กุนซือหญิงยอดอัจฉริยะ - บทที่ 381 ความเฉียบขาดชั่วนิรันดร์ของ
กษัตริย์ (ตอนจบ) (2)
“ถวายบังคมฝั่าบาท” ซ่งชูอีสะบัดแขนเสื้อ
ขันทีเถาลอบมองอิ๋งซื่อแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขา
มองนางเงียบๆ ก็เอ่ยขึ้น “เชิญไท่ฟูั่นั่งเถิด”
เมื่อซ่งชูอีเห็นว่าอิ๋งซื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองก็รู้
ว่าขันทีเถาพูดแทนเขา นางจึงเลือกตำแหน่งและ
นั่งลง
หลังจากนั่งแล้วทั้งคู่ก็ไม่ส่งเสียงอีก
ลมแรงที่ปะปนกับหิมะที่ม้วนตัวนั้นไม่ด้อยไปกว่า
พายุหิมะเลย
อิ๋งซื่อเงยหน้าเล็กน้อย มองหิมะที่โปรยปรายลง
มา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“ไท่ฟูั่” ขันทีเถากางร่มให้อิ๋งซื่อ “ท่านอ๋องได้สั่ง
ให้คนไปบอกเจ้าอี่โหลวแล้ว ว่าหากเขามา
ในตอนนี้ก็ยังสามารถเห็นหน้าท่านเป็นครั้ง
สุดท้าย”
ซ่งชูอีปฏิเสธเด็กรับใช้ที่มาถือร่มให้นาง
เดิมทีนางคิดว่านางจะสามารถช่วยเจ้าอี่โหลวหา
ทางเอาชีวิตรอดเมื่อนางมีเวลา นางไม่ได้คาดหวัง
ว่าอิ๋งซื่อจะเริ่มแผนการอย่างกระตือรือร้น เห็นได้
ชัดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะฆ่าพวกเขา
หากเป็นเวลานี้ตอนนี้ ไม่ว่าทางหนีใดก็ไร้
ประโยชน์แล้ว!
หรือว่าอิ๋งซื่อคิดว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว? แม้ซ่งชูอีจะ
เห็นว่าเขาซูบลง ทว่ายังดูมีชีวิตชีวาดี คงไม่รีบ
ร้อนจากไปภายในสองสามวันนี้กระมัง! อย่างไรก็
ตามไม่ว่าจะใช่หรือไม่ บัดนี้นางก็เป็นเนื้ออยู่บน
เขียง สิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้คือการอ้อนวอน
เท่านั้น
“ฝั่าบาทจะปล่อยเขาไปไม่ได้เชียวหรือ?” ซ่งชูอี
เอ่ย “เขาไม่มีความทะเยอะทะยาน ไม่มีเล่ห์
เหลี่ยม ไม่แสวงหาผลกำไร แม้ว่าจะค่อนข้างมี
เกียรติในวงการทหารแต่ก็ไม่มีอันตรายต่อต้าฉิน
มากนัก ขอบังอาจถามฝั่าบาท เหตุใดเขาต้อง
ตายด้วย?”
ซ่งชูอีไม่เคยรู้สึกว่าอิ๋งซื่อต้องการฆ่านางที่
ตัดสินใจผิดพลาดเพราะนางไม่สามารถคาดเดา
การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ใต้หล้าได้ แล้วก็
ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสนับสนุนอิ๋งฉิน
ตลอดไป หากอิ๋งฉินไม่มีกษัตริย์ที่มีความสามารถ
ก็เป็นไปได้ที่นางจะสนับสนุนผู้อื่นเพื่อแย่งชิงรัฐ
ทว่าเจ้าอี่โหลวไม่ควรตาย!
