กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 321 แผนอันแยบยล
สำนักม่อของเสียนจื่อและสำนักของจวี้จื่อมีการ
แข่งขันกัน เสียนจื่อย้ายสาขาทั้งหมดภายใน
ระยะเวลาครึ่งเดือน แต่กลับเผาสาขาเดิมทั้งหมด
ทิ้ง!
เปลวเพลิงครั้งใหญ่เผาสาขาเหล่านั้นจนมอดม้วย
และยิ่งเผาให้ไฟสงครามของสองสำนักให้
ร้อนแรงยิ่งขึ้น พวกเขามาจากสำนักเดียวกัน เดิม
ทีเสียนจื่อละทิ้งสาขา จวี้จื่อก็มิได้คิดที่จะตามราวี
นับจากนี้ไปเจ้าก็เดินบนเส้นทางสุริยันต์ของเจ้า
ข้าก็เดินไปตามสะพานไม้ของข้า ทว่าการกระทำ
ของเสียนจื่อครั้งนี้เหมือนเป็นการยั่วยุ!
“ขงจื่อกล่าวไว้ว่ามีเพียงผู้หญิงและคนต่ำช้า
เท่านั้นที่เลี้ยงไม่เชื่อง กล่าวได้อย่างถูกต้อง
จริงๆ!” เซียงหลีจื่อมีสีหน้าโมโห
ชวีกู้เอ่ยอย่างครุ่นคิด “ฉู่เจาเสี่ยนดูไม่เหมือนเป็น
คนเช่นนี้…นางเป็นเสียนจื่อมาหลายปี คุณธรรม
ไม่เคยด่างพร้อย”
“หึ ต่อให้นางเผาสาขาทั้งหมดจริง ก็ไม่สามารถ
นับได้ว่าคุณธรรมด่างพร้อยหรอกกระมัง?” เติ้ง
หลิงจื่อเอ่ยเชื่องช้า
สีหน้าของชวีกู้อึดอัดเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างของฉู่
เจาเสี่ยนอยู่ดีๆ กลับถูกทำให้พิการ หากเป็น
เพราะโกรธเคืองเรื่องนี้ ไม่พอใจและเผาสาขาที่
อยู่ในมือทั้งหมดก็สมควรแล้ว
ภายในห้องเงียบสงัด หลังจากชวีกู้สงบสติ
อารมณ์ได้ก็เอ่ยว่า “ที่ตั้งของสำนักเป็นความลับ
นอกจากคนในสำนักม่อแล้ว คนนอกจะล่วงรู้ได้
เยี่ยงไร? เรื่องนี้เห็นทีน่าจะเป็นฝีมือของเสีย
นจื่อ”
เซียงหลีจื่อพ่นลมหายใจเย็นชา “เผาสาขาไปเสีย
ครึ่งหนึ่งและเปิดโปงที่ตั้งออกไปแล้ว คงไม่
สามารถสร้างใหม่ได้สักพัก พวกเราก็ปล่อยเรื่อง
นี้ไปดีหรือไม่? กลุ่มผู้ชายรังแกผู้หญิงคนหนึ่ง มัน
ใช่เรื่องหรืออย่างไร!”
“ไม่ได้แน่นอน” ขวีกู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงล้ำลึก
เติ้งหลิงจื่อสอดมือไว้ในแขนเสื้อไม่พูดจา เขาไม่
เห็นด้วยกับความไม่เปลี่ยนแปลงของสำนักม่อแต่
เขากลับไม่ใคร่เห็นด้วยกับการกระทำของชวีกู้นัก
โดยเฉพาะเรื่องการวางยาให้เสียนจื่อซึ่งทำให้เขา
รู้สึกรังเกียจเป็นอย่างมาก
การหารือระหว่างเหล่าอาจารย์ทางนี้ต้องการ
โจมตีเสียนจื่อ ขณะที่ในห้องโถงหลักในสถานที่
ซ่อนตัวของฉู่เจาเสี่ยนเต็มไปด้วยแรงอาฆาต
ฉู่เจาเสี่ยนหลุบตาต่ำ ขนตายาวปกคลุมแววตา
บนสีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ
“ซ่งหวยจินอายุยังน้อย ทว่าจิตใจกลับล้ำลึกนัก”
จีเจ่อทอดถอนใจ
แน่นอนว่าฉู่เจาเสี่ยนมิได้สั่งให้เผาสาขาสำนัก!
