กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 377 แผนการสุดท้ายนี้
หมอกไปที่พ่นออกมาจากปากหายไปอย่าง
รวดเร็วท่ามกลางสายลมแรง เจ้าอี่โหลวเม้มริม
ฝีปากแน่น มือที่กุมดาบจวี้ชางมีเส้นเอ็นปูดขึ้น
เจ้าอี่โหลวนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนที่จะเอ่ยอย่างสงบ
นิ่ง “พวกเจ้าคิดจะให้ข้าฆ่าตัวตายรึ”
ชูหลี่จี๋เบือนหน้าหนี “เปล่า”
การที่วีรบุรุษฆ่าตัวตาย ผู้คนอาจคิดว่าเขาถูกฆ่า
ปิดปาก หากแพร่กระจายออกไปชื่อเสียงของรัฐ
ฉินก็จะไม่ใคร่ดีนัก “เจ้าจงไปที่พระราชวังด้วย
ดาบในมือของเจ้า”
นี่มันความผิดฐานกบฏเชียวนะ! เจ้าอี่โหลวแสยะ
ยิ้ม “ที่แท้ก็มีความตั้งใจเช่นนี้นี่เอง!”
ชูหลี่จี๋อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึงจั้ง ไร้การปั้องกัน
ซ่งเจียนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแล้วจ่อดาบ
ไปที่คอของเขา จ้องมองไปยังผู้อารักขาลับ
“พวกเจ้าถอยออกไป ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเขา
เสีย!”
ศิลปะการต่อสู้ของเขาสูงกว่าผู้อารักขาลับมาก
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทำให้กลุ่มที่ปิดล้อมไม่มี
เวลาตอบโต้
ในที่สุดหินก้อนใหญ่ในใจของชูหลี่จี๋ก็เบาบางลง
“ท่านแม่ทัพ พวกเราไปกันเถิด!” ซ่งเจียนลากชูห
ลี่จี๋มาใกล้เจ้าอี่โหลว
ผู้อารักขาลับได้รับคำสั่งลับว่าห้ามฆ่าเจ้าอี่โหลว
อีกทั้งซ่งเจียนและชูหลี่จี๋ก็อยู่ใกล้กันมากจนไม่
อาจลงมือได้ ทำได้เพียงเฝั้าดูพวกเขาจากไป
ทั้งสองคนจับชูหลี่จี๋เป็นตัวประกันออกไปไกลเจ็ด
ถึงแปดลี้ พวกเขาแทบจะหมดเรี่ยวแรง ทำได้
เพียงหาที่เงียบๆ เพื่อขุดถ้ำหิมะและซ่อนตัว
“ท่านมหาเสนาบดีฝั่ายขวา” เจ้าอี่โหลวสะบัด
ดาบของซ่งเจียนออก “เหตุใดท่านจึงไม่ตอบ
โต้?”