อิ๋งซื่อหลุบตาลงมองนาง น้ำเสียงแหบแห้ง
“เพราะว่าเขาอุทิศตนเพื่อเจ้า”
ด้วยการตกตะกอนทีละน้อย อิ๋งซื่อสามารถ
มองเห็นลมหายใจแห่งกษัตริย์จากเจ้าอี่โหลวได้
เขาสามารถข่มความเย่อหยิ่งและความอวดดีของ
ตัวเองทั้งหมดได้เพื่อซ่งชูอี และเป็นที่คาดการณ์
ได้ว่าทันทีที่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับซ่งชูอีเขาจะแก้
แค้นอย่างบ้าคลั่ง เจ้าอี่โหลวเพียงแค่ไม่เต็มใจที่
จะทะเยอทะยาน ไม่เต็มใจที่จะมีเล่ห์เหลี่ยม ไม่
เต็มใจที่จะแสวงหาผลกำไร แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้!
ใบหน้าของขันทีเถาเปียมด้วยความตกตะลึงยิ่ง
กว่าซ่งชูอี เพราะว่าอิ๋งซื่อไม่ได้พูดอะไรมาสามวัน
แล้วทว่าจู่ๆ วันนี้กลับพูดออกมา…
ทันใดนั้นมีเสียงโห่ร้องที่ชั้นล่าง ซ่งชูอีอดที่จะลุก
ขึ้นและเดินไปที่ราวจับไม่ได้ ยังไม่ทันจะเข้าไป
ใกล้ก็เห็นชายคนหนึ่งในชุดสีดำ มัดผมเป็นมวย
อยู่ด้านบน กำลังเผชิญหน้ากับกองทัพสีดำนับ
ร้อยพร้อมถือดาบขนาดใหญ่อยู่ในระยะไกล
มุมหอคอยถูกสร้างอยู่ในมุมของพระราชวังตาม
ชื่อของมัน มีพื้นที่ขนาดใหญ่ระหว่างพระราชวัง
เสียนหยางกับอาคารในนครเพื่อแยกแยะสถานะ
ของผู้ปกครองและราษฎร
ซ่งชูอีหันขวับกลับมา “ฝั่าบาทพูดกับเขาว่า
อะไร?”
ถ้าไม่ใช่เพราะถูกอิ๋งซื่อหลอกลวง เจ้าอี่โหลวก็จะ
ไม่ทำเรื่องงี่เง่าเช่นนี้! ทันทีที่เจ้าอี่โหลวถือดาบ
และหันไปหากำแพงพระราชวัง ความผิดฐานการ
ก่อกบฏและสังหารกษัตริย์นั้นก็กลายเป็นเรื่องที่
แน่นอนและไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้!
ขันทีเถามองด้วยความสงสาร “ท่านแม่ทัพเจ้าจะ
ได้เห็นหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ก็ต้องดูว่า
เขาสามารถบุกเข้ามาถึงบนหอคอยได้ไหม”
ซ่งชูอีกวาดตามองเขาอย่างเฉยเมย แม้ในตอนนี้
นางและเจ้าอี่โหลวก็ไม่ต้องการความสงสารและ
ความเห็นใจจากใครทั้งสิ้น
ขันทีเถาเงียบงัน ยกมือขึ้นสั่งให้เด็กรับใช้ยกสุรา
สองจอกเข้ามา
“ข้าจะให้โอกาสเจ้า” อิ๋งซื่อไอรุนแรง
ขันทีเถาได้รับคำสั่งล่วงหน้าแล้วจึงทำได้เพียงพูด
แทนเขาต่อ “สุราหนึ่งในสองชนิดนี้ ชนิดหนึ่งมี
พิษ ถ้าไท่ฟูั่เลือกจอกที่มีพิษด้วยตัวเองก็จะอภัย
โทษแก่ท่านแม่ทัพเจ้า หากเลือกจอกที่ไร้พิษ ไท่
ฟูั่กับท่านแม่ทัพเจ้าก็จะจากไปพร้อมกัน”
มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบาดังขึ้นด้านหลังเขา
ซ่งชูอีหันขวับกลับมา ก็เห็นผู้คุมชุดดำหลายร้อย
คนง้างคันธนูและเล็งหน้าไม้ไปยังเจ้าอี่โหลว
“ฝั่าบาทคิดจะท้าทายลิขิตสวรรค์รึ?”