การวางเพลิงนี้จะไปใครไปเสียไม่ได้ ซ่งชูอีมอบ
เคหะสถานส่วนตัวให้ ฉู่เจาเสี่ยนจะต้องสั่งให้คน
ส่งข่าวออกไปอย่างแน่นอน ผู้อารับขาลับได้รับ
การฝึกฝนมาจากสำนักม่อ วิธีการส่งข่าวสาร
คล้ายคลึงกัน ซ่งชูอีอยู่ด้วยกันกับเจ้าอี่โหลว
แน่นอนว่าจะต้องรู้วิธีส่งข่าวสารตามปกติ ด้วย
เหตุนี้การตามเบาะแสของผู้ส่งสารจึงกระทำได้
ง่ายกว่าใครทั้งหมด
ซ่งชูอีนำเคหะสถานส่วนตัวสิบห้าแห่งแลกเปลี่ยน
กับหน้าไม้กล เดิมทีก็เป็นการซื้อขายที่ทำกำไรได้
โดยไม่ต้องเสียเงิน ทว่านางกลับส่งคนสะกดรอย
ตามผู้ส่งสารลับๆ และวางเพลิงหลังจากที่ย้าย
สาขาเรียบร้อยแล้ว! สำนักจวี้จื่อจะต้องคิดว่าเป็น
ฝีมือของพวกเขาอย่างแน่นอน ด้วยนิสัยของชวีกู้
จะต้องเคียดแค้นจนกัดไม่ปล่อย!
ด้วยวิธีนี้ทั้งสองฝั่ายยังคงต่อต้านซึ่งกันและกัน
การย้ายสาขาสำนักของพวกเขาสามารถบรรเทา
การเผชิญหน้าระหว่างสองฝั่ายได้เพียงชั่วคราว
เท่านั้น
พวกเขาไม่รู้ว่าแผนการของซ่งชูอีมิได้มีเพียงเท่านี้
“พวกเรามีความลับของซ่งหวยจินอยู่ในมือ แต่
สิ่งที่อยู่ในมือของนางก็เป็นความลับของพวกเรา
มิใช่หรือ? ทันทีที่นางเปิดโปงสถานที่ตั้งสาขาใหม่
ของพวกเรา สถานการณ์ของพวกเราจะต่างอะไร
จากเมื่อก่อนเล่า?” ฉู่เจาเสี่ยนพูดพลางก็หัวเราะ
ออกมาโดยไม่โกรธ “ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว การที่ข้า
ตกมาอยู่ในมือของผู้น้อยเป็นเพราะว่าหลายปีมา
นี้ข้ามัวแต่หมกหมุ่นอยู่กับทักษะกลไลเช่นนั้น
หรือ?”
