กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 318 บุคลิกเยี่ยงข้า
อิ๋งซื่อหลุบตาพิจารณาครู่หนึ่งว่าควรจะ
ตอบสนองอย่างไรดี ใครจะคิดว่ากลับได้ยินทาง
นั้นบ่นพึมพำกับตัวเองว่า “ไม่รู้ว่าได้ยินทางนั้น
คุยกันหรือเปล่า”
นางหันมองเขา กล่าวด้วยความตื่นเต้น
“กระหม่อมคิดว่า หากสามารถได้ยิน ต่อไปยาม
ค่ำคืนเวลาที่กระหม่อมมีเรื่องด่วนก็สามารถปีน
ขึ้นไปบนห้องใต้หลังคา…” นางกระแอมไอ เปล่ง
เสียงด้วยความจริงจัง “ฝั่าบาท กระหม่อมมีเรื่อง
ต้องการเข้าเฝั้า!”
อิ๋งซื่อค้อนมองนางอย่างไร้คำพูด รู้สึกว่าตนกังวล
อย่างไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง ซ่งชูอีเป็นผู้ที่เข้าใจ
เพียงหัวใจและอารมณ์ในการ “วางแผน” หาก
นางไม่ได้วางแผนอะไรไว้ นางคงจะไม่ใส่ใจกับสิ่ง
เหล่านี้โดยเจตนา
“คุยธุระเพียงแค่นี้ กั๋วเว่ยกลับไปเถิด” อิ๋งซื่อเอ่ย
ซ่งชูอีประสานมือคำนับ “กระหม่อมทูลลา ฝั่า
บาทพักผ่อนให้มาก”
เมื่อไม่ได้ยินคำตอบ ซ่งชูอีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่
จะค้อมตัวถอยออกไป
หลังจากออกมาจากวัง นางก็ขี่ม้ากลับจวนช้าๆ
แสงจันทร์ส่องสว่างสุกใสราวกับกลางวัน เมื่อ
ออกมาจากพระรางวังเสียนหยางได้ระยะหนึ่ง ซ่ง
ชูอีอดที่จะหันหลังกลับไปมองมิได้ หลังคาต้นไม้
หนาทึบปกปิดตัวอาคาร มีเพียงแสงอบอุ่น
เล็กน้อยเท่านั้นที่เผยให้เห็น
“มองอะไรน่ะ?”
เสียงของเจ้าอี่โหลวลอยมาฉับพลัน ทำเอาซ่งชูอี
สะดุ้งโหยง “เหตุใดจึงมาเงียบๆ!”
เจ้าอี่โหลวมองไปตามสายตาของนาง “ไม่ใช่ว่า
เงียบๆ แต่เป็นเพราะเจ้าใจลอย”
“แค่ก” ซ่งชูอีเหลือบมองเจ้าอี่โหลว ต้องการจะ
กล่าวบางอย่างแต่หยุดไว้
“นี่ไม่เหมือนเจ้าเลย มีอะไรก็ว่ามา” เจ้าอี่โหลว
หันหัวม้ามาเดินเคียงข้างนาง
เรื่องนี้ไม่ควรหารือกับเจ้าอี่โหลว ทว่านอกจาก
เขาแล้ว นางไม่เต็มใจที่จะคุยกับใคร ด้วยเหตุนี้
จึงรีรอสักพักแต่ก็ยังเอ่ยว่า “เจ้าว่า…ฝั่าบาทคิด
เยี่ยงนั้นกับข้าบ้างหรือไม่?”
พูดจบนางก็ไอด้วยความอึดอัดสองที “ข้าก็รู้ว่า
มันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ว่า…”
เจ้าอี่โหลวตัดบทนาง “เหตุใดจะเป็นไปไม่ได้
เล่า?”