นี่คือการยอมจำนนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่อิ๋งซื่อ
สามารถทำได้ แต่ความรู้สึกของการถูกบังคับให้
อยู่บนสายธนูแห่งโชคชะตาเป็นเรื่องที่เลวร้าย
มาก ซ่งชูอีไม่รู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย
เจ้าอี่โหลวเข้าใกล้กำแพงวัง เขาพบว่าตัวเองถูก
สกัดกั้นด้วยหน้าไม้หลายร้อยคันแล้วแต่กลับทำ
เป็นมองไม่เห็น แม้ว่าซ่งชูอีไม่สามารถมองเห็น
ใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน แต่กลับรู้สึกว่าคิ้ว
ยาวที่ชี้เข้าไปในขมับและดวงตาที่เหมือน
ทะเลสาบแห่งดวงดาวนั้นชัดเจนอยู่ตรงหน้า
แสงดาบนั้นราวกับหิมะที่สาดกระเซ็นผ่านพายุ
ฝนคาวเลือด
สายลมหวีดหวิวพัดม้วนหิมะที่กำลังโปรยปราย
ทุกคนที่อยู่บนหอคอยล้วนเห็นความกล้าหาญใน
การสู้กับศัตรูเป็นร้อยของเจ้าอี่โหลว อดที่จะ
อุทานในใจมิได้…ช่างน่าเสียดายพลทหารที่มี
ประสบการณ์ผู้นี้เหลือเกิน!
เสียงของสายธนูที่ตึงแน่นนั้นเหมือนกับหัวใจของ
นางที่กำลังจะแตกสลาย
“กุนซือไม่สามารถแสดงความรักใคร่ได้มาก
เกินไป” ซ่งชูอียกสุราสองจอกนั้นขึ้นมา ดื่มรวด
เดียวจนหมด แล้วโยนจอกสุราลงบนโต๊ะส่งเสียง
ดังโคร้งเคร้ง
สุราแก่มีรสอ่อนและเผ็ดปะปนกัน มีกลิ่นหอม
ของบ๊วยจางๆ ตรงบริเวณปลายลิ้นซึ่งจะต้องเป็น
สุราบ๊วยที่เก็บไว้นานหลายปี
ซ่งชูอีโยนความคิดทั้งหมดทิ้งไว้แล้วจ้องอิ๋งซื่อ
เขม็ง สิ่งที่นางคิดอยู่เต็มหัวใจในตอนนี้คือนางจะ
สามารถรักษาเจ้าอี่โหลวไว้ได้หรือไม่ “หากฝั่า
บาทมีเจตนาที่จะไว้ชีวิต กระหม่อมก็จะเชื่อใจฝั่า
บาทเป็นครั้งสุดท้าย”
ซ่งชูอียังคงเป็นตัวของตัวเอง แม้ว่าจะตายก็ยังคง
ทำตัวเหมือนคนโกง
อิ๋งซื่อยิ้มทันที ใบหน้านั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อก่อนซ่งชูอีเคยคิดว่าเขาหน้าตาดีมาก แต่ไม่รู้
ว่าเพราะอะไรช่วงเวลาที่ยังเยาว์วัยและมีพลังนั้น
กลับเทียบรอยยิ้มซีดๆ ในตอนนี้ไม่ติดเลย
เขาหลุบตาลงมองไปยังนคร เสียงของเขาแทบไม่
มีใครได้ยิน “กว่าเหรินจะใช้ความรักและความ
ไว้ใจทั้งชีวิตไปกับครั้งนี้”
มีเสียงถอนหายใจยืดยาว
ท่ามกลางหิมะที่หนาแน่น ซ่งชูอีมองเห็นเขาก้ม
หน้าลง ใบหน้าด้านข้างมีขอบและมุมชัดเจน ขน
ตาหนาปกปิดดวงตา สันจมูกตั้งตรง คิ้วดุจดาบ