คนอื่นไม่รู้ว่าศิลปะการต่อสู้ของชูหลี่จี๋นั้น
แข็งแกร่ง ทว่าเจ้าอี่โหลวรู้ดีว่าแม้ศิลปะการต่อสู้
ของชูหลี่จี๋ไม่เทียบเท่าซ่งเจียน แต่หากเขาตั้งใจที่
จะตอบโต้จริงๆ ซ่งเจียนก็ไม่สามารถควบคุมเขา
อย่างง่ายดายเช่นนี้
“เจ้าไปเถิด” ชูหลี่จี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“เมื่อครู่ที่ข้าพูดล้วนเป็นการหลอกเจ้า ฝั่าบาทจะ
ไม่ปล่อยเจ้าหรือหวยจินไปแม้แต่คนเดียว! ชีวิต
ของหวยจินอยู่ในรัฐฉิน ข้าไม่คิดว่านางจะมีข้อ
ตำหนิใดๆ แต่ว่า…ข้าคบกับนางมาหลายปี รู้ว่า
นางรู้สึกละอายใจต่อเจ้าแต่ก็ทิ้งเจ้าไม่ลง สิ่งที่ข้า
สามารถทำให้นางได้ก็มีเพียงเท่านี้…เจ้าต้องมี
ชีวิตอยู่ต่อไป คิดเสียว่าทำเพื่อหวยจิน”
ชูหลี่จี๋พลิกมือคว้าดาบของซ่งเจียน แทงเข้าที่
หน้าอกของตัวเองอย่างไร้ความปรานี
“ท่านมหาเสนาบดีฝั่ายขวา!” เจ้าอี่โหลวประคอง
เขา
“ข้าไม่เหมาะที่จะเป็นกุนซือจริงๆ” ชูหลี่จี๋
หัวเราะเยาะตัวเอง ดึงดาบออกมา ทรุดตัวลงกับ
พื้นตามความช่วยเหลือของเจ้าอี่โหลว
เลือดสดๆ ไหลชุ่มหิมะสีขาว
ถ้าเขาสามารถรักษาคุณธรรมและละทิ้งสิ่ง
เล็กน้อยได้จริง ในตอนนั้นอาจารย์ก็คงจะไม่ตั้ง
ชื่อเขาว่า “ซิงโส่ว” เพื่อเป็นการย้ำเตือนแล้ว เขา
เป็น “ผู้มีปัญญา” ในสายตาผู้อื่นแต่มีเพียงเขา
เท่านั้นที่รู้ว่าตนเป็นผู้พ่ายแพ้! คุณธรรมอัน
ยิ่งใหญ่ไร้ความปราณี เขาต้องการทิ้งภาระของ
ความเสน่หาและมีจิตใจเด็ดเดี่ยวเช่นเดียวกับอิ๋
งซื่อแต่เขากลับทำไม่ได้
อย่างไรก็ดีโลกใบนี้จะสมบูรณ์ทั้งสองด้านได้
อย่างไร? ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เพียงผิดหวังต่อ
ความรัก ทั้งยังผิดหวังต่อใต้หล้าอีกด้วย
ชูหลี่จี๋หยิบผงยาออกจากแขนเสื้อและทาลงบน
แผล บัดนี้ท่อนล่างของเขาเต็มไปด้วยเลือดแล้ว
“ไปเถิด ผู้อารักขาลับมีวิธีตามหาคน ข้าเต็มไป
ด้วยกลิ่นเลือดเช่นนี้ คิดว่าไม่ถึงหนึ่งเค่อก็จะถูก
พบตัวแล้ว” ชูหลี่จี๋กล่าว
เจ้าอี่โหลวเอ่ยด้วยความโมโห “เหตุใดต้องฆ่า
หวยจินด้วย! นางภักดีต่อรัฐฉินเสมอมา อิ๋งซื่อตา
บอดไปแล้วหรือ!”
“ฝั่าบาทไม่มีวันเชื่อคนอื่นโดยปราศจากเงื่อนไข
ข้าเป็นน้องชายแท้ๆ ของฝั่าบาท เขายังใช้
ประโยชน์จากข้า นับประสาอะไรกับซ่งหวยจิน
เล่า!” ชูหลี่จี๋เป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะมาโดย
ตลอด เพื่อประโยชน์ของต้าฉินแล้ว เขาเต็มใจที่
จะผูกพันกับอิ๋งซื่อเสมอมาดังนั้นอิ๋งซื่อจึงเชื่อใจ
เขา
เขาสงสารเจ้าอี่โหลวแต่ก็จำเป็นต้องโหดร้าย
“ฝั่าบาทเข้าใจหวยจินดีกว่าเจ้า เขารู้ว่าเหตุใด
นางถึงพยายามอย่างเต็มที่เขาจึงไม่สามารถทน
ต่อนางได้อีก นับตั้งแต่ตอนที่จวงจื่อตัดนิ้วแทน
นาง ฝั่าบาทได้กุมชีวิตของหวยจินไว้ในมือของ
เขาแล้ว พร้อมที่จะเอาไปได้ทุกเมื่อ หวยจินก็
เข้าใจเช่นกัน ดังนั้นนางจึงวางแผนที่จะล่าถอย
ไม่ใช่หรือ?”