นางสูดหายใจลึก จากนั้นก็เอ่ยว่า “ทว่าเช่นนี้ก็ดี
แม้นนางจะวางแผนทว่าก็ได้ช่วยเหลือพวกเราไว้
อย่างแท้จริง จัดหาสาขาให้ ทั้งยังให้โอกาสที่มี
ความเสี่ยงแต่ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน”
ฉู่เจาเสี่ยนเป็นเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านกลไก ไม่
ว่าจะเป็นด้านกิตติคุณหรือความสำเร็จล้วนโดด
เด่น การจัดการปัญหาต่างๆ นั้นก็ไม่ด้อยเลย
ทว่าบนโลกที่เต็มไปด้วยแผนการ นางกระทำการ
ด้วยความอ่อนโยนเกินไปเมื่อเทียบกับซ่งชูอีที่มี
ความเจ้าเล่ห์เพทุบายมากเหลือเกิน
วันเวลามิได้ทิ้งร่องรอยบนใบหน้าของนางมากนัก
แววตาที่ล้ำลึกและสลับซับซ้อนของจีเจ่อวาดผ่าน
ใบหน้าของนาง พลางทอดถอนใจ “อาเจา”
น้ำเสียงนั้นแก่ชราและแหบแห้ง เมื่อชื่อนี้ถูกเรียก
ขึ้นอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี ดวงตาของฉู่
เจาเสี่ยนก็รื้นน้ำตาทันที
คำว่า “อาเจา” เพียงคำเดียวเปียมไปด้วย
อารมณ์นับพัน อย่างไรก็ดีเขาไม่ได้พูดอะไรมาก
อีก พยุงตัวด้วยไม้เท้าแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ จากนั้น
ก็หมุนตัวเดินออกไป
ในเวลานี้จีเจ่อมองดูขาทั้งสองของฉู่เจาเสี่ยนถูก
ทำลาย มองดูท่าทางที่อ่อนล้าของนาง รู้สึก
เสียใจที่ผลักนางขึ้นสู่ตำแหน่งนี้อย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าการที่ผู้หญิงจะมีชีวิตอยู่ใน
โลกนี้นั้นยากเพียงใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ
อัจฉริยะทางกลไลเช่นนาง นอกจากนี้นางยังเป็น
เปั้าหมายในการแก่งแย่งของนานารัฐ หากไม่มี
สำนักม่อคอยปกปั้อง ก็จะกลายเป็นคนที่ถูกทำ
ร้ายเพราะมีความสามารถ และบทลงเอยจะเป็น
อย่างไรนั้นก็สามารถคาดเดาได้อยู่แล้ว
หลังจากยืนยันว่าจะยุติความสัมพันธ์ พวกเขาก็
ไม่ได้ข้ามเส้นแต่อย่างใด ไม่มีแม้แต่ความ
คลุมเครือแม้แต่น้อย ความรู้สึกที่ฝังลึกในใจนี้ไม่
อาจดูหมิ่นได้เลย จีเจ่อเพียงเกลียดที่ตัวเองเกิด
เร็วไปและเกลียดที่เจอกับนางช้าไป
บัดนี้เขาเป็นไม้ใกล้ฝัง ส่วนนางกลับกำลังบาน
สะพรั่ง
จีเจ่อเดินโซเซไปตามบันได มองไปยังยอดเขาไกล
สุดสายตาแล้วทอดถอนใจ พบกันช้าไป แม้ว่า
การปกปั้องนางจนถึงสุดท้ายจะเป็นความฝันลมๆ
แล้งๆ ก่อนที่จะพาความรักลงดินไปกับเขา…อา
เจา ข้ามีชีวิตอยู่วันหนึ่งก็ปกปั้องเจ้าได้วันหนึ่ง
เส้นทางต่อจากนี้เจ้าต้องเดินตามลำพังแล้ว
ที่ตีนเขา ฉู่เจาเสี่ยนกำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้าหน้า
ทางเดิน มองดูแผ่นหลังที่ขึ้นเขานั้นไป น้ำตา