คม ริมฝีปากและกรามบอบบางซ่อนอยู่ในขน
จิ้งจอกครึ่งหนึ่ง สายลมที่พัดมาอย่างกะทันหัน
ทำให้เกล็ดหิมะตกใส่เขาราวกับกำลังรั้งเขาไว้
และดูเหมือนจะรบเร้าให้เขาจากไป
“ฝั่าบาท!” เสียงเข้มของขันทีเถาตัดผ่านท้องฟั้า
ทุกคนวางอาวุธลง คุกเข่าลงบนพื้นพระราชวัง
ซ่งชูอีมองเขาด้วยความว่างเปล่า รู้สึกว่าอวัยวะ
ภายในถูกไฟแผดเผาและเลือดทั้งหมดพุ่งไปที่
ศีรษะ ความร้อนที่แผดเผานี้ได้บีบมาถึงลำคอ
จนถึงขีดสุด นางกระอักเลือดออกมาฉับพลัน
สติของนางค่อยๆ เลือนราง ซ่งชูอีรู้สึกว่าตัวเอง
อยู่ห่างจากอิ๋งซื่อออกไปทุกที นางต้องการหันไป
มองเจ้าอี่โหลวทว่ากลับไม่มีเรี่ยวแรงเลย
ขันทีเถากล่าวเสียงสูง “ท่านอ๋องมีราชโองการ
ไท่ฟูั่ลอบปลงพระชนม์ แต่เพื่อระลึกถึง
คุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของเขาที่มีต่อรัฐฉิน
ดังนั้นจึงรักษาร่างกายของเขาไว้ทั้งหมด กู่หาน
นำเสื่อฟางม้วนศพแล้วไปฝังในเขตชานเมืองทาง
ตอนเหนือ! กู่ฉิง ถ่ายทอดประกาศนี้ไปยังท่านแม่
ทัพเจ้า”
……
ท้องฟั้ามืดครึ้ม เกล็ดหิมะหมุนวนผสมกับหิมะ
บนพื้นให้บินสูง
ฉินหวังซื่อปีที่ยี่สิบสอง อิ๋งซื่อสิ้นพระชนม์ในช่วง
ที่สำคัญของชีวิต ท่านมหาเสนาบดีฝั่ายขวาชูหลี่จี๋
ไม่จัดงานศพ แต่สนับสนุนให้อิ๋งตั้งเข้ามาบริหาร
บ้านเมืองโดยสมบูรณ์
เนื่องจากอิ๋งซื่อได้จัดการทุกด้านไว้อย่าง
เรียบร้อยแล้ว ทั้งอิ๋งตั้งยังเป็นรัชทายาทอย่าง
ถูกต้อง การสลับร่างของกษัตริย์ทั้งสองรุ่นนั้น
ราบรื่นเป็นพิเศษ
ตอนที่อิ๋งซื่อสิ้น มหาเสนาบดีฝั่ายซ้ายจางอี๋อยู่ใน
รัฐฉู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาสถานการณ์ให้มั่นคง
ในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่
ขันทีเถาโค้งคำนับและยื่นกล่องหยกให้อิ๋งตั้ง “ฝั่า
บาทกล่าวว่าให้จัดงานศพอย่างเรียบง่าย ไม่
จำเป็นต้องมีแก้วแหวนเงินทองใดๆ เพียงใส่สิ่งนี้
ลงไปในโลงศพเป็นพอ”
อิ๋งตั้งอยู่ในชุดไว้ทุกข์ ดวงตาดำขลับเป็นสีแดงก่ำ
เขาได้กลายเป็นผู้ใหญ่ภายในระยะเวลาอันสั้น
เขาเปิดกล่องหยกและพบว่ามีหนังแกะซอมซ่อ
เพียงสามม้วนอยู่ข้างใน
เมื่อคลี่ม้วนหนังแกะออก จารึกอักขระของรัฐฉิน
ที่เป็นระเบียบเรียบร้อยก็ปรากฏสู่สายตา มีความ
