กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 276 ฝั่าบาทดื่มสุรากันไหม
อิ๋งซื่อเดินออกมาจากศาลา ผ่านเส้นทางคดเคี้ยว
ซ่งชูอีกำลังจะไปรับหน้าที่ใต้ระเบียงทว่ากลับได้
ยินอิ๋งซื่อกล่าวว่า “เจ้ายืนนิ่งๆ เถิด อย่าขยับ”
ซ่งชูอีได้ยินก็หยุดเดินอย่างเชื่อฟัง เพราะว่า
บาดแผลนั้นเจ็บมากจริงๆ
“ถวายบังคมฝั่าบาท” ซ่งชูอีคำนับ
อิ๋งซื่อเดินมาถึงตรงทางเดิน หยุดยืนห่างจากนาง
ครึ่งจั้ง สำรวจนางขึ้นลงสองสามรอบ สีหน้าที่
หล่อหลอมอยู่กับแสงจันทร์นั้นคลุมเครือ “เหตุใด
อยู่บ้านเอวถึงบาดเจ็บได้?”
“แค่ก ไม่ทันระวัง…” ขณะนั้นเอง นางหาเหตุผล
ที่เหมาะสมไม่ได้จริงๆ
“มหาเสนาบดีฝั่ายขวาบอกว่าเจ้าบาดเจ็บจาก
การขี่ม้าตอนที่อยู๋ในค่าย” อิ๋งซื่อเปิดโปงคำพูด
ของทั้งสองคนที่ยังไม่ได้ตระเตรียมกันมาอย่างไร้
ความปรานี “พูดมา เกิดอะไรขึ้น”
จะโทษว่าชูหลี่จี๋กับซ่งชูอีสะเพร่าเกินไปก็ไม่ได้
ใครจะไปรู้ว่าองค์จวินแห่งรัฐจะปรากฏตัวในจวน
ของขุนนางราวกับภูติผีดึกๆ ดื่นๆ
ซ่งชูอีไม่รู้สึกเขินอายที่ถูกเปิดโปงเลยแม้แต่น้อย
ยิ้มกว้างเอ่ย “ตอนทำงานไม่ระวังพ่ะย่ะค่ะ”
“ทว่ามีคนกล่าวว่า เจ้าบาดเจ็บที่ก้น” อิ๋งซื่อมอง
นางด้วยความสงสัย
คิดไม่ถึงว่าเขาจะกล่าววาจาถากถางนางเยอะ
เพียงนี้ด้วยสีหน้านิ่งเฉย! นางรู้สึกรำคาญใจ
เล็กน้อย ทว่าอีกฝั่ายคือองค์จวิน นางไม่สามารถ
คิดแค้นได้ ดังนั้นจึงตอบด้วยท่าทางเหมือนหมู
ตายที่ไม่กลัวน้ำร้อนลวก “ก็ครั้งแรกนี่นา จึงไม่
ค่อยคุ้นเคยเท่าไร ต่อไปก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ฝั่าบาท
อย่าได้กังวลพระทัย ว่าแต่ฝั่าบาท มาแล้วเหตุใด
ถึงยืนอยู่ในสวนดอกไม้เล่า?”