หลั่งไหลดั่งสายฝน
หลังเวลาเที่ยง ท้องฟั้าเหนือเสียนหยางมืดครึ้ม
ภายในช่วงเวลาสั้นๆ
หลังจากมีเสียงฝนฟั้าคะนองไม่กี่ครั้งฝนก็เทลงมา
ความร้อนในช่วงฤดูร้อนลดลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจ
ในชมรมปั๋ออี้ก็ดีอย่างน่าประหลาดใจ
มีสองข่าวที่ร้อนแรงที่สุดในชมรมปั๋ออี้ในช่วงสอง
วันที่ผ่านมา เรื่องที่หนึ่งรัฐเว่ยสู่ขอองค์หญิงอิ๋งสี่
เรื่องที่สองกั๋วเว่ยแอบไปพบเสียนจื่อแห่งสำนักม่
ออย่างลับๆ
บัดนี้องค์รัชทายาทแห่งรัฐเว่ยได้อภิเษกสมรสกับ
องค์หญิงแห่งราชวงศ์โจวแล้ว ผู้ที่มาสู่ขออิ๋งสี่คือ
องค์ชายซื่อ ชาวฉินต่อต้านเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
องค์ชายซื่อเจ้าชู้เป็นที่สุด นางสนมในวังหากมีไม่
ถึงร้อยก็เก้าสิบ ทั้งยังเคยมีฮูหยินเอกมาก่อน อีก
ทั้งยังมีรัชทายาทคนโตด้วย ฮูหยินผู้นั้นเจ็บปั่วย
ระหว่างคลอดบุตร ทั้งวันต้องอยู่กับยาไม่ห่างกาย
และได้สิ้นใจเมื่อสามปีก่อน
เงื่อนไขเช่นนี้จะสามารถเทียบเท่าองค์หญิง
แห่งต้าฉินได้อย่างไร! แม้ว่าองค์หญิงจะเป็น
เด็กหญิงที่อายุย่างเข้ายี่สิบแล้วก็ตาม…
เพื่อหลีกเลี่ยงการอภิเษก องค์หญิงอิ๋งสี่จะอยู่ใน
ชุดเกราะตลอดทั้งปี อีกทั้งผลงานการสู้รบ
ค่อนข้างน่าประทับใจ
อิ๋งซื่อจึงได้ละเว้นตำแหน่งท่านแม่ทัพให้นาง
แม้ว่าจะไม่มีอำนาจทางทหาร แต่ก็เป็นเกียรติที่
หาได้ยากนับตั้งแต่ก่อตั้งต้าฉิน
วีรบุรุษแห่งต้าฉินมากมายถูกองค์หญิงปฏิเสธการ
แต่งงานหัวชนฝา แล้วจะให้ผู้ชายไม่เอาไหนแห่ง
รัฐเว่ยผู้นั้นมาเอาเปรียบได้อย่างไร?
สำหรับเรื่องที่ซ่งหวยจินพบเสียนจื่อเป็นการ
ส่วนตัวถูกเปิดเผยเพราะมีคนหยิบยกขึ้นมาใน
การประชุมราชสำนัก การที่อิ๋งซื่อรักษาสำนัก
ของชวีกู้ไว้เพราะว่ายังมีประโยชน์ ทว่าเพื่อทำให้
เขาสบายใจ จึงต้องระงับตำแหน่งของซ่งชูอี
ชั่วคราวและสั่งให้จวนตุลาการตรวจสอบ
ซ่งชูอีมีช่วงเวลาว่างทั้งทีจึงนั่งดื่มสุราอยู่ในห้อง
ส่วนตัวใกล้กับห้องโถงหลักบนชั้นสองของชมรม
ปั๋ออี้ พลางฟังการอภิปรายข้างนอก
“ท่านเจ้าคะ องค์หญิงอิ๋งสี่จะอภิเษกให้กับองค์
ชายแห่งรัฐเว่ยจริงหรือเจ้าคะ?” หนิงยากล่าว
อย่างเป็นกังวล
ซ่งชูอีมองสำรวจนาง “อย่ามัวแต่กังวลเรื่องของ
คนอื่น! เจ้ากังวลเรื่องของตัวเองเถิด เป็นสาวเป็น
นางแล้ว แม้แต่ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ยังแยกไม่ออก
จะให้ข้าสอนเจ้าได้อย่างไร!”
ใบหน้าของหนิงยาแดงทันใด รีบเอ่ยเสียงต่ำ
“เรื่องนี้ไว้กลับจวนแล้วท่านค่อยสอนข้าได้
หรือไม่?”