ซ่งชูอีได้ยินเขาพูดราวกับว่ามันเป็นเช่นนั้นอยู่
แล้ว มองเขาด้วยความประหลาดใจ “หากตัดสิน
โดยมาตรฐานของกุนซือแล้ว ข้าคิดว่าตัวเองยังมี
ความสามารถบ้าง ทว่าเรื่องส่วนตัวเช่นนี้…เจ้า
คอยดูข้าให้ดี!”
ซ่งชูอีเอื้อมมือตบๆ เขา “เจ้าเห็นข้าเป็นเช่นนี้
รูปลักษณ์ของข้า บุคลิกของข้า…มีเจ้าเพียงคน
เดียวที่ไม่รังเกียจ ข้าขอบคุณสวรรค์ที่ปิดตาเจ้า
อยู่ทุกวัน”
“เจ้าที่เป็นเช่นนี้น่าเกลียดตรงไหน” เจ้าอี่โหลว
ขมวดคิ้ว
“ข้าจะบอกอะไรเจ้าก็แล้วกัน เมื่อก่อนตอนที่ข้า
อยู่ในสำนักเคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น” ซ่งชูอีเกาๆ
กรามและพูดว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าหมกมุ่นใน
กามารมณ์ วันหนึ่งข้าถามเขาว่าหากใต้หล้านี้
หมดสิ้นแล้วซึ่งสตรีเพศเขาคิดจะใช้ชีวิตต่อไป
อย่างไร เขากล่าวว่า “ถึงตอนนั้นเจ้าเรียกศิษย์พี่
สามของเจ้าว่าพี่สะใภ้ก็พอแล้ว” ข้าบอกว่า ถึง
ตอนนั้นข้าก็ไม่มีตัวตนแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวว่า
ไม่มีทาง ตราบใดที่เจ้าไม่กระโดดออกไปฆ่าตัว
ตายเสียเอง สวรรค์ก็คงไม่คิดว่าเจ้าเป็นผู้หญิง”
ในตอนนั้น เว่ยเต้าจื่อตบๆ ไหล่ของนาง กล่าวสั่ง
สอนด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เจ้าเป็นผู้หญิงไม่มีทาง
ก้าวหน้าหรอก พยายามเป็นผู้ชายยังจะดีเสีย
กว่า”
ทุกคนต่างกล่าวว่าเป็นหญิงงามนั้นน่าเศร้า
เพราะจะถูกส่งเป็นของขวัญไปๆ มาๆ เนื่องด้วย
ความงาม แต่กลับไม่เคยเห็นผู้หญิงที่มีหน้าตา
ธรรมดาหรือแม้แต่น่าเกลียดเหล่านั้นมีชีวิตน่า
สังเวชเลย
“ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวเช่นนี้รุนแรงเกินไปแล้ว” เจ้าอี่
โหลวเอ่ย
“ไม่เลย ข้าควรจะขอบคุณท่านพ่อ อาจารย์และ
ศิษย์พี่ใหญ่มากที่สุด” ซ่งชูอีไม่มีความมั่นใจใน
ความเป็นหญิงของตัวเองมาก แต่พวกเขาทำให้
นางแข็งแกร่งกว่าผู้หญิงทั่วไป ความสามารถก็ยิ่ง
โดดเด่น สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องยึดติดกับผู้ชาย
ในโลกที่มีแต่ความวุ่นวายนี้ นี่คือความโชคดีของ
นาง “จะว่าไปแล้ว สถานการณ์ที่ข้ากล่าวถึงเมื่อ
ครู่มีความเป็นไปได้หรือไม่?”