อิ๋งซื่อจ้องหน้าใบหน้าที่เปียมด้วยรอยยิ้มของนาง
ครู่หนึ่ง ละสายตาเอ่ยว่า “เห็นว่าเจ้ามีแขกใน
ห้องหนังสือ”
“หา ทำให้ฝั่าบาทรอนานแล้ว” ซ่งชูอีคำนับขอ
โทษอีกครั้ง
“ไม่โทษเจ้า” อิ๋งซื่อเอ่ย
“ฝั่าบาทมาได้จังหวะพอดี กระหม่อมมีเรื่องจะ
ทูลรายงาน” ซ่งชูอีไม่คิดที่จะปิดอิ๋งซื่อเรื่องการ
ส่งคนเข้าแทรกแซงรัฐเว่ยเป็นความลับ ในฐานะ
ที่นางเป็นกั๋วเว่ย สามารถระดมการคุ้มกันอย่าง
ลับๆ ได้ เพียงแต่ทันทีที่นางมีความเคลื่อนไหวก็
จะถูกเปิดโปงทันที สู้อธิบายให้อิ๋งซื่อฟังอย่าง
ละเอียดยังดีกว่า เพื่อปั้องกันความเคลือบแคลง
ใจระหว่างจวินและขุนนางในอนาคต
อิ๋งซื่อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟั้า “ว่ามาเถิด”
ซ่งชูอีนิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขยับแม้แต่
ครึ่งก้าว เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะยืนฟังอยู่ที่นี่ ก็ได้
อย่างไรเสียการยืนมันสบายกว่าสำหรับนางอยู่
แล้ว “กระหม่อมส่งคนเข้าไปแทรกแซงใน
รัฐเว่ย”
อิ๋งซื่อไร้ความประหลาดใจ
ซ่งชูอีเล่าการวางแผนและรายละเอียดทุกอย่าง
ให้เขาฟัง
“กั๋วเว่ยวางแผนได้ดี” อิ๋งซื่อฟังจบแล้วก็ประเมิน
ไปคำหนึ่ง
เริ่มแรกนางจะให้สวีจ่างหนิงมีที่ยืนอยู่ในรัฐเว่
ยก่อน แม้ว่ารัฐเว่ยอาจไม่ได้เรียกใช้งานอย่าง
จริงจังแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินการของ
นาง เพราะว่าภายในรัฐเว่ยมีความระหองระแหง
กันเลือนรางอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องการตัวเติม
เชื้อเพลิงเท่านั้น ประการที่สอง นางจะให้หมิ่น
ฉือเลือกข้างระหว่างองค์รัชทายาทและองค์ชาย
ซื่อ หากเขาไม่ติดกับ ก็จะทำให้ความไว้ใจที่เว่
ยอ๋องมีต่อเขาสั่นคลอนในแง่ของรัฐฉิน บีบให้เขา
ต้องเลือกเจ้านายคนใหม่ให้ตัวเอง ซ่งชูอีก็
สามารถใช้การต่อสู้ภายในนี้ได้ ร่วมมือกับสวี
จ่างหนิงคิดหาวิธีเพื่อบีบให้เขาไปรักษาการณ์ที่
นคร จากนั้นนางก็สามารถล้างแค้นอย่างเปิดเผย
ได้
อีกประการหนึ่งก็คือให้เจินอวี๋แต่งงานกับสวี
จ่างหนิง ข้อหนึ่งเพื่อให้สวีจ่างหนิงยึดมั่นใน
เส้นทางสายนี้ได้อย่างสนิทใจ ข้อสองเพื่อควบคุม
สกุลเจินผ่านสวีจ่างหนิง เพราะว่าด้วยความรู้
ของสวีจ่างหนิงนั้นไม่เพียงพอที่จะมีตำแหน่งสูง
ในรัฐเว่ย หากต้องการรักษาตำแหน่งขุนนาง
ระดับสูงเอาไว้ก็ต้องพึ่งพาซ่งชูอีเท่านั้น
ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าไม่สามารถควบคุมสกุลเจินได้
อย่างมั่นคง ทว่าก็เป็นไปได้เก้าในสิบส่วนแล้ว
นอกจากนี้ยังมีวิธีสำรองไม่รู้จบ
นี่เป็นวิธีการแก้แค้นโดยอาศัยกลยุทธ์แห่งรัฐ อีก
ทั้งสามารถควบคุมสกุลเจินและสวีจ่างหนิงได้อีก
ก้าว…
อิ๋งซื่อเห็นว่านางรายงานทั้งเรื่องงานและเรื่อง
ส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา ทันใดนั้นก็หัวเราะ
ออกมา
“ฝั่าบาทหัวเราะอะไรพ่ะย่ะค่ะ?” ซ่งชูอีสงสัย อิ๋
งซื่อไม่ใคร่ยิ้ม หลายครั้งที่ก็เป็นเสียงหัวเราะอัน
สดใส หรือไม่ก็เพียงโค้งมุมปากยิ้ม ไม่เคยหัวเราะ
อย่างคลุมเครือเช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ดี ในเสียง
หัวเราะครั้งนี้เจือปนความสุขอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีอะไร ข้าเพียงยินดีกับความซื่อสัตย์ของกั๋ว
เว่ย” เขาเอ่ย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคำพูดถากถาง ทว่าซ่งชูอีกลับมี
ความละอายใจเจือปนอยู่ในสีหน้ายิ้มแย้มนั้น
เอ่ยว่า “กระหม่อมพยายามตามรอยฝั่าบาท
อย่างสุดความสามารถเสมอ”
อิ๋งซื่อราวกับฟังไม่เข้าใจ พยักหน้า จากนั้นก็เอ่ย
ตำหนิ “รักษาบาดแผลให้ดี เรื่องนี้ก็พักไว้
ชั่วคราวก่อน เป็นถึงกั๋วเว่ย ไม่เก่งด้านบู๊ก็ช่าง
ประไร แต่ว่ายังเจ็บออดๆ แอดๆ จะไม่ให้รัฐอื่นๆ
ใต้หล้าหัวเราะเยาะต้าฉินของข้าได้อย่างไร!”
“พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมจะรักษาร่างกายอย่างดี”
ซ่งชูอีกล่าวด้วยความขึงขัง
อิ๋งซื่อขมวดคิ้ว “รีบพักผ่อนเถิด วันหน้ากว่าเห
รินจะมาเยี่ยมเจ้าอีกที”
เขามักจะรีบมารีบไป ซ่งชูอีชินเสียแล้ว “น้อมส่ง
ฝั่าบาท”
อิ๋งซื่อเหลือบมองนาง หมุนตัวก้าวลงจากทางเดิน
มุ่งหน้าไปที่ยังประตูใหญ่
เงาดวงจันทร์คมชัด แผ่นหลังตั้งตรง ชุดสีดำนั้น
เคร่งขรึมเยือกเย็น มีความสง่างามในทุกย่างก้าว
เพียงแต่เมื่ออยู่ตามลำพังจึงดูโดดเดี่ยวอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้
ซ่งชูอีจับจ้องเงานั้น พลันตะโกนถาม “ฝั่าบาท
อยากจะดื่มหรือไม่?”
อิ๋งซื่อหยุดเดิน หมุนตัวหันไปมองนางข้ามสวน
ดอกไม้เขียวชอุ่ม
ระยะทางไกลเกินไป มองเห็นสีหน้าของกันและ
กันไม่ชัดเจน ซ่งชูอียืดคอมองครู่หนึ่ง กลับได้ยิน
ทางนั้นตอบกลับมาอย่างหัวเสีย “รักษาบาดแผล
อยู่ก็อย่าออกนอกลู่นอกทาง!”
จากนั้นก็หมุนตัวจากไป
ไม่รู้จักความหวังดีบ้างเลย! ซ่งชูอีเบะปาก ก้าว
เดินไปยังห้องอาบน้ำ
บาดแผลโดนน้ำไม่ได้ ซ่งชูอีเพียงเช็ดตัวอย่าง
เรียบง่าย แล้วกลับไปเอนกายที่ห้องนอน เจ้าอี่
โหลวยังไม่กลับมา เวลานัดหมายของเว่ยเต้าจื่อ
และกุ่ยกู๋จื่อใกล้มาถึงแล้ว คงไม่มาเยี่ยมนางใน
จวนอีก
“หนิงยา” ซ่งชูอีเอ่ย
“เจ้าค่ะ” หนิงยาวิ่งเข้ามา “ท่านมีอะไรจะสั่งเจ้า
คะ?”
“ไปั๋เริ่นล่ะ? ข้าไม่เห็นมันมาหลายวันแล้ว” ตั้งแต่
จางอี๋พาจินเกอเข้ามา นางก็ไม่เห็นไปั๋เริ่นอีกเลย
“เรียนท่าน จินเกอกับไปั๋เริ่นไปอยู่ในจวนของ
มหาเสนาบดีฝั่ายซ้ายแล้วเจ้าค่ะ” หนิงยากล่าว
เสริมอีก “พวกมันอยู่ในจวนของมหาเสนาบดี
ฝั่ายซ้ายตลอดทั้งวัน ไม่ค่อยกลับมาเจ้าค่ะ”
“เอ๋ พวกมันดีกันตั้งแต่เมื่อไร?” ซ่งชูอีเอ่ยด้วย
ความประหลาดใจ
หนิงยาหัวเราะเอ่ย “มักจะเล่นด้วยกันประจำเจ้า
ค่ะ ไม่เคยกัดกันจริงๆ สักครั้ง บางทีหมาปั่าอาจ
เล่นกันเช่นนั้นกระมัง”
“เจ้าหมาปั่าเนรคุณ ตั้งหลายวันไม่มาหาข้าบ้าง
เลย” ซ่งชูอีบ่นพึมพำ
หนิงยาแอบหัวเราะ คิดในใจ ก็เลียนแบบท่าน
ไม่ใช่หรือ! หลายวันนี้ก็ไม่เห็นได้ยินท่านถามถึง
มันเลย!