“บัดนี้ข้าพูดจบแล้ว” ซ่งชูอีนั่งเท้าศีรษะแล้วจิบ
สุราคำหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยว่า “วันหน้าข้าจะพา
เข้าไปชมทัศนียภาพ”
ซ่งชูอีตัดสินใจที่จะเลียนแบบเว่ยเต้าจื่อ พาหนิง
ยาไปแอบดูผู้อื่นเสพสมกัน
หนิงยาไม่เข้าใจความหมายในคำพูดนี้ ได้ยิน
เพียงว่าจะไปชมทัศนียภาพก็เอ่ยด้วยความ
ตื่นเต้น “ไปที่ใดเจ้าคะ? ยากนักที่ท่านจะมีเวลา
ว่าง จะไปเร็วๆ นี้หรือไม่เจ้าคะ?”
ซ่งชูอีกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่าง เสียงที่เจือปน
รอยยิ้มก็ดังขึ้นนอกม่าน “ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
สิ้นวาจา จางอี๋ก็เลิกม่านเดินเข้ามา นั่งลงตรง
ข้ามซ่งชูอี
ซ่งชูอีรินสุราข้าวจอกหนึ่งแล้วยื่นให้เขา “เหตุใด
พี่ใหญ่ถึงมีเวลาว่างได้?”
จางอี๋รับจอกสุรามา “ข้าไม่ได้ว่าง” เขาจิบสุรา
ก่อนจะเอนตัวไปหานางแล้วกระซิบ “ฝั่าบาท
ฝากให้ข้ามาเตือนสติเจ้าว่ามันเป็นเพียงการจัด
ฉาก”
จัดฉากกว่าถอดตำแหน่งและตรวจสอบ หากไม่
มีกั๋วเว่ย ปฏิบัติการของกองทัพจะเป็นอัมพาต
ภายในเจ็ดวัน ในอดีตหลายคนเห็นว่าซ่งชูอีใจ
จัดการด้วยความใจเย็นยิ่ง ครั้นเวลาผ่านไปนานก็
ทำให้ทุกคนค่อยๆ คิดว่าตำแหน่งกั๋วเว่ยนั้นที่จริง
แล้วง่ายมาก
จางอี๋เอ่ย “กั๋วเว่ยคนใหม่ที่มาดำรงตำแหน่ง
เหนื่อยและปั่วยหลังจากทำงานได้สามวัน ต้อง
ฝืนทำงานขณะล้มปั่วยเชียว!”
ตำแหน่งสำคัญทางทหารจะผ่อนคลายได้
อย่างไร? เมื่อซ่งชูอีเข้ารับตำแหน่งครั้งแรก ก็ใช้
เวลาสิบชั่วยามต่อวันในการจัดการกับกิจการทาง
ทหารและครั้งหนึ่งก็เคยเหนื่อยล้าจนล้มพับไป
หลังจากคุ้นเคยกับการปกครองแล้ว หาก
สงครามไม่เร่งด่วนก็ใช้เวลาเพียงห้าหรือหกชั่ว
ยาม แต่สิ่งนี้ต้องใช้ความแข็งแกร่งและความ
เข้าใจด้วย ใช่ว่าทุกคนที่รู้วิธีทำให้สมบูรณ์แบบ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ขุนนางฉินทำงานหนัก ฝั่าบาท
ควรจะชื่นชมจึงจะถูก” ซ่งชูอีเอ่ยชม
เห็นนางแสร้งโง่เช่นนี้ จางอี๋ก็หัวเราะพลางส่าย
หน้า “ช่างเถิด ข้าเข้าใจแผนการของเจ้า ครั้งนี้
ข้าจะช่วยเจ้าไกล่เกลี่ยสักครั้ง!”