อิ๋งซื่อเข้าใจซ่งชูอีอย่างยิ่ง นางเข้าใจเพียงหัวใจ
ของการวางกลยุทธ์เท่านั้น ทว่าเขากับนางมี
สถานะองค์จวินและขุนนาง มีขุนนางคนใดบ้างที่
ไม่เคยเดาใจขององค์จวิน? แม้ว่าเขาจะเปิดเผย
ความคิดโดยบังเอิญเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงหลายปีที่
ผ่านมา แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับกุนซือคนหนึ่งที่
จะคาดเดาผลลัพธ์ เพียงแต่ซ่งชูอีไม่อยากจะเชื่อ
ว่าผลลัพธ์จะกลายเป็นเช่นนี้
“เขามีความรู้สึกนั้นเกือบสี่ปีแล้ว เจ้าคิดจะทำ
อย่างไร?” เจ้าอี่โหลวกล่าวตามความจริง
ซ่งชูอีนิ่งไปครู่หนึ่ง ยิ้มโล่งอกทันที “ได้พบกับจ
วินเช่นนี้ เป็นโชคดีของข้า ได้พบกับจวินเช่นนี้
ข้าก็ดีใจยิ่ง”
นับเป็นความโชคดีจริงๆ ที่อิ๋งซื่อมีความกล้าหาญ
และวิสัยทัศน์ ตลอดจนความสงบเยือกเย็นของ
เขา ซ่งชูอีแหงนหน้ามองท้องฟั้า ดวงตาเปียกชื้น
เล็กน้อย นางรู้สึกขอบคุณสำหรับความรักของ
สวรรค์ หากชาตินี้ไม่มีเจ้าอี่โหลว นางก็จะอยู่คน
เดียวชั่วชีวิต หากชาติไม่ได้พบอิ๋งซื่อ เกรงว่านาง
ก็คงไม่สามารถมีชีวิตอย่างสุขสบายเช่นนี้
ความรักสมบูรณ์แบบเช่นนี้ ซ่งชูอีซาบซึ้งใจยิ่ง
เจ้าอี่โหลวพ่นลมหายใจเย็นชาและไม่ได้พูดอะไร
อีก เขาเข้าใจดีว่าไม่มีความรักแอบแฝงอยู่ใน
คำพูดนี้
“จริงสิ พรุ่งนี้ติดต่ออาจารย์เจ้าบอกว่าข้า
สามารถช่วยสำนักม่อได้ หากสะดวกก็ให้มาพบ
ข้า” ซ่งชูอีเอ่ย
คำว่า “ช่วย” ที่ซ่งชูอีกล่าวนั้นไม่มากเกินไป
สำนักของฉู่เจาเสี่ยนสนับสนุนความเป็นอิสระ
ของสำนักม่อ จะไม่หาที่พึ่งพิงเหมือนชวีกู้อย่าง
แน่นอน เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีเต็มรูปแบบ
ก็ไม่มีวิธีอื่นนอกจากต่อต้านจนตัวตาย
โครงสร้างภายในของสำนักม่อมีความเข้มงวด
และชัดเจน และศิษย์ที่ออกจากสำนักไปล้วนมี
ความสามารถในการเอาตัวรอด ตามปกติเมื่อต่าง
คนต่างใช้ชีวิตแล้ว พวกเขาก็จะส่งข่าวผ่านสาขา
ของสำนัก หากสาขาทั้งหมดสูญหายก็จะตกอยู่
ในความโกลาหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝั่ายของชวี
กู้ก็จะฉวยโอกาสไล่ล่าอีกครั้ง แม้นจะไม่ถึงขั้น
แตกหักแต่ก็จะสูญเสียความยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
เมื่อพวกเขาถูกบีบมาจนถึงทางตันก็ต้องฆ่าเพื่อ
ฝั่าออกไปหรือไม่ก็สู้ตาย ในเวลานี้ไม่มีวิธีที่ดีกว่า
แล้ว
พรุ่งนี้ซ่งชูอีก็จะเริ่มเตรียมการ
เจ้าอี่โหลวได้รับคำตอบกลับภายในครึ่งเดือน
บัดนี้ฉู่เจาเสี่ยนอยู่ที่ชายแดนหานเว่ย ต้องการที่