“พรุ่งนี้ไปรับมันกลับมา” ซ่งชูอีรู้สึกว่าช่วงเวลาที่
ต้องรักษาตัวจะต้องหาใครมาฆ่าเวลาเสียหน่อย
“เจ้าค่ะ” หนิงยาตอบรับ เงยหน้าเห็นว่าซ่งชูอี
คล้ายง่วงนอนแล้ว จึงลุกขึ้นดับไฟในห้องนอน
ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ถอยออกไปเงียบๆ
ครั้งนี้หลับไม่สนิทเลย
ขณะที่ฟั้ายังไม่สว่างซ่งชูอีก็ไม่มีความง่วงแล้ว
นางพลิกตัว ข้างกายยังคงว่างเปล่า
เจ้าอี่โหลวไม่กลับมาทั้งคืน ซ่งชูอีมักจะมีลาง
สังหรณ์เลือนรางจึงทำให้นางนอนไม่หลับ
จากนั้นก็สวมเสื้อผ้า เปิดประตูออกไปข้างนอก
อากาศเย็นเล็กน้อย สดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ทำให้
สมองตื่นตัวขึ้นมาด้วย
หนิงยาตื่นแต่ตั้งเช้าตรู่เหมือนทุกครั้ง ครั้นผลัก
ประตูเปิดก็เห็นคนหนึ่งยืนอยู่ในหมอกคลุมเครือ
ตรงทางเดินทันที “ท่าน?”
ซ่งชูอีไม่ได้หันกลับมา เอ่ยเรียบๆ “ไปทำงานเถิด
ข้าจะยืนสักพัก”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากหนิงยาจากไปไม่นาน หมี่จีก็เข้ามาจาก
ประตูเล็ก เห็นซ่งชูอีก็งอเข่าคำนับ “ท่านเจ้าคะ
ฝั่าบาทส่งคนมาแล้วเจ้าค่ะ”
“ฝั่าบาท?” ซ่งชูอีรู้สึกแปลกใจ เมื่อวานก็เพิ่งคุย
กันไม่ใช่หรือ “เชิญเขาเข้ามา”
หมี่จีรับคำ กลับออกไปที่ลานด้านนอกแล้วนำ
ทางขันทีคนหนึ่งเข้ามา
ซ่งชูอีจำได้ว่านั่นคือขันทีเถาคนสนิทของอิ๋งซื่อ ก็
ยิ้มแล้วประสานมือคำนับ “ข้าน้อยได้รับบาดเจ็บ
ไม่สะดวกออกไปรับ ได้โปรดขันทีเถาให้อภัย”
“มิบังอาจรับการคำนับจากกั๋วเว่ย” ขันทีเถา
หลบเลี่ยง คำนับให้กับซ่งชูอีก่อนเอ่ยด้วยใบหน้า
ยิ้มแย้ม “ฝั่าบาทตรัสว่า เมื่อว่ากั๋วเว่ยต้องการ
ถวายสุรา วันนี้จึงตั้งใจให้บ่าวมารับ ฝั่าบาทเห็น
ใจที่กั๋วเว่ยได้รับบาดเจ็บ เดินเหินไม่สะดวก กั๋วเว่
ยเพียงบอกว่าสุราฝังไว้ที่ใด บ่าวจะไปขุดเอง”
ถวายสุรา?
ซ่งชูอีนึกถึงสิ่งที่พูดเมื่อวานก็อดที่จะกัดฟันมิได้ อิ๋
งซื่อคนนี้อันตรายเกินไปแล้วจริงๆ! ทั้งๆ ที่เป็น
การเชิญให้เขาดื่มด้วยกัน กลับทำให้เขาหา
ข้ออ้างยึดครองสุราดอกบ๊วยในลานของนาง!
หากนางบอกที่ฝังสุราไป แล้วจะเหลือไว้ให้นาง
สักหยดรึไง!?
นี่มันปล้นกันชัดๆ!