสงครามระหว่างเว่ย
และเจ้าด้วยซ้ำ
เนื่องจากเชื่อว่าอิ๋งซื่อเป็นองค์จวินที่สามารถ
เข้าใจข้อดีข้อเสียเป็นอย่างดี ดังนั้นซ่งชูอีจึงไปที่
พระราชวังเพื่อเกลี้ยกล่อมทุกวี่ทุกวันเช่นนี้