จะพบกับซ่งชูอีอย่างลับๆ ใกล้กับด่านหานกู่
รอจนกระทั่งฉู่เจาเสี่ยนเข้ามาในเขตแดนหาน
แล้ว ซ่งชูอีก็ลาปั่วยไม่ได้เข้าประชุมราชสำนัก
พาผู้อารักขาลับที่ได้รับการอนุมัติแล้วมุ่งหน้าไป
ยังด่านหานกู่ในยามราตรี
เจ้าอี่โหลวยังคงอยู่ในเสียนหยางตามปกติ
ซ่งชูอีปิดประตูล้มปั่วยอีกครา ชาวเสียนหยางต่าง
เคยชินเสียแล้ว เรื่องความสัมพันธ์ชายรักชาย
ระหว่างเจ้าอี่โหลวกับซ่งชูอีก็กลายเป็นเรื่องจริงที่
เถียงไม่ได้ ชาวฉินเคารพในคุณธรรมและให้
ความสำคัญกับความสามารถ ปฏิบัติต่อผู้ที่มี
ความสามารถด้วยความใจกว้างเป็นพิเศษ แม้ว่า
พวกเขาจะละอายใจในเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็จะไม่
ใช้สิ่งนี้เป็นเหตุผลในการขับไล่ผู้มีความสามารถ
ไปยังรัฐอื่น
แต่ก็มีขุนนางบางคนที่ “เตือนสติ” เจ้าอี่โหลว
ด้วยความไม่หวังดี “ท่านแม่ทัพเจ้าอ่อนเยาว์มี
กำลัง ร่างกายแข็งแรง ตกกลางคืนก็เพลาๆ ลง
บ้าง อย่างไรเสียกั๋วเว่ยเป็นขุนนางคนสำคัญ
ของต้าฉินเรา”
สำหรับเรื่องนี้ เจ้าอี่โหลวมักจะเดินผ่านไปด้วย
ความเฉยเมย ไม่แม้แต่จะชายตายมอง
**
ฤดูร้อนในหล่งซี เช้าสวมผ้าแพร บ่ายสวมผ้าฝั้าย
แต่บัดนี้ซ่งชูอีสวมเพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบทั้งตัว
กว่าจะมาถึง
ด่านหานกู่ก็เหม็นเปรี้ยวแล้ว
นางและผู้อารักขาลับปลอมตัวเป็นพ่อค้าขายสุรา
ซื้อสุราฉินมาห้าถึงหกคันรถเพื่อออกจากด่านใน
ตอนพลบค่ำ
บัดนี้สุราสนของรัฐฉินขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
หลังจากที่บรรดาพ่อค้าจากรัฐต่างๆ มาแย่งซื้อใน
เสียนหยางแล้วก็จะส่งไปยังเมืองใหญ่ต่างๆ สุรา
ที่เพิ่งบ่มใหม่นั้นง่ายต่อการเน่าเสีย ดังนั้นพ่อค้า
สุราส่วนใหญ่จึงออกเดินทางเมื่ออุณหภูมิลดลงใน
ตอนกลางคืน รีบเดินทางข้ามคืนเพื่อมาถึงโรง
กลั่นสุราก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น ใส่ไว้ในห้อง
น้ำแข็ง จากนั้นก็รอนำมาขายข้างทางในตอน
พลบค่ำ
ดังนั้นขณะที่ออกจากนครก็จะมีขบวนพ่อค้าที่
ขนส่งสุราจำนวนมาก จึงสามารถปะปนออกไป
อย่างง่ายดาย
ท่ามกลางหญ้าตะปุั่มตะปา กู่หานสั่งให้ทุกคน
จอดรถทั้งหมดไว้ “กั๋วเว่ย จะทำอย่างกับสุรา
เหล่านี้ขอรับ?”
“จากนี้ไป พวกเจ้าก็เป็นองครักษ์ส่วนตัวของข้า
ต้องเรียกข้าว่านายท่าน!” ซ่งชูอีเอ่ย
“ขอรับ!” ทุกคนตอบรับเสียงต่ำ
“ส่วนสุราเหล่านี้ ข้ายากจนมากจะมีปัญญาซื้อ
สุราแท้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร!” ซ่งชูอี
หัวเราะเอ่ย