โลกแห่งสันติสุขที่อธิบายไว้ในตอนท้ายของ
“ทฤษฎีโค่นรัฐ” ฉบับปลอมนั้นคือเปั้าหมายของ
นางและความปรารถนาของจวงจื่อ
นางแบกรับความคาดหวังของอาจารย์ไว้และมี
ความมุ่งมั่นของตัวเอง ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ได้อีก
หนึ่งวันนางก็จะไม่ยอมแพ้ สำหรับรัฐฉิน มันเป็น
เพียงหนึ่งในตัวเลือกของนางเท่านั้น
อิ๋งซื่อเห็นสิ่งนี้ชัดเจนตั้งแต่นั้นมา หากกษัตริย์
องค์ต่อไปมีความสามารถในการควบคุม
สถานการณ์โดยรวม เขาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าซ่งชูอี
และเจ้าอี่โหลว อิ๋งตั้งมีความเกลียดชังอย่าง
ชัดเจนแต่กลับไม่มีความสามารถในการแยกแยะ
หากเขาเชื่อซ่งชูอีก็จะถูกซ่งชูอีควบคุมได้ง่าย ถ้า
วันหนึ่งฟังคนใส่ร้ายแล้วกลับลำ ไล่ซ่งชูอีไปยังรัฐ
อื่น ซ่งชูอีก็จะยอมแพ้เช่นนั้นหรือ?
ไม่มีทาง!
คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดนั้นสามารถมองเห็น
สิ่งที่คนธรรมดามองไม่เห็น หัวใจของผู้คน
เปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง อิ๋งซื่อเห็นมานัดต่อนัก
แล้ว!
เขาไม่มีความเศร้าโศกในใจครั้นเดินมาถึงตรงนี้
หรือ? เขาเสียสละเรื่องส่วนตัว ทุ่มเทเวลาทั้งหมด
ของเขา เลือดที่เต็มไปด้วยความกะตือรือร้นของ
เขา ความทะเยอทะยานของเขา เขาเหวี่ยงแห
ค้นหาผู้มีพรสวรรค์ในใต้หล้า พร้อมที่จะทำการ
ต่อสู้ครั้งใหญ่ อย่างไรก็ดีทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นก็
กำลังจะจบลงเสียแล้ว
ไม่ว่าจะสู้แค่ไหนก็สู้ชะตากรรมไม่ได้!
ชูหลี่จี๋ตัดพ้อว่าหากสวรรค์ให้เวลาอิ๋งซื่ออีกสัก
หลายสิบปี เมื่อพวกเขาแก่ชราแล้วจะต้อง
สามารถจากไปด้วยโรคชราได้อย่างแน่นอน…
นิ้วของเจ้าอี่โหลวลูบผ่านจวี้ชางแผ่วเบา “ในเมื่อ
เป็นเช่นนี้ ข้าจะทิ้งนางตามลำพังได้อย่างไร”
เขาเหมือนจะพูดให้ตัวเองฟังแต่ก็เหมือนพูดให้
ชูหลี่จี๋ฟัง “จนปั่านนี้ข้ายังไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่
คุ้มค่ากับการทำงานหนักของนาง แต่ข้ารู้สึกได้ถึง
ความเปล่าเปลี่ยวของนาง ดังนั้นข้าจะต้องยืนใน
ที่ที่นางสามารถเอื้อมถึงได้ทันทีที่หันกลับมา หาก
ข้าสามารถมองเห็นนางได้ก็สบายใจแล้วแม้ว่าจะ
เป็นเพียงเบื้องหลังก็ตาม”
น้ำเสียงของเขาไพเราะมาก มันช่างทำให้ผู้คน
รู้สึกซาบซึ้งเมื่อเขากล่าวคำเช่นนั้น
ชูหลี่จี๋คบหากับซ่งชูอีมาสิบสองปี เขาทรยศนาง
แต่นางก็ยังคงสง่างามและสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่า
