กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 373 เพราะว่าเข้าใจมากเกินไป
ซ่งชูอีตัวแข็งทื่อ ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรไปชั่วขณะ
รอตั้งนานแล้ว ก็ไร้คำตอบ
ไม่ว่าอิ๋งซื่อตัดสินใจเรื่องใดก็ตามจะไม่รู้จักถอย
หลัง เขากล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เป็นหวังโฮ่
วของกว่าเหริน”
ซ่งชูอีดึงสติกลับมาท่ามกลางความตื่นตระหนก
สิ่งที่นางคิดได้อย่างแรกก็คือ “ท่านอ๋องต้องการ
ให้กระหม่อมร่วมลงโลงกับท่านหรือ?”
“เว่ยหว่านร่วมลงโลงกับข้า” อิ๋งซื่อเอ่ย ยังไม่มี
ความชัดเจนว่าหวังโฮ่วที่มาจากรัฐเว่ยจะดี
สำหรับรัฐฉินหรือไม่ รัฐฉินไม่มีระบบฝังคน
เป็นไปพร้อมศพมานานแล้ว แต่ข้าราชบริพาร
สามารถติดตามกษัตริย์ด้วยความภักดี การเป็น
ผู้หญิงของกษัตริย์ก็สามารถตายด้วยความรักได้
เช่นกัน ทว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนอยู่นอกเหนือ
กฎหมาย
เจตนาของอิ๋งซื่อนั้นชัดเจนมาก ก็คือให้ซ่งชูอีใช้
ชีวิตในฐานะไท่โฮ่วเพื่อสนับสนุนอิ๋งตั้งต่อไป
“หากกระหม่อมรับปาก ฝั่าบาทจะทำอย่างไรกับ
อี่โหลว?” ซ่งชูอีมองไม่เห็น แต่นางยังคงหันหน้า
ไปมองจุดที่เขาอยู่ ดวงตาทั้งคู่สงบนิ่งไร้คลื่น
“หากกระหม่อมไม่รับปาก ฝั่าบาทจะทำอย่างไร
กับกระหม่อม?”
ทั้งสองมองหน้ากันในแสงสลัวเนิ่นนาน และยิ้ม
ไปพร้อมๆ กัน
นี่ไม่ใช่ความคิดที่แท้จริงที่สุดของอิ๋งซื่อ
การให้ซ่งชูอีเป็นหวังโฮ่วก็เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่อง
อื้อฉาว สำหรับอิ๋งซื่อแล้วในอนาคตเจ้าอี่โหลวก็
จะต้องถูกสังหาร แต่หากฆ่าเจ้าอี่โหลวแล้วซ่งชูอี
ก็จะเกิดความเกลียดแค้นแล้วจะช่วยเหลืออิ๋งตั้งอ
ย่างสงบใจได้อย่างไร? การลอบฆ่าเจ้าอี่โหลวก็
เป็นอีกวิธีหนึ่ง ทว่าแม้อาจปิดบังคนอื่นได้แต่
กลับไม่มีทางปิดบังซ่งชูอีได้ เหตุผลง่ายๆ เช่นนี้มี
หรือที่อิ๋งซื่อจะไม่รู้!
“ข้ารู้เจตนาของฝั่าบาทแล้ว” ซ่งชูอีรู้สึกขมขื่น
อยู่ในปาก คลำหามือของเขาแล้วกุมไว้แผ่วเบา
นางรู้ถึงเจตนานี้แล้ว แต่นี่เป็นคำตอบเดียวที่นาง
สามารถให้ได้!
พวกเขาจับมือกันมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ละครั้งไม่มี
ส่วนเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง
แม้แต่ครั้งนี้ก็ไม่ใช่เพราะความรักบริสุทธิ์
อิ๋งซื่อกุมมือกลับโดยธรรมชาติ หลับตาลงแล้ว
ถอนหายใจ “โลกมนุษย์ครึกครื้น สรวงสวรรค์
เยือกเย็น”
เขาเป็นคนที่ยืนอยู่ในหมู่เมฆ มีอำนาจควบคุมทุก
อย่างอย่างแท้จริง อย่างไรก็ดีใช่ว่ามนุษย์ธรรมดา
จะสามารถแบกรับความเหงาและความหนาว
เหน็บบนที่สูงได้
ใช่ว่ากษัตริย์ทุกคนจะเป็นเช่นนี้ เขาสามารถ
เลือกที่จะเป็นกษัตริย์ผู้ไร้ความสามารถคนหนึ่ง
สนใจเพียงความสุขของตัวเอง ไม่สนใจรากฐาน
และอนาคตของต้าฉิน ทว่าเขาทำไม่ได้
การกระทำเช่นนี้เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งหาใช่
ความจำเป็นไม่ ดังนั้นอิ๋งซื่อจึงไม่เคยบ่นและไม่
เคยรู้สึกเสียใจกับตัวเอง เพียงแต่ในหัวใจศิลา
ของเขามีความอ่อนโยนที่ไม่มีใครรู้จักเช่นกัน ใน
นั้นก็ปรารถนาว่าจะมีใครสักคนที่เข้าใจและจับ
มือเดินเคียงข้างกันได้
ในตอนแรกอิ๋งซื่อไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษต่อซ่งชูอี
แม้ว่าจะรู้ในภายหลังว่านางเป็นผู้หญิงก็ตามและ
ไม่เคยคิดที่จะพานางเข้าวังเพื่อความสุขของ
ตัวเอง สำหรับเขาแล้ว คนที่มีความสามารถ
สำคัญกว่าผู้หญิงที่น่าสนใจเสียอีก ดังนั้นเขาจึง
ให้พื้นที่กับนางมากพอให้นางได้สร้าง
ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้กับต้าฉินแทนที่จะปล่อย
ให้นางใช้ความสามารถและสติปัญญาเพื่อทำให้
ตัวเองพอใจ
จนกระทั่งต่อมาเขาจึงค้นพบความรู้สึกของตัวเอง
ที่ก่อตัวขึ้นลับๆ ซ่งชูอีทำประโยชน์ให้กับรัฐฉิน
เป็นอย่างมาก ทั้งยังนั่งอยู่ในตำแหน่งสำคัญของ
พระราชสำนัก ข้างกายยังมีเจ้าอี่โหลวที่ร่วมเป็น
ร่วมตายด้วยกัน
และการดูแลที่ดีที่สุดที่เขาสามารถมอบให้นางได้
ก็คือการปล่อยวาง
อิ๋งซื่อรู้อยู่เสมอว่าตัวเองไม่ใช่คนรักของซ่งชูอี
และไม่ใช่คนรักของผู้หญิงคนไหนเลย
……
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรอีก ทว่าเข้าใจทุกอย่าง
อิ๋งซื่อไม่เคยเผยความในใจ บัดนี้เพียงคำเดียว
กลับอ้างว้างไม่มีที่สิ้นสุด
ในอดีตซ่งชูอีมีเหตุผลในตัวเอง ไม่เชื่อว่าผู้ชายคน
ใดจะชอบตน ดังนั้นนางจึงเชื่องช้าในแง่นี้ ทว่า
นางกลับไม่โง่ เมื่อได้รับการยืนยันแล้วก็ไม่มีการ
เสแสร้งใดที่สามารถหลอกตาของนางได้
อย่างไรก็ตามนางรู้ดีว่าอิ๋งซื่อไม่ใช่คนที่สามารถ
แตะต้องได้ ดังนั้นนางจึงไม่เคยคิดเรื่องส่วนตัว
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางละเลยเรื่องนี้ ไม่ว่า
ความอดทนของอิ๋งซื่อที่มีต่อความสัมพันธ์นี้จะ
เป็นเรื่องสาธารณะหรือส่วนตัวก็ตาม นางก็รู้สึก
ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
นางเคยทอดถอนใจ ชาตินี้นางช่างโชคดี
เหลือเกินที่ได้พบกับกษัตริย์ที่ดีเช่นนี้ ทว่าบัดนี้
กลับกลายเป็นศัตรูต่อกัน นางก็ยังทอดถอนใจ
เช่นเคย
อย่างไรก็ดีเรื่องความรักของหนุ่มสาว เจ้าอี่โหลว
คือหนึ่งเดียวของนางในชาตินี้ นางเกลียดการ
ทรยศดังนั้นนางจะไม่มีวันทรยศต่อเจ้าอี่โหลว
กลิ่นธูปผ่อนคลายจางๆ ยังคงลอยอ้อยอิ่ง ซ่งชูอี
รู้สึกว่าหัวของตัวเองเริ่มหนักอึ้ง
น้ำเสียงของอิ๋งซื่อทุ้มต่ำจนแทบเหมือนยั่วยวน
“ในกล่องไม้ข้างเตียงมีกริชเล่มหนึ่ง ข้าจะให้
โอกาสเจ้า หยิบกริชเล่มนั้นขึ้นมาฆ่าข้า”
ซ่งชูอีหัวเราะ ชั่วขณะที่กำลังจะหมดสติไป จู่ๆ
นางก็เข้าใจเรื่องราวมากมาย “สมองของ
กระหม่อมยังมีสติอยู่ ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องตาย
กระหม่อมเต็มใจที่จะฝากชื่อที่ดีไว้ให้คนรุ่นหลัง
จะปลงพระชนม์กษัตริย์ได้อย่างไร…”
ซ่งชูอีรู้ดีว่าความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่ถูกวางยา ใน
เวลานี้หากนางฆ่าอิ๋งซื่อด้วยกริชจริงๆ แม้ว่าเขา
จะไม่ขัดขืนนางก็ยังมีความผิดใหญ่หลวงฐานปลง
พระชนม์กษัตริย์ นางจะไม่มีวันหลงกล!