แข็งแรงในการทรงตัวของแปรง อิ๋งตั้งจำได้ทันที
ว่านี่เป็นลายมือของซ่งชูอี หนังสือม้วนนี้เขียนขึ้น
ด้วยความรู้เชิงอรรถกถา เรื่องราวและข้อมูลเชิง
ลึกเช่นเดียวกับ “จวงจื่อ”
“นี่มัน…” อิ๋งตั้งเอ่ยด้วยความสงสัย
“นี่เป็นของขวัญจากซ่งไท่ฟูเมื่อเขาได้พบกับฝั่า
บาทในฐานะราชทูต” ขันทีเถาหยิบไม้ไผ่ออกมา
จากอกแล้วยื่นให้ “นี่คือรายชื่อของสิ่งที่ฝังไป
พร้อมกับศพที่เขียนโดยฝั่าบาท”
เจตจำนงของอิ๋งซื่อนั้นกระชับเหมือนคำพูดที่มีค่า
ราวกับทองคำของเขา บนใบไผ่มีเพียงห้าคำที่
เขียนไว้ว่า “ฝังกล่องหยกในโลง” อย่างโดดเดี่ยว
เท่านั้น
คำสั่งของเสด็จพ่อไม่อาจละเมิด อิ๋งตั้งเชื่อฟังโดย
ธรรมชาติ ทว่าอิ๋งซื่อเป็นอ๋ององค์แรกแห่งรัฐฉิน
สุสานจะเย็นชืดเกินไปก็ไม่ดี อิ๋งตั้งขีดฆ่า
สัญลักษณ์สิ่งของฝังศพบางส่วนที่เตรียมไว้ใน
ตอนแรก อย่างไรก็ดีเขาไม่ได้ทำดีกับเสด็จพ่อ
เพียงวันสองวันอยู่แล้ว
เมื่อจรดพู่กัน อิ๋งตั้งก็น้ำตานองหน้า ไม่ว่าจะทำดี
เพียงใดก็เป็นเพียงครั้งสุดท้าย…
วันรุ่งสางบนทุ่งหิมะกว้างใหญ่ ชายคนหนึ่งที่เนื้อ
ตัวเปือนเลือดและหมาปั่าสีขาวขนาดยักษ์กำลัง
ขุดเนินฝังศพที่เพิ่งถูกฝังใหม่ๆ ในสุสานที่ยุ่งเหยิง
อย่างเอาเป็นเอาตาย
ด้านบนเต็มไปด้วยเลือดและดินบนหลุมนั้นก็
หลวมมากเช่นกัน หนึ่งคนหนึ่งหมาปั่าขุดมัน
ออกมาอย่างง่ายดาย ชายผู้นั้นดึงเสื่อฟางม้วน
หนึ่งออกมาจากหลุม
เลือดสดๆ ไหลหยดจากมือที่แตกระแหงของเขา
เขาคลี่เสื่อออกอย่างกระวนกระวาย ครั้นเห็นศพ
ของบัณฑิตคนหนึ่งที่มีใบหน้าซีดขาวในเสื้อคลุม
แขนกว้าง ทั้งตัวของเขาก็ไม่สามารถหยุดสั่นได้
กอดนางในอ้อมแขนพร้อมกับสะอื้นไห้ “หวย
จิน…ข้าจะต้องแก้แค้นให้เจ้า!”
ท่าทางหมดสภาพของเขาเหมือนกับสัตว์ปั่าที่
เศร้าโศก หมาปั่าหิมะที่อยู่ข้างๆ เขาหูลู่ลงและส่ง
เสียงร้องอิ๋งๆ เบาๆ อยู่ข้างหู
หมาปั่าหิมะสั่นหูของมันอย่างแรง ทันใดนั้นศพก็
คว้าต้นขาของเขาทันที
เจ้าอี่โหลวก้มหน้าลง มองดูมือซีดขาวนั้นด้วย
ความประหลาดใจสุดขีด
“อี่โหลว” นางคว้าขาของเจ้าอี่โหลว รู้สึกได้ถึง
ความอบอุ่นจากเขา น้ำเสียงแหบแห้งสั่นเทา
เล็กน้อย ในน้ำเสียงทั้งคล้ายยินดี คล้ายสงสัย
คล้ายโศกเศร้า และคล้ายประหลาดใจ “มันไม่ได้
มีพิษจริงๆ…”