นางเป็นคนประเภทเดียวกันกับอิ๋งซื่อ แต่ในที่สุด
เขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดคนที่เย็นชาเช่นนี้จึงไม่
สามารถปล่อยเจ้าอี่โหลวไว้ตามลำพังได้
“เจ้า…” ชูหลี่จี๋ไม่รู้ว่าควรจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรดี
เขาไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้เขาจึงไม่
เข้าใจ บางทีการอยู่และตายด้วยกันก็เป็น
ความสุขแบบหนึ่ง “บัดนี้ข้าทำเต็มที่แล้ว เจ้า
ตัดสินใจเองเถิด”
……
พระราชวังเสียนหยาง
อิ๋งซื่อเอนกายอยู่บนเบาะที่นั่ง ใบหน้าเย็นชาและ
ผอมบางไร้ซึ่งการแสดงออก เพียงแค่เงยหน้ามอง
แผนที่ขนาดใหญ่ตรงหน้านิ่งๆ ราวกับรูปปัน
“ฝั่าบาท ได้เวลาเสวยยาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเถา
กล่าวเสียงเบา
“อืม” อิ๋งซื่อตอบคำ
ขันทีเถารับยามาจากเด็กในวัง ใช้ช้อนตักใส่ปาก
จากนั้นจึงจะปั้อนให้อิ๋งซื่อ
จู่ๆ อิ๋งซื่อถามขึ้น “ได้ข่าวจากท่านมหาเสนาบดี
ฝั่ายขวาบ้างหรือไม่?”
“ปิดบังฝั่าบาทไม่ได้เลยจริงๆ ได้ยินว่าท่านแม่ทัพ
เจ้าจับท่านมหาเสนาบดีฝั่ายขวาเป็นตัวประกัน
พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อเห็นว่าเขาดูสงบ ขันทีเถาจึง
พยายามพูดคุยกับเขา “บ่าวบังอาจปากมาก
ท่านมหาเสนาบดีฝั่ายขวาจิตใจอ่อนโยน เกรงว่า
คงจะเกลี้ยกล่อมท่านแม่ทัพเจ้าไม่สำเร็จแต่กลับ
ปล่อยตัวเขาไป”
“กว่าเหรินยังไม่เลอะเลือน” อิ๋งซื่อดื่มยาทั้งหมด
รวดเดียว ปล่อยให้ขันทีเถาเช็ดมุมปาก “เขานึก
ว่าตัวเองปรารถนาดี แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นแค่การ
ล่อลวง เจ้าเค่อไม่มีทางต่อต้านความตั้งใจของซ่ง
หวยจิน คราวนี้ต้องขอบคุณคำเกลี้ยกล่อมอย่าง
จริงใจของเขา”
อิ๋งซื่อกล่าว “นอกจากเขาแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่
สามารถทำให้เจ้าเค่อกลับมาด้วยความเต็มใจ”
“ฝั่าบาททรงพระปรีชา” ขันทีเถาค้อมตัวเอ่ย
หากชูหลี่จี๋รู้เค้าโครงเรื่องของอิ๋งซื่อทั้งหมด จะไม่
ทำการเคลื่อนไหวเช่นนี้แน่ เขาเพียงแค่สับสน อิ๋
งซื่อปั่วยหนัก หลายอย่างไม่สามารถจัดการได้
ด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงแสดงให้เห็นว่าเขาปฏิบัติ
ต่อชูหลี่จี๋ในฐานะพันธมิตร ให้เขาเป็นเพียงหมาก
ตัวหนึ่งที่ละเลยต่อตัวเองก็เท่านั้น
“แผนครั้งสุดท้ายของกว่าเหรินนี้น่ะ…” อิ๋งซื่อ
หลับตาลงช้าๆ
คำพูดขาดหาย ขันทีเถารอเนิ่นนานก็ได้ยินเพียง
เสียงหายใจหนักหน่วงและเป็นจังหวะของอิ๋งซื่อ
จึงรู้ว่าเขาผล็อยหลับไปอีกแล้ว