เสียงถูกขัดจังหวะ
อิ๋งซื่อรู้สึกว่าซ่งชูอีเข้าสู่ห้วงนิทราแล้วก็โน้มตัว
เข้าใกล้นางเล็กน้อย นิ้วลูบไล้เบาๆ อยู่บนแก้มที่
พร่ามัวในแสงสลัว กระซิบข้างหูนาง “กว่าเหริน
เข้าใจเจ้าลึกซึ้งกว่าที่เจ้าจินตนาการเสียอีก ความ
ตั้งใจของกว่าเหรินก็…”
เนื่องจากเข้าใจมากเกินไป ดังนั้นจึงต้องฆ่า
ซ่งชูอีไม่เหมือนกับจางอี๋ ใครให้อาหารแก่จางอี๋
เขาก็ภักดีต่อผู้นั้น เขาทำให้นานารัฐขุ่นเคืองทั้ง
โดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ในโลกนี้เขาไม่มีที่ไปแล้ว
นอกจากรัฐฉิน ส่วนซ่งชูอีนั้นไม่เคยภักดีต่อรัฐฉิน
และไม่เคยภักดีต่อเขาอิ๋งซื่อเลย! อุดมคติของ
พวกเขาแค่พอดีกันในจุดๆ หนึ่งแล้วก็ไปใน
ทิศทางเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมี
หลักการที่ต่างกันมาก ชีวิตของอิ๋งซื่ออุทิศไว้ให้อิ๋ง
ฉินเท่านั้น ซ่งชูอีกลับกำลังดิ้นรนเพื่อโลกแห่ง
ความสงบสุขในอุดมคติ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่
ไม่สามารถย้อนกลับได้ในอนาคต นางก็อาจละทิ้ง
รัฐฉินเพื่ออุดมคตินั้นได้ทุกเมื่อ
บัดนี้ “ทฤษฎีโค่นรัฐ” ของซ่งชูอีเขียนมาถึงม้วน
สุดท้ายแล้ว แม้ว่าจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ก็เพียง
พอที่จะชี้แนะทิศทางของรัฐฉินได้
บัดนี้รัฐฉินต้องการผู้ดำเนินแผนการจำนวนมาก
ตัวตนของนางในฐานะผู้นำทางจะต้องถูก
ถ่ายทอดไปยังฉินจวินแต่ละรุ่น
นอกจากนี้เจ้าอี่โหลวยังคงควบคุมกองกำลังของ
รัฐฉินอยู่! แม้ว่าซ่งชูอีจะลาออกจากการเป็น
ทหารมาหลายปีแล้วแต่นางก็มีบารมีในกองทัพ
และมีพลังในการรวบรวมผู้สนับสนุนไม่ด้อยไป
กว่าแม่ทัพใหญ่ซือหม่าชั่วเลย อิ๋งซื่อในฐานะ
กษัตริย์องค์หนึ่ง ในชีวิตนี้ยังไม่เคยตัดสินใจอะไร
ผิดพลาด ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทิ้งหายนะที่แอบ
ซ่อนอยู่ในช่วงเวลาสำคัญสุดท้ายของชีวิต
ซ่งชูอีรู้ดีว่ามันเกี่ยวกับอนาคตของต้าฉิน อิ๋งซื่อ
จะไม่มีวันเชื่อเรื่องส่วนตัวหรือคำสัญญาใดๆ
ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องให้คำมั่นสัญญาอะไร
เช่นกัน
พวกเขาไม่ได้หลงระเริงในเรื่องส่วนตัว แต่ก็เป็น
เพราะความเข้าใจร่วมกันจึงต้องมาถึงจุดที่เสร็จ
งานฆ่าโคถึกนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าใครก็ไร้ความเคียดแค้น มีเพียงความ
เจ็บปวดจากความรู้สึกที่ถูกทำลาย
อิ๋งซื่อพยุงตัวขึ้นด้วยความยากลำบาก บรรจงจูบ
ลงบนหว่างคิ้วของนาง
……
ประตูทางทิศใต้ของนครเสียนหยางเปิดออก
ท่ามกลางหิมะ เสียงพูดเซ็งแซ่ดังขึ้นทำลายความ
เงียบ
ทหารม้าในชุดเกราะสีดำมากกว่าสิบคนเร่งออก
จากนครโดยทิ้งรอยไว้บนหิมะ ประตูเมืองถูกปิด
ลง ในไม่ช้าร่องรอยบนพื้นก็ถูกหิมะตกหนักปก
คลุมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทหารม้าในชุดเกราะสีดำเหล่านี้วิ่งผ่านหิมะที่ตก
หนัก มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้
พระอาทิตย์ขึ้นและตกดินติดต่อกันหลายวัน ม้า
ตายไปหลายตัว หลังจากเปลี่ยนพาหนะสามครั้ง
ในที่สุดก็ไล่ตามกองทัพฉินที่เร่งเดินทางไปยังรัฐ
ปาได้ทันท่วงที