“ฮ่าๆ มีฝีปากกล้าอย่างจางอี๋มาช่วยเหลือยินดียิ่ง
นัก ลำบากแล้ว” ซ่งชูอีสะบัดแขนเสื้อ แสร้งทำ
เป็นคำนับ
จางอี๋นั่งลงรับการคำนับพร้อมหัวเราะเสียงดัง
ครั้งนี้เขาได้ทำความรู้จักกับซ่งชูอีใหม่อีกครั้ง
นางอาศัยโอกาสครั้งนี้ ได้หน้าไม้กลมาแต่กลับทำ
ให้สองสำนักม่อยังคงขัดแย้งกัน ทั้งยังบีบให้ฉู่เจา
เสี่ยนไม่สามารถแสดงความมั่งคั่งส่วนตัวออกมา
ปราบปรามข่าวลือเพื่อรวมตำแหน่ง ช่วยเจ้าอี่
โหลวปกปั้องอาจารย์ จับหางของศัตรูลับได้ และ
ฉวยโอกาสขอออกจากตำแหน่งกั๋วเว่ยเป็นการ
ชั่วคราว ข้อหนึ่งเพื่อทำให้เหล่าขุนนางทั้งราช
สำนักเห็นว่าการที่นางทำงานด้วยความสบายๆ
คือความสามารถของนาง คนอื่นๆ อาจไม่มี
ความสามารถนี้! ข้อสองเพื่อให้โอกาส “หาง”
นั้นได้หลบหนีและดึงคนที่อยู่เบื้องหลังออกมา
สิ่งที่สำคัญที่สุดท่ามกลางเรื่องราวเหล่านี้ ก็คือ
นางได้ทำให้องค์จวินเห็นขุนนางผู้จงรักภักดีคน
หนึ่งที่ทำเพื่อต้าฉินได้โดยไม่เรียกร้องชื่อเสียง
กล้าที่จะทำผิดต่อสำนักม่อและไม่เลือกวิธีการ…
หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้มีคนที่สามารถดำรง
ตำแหน่งกั๋วเว่ยได้ หัวใจของฝั่าบาทจะไม่
หวั่นไหวและตำแหน่งของซ่งชูอีก็จะไม่สั่นคลอน
นอกจากนี้นางยังมีทหารใหม่จำนวนหนึ่งแสนห้า
หมื่นนายที่ได้รับการฝึกฝนอย่างลับๆ อยู่ในมือ
กั๋วเว่ยใช่ว่าจะสามารถถูกแทนที่ได้ตามต้องการ!
ขั้นตอนนี้อาจดูน่าตื่นเต้น แต่จริงๆ แล้วมันมั่นคง
ราวกับหิน!
“กระดาษห่อไฟไม่ได้ ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพเจ้าจะเข้า
ใจความพยายามของเจ้าหรือไม่?” จางอี๋เอ่ย
ความหมายของเขาก็คือ ในไม่ช้ารัฐต่างๆ ก็จะสืบ
เจอว่านางได้หน้าไม้กลมาจากสำนักม่อ นี่เป็น
การทำให้ฝั่ายสำนักเสียนจื่อลุกเป็นไฟอย่างไม่
ต้องสงสัย มันอันตรายมากทว่าก็เป็นโอกาสอันดี
เยี่ยมที่สำนักของเสียนจื่อจะลุกขึ้นมาได้เช่นกัน
แม้แต่แผนภาพหน้าไม้ก็ตกอยู่กับรัฐฉิน รัฐต่างๆ
จะต้องตึงเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชื่อเสียง
ของเสียนจื่อก็จะเพิ่มขึ้นและสำนักที่นางเป็นผู้นำ
ก็จะมีสถานะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นี่เป็นโอกาสที่ดี แต่ถ้าไม่รู้สาเหตุแน่ชัดก็ง่ายมาก
ที่จะคิดว่าซ่งชูอีไร้คุณธรรม ไม่เพียงหลอกเอา
แผนภาพกลไกไปเท่านั้นแต่ยังหันกลับมาแว้งกัด
อีกด้วย